นับว่าเื่นี้ถูกปิดฉากลงไปชั่วคราว ผู้ช่วยช่างทำพร็อพคนนั้นได้รับเงินจำนวนหนึ่งทั้งยังไม่ถูกไต่สวนต่อ เขาจึงตกลงจะให้ความร่วมมือด้วยความยินดี ส่วนเฉินเจวี๋ยก็พาฉินซีกลับไปยังเมืองหนิงชื่อ ซีนของฉินซีถูกถ่ายทำเสร็จสิ้นทั้งหมด ตอนนี้กองถ่ายตำนานยุคฉินเองก็ประกาศออกไปแล้วว่า ฉินซีได้รับาเ็จากความผิดพลาดของพร็อพในกองถ่าย ทำให้ไม่สามารถถ่ายทำต่อไปได้ จากนั้นก็ถูกส่งตัวกลับเมืองหนิงชื่อไปในข้ามคืน เหล่านักข่าวได้ยินดังนั้นก็แทบคลั่งไปตามๆ กัน นี่มันข่าวใหม่ที่ใหญ่มากเลยนะ!
ต้องบอกก่อนว่าผู้ควบคุมการผลิต และผู้กำกับของตำนานยุคฉินถือว่ามีระดับสูงมาก แต่ในกองถ่ายของพวกเขายังเกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาได้ เหล่านักข่าวต่างก็อยากจะเอาไมโครโฟนไปจ่อถามผู้ควบคุมการผลิตและผู้กำกับเสียตอนนี้ว่า “ไม่ทราบว่าพวกคุณมีความคิดเห็นอย่างไร?”
บรรดาสื่อมวลชนต่างก็คิดว่าฉินซีเป็คนที่นำพาหัวข้อข่าวมามากมาย เขายังไม่ทันได้เปิดตัวอย่างเป็ทางการ ก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับหัวข้อข่าวมากมายขนาดนี้แล้ว ในแต่ละหัวข่าวต่างก็มีเงาของเขาปรากฏอยู่ คนแบบนี้ แม้จะตกสู่สถานการณ์ไร้หนทางก็ยังสามารถพลิกตัวกลับมาได้ ถ้าเขาไม่ดัง ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว?
คนกลุ่มหนึ่งจึงบุกไปยังโรงพยาบาลที่ได้ยินว่าฉินซีถูกส่งตัวไปพักรักษาตัว
แต่ในตอนนี้ ฉินซีกลับกำลังตามเฉินเจวี๋ยกลับไปยังคฤหาสน์เงียบๆ
“คุณไม่ได้ไปที่สถานที่ถ่ายทำเพราะมีธุระหรอกเหรอครับ? ทำไมถึงกลับมากับผมเร็วขนาดนี้ล่ะ?” ฉินซีไม่เข้าใจเป็อย่างมาก
“การพานายไปก็คือธุระของฉัน” เฉินเจวี๋ยพูดขึ้นด้วยความสงบนิ่ง
ฉินซีรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ
เมื่อการถ่ายทำตำนานยุคฉินจบลง ผู้กำกับเฝิงผิงเฉิงก็โพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆ ในตอนที่ฉินซียืนหยัดถ่ายทำต่อแม้จะมีรอยาแลงไปในเวยป๋อของตัวเอง และบอกว่าฉินซีเป็ลมไปในตอนสุดท้าย กล่าวรวมๆ ก็คือเอ่ยชมเขาด้วยเื่นี้ ในตอนนั้นความทุ่มเทให้กับงานของฉินซี ทำให้แฟนคลับหลั่งน้ำตาด้วยความซึ้งใจไปไม่น้อย แม้แต่คนที่ผ่านมาเห็นก็ยังต้องชื่นชมในจิติญญาของเขา คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นักแสดงที่ดีขนาดนี้ ดังนั้นก็เลยแสดงท่าทีว่าจะเป็แฟนคลับของเขากัน...
ไม่ว่าในเวยป๋อจะเล่าลือกันไปอย่างไร ฉินซีก็เปิดเวยป๋อของตัวเองขึ้นมาโพสต์ข้อความลงไป
ฉินซีอาซี ‘หวังว่าจะรักษาร่างกายให้ดีก่อนเริ่มถ่ายทำเื่ [ต้นกล้า] ของ @ผู้กำกับหลี่ซิ่ว นะครับ’
ความจริงประโยคนี้ฉินซีไม่ได้หมายถึงอาการาเ็ในกองถ่ายตำนานยุคฉิน แต่เขาหมายถึงร่างกายที่่นี้ค่อนข้างอ่อนแอ และต้องกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายออก เมื่อถึงเวลาจะได้เหมาะกับการเป็โจวกู่ในเื่ต้นกล้าเสียหน่อย เด็กชายคนนั้นเติบโตขึ้นจากป่าใหญ่ ดังนั้นจึงมีรูปร่างผอมบางมาั้แ่เกิด จึงจำเป็ต้องผอมลงอีกหน่อย
แต่โลกภายนอกไม่ได้ล่วงรู้ ตอนนี้ยอดแชร์เวยป๋อของเขาทะลุไปถึงหลายหมื่นครั้ง มีชาวเน็ตมากมายที่ไอดอลของตัวเองเคยถูกลอบทำร้ายแบบนี้มาก่อน ทั้งสุดท้ายก็ยังจับคนสั่งการไม่ได้ หรือที่จับได้อีกฝ่ายก็ยังสุขสบายดี พอชาวเน็ตเหล่านี้เห็นฉินซีถูกกระทำเช่นนี้ ก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมา และพากันแชร์เวยป๋อไปพร้อมกับอวยพรให้เขา รวมทั้งขอให้จับคนที่ทำเื่แบบนี้มาลงโทษด้วย
ฉินซีจึงมีชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นผู้กำกับหลี่ซิ่วและผลงานเื่ [ต้นกล้า] ที่ฉินซีกล่าวถึงในเวยป๋อเอง ก็เข้าสู่สายตาของทุกคน ทุกคนต่างสงสัยขึ้นว่า ฉินซีที่เพิ่งจะถ่ายทำละครโด่งดังเสร็จ จะถ่ายละครแบบไหนต่อ ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะเป็ละครโทรทัศน์เื่หนึ่ง ดูจากชื่อก็น่าจะเป็พวกเื่ราวของวัยรุ่นอะไรแบบนั้น แต่พอได้รู้กลับพบว่าเป็ภาพยนตร์เื่หนึ่ง!
ไม่ว่าคนพวกนี้จะวิจารณ์เื่ต้นกล้าไปในทางที่ดีหรือร้าย ฉินซีก็ได้อาศัยกระแสนี้ทำให้เื่ต้นกล้าของหลี่ซิ่วออกสู่สายตาของทุกคนอย่างราบรื่นแล้ว และนี่ก็ถือว่าเป็การโฆษณาในรูปแบบหนึ่ง
ฉินซีพึงพอใจกับผลลัพธ์มาก จึงสงบใจรักษาาแ รวมทั้งลดน้ำหนักไปด้วย
ในตอนเย็นของทุกวันหลังจากเฉินเจวี๋ยกลับมาจากการทำงาน เขาก็จะเห็นฉินซีสวมเสื้อกล้ามและกางเกงออกกำลังกายขาสั้น คล้องผ้าขนหนูเอาไว้ที่คอ ใส่หูฟังวิ่งอย่างหนักอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า นี่ถือเป็ข้อดีของพวกคนมีเงิน ที่บ้านของพวกเขาจะมียิมส่วนตัวที่มีอุปกรณ์อยู่ครบครัน อีกทั้งฉินซียังสามารถเรียกเทรนเนอร์ส่วนตัวของเฉินเจวี๋ยมาใช้งานได้สบายๆ เมื่อมีทั้งอุปกรณ์เฉพาะทางและการแนะนำจากเทนเนอร์ ร่างกายที่บอบบางของฉินซีก็ค่อยๆ ดีขึ้น
สิ่งเดียวที่ทำให้เฉินเจวี๋ยไม่พอใจก็คือ ในทุกวันเขากลับมาเห็นฉินซีใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น ปรากฏแผ่นหลังเปลือยกว่าครึ่งออกมาให้เห็น ผิวพรรณขาวผ่องเต่งตึง ทั้งยังมีหยาดเหงื่อไหลออกมาดูเย้ายวนน่ามอง และต้นขาคู่นั้นก็แน่นขึ้นจากการออกกำลังฝึกกล้ามเนื้อใน่นี้ แม้จะเป็เพียงภาพแผ่นหลังแต่สามารถดึงดูดเฉินเจวี๋ยได้แล้ว แต่เมื่อรอจนถึงตอนที่เขาตั้งใจจะกดอีกฝ่ายลง ฉินซีที่ต้องอ่านบท ออกกำลังกาย ทั้งยังลดอาหารเพื่อสร้างรูปร่างในทุกวัน พอตกกลางคืนก็หลับทันทีที่หัวถึงหมอน
ต่อให้เฉินเจวี๋ยเป็สัตว์ร้ายมากเท่าไร เขาก็ไม่อยากจะขึ้นคร่อมฉินซีในตอนที่กำลังหลับฝันอยู่แน่ เมื่อไม่มีอารมณ์ร่วมจากอีกฝ่าย มันก็ไม่น่าสนใจแล้ว
เฉินเจวี๋ยออกไปจัดการงานที่ต่างประเทศท่ามกลางความหงุดหงิด
เมื่อฉินซีตื่นเช้ามาพบว่าข้างเตียงว่างเปล่า ก็มึนงงไป หลังจากเหม่อลอยอยู่สักพัก ก็คิดขึ้นได้ว่า เมื่อวันก่อนถงเซ่าิบอกเขาไว้ว่าจะไปต่างประเทศกับเฉินเจวี๋ย ไปต่างประเทศ… ฉินซีรู้สึกว่าตัวเองประหลาดไป และเกิดความรู้สึกคุ้นชินกับการมีเฉินเจวี๋ยอยู่ข้างกายไปแล้ว
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็ทานอาหารเช้า อ่านบทและออกกำลังกายตามปกติ พอตกบ่าย อยู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเกาจิ้ง
“ท่านประธานเกา” ฉินซีทักทายปลายสาย แต่เขาก็ต้องประหลาดใจว่าทำไมเกาจิ้งถึงโทรเข้าหาเขาได้ ก่อนหน้านี้เกาจิ้งวุ่นวายอยู่กับการพัฒนาเกมและการจัดการบริษัท ก็เลยหายไปไม่เห็นแม้แต่เงา
“ฉินซี!” เสียงของเกาจิ้งดังขึ้นจากโทรศัพท์ เสียงนั้นฟังดูเหมือนกำลังอดกลั้นความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ “ฉินซี! เกมของพวกเราพัฒนาสำเร็จแล้ว! งานทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว ตอนนี้แค่รอตรวจสอบภายในอย่างเป็ทางการเท่านั้น”
ฉินซีอึ้งไปเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ั้แ่ตอนที่เขากลับมาเกิดใหม่และบอกช่องทางการติดต่อคนเ่าั้ให้เกาจิ้งไปจนถึงตอนนี้ เขาก็ถ่ายละครเสร็จไป 2 เื่แล้ว ที่แท้… มันก็ผ่านไปเร็วขนาดนี้เอง
“ยินดีด้วยครับ” ฉินซียกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยแสดงความยินดีด้วยใจจริง เขาไม่เหมือนกับตัวละครเกิดใหม่ในนิยายที่เคยอ่าน คนพวกนั้นใช้ประโยชน์จากการหยั่งรู้ของตนค่อยๆ สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ เพราะกลัวว่าทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกจะส่งผลกระทบกับโลกนี้ แต่ฉินซีไม่เป็อย่างนั้น เขามีความสุขกับการเห็นวิถีโคจรที่ถูกกำหนดเอาไว้เปลี่ยนแปลงไป สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกว่า ใช่แล้ว เขาเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว! ชาตินี้เขามีความสามารถพอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง เขาจะไม่ตายไปอย่างน่าอนาถอีกแล้ว!
เขามีความสุขจากการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่ง!
“นายอยู่ที่ไหน? รีบออกมาเร็วเข้า ฉันจะพานักพัฒนาในบริษัทไปทานอาหารกับนาย ใช่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยนะว่านายรู้จักกับนักพัฒนาที่ฉันเชิญมาหรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นทำไมนายถึงมีช่องทางการติดต่อพวกเขาล่ะ?” เกาจิ้งถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ฉินซีกระทำราวกับไม่ได้ยินคำถามหลัง “ผมอยู่บ้าน จะทานอาหารที่ไหนก็บอกที่อยู่กับเวลาผมมาครับ เดี๋ยวผมไป จริงสิ ต้องเตรียมของขวัญแสดงความยินดีอะไรไปให้คุณหรือเปล่า?”
ในหัวของเกาจิ้งถูกความดีใจครอบงำไปหมดแล้ว เมื่อฉินซีไม่ได้ตอบคำถามเขาไปคำถามหนึ่ง เขาก็ไม่ทันได้สังเกตและยังพูดออกมาอย่างมีความสุข “จะยังเอาของขวัญแสดงความยินดีอะไรมาอีกล่ะ? จะส่งที่อยู่และเวลาไปให้ทางข้อความนะ อย่ามาสายก็แล้วกัน”
ผ่านไปสักพัก ฉินซีก็ได้รับที่อยู่และเวลา
เมื่อผ่านไป 2 วัน ฉินซีก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปตามนัดหมาย เขาไม่ได้รู้เลยว่าในตอนนี้ เฉินเจวี๋ยที่อยู่อเมริกาได้รับข่าวใหม่จากลูกน้อง คนที่ติดสินบนผู้ช่วยช่างทำพร็อพที่เกือบจะปลิดชีวิตของฉินซีไปโผล่หางออกมาแล้ว วิธีการของคนคนนั้นไม่ได้ฉลาดนัก เฉินเจวี๋ยจึงจับได้ทุกทาง แม้ฉินซีจะไม่แสร้งทำเป็ได้รับาเ็หนักเพื่อล่ออีกฝ่าย อย่างไรเฉินเจวี๋ยก็ต้องจับอีกฝ่ายได้ในไม่ช้าก็เร็ว
เกาจิ้งจองร้านหม้อไฟร้านหนึ่งไว้ ตามที่ลูกน้องของเขาบอก นักเทคโนโลยีจากต่างประเทศกลุ่มนี้ชื่นชอบอาหารจีนมาก พวกเขาพากันลุ่มหลงและสนใจในการทานอาหารของคนจีนมาก โดยเฉพาะบนโต๊ะหม้อไฟ พวกเขาจึงเต็มไปด้วยความครึกครื้น คนต่างชาติกลุ่มนี้อยากจะลองดูเสียหน่อย
ร้านอาหารร้านนั้นอยู่ไม่ห่างจากคฤหาสน์เท่าไร เมื่อฉินซีจะออกเดินทาง คนขับรถในคฤหาสน์ก็ขับรถไปส่งด้วยความใส่ใจ ทำให้ฉินซีไม่อาจปฏิเสธ
หลังจากไปถึงแล้ว เกาจิ้งก็ยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นฉินซีลงมาจากรถหรู เกาจิ้งก็ใไปเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้ามาตบบ่าฉินซี และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่า่นี้จะถ่ายละครทำเงินได้ไม่น้อยเลยนะ”
ฉินซีก้มหน้าก้าวไวๆ เข้าไปด้านในกับเกาจิ้ง และไม่ได้พูดอะไรไร้ประโยชน์ออกมา
ตอนนี้ทุกคนยังคิดว่าเขาอยู่โรงพยาบาล หากมีใครมาเห็นเข้าก็คงไม่ดี
ร้านหม้อไฟแห่งนี้ถือเป็ร้านอาหารหรูที่ขึ้นชื่อในเมืองหนิงชื่อ พอเกาจิ้งพาฉินซีเข้าไป ฉินซีก็เห็นว่าภายในห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ และแน่นอนว่ามีคนจีนรวมอยู่ด้วย พวกเขาต่างก็เป็คนที่มีอิทธิพลในใจของเกาจิ้ง แม้ว่าพนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารด้านในจะหันมาเห็นฉินซีแล้ว แต่เขาก็ทำราวกับไม่เห็นอะไร
เกาจิ้งแนะนำฉินซีให้พวกเขารู้จัก ภาษาอังกฤษของฉินซีอยู่ในระดับทั่วไป แต่ก็ยังพอสื่อสารไปได้บ้าง จึงทักทายทุกคนก่อนจะนั่งลงข้างเกาจิ้ง แต่เลขาที่ติดตามเกาจิ้งมากลับสงสัยในฐานะของฉินซีมาก พวกเขาต่างรู้ว่าตอนนี้ฉินซีเป็ดาราคนหนึ่ง แต่ทำไมดาราถึงมานั่งอยู่ที่นี่ได้? เลขาคาดเดาไปเรื่อยๆ ก่อนจะคิดความเป็ไปได้หนึ่งขึ้นมา
ตอนนี้เกมของบริษัทพวกเขาเตรียมจะทำการทดสอบภายในแล้ว หากจะเชิญดาราสักคนมาทานอาหาร นั่นก็หมายความว่าจะให้ดาราคนนั้นมาเป็พรีเซ็นเตอร์ให้?
เลขาไม่เข้าใจนัก ดาราที่เชิญมาเป็พรีเซ็นเตอร์ในเกมที่ผ่านมาของพวกเขาไม่ใช่พวกดาราไร้ชื่ออะไร ต่างก็เป็ดาราสาวโด่งดังที่ได้รับการชมเชยว่าเป็เทพธิดาของเหล่าโอตาคุทั้งนั้น ทำไมตอนนี้ถึงจะมาเชิญดาราที่เพิ่งจะมีละครออกมาเพียงเื่เดียวล่ะ? เลขาคิดว่าอย่างบริษัทเกมดีๆ ของพวกเขา อย่างน้อยก็น่าจะเชิญพี่ปิงปิงมาด้วยซ้ำ
ฉินซีไม่รู้ความคิดของเลขา เขาเริ่มพูดคุยกับเกาจิ้งอย่างเป็กันเองขึ้นบนโต๊ะอาหาร ่ระยะเวลานี้เกาจิ้งเหนื่อยแทบตาย แต่ทุกสิ่งที่ทุ่มเทไปก็จะได้รับการตอบแทน หนวดเคราบนใบหน้าของเขายังไม่ได้ถูกสนใจโกนให้เกลี้ยง เขาก็เชิญฉินซีออกมาทานอาหารเสียก่อน ตอนนี้เขาไม่เหลือเค้าโครงลูกคนรวยแสนสง่าอย่างก่อนหน้า เขาไม่ได้สนใจอะไร และโอบไหล่ของฉินซีพูดบ่นเื่ราวยากความลำบากและปัญหาที่ต้องพบเจอระหว่างพัฒนาเกมจนแทบจะเป็บ้าออกมาทั้งแบบนั้น
หลังจากพูดคุยกันไปพอประมาณแล้ว อยู่ดีๆ เกาจิ้งก็เคาะตะเกียบ “จริงสิ ฉินซี ่นี้นายมีออกงานบ้างหรือเปล่า? จะมีเวลาว่างตอนไหนล่ะ พวกเราจะต้องทำตามสัญญาในตอนแรกแล้ว!”
ฉินซีเองก็เพิ่งนึกถึงสัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เคยเซ็นกับเกาจิ้งเอาไว้ในตอนแรกขึ้นมาได้ เกาจิ้งเป็คนที่รักษาสัญญา ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำลงไปแม้แต่น้อย ฉินซีพยักหน้า “ไม่มีปัญหาครับ จะถ่ายโฆษณาหรือโปสเตอร์ ทางคุณก็จัดการวางแผนมาเลย แล้วค่อยแจ้งผมอีกทีนะครับ แต่ว่าก็อยากจะให้เร็วสักหน่อย” ฉินซีคาดเดาว่า เื่ต้นกล้าน่าจะเริ่มถ่ายในอีก 2 เดือนข้างหน้า และเมื่อเห็นว่าจะปีใหม่แล้ว ฉินซีก็ไม่อยากจะต้องออกงานใน่ปีใหม่นัก
“แน่นอนว่าต้องรีบเลย! ต่อให้นายไม่รีบ ฉันก็รีบนะ ทางฝั่งฉันเพิ่งจะปล่อยเพลงประกอบเกมออกมาบางส่วน ฉันจะรีบเตรียมให้นายถ่ายโฆษณา ถึงเวลาจะได้ปล่อยออกไป!” เกาจิ้งพูดไปพร้อมกับลูบคางโดยไม่ได้สนใจว่ามือของตัวเองจะเลอะน้ำมันหม้อไฟ และยิ่งไม่ได้สนใจหนวดบนคางของตัวเอง
“ได้ครับ”
เขาพูดคุยเื่การถ่ายโฆษณาคร่าวๆ จากนั้น่เวลาอาหารมื้อนี้ก็ดำเนินไปพอสมควรแล้ว ฉินซีไม่สามารถทานหม้อไฟได้มากนัก และไม่สามารถอยู่ด้านนอกได้นานด้วย จึงต้องขอตัวออกมาก่อน คนขับรถพาเขากลับบ้าน เมื่อฉินซีเดินเข้าประตูมาก็เห็นเฉินเจวี๋ยนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง ฉินซีเดินเข้าไป เฉินเจวี๋ยเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นมาตั้งใจจะโผเข้ากอดฉินซี แต่กลับถูกกลิ่นหม้อไฟบนตัวอีกฝ่ายทำเอาจามออกมาเสียก่อน
ถงเซ่าิยังยืนรายงานกับเฉินเจวี๋ยอยู่ข้างๆ ตอนนี้เมื่อได้เห็นภาพแบบนี้ เขาก็เกือบจะหัวเราะออกมา
“…ผมไปอาบน้ำก่อนนะ” ฉินซีรู้สึกอับอายขึ้นมาเล็กน้อย จึงรีบผลักเฉินเจวี๋ยออก ก่อนจะเดินขึ้นไป้า
รอจนเขาอาบน้ำออกมา เฉินเจวี๋ยก็นำรายงานการตรวจสอบวางลงตรงหน้าเขา “เจอตัวคนที่้าทำร้ายนายแล้ว”
