เสียงรถตำรวจสองสามคันดังแว่วมา ตำรวจหญิงคนหนึ่งก้าวลงจากรถ เมื่อเห็นเย่ฝานหล่อนจึงรีบเดินมาหาด้วยความโมโห
“เย่ฝาน นายมาทำอะไรที่นี่?” เฉินเข่อหลันถามด้วยสีหน้าตึงเครียด
เย่ฝานกะพริบตามองเฉินเข่อหลัน ก่อนตอบกลับไป “ฉันได้ยินว่าที่นี่มีคนจะะโตึก ฉันก็เลยมาดูสนุกๆ!”
“เื่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน แต่กลับเห็นเป็เื่สนุก นายมีมโนธรรมในจิตใจหรือเปล่า!” เฉินเข่อหลันกล่าวด้วยความแค้นเคือง
“แต่ว่าคนที่มามุงดูไม่ได้มีฉันคนเดียวนี่! ทำไมเธอด่าแต่ฉันล่ะ!” เย่ฝานพูดอย่างผู้ไม่ได้รับความเป็ธรรม
เฉินเข่อหลันพูดอย่างไม่พอใจว่า “คนอื่นๆ เขาอยู่ที่นี่ ไม่เหมือนนายที่มาตั้งไกลเพื่อดูคนจะะโตึก ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชายไป๋ต้องไยดีคนปัญญาอ่อนอย่างนายด้วย!”
เย่ฝานเริ่มไม่สบอารมณ์ เขาโต้กลับไปว่า “เื่ที่เธอไม่เข้าใจมีอีกเยอะแยะ ทำไมถึงกล้ากล่าวหาอัจฉริยะอย่างฉันว่าเป็คนปัญญาอ่อน ถ้าฉันเป็คนปัญญาอ่อนจริง เธอคงจะเป็ยิ่งกว่าคนสมองกลวงแน่ๆ”
เฉินเข่อหลัน “สารเลว...”
เย่ฝานแหงนมองเด็กที่อยู่บนตึก ก่อนเอ่ยอย่างมีหลักการว่า “จะยังไงก็ช่างเถอะ เธอมีหน้าที่รับใช้ประชาชน! ประชาชนกำลังรอให้เธอไปช่วยอยู่นะ เธอไม่ขึ้นไปช่วยเหลือเยาวชนที่เปรียบเสมือนดอกไม้ของประเทศชาติ แต่กลับมาคุยกับฉัน ละเลยการปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ มันไม่ดีเลยนะ”
เฉินเข่อหลันถลึงตาใส่เย่ฝานด้วยความโมโห ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
“คุณชายเย่ คุณรู้จักคุณหนูเฉินด้วยเหรอครับ?” จางซือเลี่ยงเอ่ยถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “คราวก่อนเจอกันที่สถานีตำรวจ ตอนนั้นหล่อนน่าจะชอบฉัน ก็เลยถามนั่นถามนี่อยู่ได้ พอฉันไม่ตอบก็ไม่ยอมให้ฉันไปไหน”
จางซือเลี่ยง “…” เฉินเข่อหลันเป็คนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล แม้เย่ฝานจะมีความสามารถไม่ธรรมดา แต่ว่าเฉินเข่อหลันก็ไม่น่าจะสนใจเขาได้! แต่ถึงอย่างนั้นเย่ฝานก็เป็คนมีกึ๋น แม้ว่าแรกเห็นจะดูเหมือนคนปัญญาอ่อนก็ตาม...
“คุณชายเย่ ทำไมคุณถึงไปที่สถานีตำรวจล่ะครับ?”
“ฉันไปเจอคนโดนรุมทำร้ายระหว่างทาง ก็เลยเข้าไปช่วย สุดท้ายกลับโดนตำรวจตาถั่วพวกนั้นจับไปที่สถานีตำรวจ” เย่ฝานเล่า
จางซือเลี่ยง “...คุณชายเย่ทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเหรอครับ?”
้าของตึก เด็กคนนั้นดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว คำพูดของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชราวกับไม่ได้ลอยเข้าหูของเด็กคนนั้นเลยสักนิด
“คุณชายเย่ คุณคิดว่าจิตแพทย์จะเกลี้ยกล่อมให้เด็กยอมลงมาได้ไหม?” จางซือเลี่ยงถาม
เย่ฝานส่ายหน้าก่อนตอบ “เกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จหรอก ไม่ใช่ว่าเขาอยากะโตึก แต่ว่ามีบางอย่างจะผลักเขาลงมาต่างหาก”
จางซือเลี่ยงฟังเย่ฝานพูดก็ขนหัวลุกขึ้นมาทันที มีบางอย่าง? มันคืออะไรกันแน่?
“คำพูดไร้สาระไม่มีแก่นสาร ดั่งวาทะปีศาจสะกดฝูงชน” ซินแสโจวซึ่งยืนอยู่ข้างๆ หวังจิ่งสืออดพูดออกมาไม่ได้
เย่ฝานหันหน้าไปทางซินแสโจวแล้วหัวเราะ “คนทั่วไปไม่เชื่อว่าบนโลกนี้มีผี แต่ไม่คิดว่าคนที่เป็ถึงซินแสก็เชื่อว่าผีไม่มีจริงเช่นกันงั้นหรือ?”
จางซือเลี่ยงอดยกมือทั้งสองข้างโอบกอดเสื้อผ้าของตนไม่ได้ เด็กข้างบนตึกยังคงร้องไห้ไม่หยุด ปากของเด็กน้อยพึมพำบางอย่างตลอดเวลา เหตุการณ์ดูแล้วแปลกประหลาดนัก
เฉินเข่อหลันดูเหมือนจะได้ยินคำพูดเหลวไหลของเย่ฝาน จึงหันหลังกลับมามองเย่ฝานแวบหนึ่ง เธอด่าเขาว่า “ประสาท!”
เย่ฝานโต้กลับด้วยการทำหน้าผีหลอกใส่เฉินเข่อหลัน
“คุณชายเย่” หวังจิ่งสือมีเื่สงสัยมากมายที่อยากถามเย่ฝาน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มถามจากตรงไหนดี
“ลงมาแล้ว!” เย่ฝานพูด
พอสิ้นเสียงพูดของเย่ฝาน เด็กก็ตกลงมาจากตึก ไม่รู้ว่าจางซือเลี่ยงตาฝาดหรือเปล่า เพราะเขาเห็นว่าท่าทางที่เด็กคนนั้นตกลงมาดูแปลกๆ มันเหมือนกับมีคนผลักเขาลงมาจริงๆ
“คุณชายเย่” จางซือเลี่ยงะโด้วยความตื่นตระหนก องศาที่เด็กน้อยตกจากตึกดูแปลกมาก ตกลงมาอย่างนั้น ส่วนมากก็คงหัวกระแทกเืนองพื้นแน่
เย่ฝานยื่นมือออกไปโบกเบาๆ
จางซือเลี่ยงพบว่าอัตราความเร็วที่เด็กน้อยตกลงมาจากตึกสูงนั้นช้าลงมาก ตัวเด็กปลิวไปใกล้กลางของเบาะลมอย่างฉิวเฉียด สุดท้ายร่างนั้นก็ค่อยๆ ร่อนถึงเบาะลมที่เตรียมไว้เบื้องล่างอย่างปลอดภัย
“มีผีๆ!” เด็กน้อยนั่งอยู่บนเบาะลม ร้องไห้เสียงดัง “แงๆ”
เย่ฝานเงยหน้ามองยอดตึกสูง เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“คุณชายเย่ กำลังดูอะไรอยู่ครับ?”
“มันไปแล้ว” เย่ฝานเอ่ย
จางซือเลี่ยงปาดเหงื่อบนหน้าผาก คิดในใจว่า ไปแล้วเหรอ? ไปก็ดีแล้ว “ไอ้ตัวนั้นจะไม่กลับมาแล้วใช่ไหม มันจะชั่วร้ายเกินไปแล้ว”
“ไม่หรอก บางทีมันอาจจะแค่อยากเล่นเกมกับเด็กคนนั้นก็ได้ เพราะไอ้ตัวนั้นมันะโตึกได้ แต่มนุษย์นั้นไม่เหมือนกัน”
จางซือเลี่ยง “…” เกม เล่นเกมอะไรกัน!
…
ผู้คนที่มุงอยู่รอบๆ แต่ละคนต่างก็มองหน้ากันและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
“เด็กนั่นโชคดีมากเลย”
“เมื่อกี้เหมือนกับมีลมพัดมาแรงมากเลย”
“หรือว่าที่นี่จะมีผีจริงๆ ตึกที่กำลังสร้างนี้ดูอึมครึมยังไงไม่รู้”
“ฉันรู้จักเด็กคนนั้น เขาเป็เด็กที่มองโลกในแง่ดี ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้เขาคิดสั้นได้เลยนะ”
…
เมื่อเห็นว่าเด็กคนนั้นปลอดภัยดี หวังจิ่งสือก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ สถานที่ก่อสร้างเกิดเื่วุ่นวายอย่างต่อเนื่อง ถ้าเกิดเด็กคนนี้เกิดมีอันตรายถึงชีวิต จะต้องเกิดข่าวฉาวดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองแน่ๆ
“คุณชายเย่” หวังจิ่งสือตกตะลึงไปทันใด สายตาที่มองเย่ฝานแฝงไว้ด้วยความเลื่อมใสไม่น้อย
เมื่อครู่อัตราความเร็วที่เด็กตกลงจากตึกนั้นเร็วมาก แต่เย่ฝานแค่ทำสัญญาณมือบางอย่าง ลมประหลาดก็พัดเข้ามาอย่างแรง สายลมนั่นพัดร่างเด็กไปตกตรงกลางเบาะลม
“คุณชายเย่ ทำไมคุณถึงรู้ว่าเด็กคนนั้นมีพี่น้อง?”
หวังจิ่งสือแอบฟังที่จางซือเลี่ยงและเย่ฝานคุยกัน เขายังส่งคนไปสืบภูมิหลังของครอบครัวเด็กและนั่นทำให้หวังจิ่งสือต้องแปลกใจ ถ้าเด็กคนนั้นไม่ะโลงมา เขายังคิดได้ว่าเย่ฝานอาจสร้างสถานการณ์มาตบตาเขา แต่นี่เด็กก็ะโลงมาแล้ว หากเขาจะวางกับดักจริงก็ไม่จำเป็ต้องจริงจังขนาดนี้!
“ผมเดาเอาน่ะ” เย่ฝานกล่าว
ซินแสโจวที่อยู่ข้างๆ หวังจิ่งสือพูดด้วยใจที่ไม่สงบ “ก่อนมานี่นายคงไปสืบมาก่อนแล้วใช่ไหม”
เย่ฝานกวาดตามองซินแสโจวด้วยความเ็า “ถ้าคุณจะคิดแบบนั้น ก็ให้มันเป็อย่างที่คุณคิดเถอะ”
จางซือเลี่ยงพูดด้วยความไม่พอใจว่า “คุณชายเย่เป็คนที่ผมเชิญมา ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยให้ความสนใจกับชุมชนแห่งนี้ หากประธานหวังไม่เชื่อมั่นในตัวคุณชายเย่ ผมก็จะพาเขากลับไปทันที”
หวังจิ่งสือรีบพูดว่า “ทำไมฉันจะไม่เชื่อคุณชายเย่ล่ะ น้องจางนายคิดมากไปแล้ว เพียงแต่อยากรู้ว่าคุณชายเย่คาดเดาเื่นี้จากอะไรก็เท่านั้นเอง”
“ตึกที่สร้างในโครงการที่สาม ด้านล่างมีค่ายกลสลับดวงชะตา! เหมาะสมกับลูกแฝด” เย่ฝานตอบ
หวังจิ่งสือถามด้วยความสงสัยว่า “ค่ายกลสลับดวงชะตาคืออะไร?”
“ค่ายกลสลับดวงชะตา คือ ระหว่างลูกฝาแฝด หากแฝดคนหนึ่งทำให้แฝดอีกคนหนึ่งตายไป จะมีการนำดวงชะตาประทับลงไปในค่ายกลเพื่อแปรเปลี่ยนดวงชะตามาเป็ของตน ดวงิญญาของแฝดที่สิ้นชีพถูกสะกดดวงชะตาไว้อย่างนั้น จึงมีความแค้นมาก เขาจะเก็บสะสมความแค้นเอาไว้ รอจนถึงเวลาที่เหมาะสมเพื่อกลับมาแก้แค้นคู่แฝดของตน ตอนที่คุณเริ่มสร้างตึกนี้ได้เผลอทำลายค่ายกลนี้เข้า จึงทำให้ิญญาของแฝดอีกคนถูกปลดปล่อย เด็กที่จะะโตึกคือแฝดผู้พี่ ส่วนิญญาที่ถูกสะกดไว้นั่นคือแฝดน้อง” เย่ฝานกล่าว
“เหลวไหล!” ซินแสโจวพูดด้วยความไม่พอใจ
เย่ฝานขมวดคิ้ว กวาดตามองซินแสโจวด้วยสายตาเ็า แล้วพูดอย่างสังเวชใจ “ปกติคุณคงเที่ยวต้มตุ๋นคนที่ไม่รู้เื่ค่ายกลสลับดวงชะตานี้สินะ สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าจะพบเจอได้ง่าย คุณก็อายุปูนนี้แล้ว ยังทำอะไรสะเพร่าหากินเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่หาคนที่หลอกง่ายๆ มาอีกสักคนล่ะ มันจะได้คุ้มค่าเหนื่อย”
ซินแสโจวได้ยินที่เย่ฝานพูดก็ถลึงตาด้วยความโมโห โกรธจนเส้นเืปูด ท่าทางเหมือนกับจะกระอักเื
…
โทรศัพท์มือถือของเย่ฝานดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น “อาซี นายอยากเจอฉันเหรอ!”
“ฉันมีเวลาว่างไหม? มีสิ! ฉันว่างจะตาย”
“กินข้าว พอดีเลย! ฉันก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน”
“นายรอฉันนะ ฉันจะรีบไป”
…
เย่ฝานวางสายโทรศัพท์อย่างดีอกดีใจ เขาหันไปบอกจางซือเลี่ยงว่า “ผมไม่ว่างทำงานนี้แล้วนะ ผมต้องไปเดต แล้วจะต้องไปพบผู้ปกครองของอีกฝ่ายด้วย ปัญหานี้คุณหาคนอื่นมาแก้แทนก็แล้วกัน”
จางซือเลี่ยง “…”
“แต่ว่า คุณชายเย่...” หวังจิ่งสือเห็นเย่ฝานปฏิเสธอย่างนั้น ก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
เย่ฝานโบกมือ ก่อนจะพูดว่า “เื่อะไรตอนนี้ก็ต้องวางลงแล้วล่ะ เื่จีบเมียต้องมาก่อน”
“คุณชายเย่ เื่นี้เกี่ยวข้องถึงชีวิตคนเลยนะครับ!”
เย่ฝานกวาดตามองหวังจิ่งสือแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างรำคาญว่า “คุณยังมีซินแสอีกคนไม่ใช่เหรอ? ให้เขาช่วยสิ”
หวังจิ่งสือ “…”
จางซือเลี่ยงเห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถจะคลี่คลายได้ในตอนนี้ จึงได้แต่ยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นคุณชายเย่ ไปทำธุระของคุณก่อนเถอะครับ”
เย่ฝานกลอกตาไปมาพลางเอ่ยว่า “แถวนี้หารถไปส่งลำบาก รถกบสี่ตาคันนั้นให้ผมยืมก่อนเถอะ”
จางซือเลี่ยง “…” รถปอร์เช่คันนั้นของเขาไม่ใช่รถกบสี่ตาอะไรเสียหน่อย! “หรือว่าคุณชายเย่จะสนใจรถของผมขึ้นมา คุณเอาไปใช้เถอะครับ”
เย่ฝานรับกุญแจรถมาแล้วจากไปด้วยความเร่งรีบ
หวังจิ่งสือมองจางซือเลี่ยงแล้วพูดว่า “คุณชายเย่ไปแล้ว? เขาไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
จางซือเลี่ยงกวาดตามองหวังจิ่งสือด้วยสายตาราบเรียบ พร้อมตอบว่า “อืม ไปแล้ว ใครก็ขวางคุณชายเย่ไปเดตไม่ได้หรอก ยังไงก็มีซินแสอีกคนอยู่ คงไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณชายเย่แล้วล่ะ ฉันไปก่อนนะ” จางซือเลี่ยงอารมณ์เสียไม่น้อย เขาเองก็ไม่อยากจะอยู่ต่อเหมือนกัน
หวังจิ่งสือพูดด้วยความประหม่าว่า “ประธานจาง รถของนายคุณชายเย่ขับไปแล้ว ฉันให้คนไปส่งก็แล้วกัน”
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ก็ดีเหมือนกัน”
…
เฉินเข่อหลันปลอบขวัญเด็กที่ตกจากตึกเสร็จ จึงเดินตรงเข้ามา แต่ว่าเย่ฝานไม่อยู่แล้ว
“ประธานหวัง เย่ฝานล่ะคะ?” เฉินเข่อหลันถาม
หวังจิ่งสือหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางตอบว่า “คุณชายเย่มีธุระ ทำไมเหรอ เกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า”
เฉินเข่อหลันส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแต่เด็กคนนั้น เขาไม่ได้คิดอยากจะะโตึก แต่มีเด็กอีกคนหนึ่งเข้ามาเล่นกับเขาและผลักเขาลงจากตึก เด็กคนนั้นบอกอีกว่าเด็กที่มาเล่นกับเขาไม่มีเงา ดูท่าทางแปลกมาก เขายังบอกอีกว่า เด็กที่ไม่มีเงาคนนั้นบอกว่าพี่ชายนิสัยไม่ดี น้องชายต่างหากที่เป็เด็กดี!”
หวังจิ่งสือััได้ถึงความเย็นที่พุ่งมากระทบหน้าผาก ไม่นึกเลยว่าจะเป็เื่จริง มีผีจริงๆ ด้วย
หวังจิ่งสือระงับอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้นไม่ได้ เขาถลึงตาใส่ซินแสโจว มาถึงตอนนี้ ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเชิญซินแสเถื่อนมา แล้วไปล่วงเกินซินแสตัวจริงเสียได้ พอคิดถึงสิ่งที่เย่ฝานทำ เขาก็เสียใจเป็อย่างมาก ซินแสที่แท้จริงมักจะหยิ่งยโส วันนี้กลับทำให้เขาไม่พอใจ ครั้งต่อไปอยากจะเชิญก็คงยาก
สีหน้าของซินแสโจวไม่สู้ดีนัก ทั้งเขียวทั้งซีดราวกับหวาดผวาเป็อย่างมาก
“คุณหนูเฉิน คุณชายเย่รู้จักกับคุณชายไป๋ด้วย? พวกเขาเป็อะไรกันเหรอ!” หวังจิ่งสือเอ่ยถาม
“เป็เพื่อนกันมั้งคะ” เฉินเข่อหลันตอบอย่างไม่สบอารมณ์
หวังจิ่งสือ “…” ไป๋อวิ๋นซีเป็คนเ็า ไม่มีใครอยู่ในสายตา แต่ยอมเป็เพื่อนกับเย่ฝานได้ เห็นได้ชัดว่าความสามารถของเย่ฝานคนนี้ต้องไม่ธรรมดาทีเดียว
