หลังจากไป๋อวิ๋นซีส่งเย่ฝานกลับถึงคฤหาสน์แล้ว เขาก็ไปที่อะพาร์ตเมนต์ของเซี่ยวฉือเพื่อส่งของด้วยตัวเอง
“หลานไปประกันตัวเย่ฝานที่สถานีตำรวจใช่ไหม?” เซี่ยวฉือเอ่ยถาม
“ใช่ครับ” ไป๋อวิ๋นซีตอบคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ให้ใครไปประกันตัวก็ได้ ทำไมหลานต้องไปเองด้วย?” เซี่ยวฉือพูดอย่างเ็า
ไป๋อวิ๋นซีเป็ถึงคุณชายสามแห่งตระกูลไป๋ ไม่รู้มีคนเท่าไรที่จับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเขา! ไป๋อวิ๋นซีถึงกับต้องไปสถานีตำรวจด้วยตัวเองแบบนี้ เกรงว่าผู้คนจะหันไปจับตามองเย่ฝานแทนเสียแล้ว
“ปากอย่างเย่ฝาน! แยกไม่ออกว่าสิ่งใดควรพูดหรือไม่ควรพูด ถ้าผมไม่ไปรับเขา ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะพูดจาเหลวไหลอะไรออกมาบ้าง”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้านึกถึงตอนที่เขาไปประกันตัวเย่ฝานและไช่เจิ้นจวิ้นออกมาด้วย ไป๋อวิ๋นซีพูดเอาใจเขาไม่กี่ประโยค ไช่เจิ้นจวิ้นก็พูดเื่ราวที่รู้ออกมาทั้งหมด
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่าเย่ฝานก็ช่างหลงตัวเองจริงๆ เฉินเข่อหลันแค่จะเขียนบันทึกประจำวันเท่านั้น เย่ฝานกลับคิดไปว่าอีกฝ่ายสนใจในตัวเขา เ้าหมอนี่วันๆ แต่งตัวอย่างกับคนขายของเก่า ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
“คนในบริษัทหลานเหมือนกำลังลือว่าหลานกับเย่ฝานอยู่ด้วยกัน ข่าวนี้ผ่านไปไม่กี่วันก็มาถึงหูตาแล้ว หลานยังจะไปประกันตัวเขาอีก คนรู้เข้าคงลือกันว่าพวกเธอแต่งงานกันแล้ว” เซี่ยวฉือพูด
ไป๋อวิ๋นซียิ้มก่อนตอบ “ข่าวลือจริงบ้างเท็จบ้าง คนพวกนั้นอยากลืออะไรก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ”
เซี่ยวฉือดูไป๋อวิ๋นซีก็สับสนขึ้นในใจ เมื่อก่อนมีดาราสาวคนหนึ่งสร้างกระแสเื่ของหล่อนกับไป๋อวิ๋นซี วันต่อมาหล่อนคนนั้นก็หายไปจากวงการบันเทิง แต่ครั้งนี้เย่ฝานก่อเื่ใหญ่ขนาดนี้ ไป๋อวิ๋นซีกลับไม่ได้ทำอะไรเขาเลย ช่างใจเย็นเสียจริง!
“คุณตาครับ เราหยุดพูดเื่เย่ฝานเถอะครับ ความจริงวันนี้ผมได้ไหว้วานให้เย่ฝานไปส่งหนังสือให้คุณตา แต่หมอนั่นทำไม่สำเร็จเพราะไปทะเลาะกับคนอื่นกลางทางซะก่อน ผมก็เลยนำมาให้ด้วยตนเองครับ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เซี่ยวฉือส่ายหน้าก่อนกล่าว “เ้าหมอนี่เื่เล็กน้อยยังทำไม่สำเร็จ ยังชอบทำท่าทางว่าตนเองเป็หนึ่งในใต้หล้าตลอด”
ในใจลึกๆ เซี่ยวฉือรู้สึกว่าโชคดีที่เย่ฝานไปส่งหนังสือไม่สำเร็จ หมอนั่นเป็คนทำอะไรบุ่มบ่าม ถ้าไปพบเขาที่คณะจริงๆ เกรงว่าจะต้องเรียกเขาว่าคุณตาแน่นอน ถ้าเป็เช่นนั้นเขาจะอธิบายกับคนอื่นว่าจู่ๆ มีหลานเพิ่มมาอีกคนได้อย่างไร!
“ยังมียาของเย่ฝานด้วยครับ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เซี่ยวฉือพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ถือว่าเ้าเด็กนี่ยังมีน้ำใจ ยายของหลานกินยานี่เข้าไปแล้ว ร่างกายก็ดีขึ้นไม่น้อย หมอนี่ยังนับว่ารู้วิธีเอาใจผู้ใหญ่อยู่บ้าง”
เซี่ยวฉือรับยามา พลันกลอกตาไปมาแล้วถามว่า “อวิ๋นซี หมอนั่นเคยมอบยาให้กับปู่ของหลานบ้างหรือยัง?”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังไม่เคยเลยครับ”
เซี่ยวฉือรู้สึกขบขันขึ้นมาทันที ปกติแล้วคนที่คิดจะจีบไป๋อวิ๋นซี มักจะเริ่มด้วยการเอาใจไป๋ซื่อหยวน เย่ฝานสมองคงไม่ปกติแน่ๆ ชอบไป๋อวิ๋นซีแต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับไป๋ซื่อหยวน ผ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่ทำสิ่งใดเพื่อเข้าหาไป๋ซื่อหยวนบ้างเลย
ไป๋ซื่อหยวนอยากพบเย่ฝานมานานแล้ว แต่เขาเป็คนชอบวางมาด เย่ฝานเองก็ไม่สนใจเข้าหาไป๋ซื่อหยวนเท่าไร หากเป็อย่างนี้ต่อไป เกรงว่าไป๋ซื่อหยวนคงโมโหตายสักวัน
เย่ฝานกำลังจัดการไม้หยินโลหิตอยู่ที่คฤหาสน์ ตอนที่จางซือเลี่ยงและหนิงซวงมาถึง เขาเพิ่งจะจัดการกับไม้หยินโลหิตพันปีเสร็จ ไม้ท่อนนั้นสูงประมาณหกเมตรกว่า แต่สามารถหลอมลูกประคำหยินโลหิตได้เพียงสี่ถึงห้าเม็ดเท่านั้น
“ต้องขออภัยคุณชายเย่ที่พวกเรามารบกวนอีกแล้วครับ” จางซือเลี่ยงกล่าว
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธแล้วพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกคุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า? หรือว่ามีงานให้ทำ”
เย่ฝานคิดในใจ เขาจะแช่อยู่กับไป๋อวิ๋นซีทั้งวันก็ไม่ใช่เื่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็ผู้ชาย! ควรมีธุรกิจเป็ของตัวเองและตั้งใจทำงานหาเงิน
“คุณชายเย่ หยกที่คุณให้ไปใช้ดีมากจริงๆ ต้องขอบคุณมากค่ะ” หนิงซวงกล่าว
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “คุณเสียเงินซื้อไป ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก”
ตอนที่หนิงซวงซื้อหยกไปในใจยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าวันนั้นมีคนลอบฆ่าหล่อน เป็หยกชิ้นนี้ช่วยป้องกันเอาไว้ ทำให้หนิงซวงตกตะลึงเป็อย่างมาก
คนที่ทำร้ายหล่อนก็คือคนบ้านสกุลหยวน เมื่อครั้งที่หยวนอีอยู่กับจางซือเลี่ยงญาติพี่น้องของหล่อนก็เอาแต่พึ่งพาจางซือเลี่ยง หลังลาออกจากงานก็อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำอะไร เมื่อต้องใช้เงินก็จะแบมือขอเงินจากเขา ก่อเื่อะไรไว้ก็ต้องให้จางซือเลี่ยงตามไปเก็บกวาด แอบอ้างชื่อของเขาไปวางอำนาจกับคนอื่น ล่วงเกินเขาไปทั่ว ทำให้เขาเดือดร้อนเป็อย่างมาก
หลังจากหนิงซวงกลับมาจากต่างประเทศ หล่อนก็จัดการกับหยวนอี ทำให้คนบ้านสกุลหยวนที่เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่นจนติดเป็นิสัยขาดที่พึ่ง ชีวิตความเป็อยู่จึงตกต่ำลง
พอน้องชายของหยวนอีแน่ใจแล้วว่าเื่ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเป็ฝีมือของหนิงซวง เขาจึงคิดจะลอบฆ่าหล่อน แต่หลังจากแผนการล้มเหลว หนิงซวงก็ส่งเขาเข้าคุกทันที
หนิงซวงรู้สึกตลกกับความคิดแปลกๆ ของคนบ้านสกุลหยวน ที่ว่าหนิงซวงเป็คนทำลายชีวิตของพวกเขา พวกนั้นไม่เคยสำนึกในความผิดของตน ในปีนั้นที่หยวนอีกำจัดหนิงซวงด้วยวิธีสกปรก พอเื่ราวลงเอยแบบนี้ หล่อนกลับโทษว่าหนิงซวงเป็คนทำให้หล่อนกับจางซือเลี่ยงต้องแตกหักกัน เมื่อใดที่หนิงซวงนึกถึงคนชื่อหยวนอี ก็จะรู้สึกคลื่นไส้ทุกครั้งไป
“ครั้งนี้ที่ผมมา มีเื่อยากให้คุณชายเย่ช่วยเหลือ โรงงานไม้ของพวกเราร่วมมือกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างติ่งฟง บริษัทติ่งฟง่นี้กำลังก่อสร้างตึก แต่ว่าการก่อสร้างไม่ราบรื่นเอาเสียเลย ปัญหาในพื้นที่ก่อสร้างนั้นไม่ค่อยเท่าไร แต่ปัญหาจุกจิกกลับมีเข้ามาตลอด ถ้าปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อระยะเวลาก่อสร้างได้” จางซือเลี่ยงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นเหรอ? อย่างนั้นฉันไปดูหน่อยก็ได้ ยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”
เย่ฝานตามจางซือเลี่ยงเข้ามาถึงพื้นที่ก่อสร้างบริษัทติ่งฟง ในนั้นได้ก่อสร้างเสร็จไปแล้วสองโครงการ โครงการที่สามกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ว่าการดำเนินงานกลับไม่ราบรื่น เริ่มจากรถขุดดินเกิดดับลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตามมาด้วยคนงานประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากตึกจนขาหัก ั้แ่เริ่มการก่อสร้างจนถึงวันนี้ก็เกิดเื่น้อยใหญ่นับสิบๆ เื่
เย่ฝานเดินตามจางซือเลี่ยงไปรอบๆ ตึกหนึ่งรอบ ก็พอจะเข้าใจเื่ราวในระดับหนึ่ง
เย่ฝานเดินวนรอบสถานที่ก่อสร้างอีกหนึ่งรอบ ถึงได้พบกับเ้าของโครงการ
ข้างกายเ้าของโครงการมีซินแสในชุดนักพรตคนหนึ่งยืนอยู่ ซินแสผู้นั้นถือหลัวผาน[1] อยู่ในมือเหมือนกำลังตรวจสอบบางอย่าง
“เถ้าแก่หวัง ที่แห่งนี้มีพลังพิฆาต แต่ไม่ร้ายแรงเท่าไร เดี๋ยวฉันจะทำพิธีให้ แล้วใช้ของศักดิ์สิทธิ์กดพลังพิฆาตนั้นไว้ก็ได้แล้ว” ซินแสกล่าว
หวังจิ่งสือพยักหน้า แล้วพูดกับซินแสที่อยู่ข้างๆ ว่า “งั้นคงต้องรบกวนท่านซินแสด้วยนะครับ”
เย่ฝานหันไปมองจางซือเลี่ยงแวบหนึ่งพร้อมพูดว่า “เหมือนจะมีคนมาช่วยแล้วนี่ ใช่ร่างทรงที่มาจากเขาหลงหู่หรือเปล่า”
จางซือเลี่ยงหน้าถอดสีแล้วกล่าวว่า “คุณชายเย่ คนของเขาหลงหู่ใช่ว่าจะเชิญมาได้ง่ายๆ” มีซินแสในเขาหลงหู่หลายคนที่พิถีพิถันเื่ของวาสนา หากพวกเขารู้สึกว่าไม่มีวาสนากับคนที่เชิญ จะจ่ายเงินมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่มีทางมา หากสามารถเชิญคนของเขาหู่หลงมาได้ย่อมเป็เื่ดี แต่พวกเขาใช่ว่าจะเชิญได้ง่ายอย่างที่คิด
“ไม่ใช่คนของเขาหลงหู่หรือ?” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
จางซือเลี่ยงหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าของเขาไม่ดีเท่าไรนัก ก่อนหน้านี้หวังจิ่งสือไหว้วานให้เขาเชิญคนมาดูสถานที่ก่อสร้าง เขาเองก็เก็บไว้ในใจ จึงได้ไปเชิญเย่ฝานมาช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็หวังจิ่งสือชิงหาคนอื่นมาแก้ไขปัญหาเสียก่อน เห็นได้ชัดว่าหวังจิ่งสือไม่เชื่อมั่นในตัวเขา
เมื่อเห็นจางซือเลี่ยงมาถึง หวังจิ่งสือยิ้มแย้มเดินเข้าไปหา “น้องจาง มาแล้วเหรอ?”
จางซือเลี่ยงมองหวังจิ่งสืออย่างเ็า เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พี่หวัง ถ้าพี่บอกผมั้แ่แรกว่าจะเชิญซินแสมาก่อน ผมก็จะได้ไม่เชิญคุณชายเย่มา”
เมื่อจางซือเลี่ยงเปิดปากพูด หวังจิ่งสือจึงได้รู้ว่าเย่ฝานก็เป็ซินแสอีกคนหนึ่งที่มาช่วยคลี่คลายปัญหา
หวังจิ่งสือกวาดตามองเย่ฝาน แล้วกล่าวด้วยสีหน้าปกติ “น้องจางสั่งสอนได้ถูกแล้ว เป็ฉันเองที่ผิด งั้นวันหลังฉันขอเป็เ้าภาพทดแทนให้พวกนายเอง”
หวังจิ่งสือปากอาจพูดว่าเกรงใจ ทว่าในคำพูดนั้นกลับััไม่ได้ถึงความรู้สึกเสียใจ แสดงให้เห็นว่าไม่ให้เกียรติเย่ฝานเลยสักนิด!
จางซือเลี่ยงมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเองก็พอจะเข้าใจสาเหตุ เย่ฝานแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอปทั้งตัว ดูยังไงก็ไม่เหมือนซินแส
เย่ฝานกลอกตาไปมา แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด
ไป๋อวิ๋นซีเตือนเย่ฝานอยู่ตลอดว่าเขาควรพูดให้น้อย และยังบอกอีกว่าความนิ่งสงบมีค่าดั่งทองคำ คนที่พูดน้อยจะสามารถแสดงถึงบุคลิกของยอดคนออกมาได้ เย่ฝานคิดว่าผู้ชายที่ดีควรเชื่อฟังภรรยา เขาจึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำ
เย่ฝานไม่พูดอะไร แต่ซินแสโจวที่ยืนอยู่ข้างกายหวังจิ่งสือกลับเปิดปากพูด “น้องชายก็เป็ซินแสดูฮวงจุ้ยหรือ ศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็ศาสตร์ที่ลึกล้ำ นายอายุยังน้อย ใช่ว่าเรียนมาเพียงผิวเผินแล้วจะออกมาแสดงฝีมือ อาจกลายเป็ทำร้ายผู้อื่นและทำร้ายตัวเองไปด้วย”
เย่ฝานเอามือไขว้หลัง กล่าวอย่างยืนหยัดในความคิดว่า “บนโลกใบนี้มีคนบางคนเกิดมาเพื่อโจมตีผู้อื่น บางคนอายุมากแล้วกลับยังหาทางเหมาะสมกับตนไม่เจอ คนบางคนอายุยังน้อยแต่เชี่ยวชาญในดาราศาสตร์ รอบรู้ด้านภูมิศาสตร์และชัยภูมิ ไม่มีสิ่งใดที่ไม่รู้ พร์ของคนเรานั้นแตกต่างกัน! นี่เป็สิ่งที่ถูกลิขิตไว้ั้แ่เกิด มนุษย์อย่างเราๆ แก้ไขอะไรไม่ได้”
“น้องชาย หมายความว่าเธอคือคนที่เกิดมาเพื่อโจมตีผู้อื่นงั้นหรือ?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว “คุณนับว่ายังมีวิสัยทัศน์อยู่บ้าง ใช่แล้ว ผมก็เป็คนอย่างนั้น คุณชายเย่คนนี้มีความสามารถโดดเด่นและมีเสน่ห์ล้นเหลือ”
จางซือเลี่ยงสูดหายใจเข้าลึกๆ คิดในใจว่าคุณชายเย่ก็คือคุณชายเย่! มีความมั่นใจในตนเองอยู่เสมอ! แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักเขาแล้ว ความมั่นใจในตนเองแบบนี้ดูเหมือนเป็คนหลงตัวเองเท่านั้น!
หวังจิ่งสือหันไปมองจางซือเลี่ยงด้วยความสงสัย จางซือเลี่ยงจึงรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
“ในเมื่อเธอเก่งกาจขนาดนี้ งั้นลองตรวจดูซิว่าที่ตรงนี้มันเป็ยังไงกันแน่?” ซินแสโจวพูดด้วยความเ็า
เย่ฝานพูดด้วยความไม่พอใจว่า “ถ้าคุณให้ผมพูด ผมก็จะพูด แต่แบบนี้ผมก็เสียหน้าสิ”
ซินแสโจวหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นพลางพูดว่า “ในที่สุดก็เผยเล่ห์กลออกมาจนได้”
“เถ้าแก่ เกิดเื่แล้วครับ!” ผู้รับผิดชอบโครงการรีบร้อนมาแจ้งข่าว
หวังจิ่งสือทำใบหน้าเ็า แล้วพูดว่า “เกิดเื่อะไรขึ้นอีกล่ะ?”
“มีคนจะะโตึกครับ เป็เด็กคนหนึ่ง” ผู้รับผิดชอบกล่าว
หวังจิ่งสือพูดด้วยความกลัดกลุ้ม “จริงๆ เลย ทำไมถึงได้คิดสั้นแบบนั้นนะ!”
จางซือเลี่ยงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “เด็กสมัยนี้กดดันเื่เรียนมากเกินไป เรียนเสร็จแล้วยังต้องเรียนพิเศษตามที่ตนถนัด ภาระทางการเรียนหนักมาก ทำให้เด็กเครียดจนจะเป็บ้า”
เย่ฝาน “…”
เย่ฝานไปถึงที่เกิดเหตุ มีคนมามุ่งดูมากมาย เ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังใช้จิตวิทยาในการเกลี้ยกล่อมอยู่
หวังจิ่งสือมองเด็กที่อยู่บนตึกก็ปวดหัวขึ้นมา “เด็กนั่นเป็ลูกของบ้านไหนกัน! ทำไมพ่อแม่ไม่ดูแลลูกให้ดีๆ หน่อย! เด็กคนนี้มีอะไรที่คิดไม่ตกถึงขั้นต้องะโตึกเลยเหรอ! รีบให้หมอจิตวิทยาเข้าไปเกลี้ยกล่อมเร็วเข้า! ใครสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ฉันจะจ่ายให้ล้านหยวนเลย”
“คุณชายเย่ เป็อะไรไปครับ?” จางซือเลี่ยงถาม
เย่ฝานหรี่ตาก่อนบอกกับจางซือเลี่ยงว่า “คุณไปถามคนที่พอจะรู้เื่สักคนซิ ว่าเด็กคนนี้มีพี่ชายหรือน้องชายฝาแฝดไหม”
จางซือเลี่ยงมองเย่ฝานด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ก่อนจะมุ่งไปถามผู้คนแถวนั้น
ผ่านไปไม่นาน จางซือเลี่ยงก็กลับมาพร้อมสีหน้าประหลาดใจ “คุณชายเย่ คุณคาดเดาถูกแล้ว เด็กคนนั้นมีน้องชายอีกหนึ่งคน ปกติแล้วจะสนิทกันดี ว่าแต่น้องชายของเขามีปัญหาหรือครับ?”
เย่ฝานส่ายหน้าพร้อมพูดว่า “ไม่ใช่น้องเขาที่มีปัญหา เป็น้องชายของคนอื่นต่างหากที่มีปัญหา”
จางซือเลี่ยง “…”
หวังจิ่งสือได้ยินคำพูดของเย่ฝาน ในใจพลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา เย่ฝานรู้ได้อย่างไรว่าเ้าหมอนี่มีน้องชาย
…………………………………………………………………………………………………………
[1] หลัวผาน (罗盘) คือ เข็มทิศสำหรับดูฮวงจุ้ย
