ไม่นานหลังจากบรรดาลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงมากันพร้อมหน้า ฉินหยีหนิงและฉินฮุ่ยหนิงก็เดินไปที่ห้องโถงดอกไม้กับพวกนาง ระหว่างทางได้ส่งเสียงพูดคุยกันตามประสา แม้ว่าฉินฮุ่ยหนิงไม่เป็ที่ชื่นชอบมากเท่าใดนัก แต่ก็ไม่ถึงกับทำตัวไม่ถูก
เพียงพริบตาเดียว เวลากลางวันก็มาถึง มีบ่าวมารายงานและเอ่ยถามฮูหยินติ้งกั๋วกง “ฮูหยิน อาหารกลางวันได้เตรียมพร้อมแล้วเ้าค่ะ จะให้ไปจัดที่เรือนอุ่นใช่หรือไม่เ้าคะ?”
ฮูหยินติ้งกั๋วกงตอบว่า “ไปจัดเตรียมที่เรือนอุ่นเถิด อย่าลืมไปเรือนด้านนอกเพื่อเชิญนายท่านและคุณชายทั้งหลายกลับมาด้วยนะ”
“เ้าค่ะ”
สมาชิกในบ้านที่เป็ผู้หญิงพากันเดินไปที่เรือนอุ่นด้วยรอยยิ้ม เมื่อพวกนางมาถึงประตูลานหน้าบ้าน พวกเขาก็ได้พบกับติ้งกั๋วกงผู้ซึ่งพาหลานชายทั้งหลายเดินมาด้วย
เด็กหญิงทั้งหลายต่างคำนับทำความเคารพ พี่ใหญ่ซุนหยู่ พี่ห้าซุนเจี๋ยและพี่แปดซุนฉิน ฟากฝั่งผู้ชายก็คำนับทักทายผู้ใหญ่ที่เป็ผู้หญิงและสาวๆ ทั้งหลายด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นพวกเขาต่างก็เดินเข้าไปในบ้าน
เรือนอุ่นนั้นอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ อาหารพร้อมแล้ว ส่งกลิ่นหอมโชยเตะจมูกชวนให้รับประทานยิ่งนัก ฮูหยินติ้งกั๋วกงยิ้มและพูดว่า “นำไม้กั้นออกไปเถิด ก็ไม่ได้มีคนนอกเสียหน่อย จะให้กั๋วกงแหย่ทานข้าวกับหลานชายเพียงแค่สามคนหรือ? ไม่อิจฉาพวกเราฝั่งนี้ที่มีคนเยอะกว่าหรือ?”
ติ้งกั๋วกงหัวเราะ “เ้ารู้ใจข้าที่สุดแล้ว แม้ว่าข้าจะอิจฉา แต่ก็ไม่จำเป็ต้องปริปากพูด เพราะเ้าก็ได้สั่งให้แล้วนี่ไงเล่า?”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็หัวเราะขึ้นมา
ติ้งกั๋วกงและฮูหยินติ้งกั๋วกงเข้าไปนั่งก่อนและนั่งในตำแหน่งหลัก ซุนซื่อนั่งถัดจากฮูหยินติ้งกั๋วกงและถัดจากนั้นเป็ตำแหน่งที่นั่งของป้าหญิงใหญ่และป้าหญิงสอง ส่วนพี่ชายใหญ่ พี่ชายห้าและพี่ชายแปดนั่งถัดจากมือขวาของติ้งกั๋วกง
ส่วนเด็กผู้หญิง พวกนางนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง
ป้าหญิงใหญ่และป้าหญิงสองถือตะเกียบกลางและ้าตักอาหารให้กับฮูหยินติ้งกั๋วกง แต่ฮูหยินติ้งกั๋วกงยิ้มพลางกล่าวว่า “วันนี้พวกเรามาทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็ครอบครัวเล็กๆ พวกเ้าไม่ต้องอยู่ในกฎระเบียบหรอก มานั่งทานอาหารก่อนเถิด”
สะใภ้ทั้งสองยังคงปฏิเสธ ติ้งกั๋วกงจึงเอ่ยขึ้น “ฟังท่านแม่ของพวกเ้าเถิด”
แม้ว่าติ้งกั๋วกงนั้นเป็คนอ่อนโยน แต่เขาก็เป็หัวหน้าครอบครัว เขาพูดอะไรออกมา ย่อมไม่มีใครกล้าดื้อรั้นด้วย ป้าหญิงใหญ่และป้าหญิงสองก็เข้ามานั่งในวงอาหารด้วยเช่นกัน
ครอบครัวใหญ่ให้ความสำคัญกับมารยาทในการทานอาหาร บนโต๊ะจึงได้ยินเพียงเสียงกระทบกันเบาๆ ของจานชามและตะเกียบเท่านั้น
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว มีบ่าวช่วยดูแลเ้านายล้างปาก ก่อนย้ายไปที่ห้องโถงดอกไม้ จังหวะนั้นบรรยากาศได้กลับมาคึกคักอีกหน
ติ้งกั๋วกงลูบเครา แย้มยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ทุกวันนี้หยีเจี่ยร์ยังคุ้นชินหรือไม่?”
“ตอบท่านตา ทุกอย่างดีหมดเลยเ้าค่ะ ท่านแม่จัดการทุกอย่างให้ข้าอย่างดี ดูแลข้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งฮุ่ยหนิงก็ยังสอนในสิ่งที่ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อนหลายอย่างด้วยเ้าค่ะ และตอนนี้ข้าสามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในปัจจุบันของข้าได้แล้วเ้าค่ะ” ฉินหยีหนิงเอ่ยตอบอย่างชาญฉลาด
เมื่อซุนซื่อได้ยินเข้า ใจของนางรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก
ฉินฮุ่ยหนิงเงยหน้าขึ้นมองฉินหยีหนิงด้วยสายตาพิศวง นางจะทำอะไรอีก
ติ้งกั๋วกงพูดต่ออีกว่า “ถ้าเป็เช่นนั้นก็ดี เ้ากับฮุ่ยเจี่ยร์มีความรักเป็มิตรต่อกันเช่นนี้ มันก็เป็วาสนาของแม่พวกเ้าด้วย ถ้าเ้าเจอปัญหาหรือ้าอะไรหรือว่าเจอเื่ที่ไม่สามารถจัดการได้ ก็สั่งคนให้มาพูดคุยกับท่านยายของเ้าได้”
“เ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านตาที่นึกถึงข้า” ฉินหยีหนิงขอบคุณอย่างซาบซึ้ง พร้อมค้อมตัวคำนับ
ติ้งกั๋วกงโบกมือเพื่อส่งสัญญาณบอกนางให้นั่งลงก็พอ ไม่จำเป็จะต้องพิธีรีตองอะไร
ฉินหยีหนิงนั่งถัดจากที่นั่งว่างข้างๆ ฉินฮุ่ยหนิง ท่าทางของนางดูสงบเสงี่ยมราวกับว่าทั้งสองคนนั้นไม่เคยมีเื่บาดหมางกันโดยสิ้นเชิง
ฟากฝั่งฉินฮุ่ยหนิงเกร็งเครียดไปทั้งตัว ตราบใดที่ฉินหยีหนิงอยู่ข้างๆ ตน นางจะรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งยังต้องบังคับตัวเองไม่ให้แสดงกิริยาผิดแปลก เพราะหากผู้คนเห็นแล้วอาจจะหัวเราะเยาะเอาได้
ถึงแม้ว่าฮูหยินติ้งกั๋วกงจะเป็ห่วงเื่ข้างนอก แต่นางก็ยังสงบ
แต่ป้าหญิงสองเป็ห่วงสามีและลูกหลานของนาง จึงไม่สามารถลังเลใจได้อีกแล้ว นางเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ไม่รู้ว่าที่เมืองซีฮวาจะเป็อย่างไรบ้างแล้วเ้าคะ?”
ติ้งกั๋วกงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็เอ่ยพูดอย่างเคร่งขรึม “กองทัพทั้งสองออกไปทำาแล้วและผางจือซีรบโดยใช้กลอุบาย ตอนนี้พวกเรายังต้านทานได้อยู่”
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดเช่นนั้น ใจของพวกเขาก็ทรุดลง
ป้าหญิงสองปลอบโยนตัวเอง นางฝืนยิ้ม “ถึงแม้ว่าพวกเรายังต้านทานได้อยู่ อย่างน้อยผู้ชายของบ้านเรายังปลอดภัยไม่ได้เป็อะไรนะเ้าคะ”
ญาติที่อยู่ข้างหลังมีเพียงความคาดหวังที่มากมายอย่างง่ายๆ ได้เท่านั้น
ติ้งกั๋วกงถอนหายใจ “แค่โทษข้าที่อายุมากแล้ว มิฉะนั้นก็จะไปที่เมืองซีฮวาเพื่อจัดการกับอำนาจบาตรใหญ่ของผางจือซี”
“ท่านปู่แก่แล้วแต่ยังแข็งแรง เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่้าให้ท่านออกไปจัดการก็เท่านั้นขอรับ” ซุนเจี๋ยผู้เป็พี่ห้ายิ้มกล่าวขึ้นบ้าง
ซุนฉิน พี่แปดขมวดคิ้ว “ที่จริงแล้วาเป็เพียงแง่มุมหนึ่งเท่านั้น แต่ที่น่าโมโหก็คือความเย่อหยิ่งของหวงไท่โฮ่ว เป็โรคปวดหัว เหตุใดถึงได้มีหน้าส่งคนมาแจ้งพวกเราด้วยเล่า? เหตุใดพวกเขารุกรานพวกเรา แล้วยัง้าให้พวกเราหาหมอเพื่อรักษาหวงไท่โฮ่วอีก? ทั่วทั้งแผ่นดินนี้จะไม่กลายเป็บ้านของพวกเขาแล้วหรือ แต่ฮ่องเต้ก็ยังคงรีบที่จะไปหาหมอที่มีชื่อเสียงอีก นี่มันแทบจะ...”
“น้องแปด ระวังคำพูดด้วยนะ” พี่ใหญ่ซุนหยู่ติเสียงเบา
พี่แปดเพิ่งนึกได้ว่ารอบๆ นั้นมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงด้วย จึงยิ้มอย่างเขินอาย
ฉินหยีหนิงก้มหน้าลง นั่งฟังสิ่งเ่าั้ นางรู้สึกเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่อัดแน่นอยู่ในใจ ฮ่องเต้อ่อนแอเช่นนั้น รู้แต่เพียงว่า เขารักปีศาจหวงโฮ่วและจัดการกับขุนนางในราชสำนักลับหลังก็เคยทำมาแล้ว แต่ไม่เคยคิดเื่ราชสำนักบิดเชือกเป็ก้อนเพื่อต่อสู้กับศัตรูข้างนอก
ราษฎรในราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีฮ่องเต้ที่ไร้สติเช่นนี้ วาดหวังว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งขึ้นมา แต่คาดหวังให้เขาตายเร็วๆ ยังจะดีเสียกว่า
ทั้งห้องอยู่ในความตึงเครียด ฉับพลันนั้นกลับมีเสียงรายงานมาจากข้างนอก
“กั๋วกงแหย่ หวางต้าจ่งมาที่นี่เพื่ออ่านพระบรมราชโองการ ในเวลานี้เขาอยู่ในลานหน้าบ้านขอรับ”
มีพระบรมราชโองการ!?
ติ้งกั๋วกงยุ่งกับการสั่งคนให้จัดโต๊ะจุดธูป ทั้งครอบครัวก็ไปที่ลานหน้าบ้านเพื่อคุกเข่ารับพระบรมราชโองการ
สีหน้าของหวางต้าจ่งนั้นมีความเคร่งเครียด เขาค่อยๆ เปิดผ้าพระบรมราชโองการสีเหลืองของฮ่องเต้และเอ่ยขึ้นด้วยเสียงชัดก้อง
“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้จึงทรงมีพระบัญชา ไท่โฮ่วแห่งต้าโจวทรงพระประชวร ซึ่งค้นพบวิธีรักษาจากแพทย์ที่มีชื่อเสียง ให้เสวยสมองของนักปราชญ์และจะสามารถรักษาอาการประชวรได้ ได้ยินมาว่าอาจารย์ในหอฮั่นหลิน ซุนหยู่ มีความรู้และกลอุบาย มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดรอบคอบ เป็การผสมผสานที่ดีระหว่างสติปัญญาและความกล้าหาญ สามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ จึงแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษว่า ‘อันกั๋วป๋อ’ และให้รางวัลเป็ทองสองพันเหลียงเพื่อไปที่ต้าโจวรักษาอาการประชวรของไท่โฮ่ว จบพระบรมราชโองการ”
ในลานเงียบกริบ...
เสียงแหลมคมชัดของหวางต้าจ่งราวกับมีดที่ทิ่มแทงหัวใจของทุกคน
ติ้งกั๋วกงคุกเข่าลงบนพื้นด้วยอาการสั่นเทา แล้วเงยศีรษะขึ้น “กล้าถามหวางต้าจ่ง นี่คือ?”
หวางต้าจ่งถอนหายใจอย่างนุ่มนวลและเอ่ยว่า “กั๋วกงแหย่ ท่านอย่าโทษบ่าวเลย บ่าวก็ทำตามหน้าที่ บ่าวขอบอกให้ท่านรู้ ต้าโจวส่งราชทูตมาที่นี่ท่านรู้หรือไม่? ก่อนนี้ราชทูตเข้าเฝ้าหวงช่าง บอกว่าแพทย์ของต้าโจวได้ให้สูตรยาให้ไท่โฮ่วหนึ่งอย่าง บอกว่าจะรักษาอาการปวดหัวของนางได้ นางจะต้องกินสมองของคนที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดิน”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ในดวงตาของหวางต้าจ่งก็มีน้ำตา แต่เขาอดกลั้นอยู่และลดเสียงของเขาลง “ราชทูตต้าโจวได้เอ่ยชื่อกับหวงช่างบอกว่า ได้ยินมาว่าแคว้นของพวกเ้ามีคนเขียนบทกลอนได้เก่งกาจมาก เขาก็เป็คนฉลาดที่สุด แค่้าเขา ฮ่องเต้ถึงได้ตอบรับ...”
ยามนั้น ป้าหญิงใหญ่ได้หมดสติไปแล้ว ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงต่างก็ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและรีบไปปฐมพยาบาลให้ ส่วนป้าหญิงสองกำลังประคองฮูหยินติ้งกั๋วกงซึ่งร่างกายกำลังสั่นเทิ้ม ทุกคนมีใบหน้าซีดขาวแสดงอาการหวาดหวั่น
ฉินหยีหนิงกำมือแน่น ประคองซุนซื่อซึ่งตัวสั่นคลอนไม่ต่างกัน นางจ้องมองหวางต้าจ่งว่ายังจะพูดอะไรอีกหรือไม่
ในเวลานั้นติ้งกั๋วกงรู้สึกเพียงว่าสมองของเขากำลังส่งเสียงพึมพำ เสียงแหบแห้งตามวัยของเขาก็ยิ่งแหบห้าวขึ้น “นี่ จะยอมรับได้อย่างไรกัน...”
“กั๋วกงแหย่ ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์ เพื่อเอาใจต้าโจวและรักษาต้าเยี่ยน นี่ก็ไร้ทางเลือกเช่นกันขอรับ” หวางต้าจ่งถอนหายใจและยื่นพระบรมราชโองการให้ซุนหยู่ที่กำลังนิ่งเงียบด้วยมือทั้งสองของเขา “ท่านอาจารย์ซุน ท่านรับพระบรมราชโองการเถิด”
ใบหน้าของซุนหยู่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่หันหลังกลับไปช่วยประคองป้าหญิงใหญ่ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา
“ท่านแม่ ท่านอย่าร้องไห้เลยขอรับ”
ดวงตาของป้าหญิงใหญ่มีสีแดง นางจับมือของซุนหยู่สุดแรง “ลูกชาย ลูกชายของข้า อย่าไปเลย พวกเราจะไม่ไปนะ พระบรมราชโองการนี้พวกเราจะตอบรับไม่ได้ อย่าไปเลย ข้าไม่อนุญาตให้เ้าไป!”
ในสายตาของซุนหยู่เต็มไปด้วยน้ำตา เขาปลอบโยนมารดาในอ้อมแขน ตบแผ่นหลังของนางเบาๆ “ขอรับ ขอรับ ท่านแม่ข้าจะไม่ไปขอรับ”
อย่างไรก็ตามพระบรมราชโองการก็ได้มาถึงแล้ว ไม่ไปแล้วเราควรทำอย่างไรเล่า?
ทุกคนตื่นตระหนกแล้ว
ฉินหยีหนิงหันไปหาซุนหยู่ พร้อมคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่าย ทั้งกดเสียงของนางต่ำมาก “พี่ชายใหญ่รับพระบรมราชโองการก่อนเถิดเ้าค่ะ ส่วนที่เหลือนั้น พวกเราคิดหาวิธีรับมืออีกที”
ใบหน้าของฉินฮุ่ยหนิงเต็มไปด้วยน้ำตาและตื่นตระหนก และกระซิบเบาๆ “ใช่ ใช่ ราชวงศ์ต้าโจวอยู่ตั้งไกลโพ้น จะมีใครรู้ว่าพี่ชายใหญ่หน้าตาเป็อย่างไร ถึงตอนนั้นพวกเราเปลี่ยนใครสักคนไปแทนพี่ชายก็ได้นี่เ้าคะ”
คำพูดของทั้งสองให้ความหวังที่คลุมเครือกับทุกคน
ใช่! พวกเขาตื่นตระหนกใ พวกเขาตกอยู่ในอันตรายแล้ว
ป้าหญิงใหญ่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ใช่ ใช่ พวกเรารับพระบรมราชโองการก่อน จากนั้นพวกเราค่อยมาหาทางกันทีหลังเถิด”
ฮูหยินติ้งกั๋วกงและซุนซื่อต่างก็โล่งใจเล็กน้อย
แต่ซุนหยู่นั้นยิ้มและลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ “ข้าซุนหยวนิ ในฐานะที่เป็มนุษย์ เป็ผู้ชายที่กล้าหาญ ข้าเดินตรงไปตรงมา นั่งตรงอย่างสง่างาม ท่านปู่ ท่านย่า ท่านแม่ ข้าไม่้าขโมยชีวิตของใคร”
เขาหันหลังกลับ เดินไปที่หวางต้าจ่งอย่างรวดเร็ว เขาเย้ยหยันทั้งฉีกคำสั่งของฮ่องเต้ทิ้งลงพื้น
“ต้าโจวเป็โจรรุกรานแคว้นของเรา ฆ่าคนของเราและรังแกฮ่องเต้ของเรา อยากได้สมองของข้าเพื่อรักษาโรค? ฝันไปเถอะ แม้ข้าจะแหลกสลายก็ไม่ให้พวกเขา”
เมื่อคำพูดถูกกล่าวจบลง ก็ฟาดตนเองลงไปที่ด้านข้างของผนังหิน
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโป๊ะ เืสีแดงกระเด็นออกมาอาบเสื้อสีขาวเปื้อนเื พร้อมร่างของเขาซึ่งล้มลงที่ใต้บันได
“อ๊า!!!”
“ิเกอร์”
“ลูกชายของข้า”
ไม่มีใครคาดคิดว่าซุนหยู่จะรุนแรงถึงเพียงนี้
ฮูหยินติ้งกั๋วกง ป้าหญิงใหญ่กับป้าหญิงสองต่างก็กรีดร้องจนเป็ลมล้มลงไปแล้ว
เด็กหญิงทั้งหลายต่างใกอดกันร้องไห้จนหมดสติ สถานการณ์วุ่นวายโกลาหล
พี่ชายห้ากับพี่ชายแปดเดินไปคุกเข่าที่ศพของซุนหยู่ ตีหน้าอกด้วยกำปั้นพร้อมร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้าอาดูร เปล่งะโเสียงดังเป็ชื่อของเขา...
ติ้งกั๋วกงตัวสั่นมองไปที่ร่างของหลานชายคนโปรด มองความเละเทะบนพื้นและทันใดนั้นก็ฉีกมุมปากเป็รอยยิ้ม
"ดี ดี ิเกอร์เป็หลานชายของข้า เป็ผู้ชายที่เข้มแข็ง ปู่ไม่ได้รักเ้าอย่างเสียเปล่า ปู่ไม่ได้รักเ้าอย่างเสียเปล่า...” ติ้งกั๋วกงพูดด้วยน้ำตาซึ่งไหลพรากเต็มใบหน้า จากนั้นก็ล้มลงพื้นร้องไห้หนักมาก
หวางต้าจ่งเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อและพูดอย่างกังวลใจว่า “กั๋วกง นี่จะดีได้อย่างไร ถ้าฮ่องเต้ลงโทษขึ้นมา มันจะดีได้อย่างไร”
ตอนนั้นฮูหยินติ้งกั๋วกงถูกปลุกให้ตื่นด้วยเข็มเงินของปิงถาง ขณะเดียวกันฉินหยีหนิงและซุนซื่อต่างช่วยกันประคองให้ลุกขึ้นมานั่ง เมื่อได้ยินเสียงก็หัวเราะอย่างเ็า
“เื่มันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว จะทำอย่างไรได้? ลูกหลานติ้งกั๋วกงของข้า เปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดีและอุทิศตนให้กับบ้านเมือง ไม่เคยทรยศฮ่องเต้แม้วันเดียว ฮ่องเต้...ออกราชโองการ คิดว่าฟังเื่ราวของหลานชายของข้า ก็คงจะต้องใจอ่อนกระมัง”
