เย่ฝานเดินอยู่ในย่านร้านขายยาจีน เขากัดฟันซื้อยาจีนมาทุกชนิด
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า เย่ฝานอ่านข้อความแล้วก็ต้องตกตะลึงระคนดีใจอย่างท่วมท้น เมื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีถึงยี่สิบล้านหยวน
หลังจากเย่ฝานได้รับข้อความนั้นเพียงครู่เดียว ก็มีสายเข้าจากอู่หาวเฉียง “คุณอา ได้รับข้อความแจ้งการโอนเงินหรือยังครับ?”
“ได้รับแล้ว”
“ผมพยายามสุดความสามารถเพื่อเกลี้ยกล่อมคุณพ่อ ในที่สุดเขาก็ยอมโอนเงินไปให้คุณอายี่สิบล้านหยวน อาอย่าลืมนะ ครั้งต่อไปจะเลี้ยงข้าวผมต้องใจกว้างหน่อยนะครับ” อู่หาวเฉียงกล่าว
เย่ฝานครุ่นคิดแล้วตอบไปว่า “ได้สิๆ ครั้งหน้าอาจะเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ราคาห้าแสนหยวนดีไหม เธออยากกินเท่าไรก็ตามใจเลย”
“บ้าจริงๆ เลยคุณอาเนี่ย”
เย่ฝานมองยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้น เขายิ้มพลางนึกในใจว่า ไม่เสียแรงที่เข้าไปช่วยเ้าอ้วนนั่นไว้! แต่ว่าพ่อผู้ดื้อรั้นของเขาเชื่อว่าเย่ฝานเป็คนช่วยเด็กนั่นออกมาจริงๆ น่ะหรือ?
...
เมื่อเย่ฝานซื้อยาสมุนไพรเสร็จก็มีสายเข้าจากโจวจิ่นจือ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจออกไปหาโจวจิ่นจือ
“คุณอาโจวอยากพบผมเหรอครับ!”
โจวจิ่นจือพูดด้วยความรู้สึกงงงวยว่า “เธอเรียกฉันว่าคุณอาโจว? ไม่ใช่เฒ่าแก่โจวงั้นเหรอ?” ความสัมพันธ์ของเขาและเย่ฝานไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น
“ครับ! ผมคิดว่าในเมื่อคุณชายไป๋เรียกคุณว่าคุณอาโจว ผมก็น่าจะเรียกคุณอย่างนั้นบ้าง คุณรู้สึกเหมือนถูกยกยอใช่ไหมครับ” เย่ฝานกล่าว
ย้อนคิดกลับไปในภพก่อน เย่ฝานเป็บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในสำนักปี้อวิ๋น แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฝึกตนได้ แต่มีผู้ฝึกตนไม่น้อยที่มอบศิลาเพื่อขอคำชี้แนะจากเขา ผู้ฝึกตนเ่าั้ล้วนเป็เกียรติที่ได้เชื่อมสัมพันธ์กับเย่ฝาน ยิ่งในโลกนี้ความเก่งกาจของเขามีเพิ่มขึ้นเพราะสามารถฝึกตนได้ หากแต่ที่นี่พลังปราณยังอ่อนอยู่มาก อาจจะสร้างความลำบากให้อัจฉริยะอย่างเขาไปบ้าง แต่ว่าเย่ฝานเองก็หาทางแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ไปได้เสมอ
โจวจิ่นจือมองเย่ฝานอย่างหมดคำพูด พลันคิดในใจว่าเ้าหมอนี่หน้าหนาจริงๆ!
“ฉันได้ยินว่านายบุกเดี่ยวเข้าไปช่วยอู่หาวเฉียงจากพวกโจรลักพาตัวงั้นเหรอ” โจวจิ่นจือถาม
“มันก็เป็อย่างที่คุณพูดจริงๆ นั่นแหละครับ แต่ตอนที่ผมไปถึง โจรพวกนั้นก็โดนวางยาพิษในอาหารจนสลบไปหมดแล้ว” เย่ฝานตอบ
โจวจิ่นจือ “…” โดนวางยาพิษในอาหารจนกระดูกเคลื่อนทั่วร่างน่ะเหรอ?
“เย่ฝาน เธออยากจีบคุณชายไป๋ใช่ไหม?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางตอบว่า “ใช่แล้วครับ”
“ไม่ใช่ว่าฉันพูดให้เธอเสียกำลังใจหรอกนะ! ถ้าดูจากความสามารถของเธอตอนนี้ ต่อให้ใช้เวลาหนึ่งร้อยปีก็จีบไม่สำเร็จหรอก แต่ว่ามันก็พอจะมีโอกาสดีๆ อยู่นะ” คำพูดของโจ่วจิ่นจือฟังดูลึกลับ
เย่ฝานกะพริบตาแล้วถามด้วยความตื่นเต้นว่า “โอกาสดีๆ? โอกาสอะไรครับ?”
“คุณชายไป๋น่ะ มีคุณตาที่เป็นักวรรณคดีโบราณ ชื่อว่าเซี่ยวฉือ ไม่นานมานี้มีการขุดพบสุสานโบราณในมณฑลซานซี คุณตาของเขาจะเดินทางไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือเื่การขุดค้น ส่วนคุณชายไป๋ก็จะติดตามไปด้วย เพราะเขาสนใจเื่พวกนี้อยู่แล้ว เลยถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วถามว่า “คุณจะให้ผมไปช่วยขุดค้นสุสานโบราณเหรอครับ!”
“ฉันกันที่ให้เธอหนึ่งที่” โจวจิ่นจือกล่าว
ดวงตาของเย่ฝานพลันวาววับอย่างยินดี เขาพูดว่า “ตาเฒ่า คุณนี่ช่างเฉียบแหลมจริงๆ!”
โจวจิ่นจือ “…”
“สถานที่ที่ขุดพบสุสานโบราณมีสภาพเลวร้ายมาก เธอต้องเตรียมใจไว้หน่อยนะ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “สภาพเลวร้าย ถึงจะสามารถแสดงความห้าวหาญของวีรบุรุษอย่างผมได้ยังไงล่ะ!”
โจจิ่นจือ “…” ความห้าวหาญของวีรบุรุษน่าจะไม่ได้เห็น น่าจะได้เห็นความห้าวหาญของคนปัญญาอ่อนเสียมากกว่า
โจวจิ่นจือเริ่มไม่แน่ใจว่าการชวนเย่ฝานไปช่วยขุดค้นสุสานโบราณนั้น เขาคิดถูกหรือไม่
เย่ฝานมองโจวจิ่นจือแล้วถามว่า “ถ้าอย่างนี้ผมต้องไปรวมตัวกับพวกเขาที่ไหนครับ?”
“หลังจากนี้หกวัน พวกเขาจะรวมตัวกันที่เมืองลั่วฟงในมณฑลซานซี พอถึงเวลาเธอค่อยเดินทางไปที่นั่นก็ได้” โจวจิ่นจือหยิบป้ายชื่อให้เย่ฝานแล้วพูดว่า “ป้ายชื่อนี้ให้เธอ เธอไปร่วมทีมในนามของนักวิจัยวรรณคดีโบราณก็แล้วกัน”
เย่ฝานรับป้ายชื่อแล้วพูดว่า “ขอบคุณคุณอาโจวมากๆ เลยนะครับ ผมจะไม่มีวันลืมเลย วันใดที่ผมได้แต่งงานกับคุณชายไป๋ ผมจะเชิญคุณอาไปดื่มเหล้ามงคลนะครับ”
โจวจิ่นจือ “..." รอให้นายได้แต่งงานกับคุณชายไป๋ก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ
เย่ฝานถือป้ายชื่อในมือแล้วเดินจากไปอย่างเบิกบานใจ
…
เย่ฝานขับรถไปที่บ้านตระกูลอู่
“อาฝาน นายมาได้ยังไง?” เื่ที่เกิดขึ้นกับอู่หาวเฉียงทำให้อู่ซือหานมองเย่ฝานเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทว่าในใจลึกๆ ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงอยู่ไม่น้อย
“ผมมาหาเสี่ยวเฉียงครับ” เย่ฝานตอบกลับ
“มาหาลูกชายฉัน? วันนี้เขาหยุดเรียนพอดีเลย!” อู่ซือหานเอ่ย
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว “อืม ครับ ผมรู้ว่าเขาหยุดเรียนวันนี้ถึงได้มาหา”
อู่หาวเฉียงวิ่งออกมาอย่างดีใจ “คุณอาเล็ก มาได้ยังไงครับ?”
“อามีเื่ให้เธอช่วยหน่อย” เย่ฝานตอบกลับ
เย่ฝานนำเต่าตัวหนึ่งออกมาและพูดว่า “นายเห็นเต่าตัวนี้ใช่ไหม?”
“หา! คุณอาเอาเต่าตัวนี้มาให้ผมต้มซุปบำรุงร่างกายเหรอครับ?” อู่หาวเฉียงพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
เย่ฝานกลอกตามองบนแล้วตอบว่า “นายจ้ำม่ำขนาดนี้ ยังจะต้องบำรุงร่างกายทำไมกันเล่า! อาจะต้องออกไปทำธุระนอกบ้านหลายวัน เต่าตัวนี้ขอมอบให้นายช่วยดูแลสักพัก นายจะต้องดูแลมันให้ดีนะ!”
อู่หาวเฉียงพยักหน้าพลางตอบว่า “ได้ครับๆ คุณอาวางใจได้เลย”
เย่ฝานหยิบกระดาษจดรายการออกมาหนึ่งแผ่น แล้วพูดว่า “นี้เป็รายการอาหารของเ้าเต่านี่!”
อู่หาวเฉียงดูรายการอาหารแล้วก็พูดขึ้นว่า “คุณอานี่ฟุ่มเฟือยจังเลย ป้อนโสมให้เต่ากินเชียวเหรอ!”
เย่ฝานตอบกลับอย่างไม่สนใจว่า “หากไม่ลงทุน แล้วจะได้ทรัพย์สินมาจากไหนกัน!” ต้องเลี้ยงให้กินดีอยู่ดี เต่าตัวนี้จึงจะสามารถรวบรวมพลังปราณได้เต็มที่
“นี่เป็ค่าอาหารของเต่าตัวนี้” เย่ฝานนำบัตรเอทีเอ็มออกมาหนึ่งใบแล้วมอบให้อู่หาวเฉียง
“ในบัตรนี้มีเงินเท่าไรครับ!” อู่หาวเฉียงถาม
“หนึ่งล้านหยวน!”
อู่หาวเฉียงมองเย่ฝานด้วยความโมโหพลันพูดว่า “คุณอา มากเกินไปแล้วนะ ทีเลี้ยงไก่ทอดผมคุณอาบ่นว่าเปลืองเงิน แต่เลี้ยงเต่าหนึ่งตัวกลับใช้เงินตั้งหนึ่งล้านหยวน”
“นายจะไปเข้าใจอะไร! นี่เป็เต่าวิเศษนะ จะละเลยไม่ได้เด็ดขาด” เย่ฝานพูดด้วยท่าทีจริงจัง
อู่หาวเฉียง “…”
อู่ซือหานฟังอยู่ข้างๆ ก็กลอกตามองบน ทว่ากลับไม่มีคำพูดใดออกมา
“ว่าแต่ธุระที่คุณอาพูดถึง มันคืออะไรเหรอครับ?”
“อาจะไปหาเมีย ถ้าโชคดีก็อาจจะได้อาสะใภ้กลับมาด้วย” เย่ฝานตอบอย่างเบิกบานใจ
อู่หาวเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงดีในจนออกนอกหน้า “คุณอาสู้ๆ นะครับ!”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อืม ใช่ เกือบลืมไปเลย หยกคุ้มภัยที่ทำให้นายเสร็จแล้วนะ”
อู่หาวเฉียงรับหยกมาด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณคุณอามากๆ เลยครับ อาครับถ้าผมโดนรถชน หยกนี่จะทำให้รถลอยขึ้นไปได้ไหมครับ?”
“ไม่ได้!” เย่ฝานตอบกลับ
อู่หาวเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า “ผมนึกว่าเ้านี่จะมีฤทธิ์เดชมากกว่านี้ซะอีก”
เย่ฝานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “เด็กน้อย เธออย่าเพ้อฝันให้มันมากไปเลย”
อู่หาวเฉียง “…”
