ระหว่างไตร่ตรอง สายตาของจ้าวอี้ก็ตกลงบนตุ๊กตาตัวตลกนี่
ในห้องนี้ มีเพียงตุ๊กตาตัวตลกที่ผิดปกติ
เพราะผู้ชายคนหนึ่ง โดยเฉพาะชายวัยกลางคน น่าจะมีน้อยคนที่ชอบตุ๊กตาที่เหมือนกับตัวเอง?
นึกถึงตรงนี้ จ้าวอี้ก็จับตุ๊กตาเล็กน้อย ตุ๊กตาไม่นิ่ม ด้านในแข็งตึง
ใจเต้น จ้าวอี้หยิบกริชที่พกติดตัวออกมา กรีดไปที่ด้านหลังตุ๊กตาตัวนี้ สิ่งทั้งหมดด้านในเผยออกมาต่อหน้าทุกคนในทันที
อุ๊บ...
จ้าวอี้อาเจียน
สำหรับเขาที่เห็นความเป็ความตายในสนามรบมาจนชิน เคยชินกับศพต่างๆนานา และฉากคนนองเื แต่ตอนนี้กลับอาเจียน ถูกฉากน่าขยะแขยงตรงหน้าทำให้อาเจียนออกมา
นี่เป็ภาพน่าขยะแขยงอะไรกัน
ด้านในของตุ๊กตากลับไม่ใช่ปุยฝ้ายอย่างที่จินตนาการ แต่เป็ลักษณะเฉพาะที่สองของเพศหญิง วางอย่างเป็ระเบียบอยู่ตรงนั้น สิ่งเดียวที่ต่างก็คือ ด้านล่างสุด ชิ้นส่วนของเพศชายโชกเืหนึ่งชิ้น นี่เห็นได้ชัดว่าเป็ส่วนร่างกายของผู้ฝึกสัตว์ที่หายไป ฉากนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าจ้าวอี้
เห็นได้ชัด ว่านอกจากส่วนนั้นของผู้ฝึกสัตว์ ชิ้นส่วนอื่นๆด้านในต่างถูกจัดการโดยเฉพาะ ไม่มีร่องรอยของความเน่าเปื่อย
และขณะเดียวกันจ้าวอี้ก็พบซิป ที่ใต้เท้าของตุ๊กตา สีเดียวกับผิวของตุ๊กตา ไม่แปลกใจที่คนภายนอกจะมองไม่ออก
จ้าวอี้เข้าใจแล้ว ว่าเมื่อตัวตลกฆ่าคนเสร็จ หลังจากนั้นจึงใช้ยาน้ำพิเศษจัดการ ดังนั้นสุนัขตำรวจจึงไม่ได้กลิ่น เขาทำเช่นนี้ภายใต้สายตาของสมาชิกคณะละครสัตว์ นำสิ่งของโหดร้ายเหล่านี้ขนไปขนมา ไม่แปลกใจที่จะไม่มีใครค้นพบ
เสียงสำรอกลอดผ่านมาจากด้านหลังของจ้าวอี้ เห็นได้ชัดว่าฉากนี้ไม่ได้น่าสะอิดสะเอียดสำหรับจ้าวอี้คนเดียว
“เดรัจฉานจริงๆ!”
เจี่ยงจาวตี้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองฉากนี้
เมื่อมองจำนวนของด้านในแล้ว เหยื่อรวมกันน่าจะอย่างน้อยสิบราย การฆาตกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ ดำเนินมาจนถึงวันนี้ จึงถือว่าได้ค้นพบฆาตกรอย่างแท้จริง
แค่ค้นพบไม่เพียงพอ ยังต้องจับเขามาลงโทษ ถึงจะเป็หลักการที่ถูกต้อง
“นิติเวชมาถึงรึยัง? หลังเขามาให้เขานำสิ่งเหล่านี้ผนึกทันที คนอื่นอย่าขยับสิ่งของด้านใน จ้าวอี้ นายว่าไอเวรนี่ตอนนี้อยู่ที่ไหน?” สีหน้าของเจี่ยงจาวตี้ซีดขาว สีหน้าของคนอื่นก็แย่ไม่ต่างกัน
“พูดยาก ตอนนี้คนคนนี้ได้เสียสติไปแล้ว หรือว่าเมื่อตอนบ่ายที่ไปสอบปากคำทำให้เขารู้ว่าตนเองถูกเปิดเผยแล้ว? เป็ไปได้อย่างมากที่จะเป็เช่นนี้ ไม่แน่เขาอาจยังคงก่อคดีอย่างต่อเนื่อง คนคนนี้บ้าไปแล้ว” สีหน้าจ้าวอี้เคร่งเครียด การเสียชีวิตของผู้ฝึกสัตว์ แสดงว่าคนคนนี้ไม่ได้ลงมือเพียงกับผู้หญิงเท่านั้นแล้ว
นี่แสดงว่าเขายิ่งอันตราย!
“เสือของฉัน! ช้างของฉัน! อ๊า...”
ทันใดนั้น ด้านนอกก็มีเสียงร้องไห้ที่สะท้านฟ้าะเืดินของหัวหน้าคณะลอดผ่านมา
เกิดเื่อะไรอีก?
จ้าวอี้และคนอื่นรีบออกจากห้อง ก็เห็นหัวหน้าคณะล้มลงตรงหน้ากรง ประตูกรงถูกเปิดออก เขาร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล
ชายชราอายุห้าสิบกว่าปีคนหนึ่ง ร้องไห้เช่นนี้ ต้องเสียใจอย่างที่สุดจริงๆ
เดินเข้ามาแล้วเห็น พวกจ้าวอี้ก็เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าคณะคนนี้ถึงเสียใจขนาดนี้ เพราะว่า จนถึงตอนนี้สัตว์ทั้งหมด ยังคงนอนไม่ขยับอยู่ตรงนั้น
โดยทั่วไป ในสภาพแวดล้อมเสียงดังเช่นนี้ เกรงว่าเหล่าสัตว์ต้องตื่นตั้งนานแล้ว แต่ ยังคงไม่ขยับแม้แต่น้อย
สัตว์ทั้งหมด ได้ตายหมดแล้ว!
“หานซ่านเฉิง! แกไอสารเลว! ฉันจะฆ่าแก! ฆ่าแก!”
ทันใดนั้น หัวหน้าคณะก็ยืนขึ้น สองตาที่กลายเป็สีแดงกวาดตาหารอบด้าน ราวกับกำลังหาใครบางคน!
ไม่ต้องคิด การเสียชีวิตของสัตว์ทั้งหมดที่นี่ ต้องเกี่ยวข้องกับหานซ่านเฉิง
“คุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน?”
จ้าวอี้ถามในทันที
หัวหน้าคณะชะงัก ทันใดก็ล้มนั่งลงบนพื้น แล้วร้องไห้โฮต่อ “ไอเลวเอ๊ย สารเลว นี่เป็งานทั้งชีวิตของฉัน!”
การเสียชีวิตของสัตว์ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าคณะละครสัตว์นี้ได้เดินมาถึงจุดจบแล้ว แม้ว่าเขาจะสามารถเลี้ยงสัตว์ที่ฝึกฝนอย่างดีอีกครั้ง ก็ต้องใช้เวลานาน?
ยิ่งกว่านี้ การเสียชีวิตของสัตว์ทั้งหมดในครั้งนี้ จะสามารถอนุมัติใบอนุญาตให้เขาอีกครั้งไหม ก็เป็อีกปัญหาหนึ่ง
“อย่าร้องไห้เลย ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจับเขามาลงโทษ ลองบอกว่าแท้จริงแล้วเขาเป็คนยังไง มาถึงตอนนี้ คุณต้องไม่มีการปิดบังอะไรแม้แต่น้อย สำหรับความคุ้นเคยของคุณต่อเขา นึกออกไหมว่าเขาสามารถไปที่ไหน?” เจี่ยงจาวตี้ชักจูงหัวหน้าคณะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะให้เขามาร้องไห้
"ผมไม่รู้ ตอนนี้ผมเพิ่งค้นพบ ว่าผมไม่รู้จักเขาแม้แต่น้อย?"
หัวหน้าคณะปาดน้ำตา ยืนขึ้นพร้อมน้ำตา
“งั้นพูดถึงเขาคนนี้ก่อนแล้วกัน?”
หัวหน้าคณะไม่รู้ที่อยู่ของเขา จุดนี้ทุกคนต่างไม่แปลกใจ
คิดดูแล้ว หัวหน้าคณะจึงพูด “ตอนที่เขายังเด็กมา ผมก็รับเขามาเลี้ยง ไม่เพี้ยงแค่เขา ยังมีเด็กอีกสองสามคน ผมเปลี่ยนชื่อให้พวกเขา ให้ใช้แซ่หานเหมือนผม ตามลำดับชั้นครอบครัวของบ้านเก่าผม พวกเขามีชื่อกลางว่าซ่าน ผมไม่รู้ว่าเขามีจิตใจเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่ น่าจะเป็เพราะปกติแล้วผมมักเข้มงวดกับเขาเกินไปล่ะมั้ง?”
“อ้อ? เขาอายุสามสิบแล้ว ทำไมยังไม่มีครอบครัว?”
เซี่ยตันจดบันทึก ขณะเดียวกันก็ถามขึ้น เธอคิดว่า ถ้าหัวหน้าคณะเลี้ยงดูเขามาด้วยใจจริง ให้เขาได้มีครอบครัว เื่อาจไม่มาถึงขั้นนี้
“งานของพวกเราไม่แน่นอน กำไรไม่กี่ปีนี้ก็ไม่ดี นี่ช้าไปรึเปล่า? ไอสารเลวน้อยนี่ ผมเคี่ยวเข็นให้เขาเติบโต เขากลับตอบแทนผมแบบนี้ เด็กๆของผม” หัวหน้าคณะพูดเหตุผลตะกุกตะกัก ยังนึกถึงสัตว์ของตน และอดไม่ได้ที่จะด่าไปประโยคหนึ่ง
“งั้นตอนนี้คุณลองคิดดู ่ไม่กี่ปีนี้เขาแสดงท่าทางอะไรแปลกๆไหม?”
เซี่ยตันถามต่อ พยายามเข้าใจคนคนนี้สักหน่อย
“แสดงท่าทางแปลกๆเหรอ ั้แ่เด็กเขาก็ไม่ค่อยช่างพูด นอกจากกายกรรม เวลาส่วนมากมักชอบอยู่คนเดียว และไม่สนิทกับเหล่าพี่น้องเ่าั้ ไม่กี่ปีนี้ก็เป็เช่นนี้ ผมไม่พบอะไรผิดปกติ”
“…”
จ้าวอี้ฟังเซี่ยตันถามคำถาม คำตอบของหัวหน้าคณะนับว่าค่อนข้างละเอียด เพียงแต่เบาะแสที่มีประโยชน์มีไม่มาก
เขามองออกแล้ว ว่าในใจของหัวหน้าคณะคนนี้เกรงว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูคนเหล่านี้ อย่างมากก็แค่ใช้พวกเขาเป็เครื่องมือทำมาหากินเท่านั้น ฉันเลี้ยงดูเธอมา เธอก็ควรทำงานให้ฉัน อย่างน้อย สัตว์เ่าั้ที่ตายไป หัวหน้าคณะก็ยังพูดถึงไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง แต่ผู้ฝึกสัตว์ที่เพิ่งเสียชีวิตไป กลับไม่พูดถึงสักครั้ง จนกระทั่งเซี่ยตันถามคำถาม
“คุณรู้ไหมว่าระหว่างผู้ฝึกสัตว์กับตัวตลกพวกเขามีความขัดแย้งอะไรรึเปล่า? ปกติแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ดีเป็พิเศษรึเปล่า?”
“นี่...น่าจะไม่มี ผมไม่เคยเห็น ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา น่าจะค่อนข้างไม่เลว ยังไงพวกเขาสองคนก็มีเวลาเข้าเวรตอนกลางคืนมากที่สุด ผมคิดว่าความสัมพันธ์น่าจะไม่เลว” คำพูดของหัวหน้าคณะไม่สามารถทำให้พวกเซี่ยตันเชื่อ แค่พอฟังได้เท่านั้น จำเป็ต้องได้รับการยืนยันจากคนอื่นในคณะละครสัตว์
“ผบ. คนของแผนกคมนาคมโทรศัพท์เข้ามา พวกเขาพบร่องรอยของเป้าหมายแล้ว!” ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาทันที หยิบโทรศัพท์มา พูดประโยคหนึ่งกับเจี่ยงจาวตี้
บนหน้าของทุกคนเผยความยินดี นี่เป็ข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน! ได้...ได้...ฉันรู้แล้ว พวกคุณตามหาร่องรอยของเขาต่อ นี่เป็อาชญากรรมที่อันตรายที่สุด จำเป็ต้องรวบรวมสติให้มากกว่าร้อยเปอร์เซ็น! พบร่องรอยใหม่ ให้รีบโทรหาฉัน”
เจี่ยงจาวตี้พูดอยู่ประมาณสองสามนาที จากนั้นก็วางสาย “ก่อนหน้าที่จะหายตัวประมาณหนึ่งชั่วโมง ตัวตลกหานซ่านเฉิงปรากฏตัวที่ถนนเส้นนี้ ถูกกล้องวงจรปิดของที่นี่ถ่ายใบหน้าของเขาไว้”
บนตัวของเธอพกแผนที่เมืองติดตัวไว้ไม่ห่าง นิ้วมือชี้ไปที่บนนั้นอย่างแม่นยำ
“ที่นี่คือ...ละแวกโรงพยาบาล? เขากลับไปอีก?”
จ้าวอี้ขมวดคิ้ว ค่อนข้างไม่เข้าใจความคิดของตัวตลกหานซ่านเฉิง
“ไม่ว่าจะยังไง พวกเราก็ต้องรีบกลับไป ในโรงพยาบาลมีพวกเราเพียงสองคน เฉินตงและเสี่ยวเฝิง เกรงว่ากำลังคนจะไม่พอจะจับเขา” เสี่ยวเฝิงคนนี้ ก็คือคนที่ก่อนจ้าวอี้ออกจากโรงพยาบาล ได้จัดเตรียมให้เฝ้าดูช่างแต่งหน้า
คนที่เหลือไม่กี่คนอยู่ที่สนามกีฬา ที่นี่เป็สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม ย่อมไม่สามารถละทิ้ง คนอื่นๆขับรถรีบไปที่โรงพยาบาล
จ้าวอี้ขับรถตำรวจอย่างตั้งอกตั้งใจ เปิดไซเรนอย่างรวดเร็ว ไฟแดงสองสามอันพุ่งตรงไป ข้อมูลของแผนกคมนาคมเป็่ครึ่งชั่วโมงก่อน จ้าวอี้และคนอื่นจำเป็ต้องต่อสู้ทุกนาที!
“หรือว่าคนคนนี้คิดว่าพวกเราไม่พบการปลอมตัวของเขา? ยังคิดจะปิดฟ้าข้ามทะเล[1]? ถ้าเป็เช่นนี้ พวกเราก็สามารถจับเขาได้ในห้องผู้ป่วยพอดี” เซี่ยตันพิจารณา แล้วพูดเช่นนี้ทันที
“ดีที่สุดคือแบบนี้ ไม่งั้นเขาที่เก่งในการปลอมตัว ถ้าคิดจะหลบซ่อนจริงๆ พวกเราคงจับเขาได้ยาก โทรหาเฉินตงรึยัง? ถ้าเขาพบตัวตลก อย่าเพิ่งรีบลงมือ คอยจับตาดูเขาก่อน รอพวกเรากลับไป ค่อยจับเขา” เจี่ยงจาวตี้คิดถึงปัญหานี้
“โทรไปแล้ว” เซี่ยตันทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ และนึกถึงขั้นนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
รถตำรวจเพิ่งจอดอย่างมั่นคง สองสามคนก็พุ่งออกไป วิ่งไปทางประตูใหญ่ของโรงพยาบาล
เร็วเกินไป อีกนิดก็เกือบกระแทกผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกจากประตูมา โชคดีที่จ้าวอี้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แล้วหลีกไป
ตรงไปที่แผนกผู้ป่วยใน เฉินตงเดินไปเดินมาอยู่ด้านหน้าห้องผู้ป่วยอย่างไม่สงบ
“พวกเธอมาแล้ว ตัวตลกคนนั้นไม่ได้กลับมา”
เฉินตงไม่รอให้พวกเขาพูด แล้วชิงตอบกลับไปก่อน
เซี่ยตันยังคงผลักประตูห้องผู้ป่วย ตามคาด ที่นี่เหมือนกับเหตุการณ์ตอนที่พวกเขาจากไป
“คนจากแผนกคมนาคมบอกว่าเขาได้กลับมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้เป็เวลาสี่สิบห้านาทีแล้ว พวกเธอว่า เขามาที่โรงพยาบาล ถ้าไม่กลับมาที่ห้องผู้ป่วยของตนเอง แล้วจะทำอะไร?” จ้าวอี้ถามคำถามนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
ในความคิดของเขา ถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษ ถ้างั้นตัวตลกก็สามารถหลบซ่อนตัวได้แล้ว ไม่จำเป็ต้องกลับมาโรงพยาบาล
ทุกคนคิดไม่ออกเช่นกัน
“พวกนายว่า เขาฆ่าผู้ฝึกสัตว์ในสนามกีฬา เป็ไปได้ไหม ที่เป้าหมายต่อไปของเขาคือช่างแต่งหน้า?” เซี่ยตันพูดอย่างลังเล นี่เป็เพียงการคาดเดาของเธฮ
“เป็ไปได้มาก! พวกเราไปกัน!”
จ้าวอี้วิ่งเหยาะๆไปด้านหน้า ระยะห่างของห้องผู้ป่วยสองคนค่อนข้างไกล อย่างไรก็ตามห้องผู้ป่วยคนหนึ่งเป็ห้องเดี่ยว อีกคนเป็ห้องผู้ป่วยหกคนแบบธรรมดา ไม่อยู่บริเวณเดียวกันก็เป็เื่ปกติ
เสี่ยวเฝิงที่คอยจับตามองฟุบอยู่บนโต๊ะเคาน์เตอร์พยาบาลไม่ขยับแม้แต่น้อย พยาบาลที่เข้าเวรอยู่ด้านข้างเล่นคอมพิวเตอร์
“เสี่ยวเฝิง! เสี่ยวเฝิง!”
จ้าวอี้เรียกสองคำ เสี่ยวเฝิงไม่ตอบรับใดๆ
ใจของทุกคนหล่นวูบ เสี่ยวเฝิงคนนี้คงไม่เกิดเื่หรอกมั้ง?
จ้าวอี้ผลักๆเขา ยังคงไม่ขยับ ยกหัวของเขาขึ้น ถ้าถูกฆ่าจริง น่าจะถูกปาดที่คอ
ดีที่ คอของเขายังไม่บุบสลาย
ตรวจสอบลมหายใจเล็กน้อย ยังปกติ
ทุกคนต่างถอนใจโล่งอก! ยังดี เขาไม่ได้ตาย
ทันใดนั้น เจี่ยงจาวตี้ก็โกรธมาก! ไม่ได้ตาย ก็แปลว่าหลับสนิทมาก แม้แต่เรียกก็ยังไม่ตื่น ต้องรู้ว่า เขายังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่
พวกเขาวุ่นวายกันเกือบทั้งคืน แต่เสี่ยวเฝิงคนนี้กลับนอนหลับอยู่ตรงนี้!
ด้านข้างมีแก้วน้ำแก้วหนึ่ง เจี่ยงจาวตี้ยกมันขึ้นมาแล้วเทไปบนหัวของเขา!
ใครให้นายหลับ!
[1] ปิดฟ้าข้ามทะเล เป็หนึ่งในกลยุทธ์สามก๊ก หมายถึง การบุกเข้าโจมตีศัตรูโดยที่ศัตรูไม่ทันรู้ตัวและตั้งระวังทัพได้ทัน เป็การปกปิด อำพราง ซ่อนเร้น นับเป็กลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการทำศึกา
