ประตูห้องถูกปิดอย่างแ่า!
จ้าวอี้ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเห็นพวกเขาหรือไม่ เพราะตอนที่จ้าวอี้เห็นอีกฝ่าย เพียงพริบตา อีกฝ่ายก็เข้าไปในห้องแล้ว
ไม่กล้ารอช้า จ้าวอี้เร่งความเร็วอีกหลายส่วน
ผลักประตู ประตูห้องถูกล็อคจากด้านใน
“กระแทกออก!”
จ้าวอี้ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
แน่นอน เขาสามารถให้คนมาเปิดประตูห้องนี้ ทำเช่นนั้นก็จะไม่สร้างความเสียหายให้ประตูห้อง แต่ ตอนนี้ต้องแข่งกับเวลา ช้าไปหนึ่งวินาที คนด้านในอาจเผชิญอันตรายถึงชีวิต
กระแทกออก! เป็วิธีที่เร็วที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ปึง!
ตำรวจคนหนึ่งไม่ออมแรงแม้แต่น้อย กระแทกประตูห้องเปิดออกอย่างแข็งแรง!
กำลังเช่นนี้พริบตาก็กระแทกประตูเปิดออกได้!
เขาซวนเซเล็กน้อย อีกนิดก็เกือบล้ม จึงถูกคนด้านหลังดึงไว้ทันที หลบอยู่ด้านหลัง และจ้าวอี้ พุ่งไปที่ด้านหน้าสุด ยกปืนขึ้น ปากก็พูดะโพร้อมกัน “ยกมือขึ้น!”
“อย่าขยับ!”
สถานการณ์ในห้อง ตกอยู่ท่ามกลางสายตาของจ้าวอี้และคนอื่น
ตัวตลกได้ดึงผมยาวของตนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ในมือถือมีดที่บางราวปีกนก บนหน้ามีรอยยิ้มที่อธิบายไม่ได้จ้องไปที่หัวหน้าคณะและหญิงสาวคนหนึ่งที่ตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง
เห็นได้ชัดว่าเขาบีบบังคับสองคนให้อยู่ที่มุม แค่ยื่นมือก็ถึงคนทั้งสองแล้ว
“ช่วยด้วย!”
หัวหน้าคณะละครสัตว์ที่ทั้งร่างสั่นระริก ราวกับเห็นผู้กู้อิสระภาพ ะโสุดชีวิต แต่เขากลับไม่กล้าที่จะขยับเขยื้อน
“หานซ่านเฉิง นายจบแล้ว ถูกจับโดยละม่อมดีกว่าไหม? อย่าทำผิดต่อไปเลย!”
ดวงตาของจ้าวอี้มองเขาไม่กระพริบ กลัวว่าเขาจะลงมือทำอะไร
“ฮาๆ ทำผิดต่อไป? ทำไมพวกคุณบอกว่าที่ผมทำอยู่ตอนนี้เป็ความผิดล่ะ?”
สีหน้าของตัวตลกสงบมาก ราวกับไม่กลัวที่ถูกปืนหลายกระบอกเล็งมาในเวลาเดียวกัน ไม่แน่เขาอาจตายใน่เวลาถัดไป แต่ก็ยังคงสงบเยือกเย็น
“วางอาวุธของนาย! ไม่งั้นนายจะรู้ผลลัพธ์!”
จ้าวอี้ไม่กล้าไปด้านหน้า กลัวว่าจะกระตุ้นเขา แน่นอนว่าจับตายเขาเลยไม่ใช่ไม่ได้ เพียงแต่ถ้าจับเป็ ยังเหมาะสมกว่าเล็กน้อย
ตัวตลกมองจ้าวอี้ ทันใดนั้นบนหน้าก็เผยให้เห็นรอยยิ้ม “ผมฝึกมาเกือบยี่สิบปี ผมรู้ดีมาตลอด ว่ามีดของผมไวมาก เพียงแค่ไม่รู้ ว่าจะไวกว่าะุไหม!”
จ้าวอี้แค่ฟังเขาพูดเช่นนี้ ก็รู้ว่าไม่ดีแล้ว!
เวลาถัดไป จ้าวอี้ยิงปืนขึ้น ตำแหน่งที่เขายิง เล็งไปที่มือที่ถือมีดของตัวตลก ระยะห่างระหว่างสองคนไม่ถึงเจ็ดแปดเมตร จ้าวอี้จึงมั่นใจตนเองอย่างเต็มเปี่ยม!
ปัง!
ขณะเดียวกับที่เสียงปืนดัง ตัวตลกก็เคลื่อนไหวเช่นกัน!
สองตาของเขาเบิกกว้าง ราวกับลูกตาจะถลนออกจากเบ้า กัดฟันแล้วแกว่งมีด!
ทิศทางการเหวี่ยง เล็งไปที่ลำคอของหัวหน้าคณะละครสัตว์!
น่าเสียดาย ความเร็วของะุยังคงเร็วกว่ามีด!
ปืนนัดนี้ของจ้าวอี้เล็งอย่างแม่นยำ เสียง “คลิก” ครั้งเดียว มีดก็ตกลงบนพื้น ส่งเสียงชัดใสออกมา เนื้อและเืจากฝ่ามือของตัวตลกหานซ่านเฉิงกระจายออก
ความเ็ปเช่นนี้ คนทั่วไปอาจแทบไม่สามารถทนได้ ความเ็ปอย่างรุนแรงทำให้เขาส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัว!
“อ๊า...”
จ้าวอี้ค่อยๆผ่อนคลายลง สูญเสียมือข้างหนึ่งไป ตัวตลกนี้น่าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว
ร่างกายของตัวตลกโอนเอน ทั้งร่างล้มลงกับพื้น จ้าวอี้และคนอื่นคิดว่าเขาจะไม่สามารถคุกคามอะไรได้แล้ว จึงเก็บปืน หยิบกุญแจมือออกมา เตรียมจับตัวตลกไปลงโทษ
ใครจะรู้ ตัวตลกไม่ได้คิดจะยอมแพ้!
เขาใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งค้ำตัวที่จะล้มลง จากนั้นทั้งร่างก็เผ่นไปทางหัวหน้าคณะละครสัตว์!
หัวหน้าคณะละครสัตว์ใช้แขนขวางไว้ที่ด้านหน้าร่างของตนอย่างไม่รู้ตัว โชคดีที่การกระทำนี้ ช่วยชีวิตเขา!
ฟันขาวกัดแน่นลงบนแขนของเขา!
“ปล่อยฉัน!”
หัวหน้าคณะละครสัตว์มองเขาอย่างหวาดกลัว สะบัดตัวตลกออกอย่างแรง มือข้างหนึ่งผลักออกไปด้านนอกอย่างสุดชีวิต สองเท้าถีบลงบนตัวของตัวตลกอย่างไม่มีความเมตตา
แต่ ตัวตลกไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่กัดอย่างแรงไปที่เนื้อบนแขนของเขา ไรฟันมีเืสดๆไหลออกมา
จ้าวอี้ใ ทันใดนั้นจึงขึ้นหน้าดึงตัวตลกจากด้านหลัง คนอื่นก็ช่วยเขาเช่นกัน
“เจ็บ! เจ็บ! เจ็บจะตายแล้ว!”
หัวหน้าคณะละครสัตว์กรีดร้องไม่หยุด ภายใต้การร่วมแรงร่วมใจของคนหลายคน ในที่สุดจึงแยกพวกเขาได้
บนแขนของเขา มีเนื้อชิ้นหนึ่งหลุดออกไปอย่างเห็นได้ชัด
“ฮาๆๆ...”
ตัวตลกหานซ่านเฉิงใช้แรงเคี้ยวเล็กน้อย กลืนเนื้อคนที่อยู่ในปากลงไป บนฟันขาวชุ่มไปด้วยรอยเื ไม่ว่าจะถูกพวกจ้าวอี้จับแขน ก็ยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“แกๆๆ! แกเป็บ้าชัดๆ!” หัวหน้าคณะละครสัตว์สูดไอเย็นเฮือกหนึ่ง ดึงผ้าปูที่นอนอย่างสุ่มๆมาพันาแของตนเอง
“ฉันเป็บ้า? ใช่ ไม่ผิด ฉันถูกแกบีบให้เป็บ้า พวกแกมันน่าตาย! น่าตาย!” ตัวตลกหานซ่านเฉิงโวยวายอย่างบ้าคลั่ง ดิ้นรนที่จะยืนขึ้น แต่ พวกจ้าวอี้ไม่อาจให้โอกาสเขาอีก
“เอาเขาออกไป!”
จ้าวอี้ใส่กุญแจมือให้ตัวตลก โบกมือ แล้วนำคนออกไป
“พวกคุณต้องเอาเขาไปลงโทษอย่างหนัก คนคนนี้เป็คนบ้า เป็ฆาตกร! ก่อนที่พวกคุณจะเข้ามา เขาอยากจะฆ่าผมจริงๆ” หัวหน้าคณะละครสัตว์พูดด้วยใจที่หวาดผวา
“พวกเราต้องจัดการอยู่แล้ว คุณก็ไปโรงพยาบาลรักษาแผลเถอะ” จ้าวอี้มองเขาทีหนึ่ง เด็กสาวที่อยู่กับเขาเหมือนกับถูกทำให้กลายเป็หิน ไม่พูดไม่จามาโดยตลอด
โดยพื้นฐานแล้วปฏิบัติการสำเร็จ แม้จะได้ทำลายมือข้างหนึ่งของตัวตลกไป แต่ใครก็ต้องเข้าใจ ว่านี่เป็ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และไม่ส่งผลต่อการสอบปากคำ เป็ธรรมดา ที่เจี่ยงจาวตี้จะไม่พูดอะไร
“เวลาไม่เช้าแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ นอนหลับสักหน่อยค่อยตื่นมาสอบเขา”
เจี่ยงจาวตี้ถอนใจโล่งอกเหมือนยกูเาออกจากอก ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยก็ไหลออกจากร่างทันที จ้าวอี้จึงเสนอความเห็นเช่นนี้
“ก็ดี นายก็ไปพักผ่อนเถอะ”
นอนหลับไม่กี่ชั่วโมง จ้าวอี้ก็ฟื้นฟูชีวิตชีวา แล้วไปที่ออฟฟิศของเจี่ยงจาวตี้
เจี่ยงจาวตี้ดูมีกำลัง ไม่ดูฉุนเฉียวเหมือนสองวันก่อน
“เธอลองดูแฟ้มคดีพวกนี้ อีกสัพักไปสอบปากคำกับฉัน ผอ. มั่นใจมาก ว่าพวกเราจะสามารถจับฆาตกรได้อย่างรวดเร็ว”
จ้าวอี้พลิกดูแฟ้ม ระหว่างการตรวจสอบตุ๊กตาตัวตลก ทั้งหมดมีลักษณะเฉพาะของเพศหญิงสิบเจ็ดชิ้น ลักษณะพิเศษของเพศชายหนึ่งชิ้น และผู้ตายในคดีฆ่าปาดคอ ทั้งหมดพบสิบหกศพ หรือเรียกได้ว่า ตราบจนวันนี้ ยังคงมีชิ้นส่วนหนึ่งที่หาไม่พบ
ที่น่าสนใจคือ ในระหว่างชั้นของตุ๊กตา พบกระจกทองแดงบานหนึ่ง กระจกบานนี้ดูภายนอกแล้วเหมือนกับกระจกทองแดงที่พวกจ้าวอี้พบเมื่อสองคดีก่อน แต่เมื่อผ่านการตรวจสอบคาร์บอน-14 แล้ว พบว่ากระจกนี้เป็ของเลียนแบบชั้นดี ทำใจจ้าวอี้รู้สึกแปลกใจ
เมื่อผู้ตายคดีฆ่าปาดคอคนแรกปรากฏ คือสามปีก่อน แต่กระจกทองแดงเลียนแบบนี้ใหม่มาก ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงปรากฏอยู่ที่นี่ และมีความเชื่อมโยงอะไรกับสองคดีก่อนหน้า
จนถึงตอนนี้ จ้าวอี้และเหล่าเพื่อนร่วมงานก็ยังไม่ค้นพบว่าทั้งสามคดีมีความเชื่อมโยงอะไร หนึ่งอยู่ที่เมือง J หนึ่งอยู่ที่ HK และคดีฆ่าปาดคอ เห็นได้ชัดว่าเป็การร่อนเร่ไปเพื่อก่อเหตุ มองจากภายนอกทั้งสามคนดูแล้วไม่มีความเชื่อมโยงใดๆต่อกัน
วางข้อสงสัยนี้ไปชั่วคราวก่อน แล้วจ้าวอี้จึงอ่านต่อ
แฟ้มอันอื่นส่วนมากเป็รายงานการเสียชีวิตของเหล่าผู้เสียชีวิต จากการชันสูตรและเทียบเคียงอาวุธสังหาร สามารถยืนยันได้ว่า ตัวตลกเป็ฆาตกร จุดนี้เป็ข้อสรุปที่ไม่ต้องสงสัย
“ตามเมืองที่เขาเคยไป และยังมีการเปรียบเทียบคนหายสาบสูญในท้องที่ มีผู้หายสาบสูญเพศหญิงสามคนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเขา ยังคงต้องยืนยันในขั้นต่อไป”
เมื่อจ้าวอี้อ่านข้อมูลเสร็จ เจี่ยงจาวตี้ก็ได้โทรศัพท์หาเซี่ยตัน คนสองสามคนได้รวมกลุ่มกันสอบปากคำ เริ่มดำเนินการสอบปากคำอาชญากรที่โเี้นี้
เวลาผ่านไปประมาณสองสามชั่วโมง อารมณ์ของตัวตลกหานซ่านเฉิงก็สงบลงมาก เขาเห็นคนสองสามคนเข้ามา ยังคงยิ้มให้พวกจ้าวอี้ โดยไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยังยิ้มออก
“ชื่อ อายุ...” ผู้บันทึกถามคำถาม
น่าเสียดายที่คำถามนี้หานซ่านเฉิงไม่ตอบ ในทางกลับกันกลับก้มหัวลง ไม่มองพวกเขา
เจี่ยงจาวตี้โบกมือ “คำถามนี้ไม่ต้องถามแล้ว หานซ่านเฉิง สำหรับการสังหารผู้หญิงสิบแปดราย และผู้ชายสองราย คุณยอมรับหรือไม่”
หานซ่านเฉิงเงยหน้าขึ้น ยกสองมือขึ้น “ผมยอมรับ ไม่อย่างนั้นพวกคุณจะจับผมมาที่นี่เหรอ?”
เกินที่พวกจ้าวอี้คาดหมาย หานซ่านเฉิงกลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมา พวกเขายังคิดว่านี่จะเป็การสอบปากคำที่ยากลำบาก เขากล้าจะฆ่าคนมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ยอมรับก็เป็เหตุผลหนึ่ง
“คุณยอมรับก็ดี...ถ้างั้น...”
เจี่ยงจาวตี้ยังพูดไม่จบ หานซ่านเฉิงก็พูดตัดบทเธออย่างไม่เกรงใจ “ผมไม่ยอมรับจะมีประโยชน์เหรอ? ยังไงผมก็ถูกพวกคุณจับแล้ว ฮาๆ เื่นี้ผมเป็คนทำ ผมจะมีอะไรให้ไม่กล้ายอมรับ?”
บนหน้าของเขาแฝงรอยยิ้ม ราวกับกำลังพูดว่าเื่นี้เป็เื่ปกติ
คนคนนี้น่าจะจัดการไม่ยาก นี่เป็ความรู้สึกเบื้องต้นที่จ้าวอี้มี
“งั้นคุณลองพูด ยังมีผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งคนที่จนถึงวันนี้ทางตำรวจยังค้นหาศพไม่พบ คุณเอาศพเขาไปซ่อนไว้ที่ไหน?” เจี่ยงจาวตี้ถามต่อ ไม่ได้โกรธที่ถูกเขาตัดบท เพราะสำหรับวิธีการสอบปากคำอาชญากรเหี้ยมโหดนั้นไม่มีผลดีอะไร
"เอ๊ะ...ถ้าพวกคุณมีศพที่หาไม่พบ งั้นน่าจะถูกผมโยนลงทะเลไปแล้วมั้ง" หานซ่านเฉิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เจี่ยงจาวตี้เกลียดจนกัดฟันกรอด จ้าวอี้จับมือเธออยู่ใต้โต๊ะ เจี่ยงจาวตี้จึงสูดหายใจเข้าหลายเฮือกถึงจะสงบสติอารมณ์ลง
“คุณช่วยแยกแยะสามรูปนี้หน่อย ดูว่าคนไหนเป็เหยื่อ” จ้าวอี้พูดอย่างสุภาพ เพราะตอนนี้หานซ่านเฉิงให้ความร่วมมืออย่างมาก ดังนั้นจ้าวอี้จึงไม่คิดจะกระตุ้นเขา เพราะไม่มีความจำเป็โดยสิ้นเชิง ให้ตัวตลกคนนี้สารภาพมาอย่างตรงไปตรงมาไม่ดีกว่าเหรอ?
หานซ่านเฉิงกวาดตามองสามรูปนี้อย่างสุ่มๆ แล้วส่ายหน้า “นานมากแล้ว ผมจำไม่ได้ คนมากมายขนาดนี้ ผมจะจำได้ชัดเจนที่ไหน? ยังมีคำามอะไรอีก รีบถามมาเถอะ เมื่อวานผมยุ่งทั้งคืน ไม่ได้นอนหลับ ผมอยากนอนพักสักหน่อย”
ประโยคนี้ทำให้เจี่ยงจาวตี้โกรธจนเป็บ้า อดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นดัง “ป้าง” “หานซ่านเฉิง! ถ้าแกมาที่นี่แล้วยังไม่ตอบคำถามมาตามตรงอีก ถ้าแกอยากนอน หลังจากกินลูกปืน แกอยากจะนอนนานแค่ไหนก็ไม่มีใครสนแก!”
เมื่อคำนี้ออกจากปาก จ้าวอี้ก็รู้ว่าท่าไม่ดี จึงรีบฉุดเธอ
“อย่ามาดึงฉัน ฉันพูดอะไรผิดรึไง? คนก้าวร้าวแบบนี้ก็ควรจะถูกยิงตาย! เขาก่อคดีนองเืเช่นนี้แม้ว่าจะยิงสักสิบครั้งก็ยังไม่พอ!” เจี่ยงจาวตี้เองก้ไม่ใช่คนอารมณ์ดีอะไรอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นตอนอยู่ในกองทัพคงไม่มีชื่อเล่นว่า “ดอกไม้ผู้พิชิตแห่งกองทัพ” เช่นนี้
รอยยิ้มของหานซ่านเฉิงค่อยๆเลือนหาย มองเจี่ยงจาวตี้ด้วยความเ็า และไม่พูดไม่จา
“เธอใจเย็นก่อน คิดว่าเขาน่าจะลืมจริงๆ ไม่งั้นทำไมเขาจะต้องปิดบัง?” จ้าวอี้พูดประโยคนี้เป็ความจริง
เซี่ยตันปลอบใจเธออยู่ด้านข้างเช่นกัน เจี่ยงจาวตี้จึงข่มไฟโกรธลง
“จำไม่ได้ก็จำไม่ได้ งั้นคุณลองบอกว่าทำไมถึงต้องฆ่าคนเหล่านี้?” จ้าวอี้ข้ามข้อนี้ไป แล้วถามต่อ
นอกจากจะสติไม่ดี ในการก่อเหตุยังต้องมีแรงจูงใจ
น่าเสียดาย เพราะคำพูดของเจี่ยงจาวตี้ หานซ่านเฉิงจึงเปลี่ยนเป็ไม่ให้การร่วมมือ เขาถามกลับ “เป็แค่ความตาย ทำไมผมถึงต้องบอกพวกคุณ?”
