เซี่ยตันพิจารณาอยู่หลายวัน แล้วจึงตกลงคำขอของเซวียิ่
ตอนแรกเซวียิ่ตอบตกลง ก็เป็เพราะผอ. โจวเหวินิใช้กระจกทองแดงเป็เงื่อนไขในการวิจัยเขาจึงตกลง นักวิจัยไม่กล้าศึกษาเพราะความลึกลับของกระจกทองแดงและความอันตรายของมัน แต่เซวียิ่กลับแสดงความสนใจอย่างมาก หลังจากศึกษาคร่าวๆ โจวเหวินิก็เก็บกระจกทองแดงกลับ ดังนั้น เซวียิ่จึงติดกับแล้ว
เพียงแค่ต้องจับจุดอ่อนของนักวิจัยเช่นเซวียิ่ได้ ที่จริงก็จัดการกับพวกเขาได้ไม่ลำบาก
ดังนั้นเซี่ยตันจึงไม่อาจไม่ตกลง
เมื่อเซวียิ่ได้รับกระจกทองแดงอีกบาน ราวกับได้สมบัติล้ำค่า จึงยุ่งอยู่ในห้องทดลองทั้งวัน จนเกือบไม่เห็นเขาออกมา จะทานอาหารก็มีผู้ช่วยส่งมาให้เขาถึงในห้องทดลอง
จ้าวอี้เกือบไม่เห็นเงาของเซวียิ่ สำหรับนักวิจัยเช่นนี้เขายกย่องด้วยใจจริง เขาไม่เจ็บป่วย เหตุผลง่ายมาก คือไม่เข้าใจ ระดับการศึกษาเขาไม่ต่ำ จนมองเห็นก็ต้องหยุดชะงัก
เวลาราวกับน้ำไหล ยื่นมือไปก็สามารถััถึงมัน แต่กลับจับต้องไม่ได้
วันคืนค่อยๆผ่านไป น้องชายเหยียนสองคนทรหดจนน่ากลัวจริงๆ ความตั้งใจเช่นนี้ หาได้น้อยมาก
ท้ายที่สุด พวกเขาสองคนก็ถูกดำเนินคดี ข้อหาเก็บซ่อนอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย ซื้อขายวัตถุโบราณโดยผิดกฎหมายและอื่นๆอีกหลายข้อหา ถูกตัดสินให้จำคุกไม่มีกำหนด
เมื่อนำพวกเขาส่งเข้าเรือนจำ ก็เห็นพวกเขาสองคนผอมอย่างไม่สมส่วน อาหัวที่ตัวสูงใหญ่ก็เหมือนกับโครงกระดูกใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้ น้องชายเหยียนก็ไม่ต่างกัน
แม้ว่าจะเป็เช่นนี้ ท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังคงไม่ตอบคำถามใดๆ
เพียงแต่ทางจ้าวอี้มีหลักฐานเพียงพอ จึงสามารถจำพวกเขาเข้าคุกได้
“น่าเสียดาย ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายของเขาทนไม่ไหวแล้ว ฉันอยากจะเห็นว่าพวกเขาจะทนได้ถึงเมื่อไหร่ สองคนนี้อันตรายอย่างยิ่ง บนแฟ้มคดีก็ได้เขียนหมายเหตุไว้ ว่าต้องเฝ้าระวังพวกเขาอย่างเข้มงวด” จับพวกเขาเข้าคุกด้วยตนเอง ส่งต่อการจัดการให้เ้าหน้าที่เรือนจำ เซี่ยตันค่อนข้างอาลัยอาวรณ์
“วางใจเถอะ เรือนจำของพวกเราเมือง J มีความเข้มงวดสูง เป็อันดับต้นๆของประเทศ ไม่เคยมีใครสามารถหนีออกไปได้ เอ๊ะ น้องชาย นายกล้ามองเหรอ บอกให้ มาถึงที่นี่ ต้องซื่อสัตย์กับฉันหน่อย!”
พนักงานที่ถูกส่งงานต่อเห็นน้องชายเหยียนใช้สายตายั่วยุมองเซี่ยตัน จึงข่มขู่เล็กน้อย
ั้แ่่นี้ไป เธอใช้วิธีทุกอย่างที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบสลับกันทดลองกับน้องชายเหยียน มีผลอยู่บ้าง บางครั้งน้องชายเหยียนทนไม่ไหว เหมือนกับจะปริปาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็การยื้อเวลาของเขา ทำซ้ำซาก ยื้อจนมาถึงวันนี้
น้องชายเหยียนแสยะยิ้มอยางมีความสุข เ้าหน้าที่ลากเขาหลายรอบก็ลากไม่ไป จึงรีบร้อนในทันที “ทำไม? แกยังคิดจะกบฎเหรอ มากับฉัน!”
“รอฉันก่อน...”
น้องชายเหยียนใช้รูปปากพูดสามคำนี้แบบไม่มีเสียง ทำให้เซี่ยตันและจ้าวอี้ต้องขมวดคิ้ว
“ฮาๆ...” น้องชายเหยียนดูเหมือนพอใจในท่าทางของเขาทั้งสอง หัวเราะร่าและไม่ต่อต้านอีก สุดท้ายจึงเข้าไป
“อย่ากังวล พวกเขาไม่ได้พูดเหรอ? ว่าเรือนจำของเมือง J เข้มงวดมาก พวกเขาหนีออกมาไม่ได้ มีฆาตกรถูกขังอยู่ที่นี่เท่าไหร่ จนวันนี้ก็ยังไม่เคยเกิดความผิดพลาด วางใจ” จ้าวอี้ปลอบใจเซี่ยตัน
ทุกคนต่างรู้ ถ้าน้องชายเหยียนสามารถหนีออกมาได้ คนแรกที่เขาจะแก้แค้นต้องเป็เซี่ยตันแน่
วิธีของพวกเขาไม่นุ่มนวลเหมือนเซี่ยตันแน่ การแก้แค้นและการทรมาณที่ไม่มีขีดจำกัดแค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
“ฉันไม่กังวลเื่นี้ หนังสือตัดสินคดีของศาลได้เขียนไว้ชัดเจน ไม่อนุญาตให้ลดโทษพวกเขาสองคน พวกเขาจะอยู่ในนี้ตลอดชีวิต เพียงแต่ ฉันไม่รู้ว่ามีความเชื่อมั่นขนาดนี้มาจากไหน ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” เซี่ยตันส่ายหน้า อาจเพียงเพราะอีกฝ่ายข่มขู่เธอ?
นี่ไม่ใช่เป็ไปไม่ได้
การจำคุกตลอดชีวิตของประเทศจีน โดยปกติแล้ว ต่างมีการลดโทษ ไม่ถึงยี่สิบปีก็สามารถออกมาได้ ไม่ได้ขังไว้จนตายจริงๆ แต่ สถานการณ์ของน้องชายเหยียนพิเศษ โดยเฉพาะก่อนหน้าที่มีเพื่อนพ้องของเขาพยายามใช้กำลังชิงตัวเขา แม้ว่าจะไม่มีหลักฐาน แต่คนตาดีแค่เห็นก็รู้ว่าเพื่อนของเขาเป็คนทำ
ท้ายที่สุดคือไม่มีหลักฐาน แต่กลับสามารถลงโทษเขา ได้จากหลักฐานที่มีอยู่ การบ่งชี้ว่าไม่อาจลดโทษก็เป็ดังนี้
“ฉันได้รายงานเบื้องบนแล้ว ประกาศข้อมูลของกระจกทองแดงให้กับสื่อ หวังว่าจะสามารถตามหาเบาะแสมากขึ้นได้” เซี่ยตันรู้สึกค่อนข้างช่วยไม่ได้ เธอไม่ได้อยากทำเช่นนี้
เนื่องจาก วัตถุโบราณประหลาดเช่นกระจกทองแดงนี้ แม้ว่าท้ายที่สุดจะปรากฏว่าเป็ของเลียนแบบ แต่ยังคงนำพาความตายมา เรียกได้ว่า มันเป็สิ่งของที่มีความคลุมเครือ
จ้าวอี้ไม่ได้ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ั้แ่เซี่ยตันได้เลือกวิธีนี้ ก็ย่อมผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดมาแล้ว
“ทางผู้เฒ่าสวี่ไม่มีข้อมูลอะไรเหรอ? เฉียนลิ่วเหยล่ะ?”
“ไม่มี ไม่งั้นฉันก็คงไม่รายงานหรอก” เซี่ยตันส่ายหน้า ระดมกำลังคน นี่เป็วิธีที่ไม่มีทางเลือก
โดยปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่างผู้เฒ่าสวี่และเฉียนลิ่วเหย ไม่อาจไม่ได้รับข้อมูลแม้แต่นิดเดียว ที่จริง ก็ไม่มีข้อมูลใดๆจริงๆ
ตอนนี้ทำได้เพียงเท่านี้
นักข่าวมาถ่ายรูป หลังจากนั้นไม่กี่วัน สื่อในประเทศก็ราวกับได้ทำข้อตกลงกัน ตีพิมพ์ข้อมูลในส่วนที่ไม่สะดุดตาไว้ว่า : ทางตำรวจประกาศรางวัล เกี่ยวกับข้อมูลใดๆเกี่ยวกับวัตถุโบราณชิ้นนี้
แต่ไม่ได้ละเอียดมาก และก็ไม่สามารถทำให้ละเอียดได้
แต่ เซี่ยตันเชื่อ ต้องมีคนเห็น และไม่แน่อาจติดต่อพวกเขา
ลานกว้างที่เสียหายได้ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มองไม่ออกเลยว่ามันเคยผ่านการล้างบางมาก่อน
ไม่กี่วันนี้จ้าวอี้ใช้เวลาไปอย่างผ่อนคลาย ศึกษาๆ คดีหนาเตอะได้กร่อนลงกว่าครึ่ง เขารู้สึกว่าตนเองคืบหน้าไม่น้อย
“จ้าวอี้ เตรียมเครื่องแบบทางการ พรุ่งนี้ผู้นำเมือง้าให้พวกเราต้อนรับแขกต่างชาติกับพวกเขา”
การแจ้งกะทันหันของเซี่ยตันทำให้จ้าวอี้ค่อนข้างตกตะลึง
เขารู้ว่างานของสำนักงานวุ่นวายมาก แต่คิดไม่ถึง ว่ายังมีภารกิจต้อนรับแขกต่างประเทศ
“หัวหน้า? เกิดอะไรขึ้น? พวกเรายังต้องมีส่วนร่วมในกิจการต่างประเทศ?” มาถึงออฟฟิศของเซี่ยตัน จ้าวอี้จึงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันก็ไม่แน่ชัด ภารกิจเช่นนี้พวกเราได้รับเป็ครั้งแรก นี่เป็ข้อมูลของแขกที่มาเยี่ยมชม นายลองดูก่อน ส่วนสถานการณ์เฉพาะ ฉันไม่ค่อยแน่ชัด ในเมืองน่าจะมีการจัดการ”
เซี่ยตันส่ายหน้า เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน
ภารกิจเช่นนี้พูดยังไงก็ไม่น่ามาถึงพวกเขา ถ้าสงสัยสถานะของแขกเหล่านี้ ประเทศก็มีสำนักงานรักษาความปลอดภัยคอยรับผิดชอบ
จ้าวอี้พลิกดูข้อมูลฉบับนี้ ข้อมูลไม่หนา บนนั้นเขียนข้อมูลเบื้องต้นของเ้าหน้าที่สำคัญที่มาเยี่ยมชม
“จิ๊ๆ ที่แท้ก็เป็มาร์ควิซแห่งจักรวรรดิอังกฤษ”
จ้าวอี้ยกย่องไปประโยคหนึ่ง ที่จริงเขาไม่ค่อยสนใจฐานันดรมาร์ควิซนี่ จักรวรรดิอังกฤษไม่ใช่ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดินแบบตอนแรกแล้ว มาร์ควิซนี้แค่ฟังครั้งแรกก็รู้สึกมีพลัง ขุนนางระดับสอง แต่ที่จริงสังคมปัจจุบันกลัไม่มีอำนาจมากเท่าไหร่
แอนดริว อายุยี่สิบห้าปี ผู้สืบทอดมาร์ควิซแห่งจักรวรรดิอังกฤษ อาศัยอยู่ในพระราชวังเบลนไฮม์ ปราสาทหลังนี้มีห้องเกือบสองร้อยห้อง ชอบการออกกำลังกายอย่างที่สุด...
บนข้อมูลน้อยนิดเขียนข้อมูลที่สาธารณะก็สามารถค้นหาได้ คนคนนี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในชีวิต
เบ็ตตี้ เพศหญิง อายุสามสิบปี ผู้จัดการมืออาชีพ ปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถูกธุรกิจครอบครัวของแอนดริวจ้างด้วยเงินเดือนสูง CEO ของธุรกิจครอบครัว
“เขาเป็มาร์ควิซดีๆมีความสุขอยู่ที่ประเทษของพวกเขา ทำไมจู่ๆถึงมาหาพวกเราที่นี่?” จ้าวอี้ปิดข้อมูล อดไม่ถามไม่ได้
จากข้อมูลแล้ว ดูไม่ออกว่ามีปัญหาใด
“ใครจะรู้ล่ะ!”
เซี่ยตันยักไหล่ ตอนนี้เธอก็สับสนเช่นกัน
ก๊อกๆๆ...
ประตูถูกเคาะอยู่สองสามครั้ง คนที่เข้ามาคือชายวัยกลางคนสวมแว่นตาดูสง่างาม
“สวัสดี คุณคือหัวหน้าเซี่ยใช่ไหม ผมคือเลขาซ่งของคณะกรรมการเมือง นี่เป็นามบัตรของผม ผมมาที่นี่ เพื่อแจ้งภารกิจต้อนรับของพรุ่งนี้”
เลขาซ่งส่งนามบัตรให้อย่างสุภาพ มองทั้งสองคนยิ้มๆ
ตัวตนของเขาย่อมไม่มีปัญหา ยังไงคนที่รู้จักคนในสำนักงานก็มีไม่มาก เขาสามารถหาที่นี่เจอ ก็แสดงถึงจุดนี้
“ด้วยความเคารพ แผนกของเราต่างไม่เคยมีประสบการณ์ด้านกิจการต่างประเทศ ถ้าเกิดความผิดพลาด เกรงว่าจะไม่ค่อยดี?” เซี่ยตันรับนามบัตร กวาดตามองเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จ้าวอี้ฟังคำตอบของเลขาซ่งอย่างตั้งใจเช่นกัน เขาแปลกใจมาก ว่าทำไมถึงเลือกพวกเขา
“เป็เช่นนี้ มาร์ควิซแอนดริวท่านนั้น ชี้ชัดว่า้ามาชมดูกระจกทองแดงบานนั้นที่พวกคุณได้ประกาศก่อนหน้า เหล่าผู้นำต่างปรึกษากันเล็กน้อย ว่าคำขอนี้ไม่ดีที่จะปฏิเสธ ดังนั้น พวกคุณจึงจำเป็ต้องเข้าร่วมต้อนรับการมาเยี่ยมชมของเขา...”
ท่าทางของเลขาซ่งนุ่มนวลมาก เพียงแต่ความหมายกลับปฏิเสธได้ยาก
“นี่...”
เซี่ยตันมองเขาอย่างอึดอัด คิดแล้วจึงพูด “เลขาซ่งอาจไม่เข้าใจว่าวัตถุโบราณชิ้นนี้ เรียกว่าวัตถุโบราณ ยังไม่ดีเท่าของอัปมงคล ใครที่ััโดนมันต่างจะโชคร้าย ่ไม่กี่วันก่อนตำรวจของเทศบาลเมืองไม่กี่นายได้ััถูกมัน ต่างก็เกิดเื่ สถานะของอีกฝ่ายเป็ที่น่าเคารพ ถ้าเกิดเื่ไม่คาดคิดในประเทศของเรา เกรงว่าจะไม่ค่อยดี?”
“ของอัปมงคล? พวกคุณล้อเล่นรึเปล่า? จงใจใช้เหตุผลเช่นนี้ในการปฏิเสธ?”
เลขาซ่งใ เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับข้อมูลเช่นนี้ จึงใช้สายตาสงสัยมองเซี่ยตัน
“ฉันจะเอาเื่แบบนี้มาล้อเล่นได้ยังไง? ฉันพิจารณาความปลอดภัยของพวกเขา ความปลอดภัยเป็พื้นฐาน จุดนี้ไม่ผิดนี่?” เซี่ยตันโต้ตอบในทันที
“เอาอย่างนี้...พวกคุณยังจำเป็ต้องเข้าร่วมพิธีต้อนรับ เื่นี้ค่อยติดต่อกับพวกเขาภายหลัง พวกเขามาครั้งนี้สำคัญต่อการพัฒนาของเมืองเราอย่างมาก เขานำการลงทุนที่สำคัญต่อผู้นำมาให้” เลขาซ่งพิจารณาเล็กน้อย แล้วตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลเื้ันี้
เซี่ยตันเข้าใจในทันที ไม่แปลกใจที่ครั้งนี้ท่าทางของในเมืองจะแข็งกร้าว
โดยปกติแล้ว เพราะความพิเศษของงานในสำนักงาน ในเทศบาลเมืองจึงไม่อาจยื่นมือเข้ามาได้ แต่ครั้งนี้คำขอที่ค่อนข้างแข็งกร้าว เป็เพราะการลงทุน
พริบตาที่การสร้างเศรษฐกิจเป็สิ่งสำคัญ ทั้งหมดต่างต้องหลีกทางให้เศรษฐกิจ
เซี่ยตันคิด แล้วพยักหน้า “โอเค พวกเราจะเตรียมพร้อม”
“งั้นตกลง พรุ่งนี้สิบโมงเช้า ทางเมืองจะจัดรถมารับพวกคุณ อย่าให้คนของสำนักงานพวกคุณเยอะเกิน โควค้าสี่คน นอกจากนั้น...”
เลขาซ่งยังชี้แจงข้อควรระวังในกิจการต่างประเทศเล็กน้อย เซี่ยตันและจ้าวอี้ต่างฟังอย่างตั้งใจ และยังหยิบสมุดมาจดจุดสำคัญในนั้น ยังไงนี่ก็เป็ครั้งแรก พวกเขาจึงไม่อยากให้เกิดเื่ผิดพลาด
การทูตไม่ใช่เื่เล็ก นี่เป็คำพูดที่โด่งดังของรัฐมนตรีคนแรก
เมื่อเื่เหล่านี้พูดจบ เลขาซ่งจึงคิด และเตือนประโยคสุดท้าย “ถ้าพบเหตุฉุกเฉินอะไร อย่าตัดสินใจด้วยตนเอง ต้องถามหัวหน้าก่อน นี่ก็เพื่อพวกคุณ เท่านี้ล่ะ ผมยังมีธุระ ขอกลับก่อน”
เลขาซ่งรีบร้อนมาและรีบร้อนไป
มองบนสมุดที่จดไว้หลายสิบบรรทัด เซี่ยตันพูดพลางยิ้มขื่น “รู้สึกว่างานต้อนรับแขกต่างชาตินี้ไม่ง่ายเลย ตอนนี้ฉันนับถือนักการทูตเหล่านี้จริงๆ”
“ฉันคิดว่า ให้ความสำคัญกิจกรรมครั้งนี้ขนาดนี้ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนของมาร์ควิซท่านนี้ ยังไง ฉันคิดว่าเป้าหมายของเขาต้องไม่บริสุทธิ์”
พูดเช่นนี้ไม่ใช่การยิงธนูโดยไม่มีเป้า เพราะเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีเป้าหมายอื่น คือมาเพื่อกระจกทองแดง เลขาซ่งก็ได้ยืนยันจุดนี้จากปากของตนเอง
“พรุ่งนี้พวกเราก็จะได้เห็น มา พวกเรามาดูหน่อยว่าใครเหมาะสมในการเข้าร่วม”
