หวังเจี้ยนหัวไม่มีทางลงมือทำร้ายผู้หญิงแน่นอน ยิ่งอีกฝ่ายคือเซี่ยเสี่ยวหลานจึงไม่มีทางที่เขาจะทำเช่นนั้นได้
เขาแค่คิดว่าเมื่อครู่ตนเองช่างโง่เขลายิ่งนักดันนึกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว อันที่จริงเธอยังคงชอบยกตนข่มท่าน หาเื่กระแนะกระแหนเป็ไปไม่ได้ที่จะเข้าใจและให้อภัยความผิดพลาดของผู้อื่น
ไม่มีความเมตตา
ในสมองของหวังเจี้ยนหัวโผล่คำคำหนึ่งออกมา
ยิ่งคิดยิ่งเหมาะกับคำนี้ ‘ไม่มีความเมตตา’ ท่านผู้นำกล่าวว่าสตรีก็สามารถยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าได้ในเมื่อเื่ของเขากับเซี่ยเสี่ยวหลานกลายเป็อดีตไปแล้วและเขาไม่อาจแยกจากจื่ออวี้ด้วย ทำไมเซี่ยเสี่ยวหลานถึงเปิดใจกว้างสักหน่อยไม่ได้อวยพรแก่เขากับจื่ออวี้ไม่ได้หรือ?
ต่อให้ไม่สามารถใจกว้างถึงขนาดไปมาหาสู่กันตามปกติ แต่อีกหน่อยทุกคนก็จะหลีกเลี่ยงกันและกันรักษาความสงบสุขเบื้องหน้านี้ไม่ดีกว่าหรือ
เซี่ยเสี่ยวหลานแค่มองสีหน้าของหวังเจี้ยนหัวก็คาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้เกือบทั้งหมดประธานเซี่ยไม่เชี่ยวชาญการจัดการความสัมพันธ์ชายหญิงนัก ทว่าหากหวังเจี้ยนหัวเป็เพื่อนร่วมงานชายที่เชิดชูความเป็ชายเหนือสิ่งอื่นใดก็สามารถคาดเดากระบวนการคิดของอีกฝ่ายได้แล้ว
“หวังเจี้ยนหัว ฉันไม่ให้อภัยพี่สาวไม่ใช่เพราะเสียดายเธอฉันไม่คิดจะให้อภัยตัวเธอเองด้วยซ้ำ ว่ากันตามตรงนะพวกเธอสองคนคือคู่ที่์สรรสร้างมาเพื่อเคียงข้างกันจริงๆ ทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนทั้งสองคนเลยล่ะตอนนี้เธอสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ใช่จือชิงลงชนบทผู้รันทดหดหู่ที่ซุกตัวอยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไปแล้วเธอภูมิใจเหลือเกินใช่ไหม ถึงได้ลืมว่าฉันเคยเป็กำลังใจให้เธออย่างไรช่วยเหลือเื่เงินเธออย่างไร ก้มหัวต่อพี่สาวที่น่ารังเกียจเพื่อยืมเอกสารทบทวนบทเรียนมาช่วยเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างไร...ใช่แล้ว เธอไปสอบที่เขตอันชิ่ง ค่ากินค่าอยู่ก็เป็ฉันที่อุดหนุนสินะพอสอบเสร็จเธอกับพี่สาวฉันประกาศว่าคบหากันดังนั้นเงินค่ากินอยู่ที่ฉันช่วยเหลือย่อมต้องคืนให้ฉันใช่หรือไม่?”
เซี่ยเสี่ยวหลานแบมือเล็กออก “ได้ยินว่านักศึกษามหาวิทยาลัยมีเงินอุดหนุนค่าครองชีพถ้าอย่างนั้นเธอก็คืนเงินให้ฉันได้แล้วสินะ ทั้งหมด 35 หยวน”
ความอัปยศอดสูอันหนักหน่วงรายล้อมอยู่รอบตัวหวังเจี้ยนหัว
หลังจากตระกูลหวังสูญเสียอำนาจและอิทธิพล หวังเจี้ยนหัวประสบกับการเลือกปฏิบัติทางชนชั้นและซ้ำเติมหลากรูปแบบแต่ให้เขาคืนเงินนั้นยังไม่เคยเจอจริงๆ !
สมองทั้งหมดของเขาถูกโดยเื่สำคัญสองเื่ คือการศึกษาและการกอบกู้ฐานะแทนตระกูลหวังเซี่ยเสี่ยวหลานส่งเขาไปสอบที่เขตอันชิ่ง ใส่เงินไว้ในกระเป๋าของเขาจริง ถ้าไม่มีเงินจำนวนนี้เขาจะเปิดห้องเดี่ยวของบ้านพักรับรองในเขตอันชิ่งเพื่อเตรียมตัวสอบอย่างสงบได้อย่างไรและจะรู้สึกว่าตนเองทำข้อสอบได้ไม่เลว จึงซื้อสุรามาฉลองหลังสอบเสร็จได้อย่างไร?
เขาและเซี่ยจื่ออวี้สนทนากันั้แ่คำตอบของข้อสอบไปจนถึงเป้าหมายของชีวิตพลางดื่มชาดื่มสุรา ค่ำคืนนั้นที่ทั้งสองคนเมามายจนหักห้ามใจไม่ได้เงินที่ใช้จ่ายก็เป็ของเซี่ยเสี่ยวหลาน
หวังเจี้ยนหัวโดนความอับอายและขุ่นเคืองโจมตีเสียจนพ่ายแพ้หมดรูป
เขาย่อมอยากควักเงินออกมาจบสิ้นละครตลกฉากนี้ทันทีเช่นกันแต่ในกระเป๋าเขาไม่มีเงิน 35 หยวนด้วยซ้ำ!
เงินอุดหนุนค่าครองชีพที่เขาสะสมไว้ได้จ่ายไปกับค่าตั๋วรถไฟจากปักกิ่งถึงซางตูและจ่ายไปกับการซื้อของขวัญให้ครอบครัวเซี่ยจื่ออวี้แล้ว ยังมีเงินเหลืออีกที่ไหนกัน?
หวังเจี้ยนหัวในชั่วขณะนี้เสียใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เสียใจที่กลับอันชิ่งเป็เพื่อนเซี่ยจื่ออวี้ เสียใจที่มาเดินงานวัดในวันแรกของปีใหม่และเมื่อสักครู่ที่เขามองเห็นเซี่ยเสี่ยวหลาน หากเขาไม่บอกเซี่ยจื่ออวี้เสียเลย ก็คงจะไม่เกิดความอับอายอย่างในตอนนี้ขึ้น...
“เอานี่ไป! ถ้าเหยียดหยามพวกเราแบบนี้เธอถึงหายโกรธเงินนี่ฉันคืนให้แทนเจี้ยนหัว!”
หัวตาของเซี่ยจื่ออวี้น้ำตารื้น
ความอัดอั้นตันใจก่อนหน้านี้เป็การเสแสร้งทั้งสิ้น ทว่าตอนนี้เป็จริงเสียเจ็ดส่วน
เซี่ยเสี่ยวหลานเอาอะไรมาเหยียดหยามหวังเจี้ยนหัวแบบนี้กันตอนนี้หวังเจี้ยนหัวไม่มีเงินทองการตกต่ำของตระกูลหวังทำให้ลูกหลานข้าราชการชั้นสูงผู้ทะนงตนอย่างหวังเจี้ยนหัวกลายเป็จือชิงที่ต้องลงชนบทแม้จะสอบติดมหาวิทยาลัยแต่ทุกวันนี้ยังเป็เพียงนักศึกษายากจนคนหนึ่งเซี่ยจื่ออวี้ไม่เคยรังเกียจที่หวังเจี้ยนหัวขัดสนเธอรู้ว่าความลำบากล้วนอยู่แค่ชั่วคราว เวลาเธอสงเคราะห์เงินแก่หวังเจี้ยนหัว เธอจะระมัดระวังเป็อย่างยิ่งเสมอเพราะกลัวว่าจะทิ่มแทงศักดิ์ศรีของชายหนุ่ม
แล้วเซี่ยเสี่ยวหลานกล้าดีอย่างไรปฏิบัติเช่นนี้ต่อหวังเจี้ยนหัวได้อย่างไร!
เซี่ยจื่ออวี้พกเงินติดตัวมาด้วย มือที่กำเงินของเธอกำลังสั่นเทา
เซี่ยเสี่ยวหลานกลับคว้าธนบัตรจำนวนหนึ่งจากในมือเธอจริงๆ นับได้ 35 หยวนพอดี
“เธอช่างเอื้อเฟื้อเหลือเกิน ถ้าอย่างนั้นก็...ขอให้เธอเลี้ยงผู้ชายอย่างมีความสุขนะ”
ไม่รู้ใครเป็คนเริ่มก่อน แต่คาดไม่ถึงว่าผู้ทำบุญที่มาชมความสนุกสนานบางคนจะอดหัวเราะไม่ได้การหัวเราะนี้ ทำให้คนมากมายต่างกลั้นไม่อยู่ไปตามๆ กัน
หวังเจี้ยนหัวถูกเซี่ยเสี่ยวหลาน ‘ทวงหนี้’ และเหยียดหยามต่อหน้าสาธารณชน เื่ที่เซี่ยจื่ออวี้คืนเงินแทนเขานี้มิได้กู้หน้าแทนเขากลับมาเลย ทว่ากลับเป็การยืนยันความจริงที่เขากำลังเกาะผู้หญิงกิน
หวังเจี้ยนหัวรู้ว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปคงไม่ได้แล้ว จึงฝ่าฝูงชนแล้วรีบก้าวยาวจากไป
เซี่ยจื่ออวี้มองค้อนเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยความชิงชัง ก่อนจะวิ่งตามหวังเจี้ยนหัวออกไป
เซี่ยเสี่ยวหลานหัวร่อกับตนเอง แบบนี้สิถึงจะถูกต้องเธอไม่โปรดบุคลิกแม่พระดอกบัวขาวผู้อ่อนโยนปัญญาสูงเท่าไรนักทั้งที่เธอมีคุณสมบัติแต่ก็ไม่เลือกเดินทางสายนี้มีคนโดนด่าทอทุบตีแต่ยังทนได้ที่ไหนกัน แววตาเกลียดชังก่อนเซี่ยจื่ออวี้จากไปเมื่อครู่ทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกถึงความแท้จริงมากกว่า
เธอไม่กลัวความอาฆาตของเซี่ยจื่ออวี้ และยิ่งไม่จำเป็ต้องใส่ใจความรู้สึกของหวังเจี้ยนหัว
ขอเพียงสองคนนี้ไม่มีความสุข เซี่ยเสี่ยวหลานก็รู้สึกเบิกบานแล้ว
เซี่ยเสี่ยวหลานผู้ต่อกรกับสองคนด้วยตัวคนเดียวแถมเอาชนะอย่างสมบูรณ์จึงอารมณ์ดีเป็พิเศษเธอชูเงินในมือขึ้น
“ป้า นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเรามีเงินซื้อปลาแล้วหรอกหรือ? เงินที่เดิมทีคนเขาไม่คิดจะคืน ทวงกลับมาย่อมถือว่าเก็บได้เปล่าต้องใช้เงินอย่างเบิกบานนะ!”
มีใครยังจำได้ว่าหลิวเฟินหย่าหรือเปล่าเล่า
จุดสุดยอดของเนื้อเื่เมื่อครู่ความสนใจทั้งหมดพุ่งมายังเซี่ยเสี่ยวหลาน เห็นเซี่ยเสี่ยวหลานภูมิใจในชัยชนะหลี่เฟิ่งเหมยก็ไม่รู้จะพูดอะไร
ที่แท้ไม่ต้องเอ่ยปากด่าทอเสียงดัง ไม่ต้องลงมือต่อสู้ก็สามารถใช้ฝีปากทำให้ศัตรูพ่ายแพ้จากไปได้?
ผู้าุโสามคนยังไม่ทันได้ช่วยเหลือด้วยซ้ำเหตุผลร้อยแปดพันเก้าถูกพูดโดยเซี่ยเสี่ยวหลานคนเดียวจนหมดทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน—เสี่ยวหลานปากร้ายเกินไปหน่อยหรือไม่นะ? หญิงสาวดุดันแบบนี้จะหาคนรักได้ไหม?
โอ้ เธอหาได้แล้ว
หลิวหย่งนึกถึงโจวเฉิง
เขามักกังวลว่าโจวเฉิงจะเป็ภัยต่อหลานสาว ทว่าฉากในวันนี้ทำให้หลิวหย่งในฐานะบุรุษปวดแก้มขึ้นมาเล็กน้อย
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เขาอาจต้องเปลี่ยนมาเป็ห่วงโจวเฉิงเสียมากกว่า
คนขายปลาในงานวัดยินดีปรีดาแทบบ้า
ปลาชิงตัวโตสองตัวขายได้ยากเหลือเกินก่อนหน้านี้เซี่ยเสี่ยวหลานซื้อตัวน้ำหนัก 17 ชั่งแล้วคิดไม่ถึงว่าพอลงมาจากวัดไป๋ซี ก็ซื้ออีกตัวที่น้ำหนัก 15 ชั่งด้วย ปลาชิงสองตัวรวม 37.2 หยวนเ้าของแผงจึงหักเศษสองเหมาทิ้งให้
เซี่ยเสี่ยวหลานวานเขาเชือดปลาทั้งสองตัว และยื่นปลาตัวที่หนัก 17 ชั่งนั้นแก่สะใภ้ใหญ่เฉิน
“ป้าเฉิน ปลาตัวนี้เอากลับไปให้ปู่เฉินกินเถอะ ”
เฉินวั่งต๋าแบ่งที่ดินปลูกบ้านให้เซี่ยเสี่ยวหลานและมารดามากมายขนาดนั้นปลาชิงหนึ่งตัวจะมากมายอะไร ชายชราและลูกชายคนโตอาศัยด้วยกันปลาชิงย่อมต้องอาศัยสะใภ้ใหญ่เฉินคนนี้ปรุงเซี่ยเสี่ยวหลานจึงมอบปลาให้สะใภ้ใหญ่เฉินโดยตรง
สะใภ้ใหญ่เฉินโดนปลาที่เซี่ยเสี่ยวหลานส่งให้อย่างง่ายดายข่มขวัญ
“เสี่ยวหลาน นี่มันแพงเกินไปแล้ว ป้ารับไว้ไม่ได้หรอก ถ้าป้าถือปลากลับไปปู่ของเฉินชิ่งเขาก็ต้องตำหนิป้าแน่”
เซี่ยเสี่ยวหลานกล่อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกเมื่อสักครู่ฉันเก็บเงินได้นอกวัดไป๋ซี ถือว่าแบ่งปันกันน่ะจ้ะ”
เก็บเงินได้จริงหรือ?
สะใภ้ใหญ่เฉินถูกเซี่ยเสี่ยวหลานเบนความสนใจครุ่นคิดถึงเื่เมื่อครู่ไปสักพักส่วนเฉินชิ่งแอบพิจารณาท่าทางของเซี่ยเสี่ยวหลานเงียบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่มีความขุ่นข้องหมองใจสักนิดเดียวจึงสบายใจไปเปราะหนึ่ง
เขาไปยังแผงน้ำตาลปั้นถึงรู้สึกตัวหญิงสาวเมื่อครู่คนนั้นเป็พี่สาวของเสี่ยวหลาน อีกคนหนึ่งมิใช่ ‘ว่าที่พี่เขย’ ที่เสี่ยวหลานเคยยั่วยวนตามข่าวลือหรือ? เฉินชิ่งเชื่อว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ใช่คนเช่นนั้นแน่นอน แต่เขาแค่กลัวว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะเสียเปรียบเมื่ออยู่ต่อหน้าสองคนนั้น
ทว่าต่อมา ‘ว่าที่พี่เขย’ คนนั้นเดินเกรี้ยวกราดออกจากงานวัดไป ส่วนพี่สาวก็ติดตามอยู่ด้านหลังทั้งสองคนเดินจากไปอย่างรวดเร็วราวกับแสดงงิ้วจบนั่นน่าจะแปลว่าไม่ได้เอาเปรียบอะไรเซี่ยเสี่ยวหลาน
ก็แค่นักศึกษามหาวิทยาลัยมิใช่หรือไร?
หลังการสอบเกาเข่าปีนี้ ความพยายามของเขาอย่างไรก็ต้องมีดอกออกผลบ้างเช่นกัน!
