ไป๋อวิ๋นซีขับรถมาถึงย่านชานเมือง ก็พบว่าตนเองหลงทาง แถมเครื่องจีพีเอสก็เกิดขัดข้องอีก
ไป๋อวิ๋นซีดูถนนเบื้องหน้า ในที่สุดเขาก็แน่ใจในสิ่งที่ตนคาดเดา เขาน่าจะกำลังถูกลอบทำร้าย
พอไป๋อวิ๋นซีเคลื่อนรถไปข้างหน้า อีกาสีดำหลายสิบตัวก็โผบินลงมาหน้ากระจกรถ ทำให้เขาสูญเสียการมองเห็น ทันใดนั้นรถของไป๋อวิ๋นซีก็ชนกับราวกั้นถนนข้างทางเข้าอย่างจัง
ไป๋อวิ๋นซีคิดจะถอยรถกลับ แต่ก็พบว่าน้ำมันรถหมดเสียแล้ว
รถยนต์จอดแน่นิ่งเพียงครู่เดียว นอกรถก็มีแมลงหลายชนิดเกาะเต็มไปหมด จู่ๆ งูพิษตัวหนึ่งก็ตกลงมาหน้ากระจกรถ มันแลบลิ้นสองแฉกแผล็บๆ
ทันใดนั้นหยกคุ้มภัยที่ไป๋อวิ๋นซีพกติดตัวก็เปล่งแสง แมลงนานาชนิดรวมถึงสัตว์ที่อยู่นอกรถต่างล้มตายด้วยฤทธิ์ของหยกคุ้มภัย ขณะเดียวกันกระจกหน้ารถก็แตกเป็เสี่ยงๆ
เย่ฝานขายหยกคุ้มภัยไปมากมาย แต่ว่าหยกที่ทำให้ไป๋อวิ๋นซีนั้น ทั้งมีประสิทธิภาพและทรงอานุภาพที่สุด
ไป๋อวิ๋นซีเดินลงมาจากรถพลางคิดในใจว่า เย่ฝานเ้าซื่อบื้อ ไม่รู้จักแยกแยะ ทำให้สัตว์พวกนั้นช็อกตายก็พอแล้ว นี่แม้แต่กระจกหน้ารถก็โดนหางเลขไปด้วยมันหมายความว่ายังไง!
พอไป๋อวิ๋นซีเดินออกมาจากรถ งูพิษและแมงป่องก็คลานยั้วเยี้ยเข้าล้อมเขา งูพิษแลบลิ้นแผล็บๆ จ้องจะเขมือบไป๋อวิ๋นซี แต่บางทีก็เหมือนกับหวาดกลัวอะไร จึงยังไม่กล้าจู่โจม
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจเต็มปอด เขาอดใจเต้นระรัวไม่ได้!
ชายในชุดนักพรตสีดำคนหนึ่งยืนอยู่บนเสาไฟฟ้า เขามองไป๋อวิ๋นซีจากมุมสูง
ใบหน้าของชายชุดดำมีแมงป๋องตัวหนึ่งกำลังคืบคลาน บนร่างของเขาเต็มไปด้วยแมลงมีพิษชนิดต่างๆ
ไป๋อวิ๋นซีมองชายในชุดนักพรตสีดำที่ยืนอยู่บนเสาไฟฟ้า เ้ามองนี่วางมาดอย่างกับเป็ยอดฝีมือ ถ้าเสาไฟฟ้าไฟรั่ว ช็อตเ้าหมอนั่นตายไปเลยก็คงดี
ชายคนนั้นเหาะลงมาจากยอดเสาไฟฟ้า
“ไฟลุก” ไป๋อวิ๋นซีโยนยันต์อัคคีออกไปเพื่อใช้ไฟส่องทางเดิน จากนั้นก็รีบเดินออกมาจากที่นั่น
ในพริบตาเดียว ชายในชุดดำก็ปรากฏตัวตรงหน้าไป๋อวิ๋นซี “ดูจากท่าทางของนายแล้ว คงจะเคยฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณมาบ้าง วิชาของนายเย่ฝานเป็คนสอนใช่ไหม ไม่เลวเลยนี้ เย่ฝานคงจะดีกับนายมากสินะ วิชาล้ำค่าเช่นนี้เขายังยอมถ่ายทอดให้”
แววตาของไป๋อวิ๋นซีส่องประกายแวววาว ตัวเขาเองเคยเจอกับผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ คนพวกนั้นไม่มีทางสู้เย่ฝานได้แน่นอน ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณที่ฝีมือเก่งกาจจริงๆ ก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่อายุต้องมากกว่าเย่ฝานหลายปี ไป๋อวิ๋นซีรู้ดีว่าวิชาที่เย่ฝานสอนตน เป็คนละระดับกับวิทยายุทธ์โบราณทั่วไป
ไป๋อวิ๋นซีถอยหลังและโยนยันต์สายฟ้าฟาดไปทางชายผู้นั้น
ชายผู้นั้นปล่อยหมัดสู้กับสายฟ้าฟาด สุดท้ายสายฟ้าฟาดก็ถูกโจมตีจนมลายไป
ไป๋อวิ๋นซีดูภาพที่เกิดขึ้น เขาเบิกตาโตแล้วถามว่า “นายเป็ใครกันแน่?”
“ฉันต้องฝึกฝนวิทยายุทธ์ถึงแปดสิบปี จึงจะมีความสามารถดั่งทุกวันนี้ นายโชคดีกว่าฉันมากนะ! เพิ่งจะเริ่มฝึกฝน ก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาที่ยอดเยี่ยมแบบนี้” จากน้ำเสียงของชายชุดดำ ฟังออกถึงความอิจฉาไม่น้อย
เหยี่ยวตัวหนึ่งบินถลามาทางไป๋อวิ๋นซี
หยกบนตัวไป๋อวิ๋นซีเปล่งแสงสีแดงอีกครั้ง เหยี่ยวตัวที่กำลังเข้ามาใกล้ไป๋อวิ๋นซี ถูกแสงสีแดงจู่โจมจนต้องบินหนีไป
“ของวิเศษที่อยู่บนตัวนายไม่เลวนี่! แต่ไม่รู้ว่าจะคุ้มครองนายได้อีกกี่ครั้งนะ” ชายในชุดดำพูดพลางหรี่ตาลง
ชายในชุดนักพรตสีดำตวัดแส้ใส่ไป๋อวิ๋นซี หยกบนตัวของไป๋อวิ๋นซีเปล่งแสงสีแดงสะท้อนพลังแส้นั้นกลับไป
ชายในชุดนักพรตสีดำยังคงจู่โจมไป๋อวิ๋นซีอย่างต่อเนื่อง ในใจของไป๋อวิ๋นซีรู้สึกกระวนกระวาย การโจมตีของเขาถึงจะไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ทุกครั้งที่จู่โจมย่อมทำให้อานุภาพของหยกคุ้มภัยถูกบั่นทอนไปเรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะพกเครื่องรางคุ้มภัยไว้กับตัวไม่น้อย แต่หากปล่อยให้เป็อย่างนี้ต่อไป คงถูกใช้จนหมดในไม่ช้า
ไป๋อวิ๋นซีโยนยันต์หนึ่งกำมือไปทางชายในชุดนักพรตสีดำ แล้วฉวยโอกาสที่ชายผู้นั้นวุ่นอยู่กับการหลบหลีกยันต์ รีบวิ่งหนีไป
ชายในชุดนักพรตสีดำตามมาเกือบจะถึงตัวไป๋อวิ๋นซีอย่างรวดเร็ว ไป๋อวิ๋นซีวิ่งหนีไปด้วยพร้อมโยนยันต์ไปข้างหลัง ในที่สุดยันต์ก็ถูกใช้ไปจนหมด!
“เย่ฝาน เ้าคนบ้า ทำไมถึงยังไม่มานะ”
“มาแล้ว ฉันมาแล้ว!”
ทันใดนั้นเสียงของเย่ฝานก็ดังเข้ามาถึงหูของไป๋อวิ๋นซี ไป๋อวิ๋นซีเกือบจะนึกว่าตนเองหูฝาดไป
ไป๋อวิ๋นซีเห็นรถคันหนึ่งโผล่ออกมาจากอากาศ เหมือนกับมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นตรงหน้า
เย่ฝานหยุดรถแล้วเดินลงมา
พอไป๋อวิ๋นซีเห็นเย่ฝานมาถึง เขาก็ถอนหายใจโล่งอก แล้วรีบไปแอบด้านหลังเย่ฝาน
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน ในใจของเขารู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่อยากจะพึ่งพาเย่ฝาน มันมากขึ้นขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร
“ฉันบอกนายแล้วไง ว่าหมอดูคนนั้นทำนายแม่นมาก เขาบอกว่านายจะมีเคราะห์ถึงขั้นเืตกยางออก นายเห็นคำทำนายแล้วใช่ไหม นายเอาแต่พูดว่าเขาเป็นักต้มตุ๋น ไม่ยอมให้ฉันคุ้มครองนาย ดีนะที่ฉันมาถึงเร็ว ฉันบอกกับนายั้แ่แรกแล้วใช่ไหมว่าท่ามกลางมวลชนยังมียอดฝีมือ” เย่ฝานพูดเป็ต่อยหอย
ไป๋อวิ๋นซีถอนหายใจ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “นายเลิกพูดสักทีได้ไหม”
จิตใจของไป๋อวิ๋นซีย่ำแย่อยู่แล้ว เพราะโดนชายในชุดนักพรตสีดำข่มขู่จนเหงื่อออกไปทั้งตัว หลังจากที่เย่ฝานมาถึง ยังมีเวลามาพูดจาแดกดันเขาอีก
เย่ฝาน “…”
เย่ฝานโบกมือเพียงครั้งเดียว สัตว์ใหญ่น้อยหลากชนิดรอบตัวล้วนะเิตัวเองในฉับพลัน เืสีแดงฟุ้งกระจายเต็มไปหมด
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งรุนแรงจนไป๋อวิ๋นซีต้องรีบใช้มือปิดจมูก
ชายในชุดนักพรตสีดำเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า แววตาของเขามีประกายความหวาดกลัวขึ้นมา
เย่ฝานมองชายในชุดนักพรตสีดำ เขากะพริบตาก่อนพูดด้วยความตกตะลึง “ในร่างของนายมีกู่สัตว์พาหนะหนึ่งตัวนี่! นึกไม่ถึงเลยว่านายจะหากู่ชนิดนี้เจอได้”
กู่สัตว์พาหนะเป็หนอนกู่ชนิดหนึ่งที่ล้ำค่ามากในโลกของผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนที่มีกู่สัตว์พาหนะอยู่ในร่างกายจะสามารถกลายเป็นักฝึกสัตว์ได้โดยง่าย นักฝึกสัตว์จะสามารถทำสัญญากับสัตว์ิญญา เวลาต่อสู้กับมนุษย์จะเป็ฝ่ายได้เปรียบ เมื่อกู่สัตว์พาหนะทำสัญญาแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายไปยังร่างอื่นได้ ผู้ที่ได้กู่สัตว์พาหนะไป สำนักต่างๆ ล้วนแต่้ารับเข้าไปเพื่อฝึกฝนและบ่มเพาะ แต่น่าเสียดายที่ในโลกนี้มีพลังปราณอ่อนเกินไป และที่นี่ก็ไม่มีสำนักฝึกวิชาอะไรนั่นด้วย
“ฉันเป็ผู้สืบทอดที่เก่งกาจที่สุดในสำนักหมื่นกู่ สำนักของฉันมีอายุเป็พันๆ ปี แต่ฉันนี่แหละคืออัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของสำนัก แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่โชคดีอย่างนาย ตกลงนายเป็ใครกันแน่ นายได้รับสืบทอดเคล็ดวิชาโบราณมาใช่ไหม? เอามันออกมาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยพวกนายไป” ชายในชุดนักพรตสีดำกล่าวด้วยความเ็า
เย่ฝาน “…” ช่างคุยโวโอ้อวดจริงๆ
“นายคงจะเป็หมอหนอนกู่คนนั้นที่เที่ยวหลอกลวงผู้หญิงไปทั่ว เพื่อให้พวกหล่อนกลืนหนอนกู่ลงไปใช่ไหม คนไร้ยางอายอย่างนายกล้าโอ้อวดว่าตนเองเป็หมายเลขหนึ่งในสำนัก สำนักนั้นคงจะมีนายแค่คนเดียว ก็เลยกล้าบอกว่าตัวเองเป็เบอร์หนึ่งสินะ!”
ชายในชุดนักพรตสีดำพูดอย่างไม่เห็นด้วย “หลอกลวง? เป็เื่ที่ยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่ายต่างหาก! เอาล่ะ อย่าเสียเวลาอีกเลย เคล็ดวิชาที่ว่าล่ะ! เอาออกมาได้แล้ว”
“ฉันเป็คนโชคดีจริงๆ นั่นแหละ ที่ได้รับมรดกตกทอดจากฮ่องเต้ แต่ว่าทำไมฉันจะต้องมอบให้นายด้วย!”
ใบหน้าของชายในชุดนักพรตสีดำเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา “นายนี่โชคดีเหลือเกิน ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเสาะหาเคล็ดวิชาขั้นสูง แต่นายอายุน้อยเท่านี้ก็ได้รับถ่ายทอดเคล็ดวิชามาแล้ว ถ้าฉันโชคดีอย่างนาย ฉันคงบรรลุขั้นเซียนเทียนไปแล้ว”
เย่ฝาน “…” ขั้นเซียนเทียน เ้าหมอนี่ช่างกล้าคิดนะ
“ฉันว่านายคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ ถึงแม้นายจะได้เคล็ดวิชาไป ก็คงไม่ทันได้ฝึกฝนหรอก” เย่ฝานกล่าว
ชายคนนั้นจ้องมองเย่ฝานด้วยความเกรี้ยวกราด “พูดจาเหลวไหล ขอเพียงสำเร็จขั้นเซียนเทียน อายุขัยก็จะเพิ่มถึงสองร้อยปี”
เย่ฝานกะพริบตาพลางคิดในใจ จริงอยู่ที่ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณที่ฝึกฝนจนถึงขั้นเซียนเทียน สามารถกลายเป็ยอดฝีมือที่มีอายุขัยยืนนาน แต่ว่ามันเป็สิ่งที่ยากมาก ขนาดในโลกของผู้ฝึกตนยังมีคนไม่กี่คนที่สามารถทำสำเร็จ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่ที่มีพลังปราณอ่อนอย่างนี้ ซึ่งแน่นอนว่าบนโลกนี้อาจมีอัจฉริยะบางคนที่ทำได้ แต่ต้องไม่ใช่คนเลวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาแน่
“จริงอยู่ที่การฝึกฝนจนถึงขั้นเซียนเทียนจะสามารถเพิ่มอายุขัยให้ยืนยาว แต่ปัญหาก็คือ การฝึกตนของนายยังไม่บรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับห้าเลย ต้องฝึกฝนจนบรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้าเสียก่อน ถึงจะสามารถทะลวงขั้นเซียนเทียนได้ ไม่รู้ว่านายต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะบรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับห้า อีกอย่างการฝึกฝนปราณจากโฮ่วเทียนระดับห้าไปถึงระดับเก้านั้น ต้องอาศัยเวลานานพอสมควร แม้ว่าเวลาคงจะสั้นกว่าที่นายฝึกฝนจนบรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับห้า แต่ดูๆ ไปแล้วนายคงไม่มีเวลาเหลือขนาดนั้นหรอก!”
เย่ฝานหรี่ตาลง เขาััถึงไอแห่งความตายที่เข้มข้นของหมอหนอนกู่ตรงหน้าเขา หากในร่างกายไม่มีของชั่วร้ายซึ่งไม่สมบูรณ์เ่าั้คอยต่อชีวิตให้เขา เขาคงจะลงนรกไปนานแล้ว
กู่ต่อชีวิตในขั้นเซียนเทียนที่เลี้ยงดูตามธรรมชาตินับเป็ของหายาก กู่ต่อชีวิตแบ่งออกเป็ขั้นเซียนเทียนและขั้นโฮ่วเทียน กู่ต่อชีวิตในขั้นโฮ่วเทียนจะต้องอาศัยวิธีการสุดโต่งบางอย่าง นั้นคือการใช้ชีวิตของมนุษย์สร้างมันขึ้นมา
“หยุดทำลายความเชื่อมั่นของฉันสักที นำเคล็ดวิชาของนายออกมาให้ฉัน! ไม่อย่างนั้น ไม่ฉันก็นายต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” ชายชุดนักพรตสีดำพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วเป็ปม เขาพลันเข้าใจจุดประสงค์ที่ชายผู้นี้เล่นงานตนเองทันที อายุขัยของเขาคงใกล้สิ้นสุดลง จึงอยากจะจับตัวเขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับเคล็ดวิชาของเย่ฝาน หากเขาสามารถฝึกฝนสำเร็จ เขาจะมีอายุขัยยืนยาวขึ้นนั่นเอง
เย่ฝานหัวเราะเย้ยหยันและพูดว่า “ฝีมืออย่างนายกล้าพูดจานักเลงกับฉันเหรอ ช่างน่าขันจริงๆ”
เย่ฝานโบกสะบัดธงดูดิญญาเพียงครั้งเดียว เหล่าภูตผีที่อยู่ในนั้นก็ส่งเสียงคำราม ทันใดนั้นลมหนาวก็พัดอย่างรุนแรง อสรพิษ แมลงและสัตว์เลื้อยคลานมากมายที่หมอหนอนกู่เรียกมาต่างพากันะโและคลานหนีไป
เย่ฝานโบกธงดูดิญญาอีกครั้ง ชายในชุดดำก็กระอักเืเต็มปาก
“ที่แท้เ้าหมอนี่อ่อนหัดขนาดนี้เลยเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความสงสัย
“เขาไม่ได้อ่อนหัดหรอก แต่เขาทำกรรมเอาไว้มาก กรรมกำลังตามสนองเขาแล้ว” เย่ฝานพูดเสียงเ็า
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ไอ้สารเลว” ชายในชุดนักพรตสีดำตวัดมือ อสรพิษ แมลงและสัตว์เลื้อยคลานที่ยั้วเยี้ยอยู่รอบๆ ก็คืบคลานเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย
“ดื้อด้านจริงๆ... สลาย!” เย่ฝานสะบัดธงดูดิญญาอีกครั้ง พลังหยินระลอกหนึ่งพุ่งเข้าไปในร่างกายของชายชุดดำคนนั้น
ชายในชุดนักพรตสีดำร้องโอดครวญด้วยความเ็ป แล้วร่างของเขาก็เริ่มเปื่อยเน่า
ไป๋อวิ๋นซีเห็นแมลงสีม่วงตัวหนึ่งบินออกจากร่างของชายคนนั้น
พอแมลงสีม่วงตัวหนึ่งบินออกมา ใบหน้าของชายคนนั้นก็ดูแก่ลงไปหลายสิบปี
ชายในชุดนักพรตสีดำล้มลงบนพื้น สองมือสั่นเทิ้มไม่รู้ว่าเป็เพราะเจ็บหรือแสบ ชายคนนั้นฉีกชุดนักพรตที่ตนสวมใส่ พลันปรากฏท่อนขาที่แข็งทื่อท่อนหนึ่ง
ไป๋อวิ๋นซีเห็นว่าขาของชายตรงหน้าดูแปลกไป มันปรากฏเป็รอยช้ำเืสีม่วงเต็มไปหมด
“เขาเป็อะไรไป!”
เย่ฝานมองชายผู้นั้นแล้วพูดว่า “ความจริงเขาควรจะตายไปแล้ว แต่เขาอาศัยกู่ต่อชีวิตทำให้อายุขัยมากขึ้น เมื่อกี้หนอนต่ออายุออกจากร่างเขาไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังถูกเอาคืน”
“ช่วยฉันด้วย!” ชายในชุดดำขอความช่วยเหลือ
เย่ฝานมองชายในชุดนักพรตสีดำก่อนคิดในใจ เ้าหมอนี่คงใกล้จะตายแล้ว สติจึงฟั่นเฟือน ยังมีหน้ามาขอให้เขาช่วยชีวิต “อายุขัยของนายหมดแล้ว อย่าดิ้นรนอีกเลย”
ทันใดนั้นก็มีถุงใบใหญ่หล่นลงมาจากตัวของชายชุดดำ เขากระอักเืสีดำออกจากปาก ตัวสั่นเทิ้มก่อนจะขาดใจในที่สุด
เย่ฝานจับร่างิญญาสีดำมืดเอาไว้ แล้วเริ่มอ่านความทรงจำของิญญาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเย่ฝานส่องประกายแวววาว เขากลั้นใจค้นบัตรเอทีเอ็มออกจากศพได้หลายใบ
ไป๋อวิ๋นซีดูเย่ฝาน แล้วถามว่า “นายทำอะไรน่ะ?”
“เ้าหมอนี่มีเงินมากมาย ตายไปแล้วก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี พอดีเลยเงินของเขาก็กลายเป็ของฉัน บัตรนี่ไม่รู้จะมีเงินเท่าไรนะ! น่าจะไม่ต่ำกว่าสามร้อยล้านหยวนแน่ๆ” เย่ฝานพูดพลางถ่ายรูปศพของชายชุดดำไปด้วย
“นายทำอะไรอีกล่ะ?”
“พอดีว่ามีเงินจ้างให้ฉันกำจัดคนคนนี้ เขาจะให้ค่าตอบแทนฉันหนึ่งร้อยล้านหยวน” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
รูปถ่ายศพนั่นทำให้เย่ฝานรู้ตำแหน่งที่ซ่อนของศิลาปราณจากเหลียงเหยา และหล่อนยังแสดงความใจกว้างด้วยการมอบเงินให้เย่ฝานอีกห้าสิบล้านหยวน
เหลียงเหยาและหวงสือฟงเริ่มทำาซึ่งกันและกัน ทั้งสองต้องขึ้นโรงขึ้นศาลหลายครั้งเพื่อแบ่งสมบัติ เหลียงเหยา้าทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของหวงสือฟง แต่หวงสือฟงไม่อยากให้แม้แต่แดงเดียว จึงรีบโยกย้ายทรัพย์สินไปที่อื่นก่อน เขายังพยายามจ้างคนไปสังหารเหลียงเหยาอีกด้วย
เหลียงเหยาซึ่งรอดชีวิตจากการลอบฆ่า อับอายจนกลายเป็โกรธแค้น หล่อนเปิดโปงกิจการเหมืองแร่ของหวงสือฟง ใช้แรงงานเด็กอย่างผิดกฎหมาย และปิดบังข่าวการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติงานของคนงาน
ผลสุดท้าย หวงสือฟงถูกตำรวจจับกุมตัวไปและโดนยึดทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนเหลียงเหยาก็โดนหางเลขไปด้วย ถูกจับกุมในข้อหาก่ออาชญากรรมร่วม
เมื่อข่าวเื่นี้รู้มาถึงหูของเย่ฝาน เขาก็อดถอนหายใจเฮือกใหญ่เสียไม่ได้
