“ข้าจะเก็บกวาดนังสารเลวนั่น หากไม่ใช่เพราะนาง ฮั่นเอ๋อร์ก็จะไม่ถูกส่งไปที่ค่ายทหาร แล้วก็จะไม่ติดโรคระบาด...”
บนเตียง สตรีที่ถูกมัดไว้แน่นมองออกไปนอกหน้าต่าง ปากก็พูดประโยคนี้ซ้ำๆ ไม่หยุด
ความวุ่นวายในวันนี้ ทั่วทั้งจวนโหวต่างรับรู้ว่าฮูหยินเสียสติไปแล้ว อีกทั้งยังอันตรายมาก เมื่อเห็นเหล่าข้ารับใช้ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเ่าั้ เหล่าสาวใช้ก็รู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ รู้สึกโชคดีที่ไม่ใช่ตนเองที่เข้าไปขวางฮูหยิน
หมอทั้งสามคนส่ายหน้า “ตอบฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินท่านโหวมีอาการเสียสติแล้วขอรับ”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าถูกแม่นมกันไว้ข้างนอกจึงไม่ทราบว่าด้านในเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
“มียารักษาหรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่ามองเหลยซื่ออย่างคิดไม่ถึง ฮูหยินชางหรงโหวบ้าไปแล้ว? นี่ไม่ใช่เื่น่าขบขันมากหรอกหรือ
“อาการเจ็บป่วยทางใจต้องใช้ยาใจในการรักษา ฮูหยินได้รับแรงกระตุ้นภายในเวลาสั้นๆ จึงทนรับไม่ไหวทำให้อารมณ์รุนแรงเช่นนี้ ไม่ทราบว่าระยะนี้ฮูหยินมีเื่กลัดกลุ้มหรือไม่ขอรับ?”
อาการเจ็บป่วยทางใจ? หรือว่านางยังคิดว่าจะสามารถทำให้หลิ่วอวิ๋นฮั่นมีชีวิตกลับมาได้อีก?
“เช่นนั้นเชิญพระอาจารย์มาขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้หรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่ากลับคิดถึงอีกวิธีการหนึ่ง ในสายตาของนาง เหลยซื่อราวกับถูกสิ่งชั่วร้ายสิ่งสู่ก็มิปาน
ท่านหมอยิ้มอย่างขมขื่น อาการเสียสติของฮูหยินท่านโหวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่ของภูตผีปีศาจ ต่อให้เชิญนักพรตเต๋าหรือพระภิกษุสงฆ์มาก็ไม่มีประโยชน์ ทันใดนั้นเหล่าหมอทั้งหลายราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “ฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ พวกข้าน้อยได้ยินมาว่าฝีมือการแพทย์ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่สูงส่ง มิสู้ให้นางมาตรวจรักษาให้ฮูหยินเป็อย่างไรขอรับ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง ใช่แล้ว เหตุใดตนเองจึงคิดไม่ถึง แต่ไม่ได้ วันนี้เหลยซื่อเกิดอาการบ้าคลั่งเช่นนี้ขึ้นมาเพราะเห็นอวิ๋นซู หากอีกสักครู่หนึ่งอวิ๋นซูปรากฏตัวแล้วทุกคนห้ามปรามนางไม่ได้จะทำอย่างไร?
แม่นมที่อยู่ด้านข้างมองความกังวลของฮูหยินผู้เฒ่าออก “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ บ่าวมีวิธีการหนึ่งเ้าค่ะ”
...
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น แม่นมผู้นั้นเดินออกมาจากด้านในอย่างรีบร้อน
“แม่นม ท่านแม่ของข้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“คุณหนูรองเ้าคะ โปรดสงบใจไว้ก่อนเ้าค่ะ” เพียงทิ้งประโยคนี้เอาไว้ แล้วนางก็จากไปอย่างกระวนกระวายราวกับมีเื่เร่งด่วนอะไรบางอย่าง ไม่นานก็พาตัวหลิ่วอวิ๋นซูมา
“เ้ามาที่นี่ทำไม?” พริบตานั้นหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพูดออกมาเสียงดัง “ไม่อนุญาตให้เข้าไป! ไม่อนุญาตให้เ้าแตะต้องท่านแม่ของข้าแม้แต่ปลายผม!”
“โถ่ คุณหนูรอง เสี้ยนจู่มารักษาให้ฮูหยินเ้าค่ะ!”
“ล้อเล่นหรือ? เ้าจะมาฆ่าท่านแม่ของข้าชัดๆ!”
แม่นมไร้หนทาง ทำได้เพียงส่งสายตาเป็สัญญาณให้ครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นมีข้ารับใช้เดินเข้ามาจับหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเอาไว้ “พวกเ้าจะทำอะไร? โอหัง ข้าเป็คุณหนูรองแห่งจวนโหว! พวกเ้าทรยศแล้ว...” แม่นมเดินเข้าไปยิ้มให้อวิ๋นซูอย่างจนใจ แต่สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นี้กลับไม่มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ทำให้แม่นมอดไม่ได้ที่จะนับถือ ถูกคุณหนูรองหาเื่อย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ เป็ผู้ใดก็ต้องรับไม่ไหว
ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า เงาหลังของอวิ๋นซูก็ถูกปิดกั้นไว้ด้วยประตูเรือน
บนเตียง ดวงตาของเหลยซื่อมีผ้าสีดำผืนหนึ่งปิดเอาไว้ ปากของนางยังคงบ่นพึมพำกับตนเอง
“เสี้ยนจู่!” ท่านหมอทั้งสามรีบคารวะ ก้าวถอยหลังไปอยู่ข้างๆ อย่างเรียบร้อย
“ซูเอ๋อร์ มาดูท่านแม่ของเ้าหน่อยเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่าพยักศีรษะเบาๆ อวิ๋นซูตอบรับอย่างสงบนิ่งครั้งหนึ่ง แล้วจึงนั่งลงข้างเตียง ยกแขนของเหลยซื่อขึ้นมาจับชีพจร
ในตอนแรกอวิ๋นซูคิดว่าอาการบ้าของเหลยซื่อเป็ไปได้มากว่าจะเป็การเสแสร้ง แต่วันนี้ดูแล้วชีพจรที่เต้นอย่างมั่วซั่วไม่เป็ระเบียบ เกิดจากการได้รับการกระตุ้นจนเืลมพลุ่งพล่านจริงๆ พูดอย่างเรียบง่ายก็คือ นางเสียสติไปแล้วจริงๆ
“รักษาได้หรือไม่?”
“ท่านย่าเ้าคะ ซูเอ๋อร์สามารถใช้การฝังเข็มลองดูได้เ้าค่ะ”
“ยังเป็เสี้ยนจู่ที่มีวิธี!” ท่านหมอทั้งสามมีสายตานับถือขึ้นมาโดยพลัน
รอบข้างเงียบลง มองอวิ๋นซูหยิบห่อเข็มที่พกติดตัวออกมา นำไปลนบนเปลวเทียนแล้วจึงปักลงบนจุดฝังเข็มแปดจุดของเหลยซื่ออย่างเบามือ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป สตรีบนเตียงดูเหมือนจะหลับไปแล้ว ท่านหมอพากันตกตะลึงในวิธีการฝังเข็มที่น่าอัศจรรย์ ในสายตาของพวกเขา อาการเสียสติเช่นนี้สามารถกล่าวได้ว่าไม่มีทางรักษา คิดไม่ถึงว่าหย่งจี๋เสี้ยนจู่จะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็สามารถควบคุมอาการป่วยเอาไว้ได้
“หาก้ารักษาให้หายดี ยังต้องใช้เวลาอีกนานเ้าค่ะ ซูเอ๋อร์เพียงทำให้ท่านแม่รู้สึกสบายชั่วครู่เท่านั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อืม เช่นนี้ก็ดีแล้ว จะได้สงบลงเสียหน่อย” เมื่อเห็นท่านหมอทั้งสามพูดจาชมเชยอวิ๋นซู คนอื่นๆ ภายในเรือนก็ปรากฏใบหน้ายิ้มแย้มออกมา ในสายตาของพวกเขา อวิ๋นซูถือเป็เกียรติของจวนชางหรงโหว
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าถูกทำให้โกรธจนออกไปนอกเรือน จนกระทั่งพวกอวิ๋นซูไปแล้ว นางจึงรีบกลับมา
ไหนเลยจะรู้ว่าแม่นมกลับลืมนำผ้าปิดตาสีดำของเหลยซื่อออก หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกยากที่จะเชื่อ “ท่านแม่ พวกนางทำกับท่านเช่นนี้เชียว...”
ภายในเรือนไผ่
“คุณหนูเ้าคะ ท่านจะช่วยเหลือฮูหยินจริงๆ หรือ?”
ความโเี้ไร้ไมตรีของเหลยซื่อที่มีต่ออวิ๋นซู พวกนางต่างก็เห็นอยู่ในสายตา หากว่าเปลี่ยนเป็พวกนาง จะต้องไม่ทำเื่ดีๆ เช่นการตอบแทนความแค้นด้วยคุณธรรมอย่างแน่นอน
“ข้าคิดจะช่วยก็ช่วยไม่ได้”
สาวใช้ทั้งสามมองหน้ากัน นี่หมายความว่าอย่างไร?
ภายในจวนแม่ทัพเวยหย่วน ฮูหยินเวยหย่วนมองจดหมายในมือ อดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมา
“ฮูหยินผู้เฒ่าชางหรงโหวจะเกินไปแล้ว!” รู้ทั้งรู้ว่าบุตรีอนุภรรยาผู้นั้นทำทุกวิถีทางเพื่อ้าเอาชีวิตบุตรีของตน แต่ก็ยังให้นางมารักษาบุตรีของตนเองอีก?! ไม่ จะทำเช่นนี้ไม่ได้!
“เด็กๆ รีบไปที่จวนชางหรงโหว ข้า้าเขียนจดหมายให้ฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเขาฉบับหนึ่ง!”
ด้านนอกเรือนของเหลยซื่อมีคนยืนเฝ้าอยู่จำนวนมาก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าฟุบอยู่บนโต๊ะอย่างเหนื่อยล้า ในอากาศมีกลิ่นยาฟุ้งกระจายอยู่บางเบา
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหลับลึกเป็อย่างมาก ตอนที่นางตื่นขึ้นมา เหลยซื่อที่อยู่บนเตียงยังคงนอนหลับอย่างสงบอยู่ นางรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากพบว่าเหลยซื่อไม่ได้กรีดร้องะโราวกับอยู่ในความฝันเหมือนเมื่อก่อน เมื่อได้ยินลมหายใจที่สงบเช่นนี้ ดูไม่แตกต่างจากคนปกติทั่วไปแล้ว
หรือว่าอาการป่วยของท่านแม่จะหายดีแล้ว?
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าถอยออกไปเบาๆ แล้วเรียกข้ารับใช้คนหนึ่ง “ท่านยายส่งคนมาหรือไม่?”
“คุณหนูขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่าส่งคนมาเพื่อส่งจดหมายฉบับหนึ่ง แต่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าชางหรงโหวกลับไม่ได้ตอบรับขอรับ” องครักษ์ผู้นั้นรายงานเหตุการณ์เมื่อวานในตอนเย็นออกมาตามความจริง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ท่านยายเขียนอะไรในจดหมาย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้ว “พวกเ้าดูแลที่นี่ให้ดีๆ”
นางพาสาวใช้สองคนเดินมุ่งหน้าไปยังประตูจวนชางหรงโหว จากนั้นจึงยืนอยู่นอกบริเวณประตูมองไปรอบๆ
ในความคิดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า หากว่ายังอยู่ที่นี่ ภายใต้สถานการณ์เช่นทุกวันนี้ ท่านแม่จะถูกหลิ่วอวิ๋นซูวางแผนทำร้ายได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าแม่ทัพเวยหย่วน หวังว่าท่านยายจะสามารถคิดหาวิธีได้ แน่นอนว่าทางที่ดีที่สุดก็คือรับตัวท่านแม่กลับจวนแม่ทัพ นางเชื่อว่าด้วยความสามารถของท่านยาย จะต้องหาคนมารักษาท่านแม่จนหายดีได้อย่างแน่นอน
“พ่อบ้าน จวนแม่ทัพส่งคนมาหรือไม่?”
“คุณหนูรองขอรับ วันนี้มีคนมาแล้วขอรับ แต่ว่ากลับไปแล้วขอรับ”
“กลับไปแล้ว? ได้ส่งอะไรมาหรือไม่?” เหตุใดจึงได้แปลกประหลาดเช่นนี้
“ส่งจดหมายมาฉบับหนึ่งขอรับ”
กล่าวเช่นนี้คือ ท่านย่าไม่ได้ตอบรับหรือ? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจิตใจจมดิ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงท่าทางสงบของเหลยซื่อในวันนี้ ดูเหมือนว่านังสารเลวนั่นจะยังไม่ทันได้ลงมือ มิเช่นนั้นท่านแม่จะมีอาการดีขึ้นได้อย่างไร
ฮึ ขอเพียงมีตนเองอยู่สักวันหนึ่ง นังสารเลวนั่นก็อย่าได้คิดจะแย่งชิงสิ่งของใดๆ ไปจากตนเองอีกเลย!
“เสี้ยนจู่ ท่านเข้าไปไม่ได้ขอรับ”
นอกเรือนของเหลยซื่อ อวิ๋นซูถูกองครักษ์สองคนขวางเอาไว้
“เหตุใดจึงเข้าไปไม่ได้ ท่านย่าให้ข้ามารักษาท่านแม่” อวิ๋นซูไม่ได้ประหลาดใจ แต่คำพูดที่นางสมควรพูดก็ยังต้องพูดออกมา เป็ฮูหยินผู้เฒ่าให้นางมา นางก็มาแล้ว แต่ตอนนี้กลับเป็พวกเขาที่ไม่ให้นางเข้าไป
“คุณหนูรองมีคำสั่งมา คุณหนูหกไม่สามารถเข้าไปได้ขอรับ”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็บอกพี่รองด้วยว่าข้ามาแล้ว” อวิ๋นซูไม่ได้ขัดขืนแม้เพียงครึ่งส่วน หันกายเดินจากไปอย่างเป็ธรรมชาติยิ่งนัก องครักษ์ทั้งสองสบตากัน หย่งจี๋เสี้ยนจู่ผู้นี้ถึงกับพูดง่ายเช่นนี้เลยหรือ? พวกเขายังคิดว่านางจะดิ้นรนเข้าไปเสียอีก
ไม่นาน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็กลับมา “เมื่อครู่นังสารเลวนั่นมาแล้วหรือ?”
“ขอรับคุณหนู”
อวิ๋นฮว๋ายิ้มอย่างเ็า ภายในเรือนของตนเอง จะไม่ยอมให้นางได้ทำตามใจอย่างเด็ดขาด
เมื่อผลักประตูเดินเข้าไป คิดไม่ถึงว่าเหลยซื่อจะตื่นขึ้นมาแล้ว นางเดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจ “ท่านแม่!”
ดวงตาทั้งสองของเหลยซื่อราวกับมีเมฆหมอก เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยก็เงยหน้าขึ้น “อวิ๋นฮว๋า”
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?” นางสำรวจร่างกายของเหลยซื่ออย่างระมัดระวัง สตรีบนเตียงแตะหน้าผากเบาๆ “นี่ข้าเป็อะไรไป?”
“...ท่านแม่เ้าคะ ท่านจำเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยหรือเ้าคะ?”
เหลยซื่อมองท่าทางของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าอย่างสงสัย “เกิดเื่อะไรขึ้น?”
“...” ท่านแม่ถึงกับลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด หรือจะกล่าวว่า อาการป่วยของนางดีขึ้นแล้ว? “ไม่ ไม่มีอะไรเ้าค่ะ”
เหลยซื่อพยายามฉีกยิ้มขมขื่นออกมา ทันใดนั้นนางคลำไปบนฝ่ามือของตนเอง “เสื้อผ้า! เสื้อผ้าของฮั่นเอ๋อร์เล่า?”
“อยู่เ้าค่ะ อยู่ที่นี่!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าให้คนไปซักมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เหลยซื่อตามหามันอีก
ดวงตาของเหลยซื่อพลันแดงก่ำ “ฮั่นเอ๋อร์ที่น่าสงสาร น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าเขาเป็ครั้งสุดท้าย อวิ๋นฮว๋า เ้าจงจำไว้ ความแค้นที่ลึกล้ำดั่งทะเลเืนี้ พวกเราจะต้องคืนกลับไปให้ได้!”
เหลยซื่อในตอนนี้ดูเหมือนจะกลับไปมีท่าทางเช่นเดิมแล้ว หลิ่วอวิ๋นฮว๋าดีใจเป็อย่างมาก พริบตานั้นรู้สึกว่ามีพลังอยู่เต็มร่าง นางไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ท่านแม่กลับมาแล้ว! วันหน้ายังสามารถชี้แนะตนเองได้!
อย่างไรก็ตาม ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนกลับดีใจไม่ออก
“ฮูหยินผู้เฒ่าชางหรงโหวหมายความว่าอย่างไร ก่อนหน้านี้จะเป็จะตายก็ไม่ยอมให้พวกนางสองแม่ลูกกลับไป ตอนนี้ จะเป็จะตายก็ไม่ยอมให้ข้ารับพวกนางกลับมา!” กล่าวเช่นนี้ จวนชางหรงโหวคิดจะทำตัวเป็ศัตรูกับจวนแม่ทัพเวยหย่วนของพวกเขาหรือ?
“ฮูหยินผู้เฒ่า มีจดหมายมาจากคุณหนูรองเ้าค่ะ!”
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนรีบเปิดจดหมายออก สายตาของนางฉายแววประหลาดใจอยู่หลายส่วน อวิ๋นฮว๋ากล่าวว่าท่านแม่ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ให้นางไม่ต้องเป็กังวล บางทีหลายวันนั้นอาจเป็เพราะได้รับความเครียด วันนี้ท่านแม่รับความจริงได้ทั้งหมดแล้ว ไม่ได้มีอาการคลุ้มคลั่งปรากฏออกมาอีก
“ฮูหยินผู้เฒ่า?”
“อืม คุณหนูไม่เป็อะไรแล้ว”
ใบหน้าของแม่นมเต็มไปด้วยความยินดี “จริงหรือเ้าคะ? เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน!”
อย่างไรก็ตาม ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนกลับยิ้มออกมาอย่างเ็า “ดีอะไรกัน จวนชางหรงโหวบีบบังคับคนจนเป็บ้า หากไม่ใช่ว่านางเป็คนดี์คุ้มครอง จะอาการดีขึ้นมาเองได้หรือ? จะอย่างไรก็ไม่อาจให้นางอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไปแล้ว”
ที่ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนแน่วแน่ถึงเพียงนี้ เป็เพราะท่าทีของจวนชางหรงโหวที่ทำให้นางรู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่คิดจะให้เหลยซื่อสองแม่ลูกกลับไป ตนเองมิใช่ว่ามีวิธีส่งพวกนางกลับไปได้หรือ? ตอนนี้ไม่คิดจะให้พวกนางสองแม่ลูกกลับมา ฮ่าๆ เช่นนั้นนางก็จะทำให้คนของจวนชางหรงโหวได้เห็น ว่าตนเองจะพาพวกนางกลับมาอย่างไร!
