ไป๋อวิ๋นซีส่งบัตรเข้ารับฟังการบรรยายหนึ่งใบให้เย่ฝาน “นี่เป็บัตรเข้ารับฟังการบรรยายของมหาวิทยาลัยเหรินชวน หลังจากที่นายเข้าไปในนั้นแล้ว ให้นายติดตามคุณตาของฉันในฐานะนักศึกษา ทีมัของรัฐบาลก็จะจัดคนไปดูแลอีกสี่คนและไปในฐานะนักศึกษาเหมือนกัน นายอย่าได้ไปมีเื่กับพวกเขาเชียวนะ”
เย่ฝานพยักหน้ารับคำ “รู้แล้วละน่า รอให้ฉันทำงานนี้สำเร็จ พวกเรามาจูบกันหน่อยดีไหม?”
ไป๋อวิ๋นซีมองดวงตาสีดำแวววาวของเย่ฝาน เขาหันหลังให้เย่ฝาน “รอให้นายทำงานนี้สำเร็จก่อนเถอะ แล้วค่อยว่ากัน!”
“ถ้านายไม่อยากจูบ งั้นพวกเรามานอนด้วยกันก็ได้” เย่ฝานหันไปข้างๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจเข้าลึก แล้วถามว่า “นายรู้ไหมว่านอนด้วยกันหมายความว่ายังไง?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็คือห่มผ้าแล้วคุยกันไง!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ตอนนี้ฝนตกหนัก วันนี้ฉันพักที่นี่ได้ไหม ไม่กลับไปได้หรือเปล่า? ถ้าฉันกลับไปต้องกลายเป็ไก่ตกน้ำแกงแน่ๆ เลย” เย่ฝานพูดด้วยท่าทีน่าสงสาร
ไป๋อวิ๋นซีมองหน้าเย่ฝาน เขาตอบแบบไม่สบอารมณ์ว่า “ได้ นายไปนอนห้องรับแขกก็แล้วกัน”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี ก่อนพูดอย่างเสียดายว่า “นายพักอยู่คนเดียว ทำไมต้องซื้ออะพาร์ตเมนต์ใหญ่ขนาดนี้ด้วย? มีห้องรับแขกตั้งสามห้อง! แบบนี้ไม่ค่อยดีเลยนะ! ข้างนอกมีคนตั้งมากมายที่ไม่มีบ้านจะอยู่ ส่วนอะพาร์ตเมนต์นายมีห้องเยอะแยะ แต่กลับปิดไว้อย่างนั้น”
ไป๋อวิ๋นซีเอามือเท้าเอว เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงเ็าแล้วพูดว่า “ก็ฉันมีเงิน แล้วจะทำไม!”
เย่ฝาน “…”
…
ณ มหาวิทยาลัยเหรินชวน
เย่ฝานเปิดประตูอย่างไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น เขาเดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน
“ศาสตราจารย์เซี่ยว!” เย่ฝานเข้ามายืนเผชิญหน้ากับเซี่ยวฉือ
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานแล้วพยักหน้า เขายัดหนังสือหลายเล่มให้เย่ฝาน จากนั้นจึงแยกย้ายไปทำงานของตนเอง
“ศาสตราจารย์เซี่ยว เขาเป็ใครกัน!” ศาสตราจารย์สื่อถามด้วยความสนใจใคร่รู้
“ลูกศิษย์ใหม่ของฉันเอง” เซี่ยวฉือตอบพร้อมทำหน้านิ่ง
“เอ๋ คุณรับลูกศิษย์เพิ่มอีกแล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะไม่รับลูกศิษย์อีกแล้วไง?” ศาสตราจารย์สื่อถามอย่างไม่เข้าใจ
เซี่ยวฉือกวาดตามองเย่ฝาน แล้วกล่าวอย่างไม่เต็มใจว่า “รู้สึกถูกชะตากับเขา ก็เลยรับเพิ่มอีกคนหนึ่ง”
“อ๋อ คนที่ทำให้คุณเปลี่ยนความตั้งใจได้ แสดงว่าลูกศิษย์ของคุณคนนี้ต้องมีความสามารถและคุณสมบัติที่โดดเด่นแน่ๆ” ศาสตราจารย์สื่อจ้องมองเย่ฝานั้แ่หัวจรดเท้า
เย่ฝานพยักหน้าก่อนพูดอย่างจริงจังว่า “ถูกต้องๆ ผมฉลาดหลักแหลม มีความจำเป็เลิศ เป็อัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบพันปีเลยทีเดียว”
ศาสตราจารย์สื่อรู้สึกขำขึ้นมาทันที! “นักศึกษา ฉันเหมือนไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อน! นายจบมาจากวิทยาลัยไหน”
“ผมเหรอ? ผมยังเรียนไม่จบ! คือผมพักการเรียนน่ะ”
“พักการเรียน?” ศาสตราจารย์สื่อใที่ได้ยินเช่นนั้น
เซี่ยวฉือเริ่มหน้าดำคร่ำเครียด อดใจรอที่จะอุดปากเย่ฝานแทบไม่ไหว
“พวกโง่เขลาในวิทยาลัยสอนผมไม่ได้ ผมก็เลยพักการเรียนซะ!” เย่ฝานพูดอย่างมีเหตุมีผล
เซี่ยวฉือ “…” เย่ฝานไอ้คนปัญญาอ่อน!
ศาสตราจารย์สื่อกะพริบตา หันมองไปทางเซี่ยวฉือพลางพูดว่า“ศาสตราจารย์เซี่ยว ลูกศิษย์คนใหม่ของคุณคนนี้น่าสนใจจริงๆ เลยนะ!”
“พอแล้ว หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว อ่านหนังสือของนายต่อเถอะ” เซี่ยวฉือพูดด้วยความไม่พอใจ
เย่ฝานอุ้มหนังสือกองใหญ่เดินไปอ่านอีกฝั่ง
…
พอเซี่ยวฉือไปเข้าห้องน้ำ ศาสตราจารย์สื่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ดึงเย่ฝานมาพูดคุย
“นักศึกษา เสียงของนายฟังดูคุ้นหูมาก ฉันนึกออกแล้ว นายใช่หลานเขยคนนั้นหรือเปล่า!”
เย่ฝานกระตือรือร้นขึ้นมาทันที รีบตอบกลับไปว่า “ถูกแล้ว คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ”
“นายเป็หลานเขยศาสตราจารย์เซี่ยว ทำไมถึงยังเรียกเขาว่าศาสตราจารย์เซี่ยว มันดูเหินห่างไปนะ!” ศาสตราจารย์สื่อพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เย่ฝานถอนหายใจ พูดอย่างจำใจว่า “ทำไงได้ล่ะครับ! เขาไม่ให้ผมเรียกว่าคุณตา และก็ไม่ยอมให้ผมเรียกว่าตาเฒ่าเซี่ยวด้วย! เขาเป็คนน่ารำคาญมากเลยครับ”
ศาสตราจารย์สื่อมองเย่ฝานด้วยความซาบซึ้ง เหมือนได้พบกับสหายรู้ใจ เขาพูดว่า “ศาสตราจารย์เซี่ยวเป็คนค่อนข้างหัวโบราณ เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ ใครๆ ก็เข้ากับเข้าไม่ค่อยได้!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้วๆ เป็อย่างนั้นจริงๆ ด้วย”
“น้องชาย นายรู้จักกับศาสตราจารย์เซี่ยวได้ยังไงล่ะ!”
“ผมจีบหลานชายของเขา ก็เลยได้รู้จักกับเขา!”
“น้องชาย พักนี้ศาสตราจารย์เซี่ยวดูมีชีวิตชีวากว่าเดิมมาก ดูอ่อนกว่าวัยไม่น้อยเลย เป็เพราะยาบำรุงครอบจักรวาลของนายใช้ได้ผลดีใช่ไหม!” ศาสตราจารย์สื่อกล่าว
เย่ฝานยิ้มอย่างได้ใจพร้อมพูดว่า “ก็แน่นอนสิ! ตอนแรกที่ผมเอาไปให้ เขายังทำท่าไม่อยากได้ ยาดีขนาดนี้ถ้าเป็คนทั่วไปผมไม่มอบให้เด็ดขาดเลย”
“น้องชาย หลานชายของเขาที่นายกำลังจีบใช่คุณชายสามตระกูลไป๋หรือเปล่า!” ศาสตราจารย์สื่อข่มความตื่นเต้นไว้ภายใน เขารักษาสีหน้าให้ราบเรียบขณะเอ่ยถาม
เย่ฝานพยักหน้าก่อนตอบ “ใช่ครับ!”
พอได้ยินเย่ฝานตอบว่าใช่! ในใจของศาสตราจารย์สื่อรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย!
“ตอนนายจีบคุณชายไป๋ เขามีปฏิกิริยาตอบกลับมาไหม!” ศาสตราจารย์สื่อถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เย่ฝานพยักหน้า พูดแบบเซ็งๆ ว่า “มีสิ เขาสั่งให้ผมมาอยู่เป็ลูกศิษย์ของตาเฒ่า น่าเบื่อจริงๆ”
“คุณชายไป๋ไม่สั่งคนมาต่อยนายเหรอ?” ศาสตราจารย์สื่อถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไมพวกคุณชอบถามแบบนี้กันจัง ทำไมอวิ๋นซีต้องต่อยผมด้วย?” เย่ฝานถามกลับด้วยความประหลาดใจ
ศาสตราจารย์สื่อ “…” ก็เป็เพราะว่านายมันน่าโดนต่อยยังไงล่ะ
…
หลังเซี่ยวฉือกลับมาจากห้องน้ำ บรรยากาศในห้องทำงานก็เปลี่ยนไปทันที
“คุณเซี่ยว! ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงรับลูกศิษย์เพิ่ม ที่แท้เขาก็เป็ว่าที่หลานเขยในอนาคตนี่เอง อย่างนี้มันก็ถูกต้องแล้วสิ เรือล่มในหนองทองจะไปไหน วิชาความสามารถของคุณถ้าจะถ่ายทอดให้กับคนอื่นไปหมดก็คงจะน่าเสียดายแย่ สู้ถ่ายทอดให้กับคนในตระกูลของตัวเองไม่ได้หรอก แบบนี้ก็จะได้ไม่เสียดายวิชาความรู้ที่อุตส่าห์สั่งสมมาด้วย!” ศาสตราจารย์สื่อกล่าว
เซี่ยวฉือ “…” เขาไปเข้าห้องน้ำแค่ครู่เดียว เ้าปัญญาอ่อนเย่ฝานก็เล่าอะไรให้คนอื่นฟังจนหมด
เซี่ยวฉือมองเย่ฝาน แล้วพูดด้วยความโมโหว่า “ฉันบอกนายว่าอย่าพูดจาเหลวไหลไม่ใช่เหรอ!”
เย่ฝานกะพริบตา แล้วตอบว่า “ผมไม่ได้พูดอะไรเหลวไหลเลยนะ!”
เซี่ยวฉือ “…” ยังดีที่เขาไม่ได้เป็โรคหัวใจ ไม่อย่างนั้นอาการคงจะกำเริบจนหัวใจวายตายได้ทุกเวลา! ถึงแม้เขาจะยังไม่ป่วยเป็โรคหัวใจ แต่ขืนปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป เกรงว่าคงจะป่วยเป็โรคนี้ในไม่ช้า “นายกับอวิ๋นซียังไม่ลงเอยกัน อย่าเพิ่งพูดเหลวไหลไปทั่ว อวิ๋นซีจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้”
เย่ฝานพูดอย่างไม่เห็นด้วย “ผมเคยให้คนช่วยดูดวงชะตาให้แล้ว ผมกับอวิ๋นซีเหมาะสมกันมาก”
เซี่ยวฉือ “…” นายจ่ายเงินไปเท่าไร ถึงทำให้หมอดูพูดเื่ไร้สาระเพื่อปลอบให้นายสบายใจ!
เย่ฝานหยิบถังหูลู่หนึ่งไม้ออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วเอ่ยถามว่า “กินไหม?”
เซี่ยวฉือเปล่งเสียง ‘ฮึ’ แล้วตอบว่า “ไม่กิน!” เย่ฝานเ้าปัญญาอ่อน อายุขนาดนี้แล้วยังชอบแทะถังหูลู่อยู่อีก เ้าหมอนี่จะทำอะไรก็ไม่รู้จักดูสถานที่บ้างเลย! ที่นี่คือสถานที่ทำงาน เย่ฝานเห็นที่นี่เป็ที่อะไรกัน โรงน้ำชาหรือ?
เย่ฝาน “ไม่กินก็ไม่กินสิ? ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ?”
เซี่ยวฉือ “…”
“ศาสตราจารย์เซี่ยว คุณทำอย่างนี้ก็ไม่ถูก? ต่อไปพวกคุณก็จะเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว คุณดุขนาดนี้มันไม่ดีเท่าไรนะ!” ศาสตราจารย์สื่อพูดด้วยท่าทางมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
เย่ฝานหันหน้าไปมองศาสตราจารย์สื่อ พยักหน้าเห็นด้วยแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ศาสตราจารย์เซี่ยว คุณมีเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจและมีเหตุผลอย่างนี้ ทำไมคุณถึงไม่ได้รับอิทธิพลด้านบวกนี้มาบ้างนะ”
เซี่ยวฉือ “…” ไม่รู้หรือว่าว่าศาสตราจารย์สื่อเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับเขา? เ้าหมอนี่มีท่าทีเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยกับศัตรูของเขา แล้วยังหวังว่าเขาจะไม่ขัดขวางความสัมพันธ์ของตนเองกับไป๋อวิ๋นซีอีกหรือ
ห้องทำงานของเซี่ยวฉือกว้างมาก แต่ทั้งห้องมีศาสตราจารย์นั่งอยู่เพียงสามคนเท่านั้น
หากจะว่าตามหลักการแล้ว เย่ฝานที่เป็เด็กใหม่ควรจะไปเบียดอยู่กับนักศึกษาปริญญาโทอีกห้องหนึ่ง แต่ว่าศาสตราจารย์สื่อชอบใจในตัวเย่ฝาน เย่ฝานมาแค่ครึ่งวัน ศาสตราจารย์สื่อก็ให้คนย้ายโต๊ะตัวใหญ่มาตั้งไว้ที่มุมห้องเพื่อให้เย่ฝานนั่ง
“นักศึกษาเย่ ต่อไปนายมานั่งทำงานที่ห้องนี้ได้” ศาสตราจารย์สื่อกล่าว
“ศาสตราจารย์สื่อ คุณเป็คนรู้กาลเทศะจริงๆ! รู้ดียิ่งกว่าคุณตาคนนั้นซะอีก ถ้าเขาไม่ใช่ตาของอวิ๋นซีนะ ผมจะไม่สนเขาเลย” เย่ฝานเอ่ย
ศาสตราจารย์สื่อหัวเราะแล้วพูดว่า “ใช่แล้วๆ ศาสตราจารย์เซี่ยวคนนี้อะไรก็ดีหมด เสียอย่างเดียวคือหัวโบราณเกินไป”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่! ใช่! ตาเฒ่าเซี่ยวหัวดื้อที่สุด”
เซี่ยวฉือเห็นศาสตราจารย์สื่อและเย่ฝาน เ้าคนสารเลวทั้งสองคลุกคลีอยู่ด้วยกัน คุยกันถูกคอ ทำให้เขารู้สึกว่าความดันพุ่งขึ้นสูงในทันที!
…
ทหารที่ปลอมเป็นักศึกษา ก็พักอยู่ที่ห้องนักศึกษาปริญญาโทที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
เพื่อเป็การคุ้มครองความปลอดภัยของเซี่ยวฉือ ทั้งสองจึงได้แอบติดเครื่องดักฟังไว้ในห้องทำงานของเซี่ยวฉือ คำพูดที่เกิดขึ้นในนั้นทั้งหมด ล้วนไม่พ้นหูตาของทั้งสองคนไปได้
“เย่ฝานคนนั้นเป็ใครมาจากไหนกัน เขาคงจะไม่ทำอะไรกระทบกับภารกิจของเราใช่ไหม” หูหลินพูดด้วยใบหน้าที่หมดคำจะพูด
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าเย่ฝานกับคุณชายไป๋เหมือนจะมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน” เฉินเอี๋ยนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เย่ฝานกับคุณชายไป๋มีความสัมพันธ์กันจริงๆ หรือนี่ เ้านั่นไม่ได้พูดเหลวไหลเหรอ?”
“เหมือนว่าทั้งสองจะสนิทสนมกันมาก เย่ฝานสามารถเข้านอกออกในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีได้อย่างอิสระ ฉันยังได้ยินว่าเย่ฝานเคยค้างคืนที่อะพาร์ตเมนต์ของคุณชายไป๋ด้วย”
“คุณชายสามตระกูลไป๋คนนี้มีสายตายังไงกันนะ! นึกไม่ถึงเลยว่าจะชอบคนแบบเย่ฝานได้” หูหลินพูดพร้อมส่ายหน้า
“ลางเนื้อชอบลางยา แต่ละคนมีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน บางทีคุณชายไป๋เห็นคนธรรมดามามากก็เลยรู้สึกเบื่อ อยากลองคบหากับคนที่ไม่เหมือนคนอื่น เบื้องบนเคยสืบเื่ของเย่ฝาน ที่มาที่ไปของเ้าหมอนี่มีความลึกลับอยู่ไม่น้อย เย่ฝานเป็คนที่ไป๋อวิ๋นซีแนะนำมา แล้วเขาทั้งสองยังสนิทสนมกันอีก ไป๋อวิ๋นซีเป็หลานของเซี่ยวฉือ เขาคงไม่ส่งคนที่เป็อันตรายกับตาของตัวเองมาหรอก ฉันจึงคิดว่าเย่ฝานคนนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อภารกิจของพวกเรา”
“นายแน่ใจใช่ไหม เ้าหมอนั่นดูท่าทางแปลกๆ มองไปแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาชอบกล”
“เหมือนกับไป๋อวิ๋นซีจะไม่เชื่อมั่นในตัวพวกเรา ถึงได้ส่งเย่ฝานมาคุ้มครองเซี่ยวฉือโดยเฉพาะ”
“คนแบบเย่ฝานเนี่ยนะที่จะปกป้องเซี่ยวฉือ?” หูหลินพูดเชิงดูถูก
“อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย! พวกเราคุ้มครองเซี่ยวฉือให้ดีก็พอแล้ว” เฉินเอี๋ยนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
…
“คุณตา มีอะไรหรือครับ?” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยถาม
“มีสิ หลานรีบเอาเ้าหมูตัวนั้นออกไปไกลๆ ตาได้ไหม!” เสียงพูดด้วยความโมโหของเซี่ยวฉือเล็ดลอดเข้าไปในหูของไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “คุณตาครับ ่นี้ข้างกายคุณตา จำเป็ต้องมีคนคอยคุ้มครองจริงๆ ถ้ายังไงรอให้ผ่าน่นี้ไปก่อนเถอะครับ”
“หลานบอกว่า่นี้ งั้น่นี้หลานก็รอมาเก็บศพของตาเลยก็แล้วกัน” เซี่ยวฉือพูดอย่างไม่พอใจ
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะอย่างจนใจ “คุณตา อย่าพูดเล่นสิครับ...”
เซี่ยวฉือเหลือบตามองบน เอ่ยว่า “ตาไม่ได้พูดเล่นนะ!”
ไป๋อวิ๋นซียิ้มก่อนจะพูดปลอบโยนว่า “คุณตาอดทนหน่อยนะครับ เหตุการณ์ปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรมสิบปี คุณตายังผ่านมันมาได้ ตอนนี้แค่ทนกับเย่ฝานคนเดียวเท่านั้นเอง...”
หลังจากวางสาย ไป๋อวิ๋นซีก็ถอนหายใจอย่างแรง
ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งอยู่บนโชฟา เหลือบมองไป๋อวิ๋นซีแล้วถามว่า “คุณตาโทรหานายมีเื่อะไรเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ไม่มีอะไร”
ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นตุ๊กตาที่อยู่ข้างๆ ไป๋อวิ๋นซี จึงถามขึ้นมาว่า “ตุ๊กตาอัลปาก้านี่นายซื้อมาเหรอ? ดูไม่ออกเลยว่านายจะชอบของอย่างนี้ด้วย?”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ผมไม่ได้ซื้อ มีคนให้”
“มีคนให้? ั้แ่เล็กจนโต นายน่าจะได้รับแต่ของเก่า อัญมณี ไวน์แดงชื่อดังจำนวนไม่น้อย แต่ฉันคิดว่าคงยังไม่เคยมีใครให้ตุ๊กตายัดนุ่นกับนายแน่ ใครเป็คนให้นายเหรอ!” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
ั้แ่เล็กจนโตไป๋อวิ๋นซีเป็ชายหนุ่มที่จริงจังและเคร่งขรึม ตอนเป็เด็กน้อย ก็ชอบสวมเสื้อผ้าสีดำขาว ถึงแม้ว่าจะมีหน้าตาน่ารัก แต่ชอบทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอด เนื่องจากไป๋อวิ๋นซีร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เด็ก คนในบ้านจึงไม่กล้าขัดความ้าของเขา
เย่ฝาน!” ไป๋อวิ๋นซีเฉลย
ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ ด้วย คนธรรมดาทั่วไป ไม่มีใครคิดจะมอบของแบบนี้ให้กันหรอก!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
