นำข้อมูลที่ติงต้าเผิงรู้ล้วงออกมาอย่างหมดจด ท้ายที่สุดจึงต้องพาเขาส่งกลับไป
“ถ้านายยังคิดอะไรออก สามารถแจ้งทางเรือนจำให้บอกพวกเราได้ ฉันคิดว่าพวกเขาต้องพิจารณาพฤติกรรมของนายแน่นอน”
นั่งรถกลับไป จ้าวอี้ดูออกถึงความไม่สงบของติงต้าเผิง จึงปลอบใจเขาสองประโยค
“หัวหน้า สามารถบอกพัศดีได้ไหมว่าผมมอบตัว แต่บอกภายนอก ว่าผมถูกพวกคุณจับตัวกลับมา?” ติงต้าเผิงมองจ้าวอี้ด้วยความกังวลและหวาดกลัว เขารู้ ว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติให้เสนอคำร้องขอ แต่เรียกได้ว่า ข้อมูลที่เขารู้เป็สิบเบี้ยใกล้มือ
“ตกลง นายกำลังกังวลอะไร?”
จ้าวอี้ตกลงคำขอของเขา
“คุณไม่รู้ ผมรู้สึก ว่าต้องจับพวกเขากลับมาได้ไม่ช้าก็เร็ว ถ้าจับกลับมา ผมก็ไม่มีทางมีชีวิตแล้ว? สุดท้ายสิทธิในการลดโทษก็อยู่ที่พัศดี คุณก็รู้ ผมอยากออกไปเร็วอีกนิด...” บนใบหน้าของเขาค่อนข้างเขินอาย นี่ก็เป็เื่ปกติของคน
พาติงต้าเผิงส่งกลับเรือนจำ ส่งให้ผู้คุม จ้าวอี้จึงพูดเื่ของเขากับพัศดีโดยเฉพาะ ที่เขาสามารถทำได้ มีเพียงเท่านี้ สำหรับทางเรือนจำจะจัดการยังไง นั่นเป็ปัญหาของพวกเขา จ้าวอี้ไม่อาจแทรกแซงได้
“พวกเรายังไม่อาจผ่อนความระแวดระวังได้ชั่วคราว คำพูดของติงต้าเผิงก็ไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมด คนกลุ่มนี้เหี้ยมโหดเกินไป ถ้าอยากจะหันกลับมาโจมตีเราก็ยุ่งยากแล้ว”
คำพูดที่จ้าวอี้พูดกับเซี่ยตัน เขาเตือนเซี่ยตัน เนื่องจาก ถ้าอีกฝ่าย้าแก้แค้น คนแรกต้องเป็เซี่ยตัน
ตอนนี้หมายจับได้ส่งไปทั่วประเทศ ถ้าพวกเขายังอยู่ในประเทศ การจับกุมพวกเขาเป็เพียงปัญหาด้านเวลา จ้าวอี้กลับไม่กังวล ท้ายที่สุดอาชญากรที่หลบหนีมาเจ็ดแปดปี แม้แต่สิบกว่าปีก็ต่างถูกจับมาดำเนินคดี นี่เป็ความก้าวหน้าของยุคสมัย
เพิ่งกลับถึงสำนักงาน หวงอิงก็รออยู่ในออฟฟิศแล้ว
“หัวหน้า พี่เซี่ย วันนี้ตำแหน่งของเครื่องระบุตำแหน่งเปลี่ยนแล้ว!”
เปลี่ยนแล้ว?
ได้ยินข้อมูลนี้ แม้แต่ในใจของจ้าวอี้ก็ยังเกิดคลื่นลม
“ระบุตำแหน่งที่ไหน?”
เซี่ยตันถามอย่างรีบร้อน
เื่นี้ทำให้เธอเกิดความกังวลใจอยู่ตลอดเวลา ได้รับการลงโทษจากเบื้องบน ก็เพราะเื่ของกระจกทองแดงบานนี้
“ตอนเที่ยงวันได้ระบุตำแหน่งเป็สนามบินนครหลวงแห่งประเทศอังกฤษ ฉันมาขอคำแนะนำเล็กน้อย ว่าจำเป็ต้องระบุตำแหน่งครั้งที่สองไหม” หวงอิงตัดสินใจไม่ได้ เครื่องระบุตำแหน่งปล่อยสัญญาณน้อยมาก แต่ถ้าระบุตำแหน่งเป็ประจำ ก็จะมีความเสี่ยงที่รั่วไหล
“ดำเนินการระบุตำแหน่งครั้งที่สอง”
เซี่ยตันอยากและไม่อยากพูด
“พรุ่งนี้ค่อยดำเนินการระบุตำแหน่งเวลาเดิม”
จ้าวอี้พูดช้าไปหนึ่งก้าว ความเห็นตรงกันข้ามกับเซี่ยตันอย่างสิ้นเชิง หวงอิงจึงมองพวกเขาสองคนอย่างอึดอัด เธอไม่รู้ว่าจะฟังใครดี
“เอาล่ะ หวงอิง เธอออกไปก่อน ฟังฉัน”
จ้าวอี้พูดเช่นนี้ แล้วรอให้หวงอิงออกจากห้องไป ถึงจะพูดกับเซี่ยตัน “อย่าเพิ่งรีบร้อน ถ้ารีบร้อนเกินไป จะทำให้การตัดสินของเธอปรากฏความผิดพลาด ตอนนี้พวกเราควรจัดการกับสิ่งที่เปลี่ยนตามวิธีการเดิม นี่ถึงจะเป็วิธีที่ถูกต้อง”
เซี่ยตันสูดหายใจเข้าลึก “ขอโทษ ฉันอารมณ์เสีย นายพูดถูก”
เซี่ยตันที่ฟื้นคืนความสงบย่อมรู้ว่าวิธีไหนถูกต้อง
จ้าวอี้และคนอื่นได้เตรียมตัวออกเดินทางตลอดเวลา เพราะเมื่ออีกฝ่ายปฏิบัติการแล้ว จะต้องเป็การปฏิบัติการที่ใหญ่โตแน่
เป้าหมายของการระบุตำแหน่งวันที่สองคือประเทศที่ลูกหลานของเจงกิสข่านได้ก่อตั้งขึ้น แต่ฐานะบนโลกในทุกวันนี้กลับไม่สูงมาก
คนส่วนมากในสำนักงานต่างรวมตัวกัน คาดเดาที่อยู่ของแอนดริว ตรงหน้าของพวกเขาได้วางแผนที่โลกอันใหญ่ไว้
“ฉันคิดว่าแอนดริวจะกลับมาที่ประเทศของเรา คิดไม่ถึง ว่าเขาจะนำกระจกทองแดงไปที่นี่” เซี่ยตันพูดพลางชี้ไปที่เมืองหลวงของประเทศนั้น
“ถ้ากระจกทองแดงมีความเกี่ยวข้องกับสุสานของเจงกิสข่านจริง ไปที่นี่ก็ไม่แปลก ตามบันทึกประวัติศาสตร์ สถานที่ที่ฝังสุสานของเจงกิสข่านมีความเป็ไปได้สามอย่าง อย่างแรกคือตอนที่เขามีชีวิตอยู่ได้ออกคำสั่งให้ก่อสร้างสุสาน ตำแหน่งนี้น่าจะอยู่ที่ละแวกนครคาราโครัม ที่นี่กลายเป็เมืองหลวงของข่านผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนั้น เลือกสุสานให้อยู่ที่ละแวกนี้เป็เื่ที่สมเหตุสมผล...”
อู๋เยว่พูด ค่อนข้างปากแห้ง จึงดื่มน้ำอึกหนึ่ง แล้วจึงพูดต่อ “ความเป็ไปได้อย่างที่สอง ก็คือตอนนั้นเขาได้เสียชีวิตระหว่างเดินทางไปอาณาจักรเซี่ยตะวันตก ตอนนั้นเป็กลางฤดูร้อนพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้ศพของข่านผู้ยิ่งใหญ่เน่าเปื่อย จึงฝังไว้ที่อาณาจักรเซี่ยตะวันตก นั่นก็คือละแวกเขตแดนของประเทศเรากับ WMG และได้สร้างพระราชวังใต้ดินอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตามกำลังประเทศของเขาในตอนนั้น สามารถประคับประคองได้ ดังนั้นความเป็ไปได้นี้ก็ยังมีอยู่”
“สำหรับอย่างที่สาม คือตามการห่มห่อด้วยฟากฟ้าของชาวมองโกเลียโบราณ ก็คือให้สัตว์นำศพไป ไปที่ไหนก็ไม่มีใครสน ท้ายที่สุดศพก็จะไม่สามารถค้นพบ เพียงแต่การห่มห่อด้วยฟากฟ้านี้ถูกคิดว่าเป็ไปได้น้อยมากในแวดวงประวัติศาสตร์ เพราะคุณูปการของเจงกิสข่าน ในชนกลุ่มน้อยมองโกล เรียกได้ว่าไม่เป็สองรองใคร อีกทั้ง ชนกลุ่มน้อยมองโกลยังมีคนกลุ่มหนึ่งเรียกตนเองว่าผู้พิทักษ์สุสานเจงกิสข่าน นี่ก็เป็หนึ่งในเหตุผลของความเป็ไปได้อย่างที่สามที่เล็กที่สุด”
อู๋เยว่พูดจาฉะฉาน เธอไม่ได้จัดการคดีทั้งหมดอย่างง่ายๆ แต่เป็มือดีในการจำแนกเอกสารทางประวัติศาสตร์เช่นกัน เรียกได้ว่าทุกคนในสำนักงานต่างมีทักษะที่เป็เอกลักษณ์
หวงอิงถามอย่างงุนงง “พี่เยว่ ไม่ได้มีสุสานเจงกิสข่านเหรอ? นั่นไม่ใช่สุสานของเขาเหรอ? เป็สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังน่ะ?”
อู๋เยว่ฟังแล้วจึงหัวเราะร่า “นั่นเป็ของปลอม เป็เพียงอนุสาวรีย์ของเขา จุดนี้ เพื่อนชาวมองโกลต่างรู้ดี เป็เพียงการหลอกลวงพวกเรา”
“ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางให้ดี คราวนี้คนที่ไปอาจไม่น้อย รอจนการระบุตำแหน่งครั้งสุดท้ายพรุ่งนี้ พวกเราค่อยออกเดินทาง”
จ้าวอี้ออกคำสั่งเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็ยังไง ก็ต้องปฏิบัติการ ถึงจะสามารถตามหาความลับที่ซ่อนอยู่ของกระจกทองแดงบานนี้
ทุกคนต่างเตรียมสิ่งของที่จำเป็ของแต่ละคนในการออกเดินทาง
จ้าวอี้กและเซี่ยตันอยู่ในออฟฟิศวางแผนการสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์
“จ้าวอี้ นายว่าถ้าไม่ได้อยู่ในประเทศของเราจริง พวกเราจะออกไปไขคดีที่ต่างประเทศ?” เซี่ยตันค่อนข้างสงสัย
“นี่แน่นอน พวกเรายืนยันเป้าหมายของแอนดริวไม่ได้ ย่อมทำได้เพียงตามพฤติกรรมของเขา แม้จะไม่ใช่เพราะประเทศของเราไม่สะดวก แต่ก็ไม่มีอะไรใหญ่เกินไป เป้าหมายของเราไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่เพื่อนำคนที่ส่งกระจกทองแดงออกมา เจตนาแท้จริงของคนคนนี้ยากที่จะหยั่งรู้”
ความมั่งคั่งดึงดูดคนอย่างมากแน่นอน แต่สำหรับประเทศจีนอันยิ่งใหญ่ กลับมีก็ได้ไม่มีก็ได้ ถ้ามี ก็เป็ที่พึงพอใจ ถ้าไม่มี ก็ไม่มีผลอะไร
“ที่นายพูดก็ถูก”
เซี่ยตันเห็นด้วยกับความคิดของจ้าวอี้
“ที่จริง ในเวลาสำคัญ พวกเรายังมีผู้สนับสนุน อย่างเช่นถ้าพบเหตุการณ์อาชญากรรมจริง สามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องที่ได้” จ้าวอี้ไม่ได้กังวลว่าจำนวนผู้กระทำผิดและอาวุธจะมากกว่าพวกเขา เพราะประเทศใดๆก็ไม่อาจอนุญาตให้สิ่งดำมืดมาขยายวงมากเกินไป แม้อยู่ในประเทศเกาะประหลาดนั่น องค์กรใต้ดินก็ได้ถูกลงบันทึกอย่างเปิดเผย แต่สิ่งที่ตัดสินชะตาของประเทศ ไม่ใช่พวกเขา แต่เป็คนที่มีอำนาจเงิน
“คราวนี้นายเลือกคนที่ออกเดินทางรึยัง?”
“รายชื่อขั้นต้นได้ยืนยันแล้ว เธอลองดูว่ามีอะไรต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมไหม?”
จ้าวอี้นำรายชื่อร่างส่งให้เซี่ยตัน เฉินตง เจี่ยจ้าวิ อู๋เยว่ หวงอิง สามเณรสิงเฉิน ผู้เฒ่าสวี่ต่างอยู่ในลิสต์ เรียกได้ว่า ทั้งหน่วย B ออกปฏิบัติการเต็มกำลัง
อู๋เยว่ ดูแล้วเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ ในบรรดาทุกคนมีเพียงเธอที่สามารถพูดภาษามองโกลได้อย่างคล่องแคล่ว ล่ามเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้
เฉินตงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็กองกำลังที่สำคัญ เจี่ยจ้าวิเป็แพทย์ ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินก็จะรักษาได้ทันที ผู้เฒ่าสวี่เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านโจรขโมยสุสาน คราวนี้มีความเกี่ยวข้องกับสุสาน ไม่แน่อาจ้ากำลังในการลงมือของเขา สามเณรสิงเฉินขับไล่สิ่งชั่วร้าย สามารถลดการาเ็ที่ไม่คาดคิดได้ นี่ต่างเป็คนที่ขาดไม่ได้
คนเหล่านี้เซี่ยตันไม่มีความเห็นอะไร เซี่ยตันเพียงแต่กังวลการทำงานนอกสถานที่ของหวงอิง
“หวงอิงไม่เหมาะสมรึเปล่า นายก็รู้ หัวใจเธอไม่แข็งแรง ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไร จะเกิดผลกระทบที่พวกเราไม่สามารถแบกรับได้”
“จุดนี้ฉันได้พิจารณาแล้ว เพียงแต่พวกเรา้าความช่วยเหลือทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ของเธอ เธอเป็ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ สำหรับที่เธอพูดว่าอุบัติเหตุ พวกเราสามารถเช่ารถลีมูซีนสักคันในท้องถิ่นได้ เพื่อลดความเหน็ดเหนื่อยของเธอ น่าจะไม่เกิดปัญหาอะไร” จ้าวอี้ได้พิจารณาร่างกายของหวงอิงอย่างรอบคอบแล้ว แต่ไม่มีเหตุผลที่ทำให้เธอไม่ไปไม่ได้
เซี่ยตันไม่ได้ปฏิเสธ โดยแก่นแท้แล้ว ตอนนี้เธอไม่ใช่หัวหน้าหน่วย อำนาจการตัดสินใจท้ายที่สุดก็อยู่ในมือจ้าวอี้
ยืนยันว่ารายชื่อไม่มีข้อสงสัย สองคนจึงไปที่สาขาย่อยของสำนักงานรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของเมือง J ยังไงเมื่อรวมไปถึงอารออกนอกประเทศ ไม่เพียงแต่ต้องรายงานสักหน่อย เช่นเดียวกัน ก็จำเป็ต้องได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศด้วย ไม่อย่างนั้น ก็จะพกอาวุธออกนอกเขตแดนประเทศไม่ได้
ได้ยินว่าปฏิบัติการคราวนี้ของพวกจ้าวอี้ เบื้องบนได้ให้ความสนใจมากอย่างคาดไม่ถึง
เบื้องบนได้ให้สัญญา ถ้าอยู่ในเขตแดน แล้วพบกำลังที่ไม่อาจต้านทาน สามารถโอนย้ายกองทหารรักษาการณ์ท้องถิ่นไปดำเนินการสนับสนุนได้ ถ้าเป็นอกพรมแดน ปัญหาในด้านอาวุธสามารถให้สถานทูตแก้ไขได้
สถานทูตประจำการของทุกประเทศ ไม่ได้มีเพียงหน้าที่ทางการทูตอย่างเดียว แต่ยังคงมีภารกิจลับ นั่นก็คือเป็หูตาคอยสอดแนม องค์กรเช่นนี้ โดยปกติย่อมสามารถจัดหาอาวุธให้ได้
เที่ยงของวันที่สอง ดำเนินการระบุตำแหน่งอีกครั้ง ตำแหน่งของกระจกทองแดงยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ขยับไปตามพรมแดนระหว่างสองประเทศ
จ้าวอี้ทราบ ว่าไม่สามารถยื้อต่อไปได้แล้ว จึงรีบประกาศรายชื่อออกเดินทางทันที
สาวน้อยหวงอิงตื่นเต้นอย่างผิดปกติ ดึงแขนของเซี่ยตันแล้วพูดไม่หยุด “พี่เซี่ยๆ ฉันสามารถตามไปออกนอกสถานที่ได้จริงเหรอ? เยี่ยมมาก! นี่อาจเป็ครั้งแรกของฉันที่ได้ออกนอกสถานที่ ฉันต้องถ่ายรูปเยอะมากแน่ๆ!”
หวงอิงที่ตื่นเต้นพูดอย่างค่อนข้างสะเปะสะปะ เซี่ยตันแตะจมูกของเธอเล็กน้อย แล้วพูดอย่างค่อนข้างตามใจ “ลืมการรักษาความลับของการออกปฏิบัติภารกิจแล้วเหรอ? ยังจะถ่ายรูปอีก ระวังจะละเมิดวินัย”
“ใช่แล้ว ฉันลืมไปเลย แต่นั่นก็ไม่มีปัญหา ฉันคิดก่อนว่ามีของอะไรต้องพกไป?”
หวงอิงพูดอย่างสลดใจ แล้วคืนความตื่นเต้นในทันที สาวน้อยที่น่าสงสารคิดว่าคราวนี้จะไม่มีส่วนของเธออีกเช่นเคย จึงไม่ได้เตรียมตัวใดๆ เซี่ยตันทนดูไม่ไหว จึงช่วยเธอจัดการ
“ยานี้อย่าลืมเอาไป...”
จ้าวอี้ไม่ได้ให้เวลาพวกเขามาก หลังจากหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ได้เดินไปที่เครื่องบินทหารที่ลานหญ้ากว้าง
ตามการตัดสินเส้นทาง เป้าหมายแรกของแอนดริวใกล้เคียงกับความเป็ไปได้อย่างที่สองที่หวงอิงพูด อยู่ในละแวกพรมแดนของสองประเทศ
จ้าวอี้คิดดีแล้ว ถ้าสิ้นสุดเขตแดนประเทศ แล้วพวกเขาแอบลักลอบข้ามพรมแดน จะต้องถูกพบตัวแน่ ผลลัพธ์อย่างมากก็คือส่งกลับ สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีอะไรใหญ่เกินไป
เครื่องบินได้บินอย่างสงบมาเป็เวลาสองสามชั่วโมง แล้วลงจอดบนลานกว้างแห่งหนึ่งของฐานทัพทหาร
รถได้ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่พวกเขาต้องทำ ก็คือนำสิ่งของต่างๆของตนไว้บนรถ ไม่นานก็เตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้ง
จ้าวอี้กำลังคิดว่ายังขาดอะไรอีก ทันใดนั้นไหล่ของเขาก็ถูกคนตบเล็กน้อย
“จ้าวอี้!”
น้ำเสียงคุ้นเคยทำให้จ้าวอี้ใ ที่แท้คือเจี่ยงจาวตี้
“เธออยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ฉันเป็คนขับเครื่องบินทหาร ไม่รู้เหรอ? เบื้องบนได้พิจารณาว่ากำลังคนของนายไม่พอ จึงตั้งใจให้ฉันย้ายมาเป็ผู้ช่วยของนาย เป็ไง ดีใจไหม? ใไหม?”
พูดไป เจี่ยงจาวตี้ก็หัวเราะขึ้นมา
