ล่อหลอกคังเหว่ยตั้งนาน ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง คังเหว่ยก็ไม่ยอมพูด
นานๆ ทีเ้าของเื่จะกลับมา แถมยอมรับในทันทีกวนฮุ่ยเอ๋ออึ้งอยู่ในห้องครัวสักพักเมื่อจิตใจกลับมาพี่เจิงผู้ทำอาหารกำลังล้างซานเย่า เธออยากพูดว่าไม่อนุญาตให้ล้างฉันไม่มีทางกินของที่มีที่มาไม่ชัดเจนแบบนี้... ไม่ได้ไม่ได้ วาจาเช่นนี้ระคายหูเหลือเกินโจวเฉิงได้ยินจะเสียใจขนาดไหนกัน
กวนฮุ่ยเอ๋อสูดลมหายใจลึก บังคับตนเองให้สงบลง
ในห้องรับแขก โจวเฉิงกำลังตำหนิว่าคังเหว่ยเป็เ้าซื่อบื้ออยู่ทิ้งของไว้หน้าประตูหน่วยงานก็จากไปเสียอย่างนั้น วันนี้กว่าเขาจะได้แกะพัสดุออกมาซานเย่าก็เสียไปส่วนหนึ่งแล้วคังเหว่ยแสดงอาการเสียใจ และคิดว่าตนเองทำให้น้ำใจของว่าที่พี่สะใภ้เสียหาย
กวนฮุ่ยเอ๋อรู้สึกปวดศีรษะ
สองคนนี้นะ คนไหนขาดซานเย่าไม่กี่หัวสำหรับรับประทานกันซานเย่าของใครให้มาถึงได้ล้ำค่าขนาดนี้?
“โจวเฉิง ที่ลูกพูดเมื่อครู่แม่ได้ยินไม่ค่อยชัดเจน ซานเย่าเป็ของใครนะ?”
โจวเฉิงหันศีรษะมามองมารดา คราวนี้สีหน้าของเขาจริงจังยิ่งนักแถมกระตือรือร้นเป็พิเศษ กวนฮุ่ยเอ๋อรู้สึกว่าในดวงตาของลูกชายมีหมู่ดาวกำลังส่องแสงประกายความเบิกบานนั้นส่งออกมาจากในหัวใจของโจวเฉิง
“ลูกสะใภ้ของแม่ คนรักของผมส่งมา”
ลูกสะใภ้อะไรกัน!
เธอไม่รู้จักเด็กสาวต่างถิ่นคนนั้นแม้แต่น้อย
“แม่นึกว่าคนเขาพูดไร้สาระเสียอีก คิดไม่ถึงว่ามีเด็กสาวแบบนี้จริงๆ ? เฉิงจื่อ ลูกเล่าให้แม่ฟังอย่างละเอียดเลยแม่โดนถามต่อหน้าคุณปู่คุณย่าลูกเสียจนเป็ใบ้ ทุกคนล้วนรู้ว่าลูกมีคนรัก ทว่าคนเป็แม่กลับไม่รู้ได้อย่างไร?”
โจวเฉิงมองคังเหว่ย รายหลังแทบยกมือสองข้างขึ้นยอมจำนน “เสี่ยวกวงพูดน่ะ”
โอ้ เป็เส้ากวงหรงปากสว่างคนนั้นนั่นเองไม่แปลกใจที่มารดาเขาบอกว่าทุกคนล้วนรู้เื่แล้ว
รู้แล้วก็รู้เถอะ โจวเฉิงไม่คิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานควรโดนซ่อนเอาไว้และเพราะตอนนี้ตัวเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่ที่ซางตูมิเช่นนั้นโจวเฉิงคงพากลับบ้านพบผู้ปกครองตั้งนานแล้ว ต้องรีบบรรจุเื่การสมรสและใส่กำหนดการไว้โจวเฉิงถึงจะวางใจได้
“ดูแม่พูดเข้าสิ คนมีชีวิตเป็ๆ ยังจะปลอมได้อย่างไร? ว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ชื่อเสี่ยวหลาน แซ่เซี่ยเป็คนเขตอันชิ่งมณฑลอวี้หนาน ผมและคังเหว่ยรู้จักตอนไปเซี่ยงไฮ้หลังจากนั้นได้ติดต่อกันอีกหลายครั้ง รู้สึกว่าเธอและผมเหมาะสมกันเหลือเกินแม่สบายใจได้ เธอดีมาก รับรองว่าแม่จะโปรดปรานเธอแน่!”
เซี่ยเสี่ยวหลาน จากมณฑลอวี้หนานเขตอันชิ่ง
อันที่จริงกวนฮุ่ยเอ๋อไม่แน่ใจว่าเธอเป็คนอวี้หนานหรือไม่แต่บิดาโจวเฉิงคาดการณ์เช่นนั้น กวนฮุ่ยเอ๋อจึงนำมาล่อหลอกคังเหว่ย
ไม่คิดไม่ฝันว่าโจวเฉิงจะยอมรับอย่างว่องไวเสียยิ่งกว่าอะไร
จะว่าไปก็ประหลาด ไฟโทสะในใจของกวนฮุ่ยเอ๋อไม่ได้มากมายขนาดนั้นเธอถึงกับนั่งลงบนโซฟาด้วยซ้ำ
“ชอบหรือไม่ชอบอะไรเล่า ลูกตั้งใจเล่าสถานการณ์ของเธอให้แจ่มแจ้งเลยนะ เธออายุเท่าไรแล้วพ่อแม่ทำอะไร พวกลูกรู้จักกันได้อย่างไร?”
โจวเฉิงเข้าใจใช้วาทศิลป์มาก
“ยังอายุไม่ครบ 19 ปีเดือนกรกฎาคมปีนี้จะร่วมสอบเกาเข่า ตอนนี้เป็นักเรียนมัธยมปลายปีสาม พ่อแม่เป็เกษตรกรในหมู่บ้านภายใต้เขตอันชิ่งผลการเรียนดี ผมบอกให้เธอสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปักกิ่งดังนั้นพอผ่านเดือนกรกฎาคมไป แม่ก็จะได้พบลูกสะใภ้แล้ว”
นักเรียน?
อีกทั้งยังใช้ทะเบียนบ้านชนบท
กวนฮุ่ยเอ๋อรู้สึกไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ได้
ทว่าฟังแล้วสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือภูมิลำเนาชนบทนั่นจริงๆสำหรับพื้นเพครอบครัวของเซี่ยเสี่ยวหลาน ไม่เข้าข่ายว่าที่ลูกสะใภ้ที่กวนฮุ่ยเอ๋อจินตนาการไว้นับครั้งไม่ถ้วนแม้แต่น้อยโจวเฉิงอาจไม่คบกับหญิงสาวจากครอบครัวข้าราชการระดับสูงที่ฐานะเหมาะสมกันได้ ทว่ากวนฮุ่ยเอ๋อก็พอยอมรับบุตรสาวของตระกูลปัญญาชนปูมหลังใสสะอาดได้ลูกชายคนอื่นต้องอาศัยการสมรสเพื่อผลประโยชน์ลูกชายของเธอสามารถเลี้ยงปากท้องด้วยตนเอง!
แต่จะย่ำแย่ถึงขั้นเด็กสาวผู้มีทะเบียนบ้านชนบทไม่ได้หรือเปล่า?
กวนฮุ่ยเอ๋อมิได้มีอคติต่อสตรีจากชนบท โจวเฉิง้าภรรยาแบบไหนนอกจากความ้าของโจวเฉิง ยังต้องดูความประสงค์ของตระกูลโจวด้วยภรรยาในอนาคตของเขาต้องสามารถเป็หน้าเป็ตาได้ต้องเป็ตัวแทนตระกูลโจวเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ไม่ต้องถึงขั้นช่วยเหลือการงานของโจวเฉิง แต่ต้องบริหารจัดการหลังบ้านให้โจวเฉิงได้ทำให้โจวเฉิงไม่ต้องกังวลเื่นอกบ้านและพะวงเื่ในบ้านพร้อมกัน!
ขอพูดสักอย่างที่ไม่น่าฟัง ครอบครัวเช่นตระกูลโจวนี้แม้โจวเฉิงเข้าทำงานั้แ่อายุสิบกว่าปีและไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเขาจะโง่เขลากว่านักศึกษาพวกนั้นไหม?
ในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยย่อมไม่พ้นมีหนอนหนังสือ และโจวเฉิงมิใช่หนอนหนังสือการศึกษาที่เขาได้รับั้แ่วัยเยาว์ ทุกอย่างที่เขาได้ยินได้เห็น จะเหมือนกับหนุ่มสาวอายุ 20 ปีแสนธรรมดาได้หรือ นี่คือความแตกต่างระหว่างโจวเฉิงกับเด็กสาวชนบทคนนั้นทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกันด้วยซ้ำ
กวนฮุ่ยเอ๋อนวดขมับ
“โจวเฉิง ลูกคบกับคนรักคนนี้แม่ไม่คัดค้าน แต่แม่หวังว่าลูกจะจดจำไว้เธอไม่สามารถเป็คู่แต่งงานของลูกได้”
คังเหว่ยบีบตัวเองเป็ก้อนพยายามลดการมีอยู่ของตนเองต่อหน้ากวนฮุ่ยเอ๋อลงให้น้อยที่สุด
เขารู้อยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ตระกูลโจวจะเห็นชอบให้พี่เฉิงจื่อและเซี่ยเสี่ยวหลานลงเอยกันได้อย่างไร! โจวเฉิงเล่าแค่เซี่ยเสี่ยวหลานกำลังเรียนมัธยมปลายปีสาม แต่ไม่ได้เล่าว่าเธอเข้าเรียนมัธยมปลายกลางคันและไม่ได้เล่าว่าเซี่ยเสี่ยวหลานทะเลาะพลิกฟ้าพลิกดินกับที่บ้าน บิดามารดาหย่าร้างจากกันตลอดจนสถานการณ์อื่น...หากน้ากวนรู้เข้า ห้องรับแขกของบ้านโจวต้องะเิแน่ยังจะรับประทานซานเย่าอะไรเล่าถ้าซานเย่าที่หิ้วกลับมาพวกนั้นไม่ได้ใช้ฟาดโจวเฉิงจนตาย ก็ใช้ฟาดคนแซ่คังอย่างเขานี่แหละจนตาย
คังเหว่ยเม้มปากด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ น่าจะฟาดเขาจนตายเสียมากกว่าพี่เฉิงจื่อเขามีอนาคต เก็บไว้ยังมีประโยชน์เหลือล้น
โจวเฉิงเหมือนรู้จักมารดาของเขาเป็ครั้งแรก ใบหน้าเต็มไปด้วยประหลาดใจ
“คำพูดประเภทนี้แม่ก็พูดออกมาได้หรือท่านประธานเหมากล่าวไว้ว่าความรักที่ไม่ยึดถือการแต่งงานเป็เป้าหมายล้วนคือการเอาเปรียบสตรีอาชญากรรมที่นักเลงเอาเปรียบสตรีต้องรับโทษจำคุก แม่้าให้ร้ายผมจริงๆและเก็บคังเหว่ยกลับมาเป็ลูกชายแม่แทนหรือ?”
คังเหว่ยอยากร้องไห้กระซิก พี่ชาย เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับผม!
กวนฮุ่ยเอ๋อใเสียจนลืมว่าจะพูดอย่างไร
“...ลูกทำมิดีมิร้ายกับสาวเ้าเข้าแล้ว?”
ตายแน่ตายแน่ คนหนุ่มเต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิตหากโจวเฉิงหุนหันชั่วขณะทำอะไรลงไป หญิงสาวชนบทคนนั้นต้องตามตอแยแน่นอน
กวนฮุ่ยเอ๋อทำได้เพียงรู้สึกหดหู่ โจวเฉิงเห็นสีหน้านั้นแล้ว เขาจะไม่รู้จักมารดาตนเองเชียวหรือรับบทแม่สามีร้ายกาจผู้เหี้ยมโหดทารุณไม่ได้ด้วยซ้ำถ้าโจวเฉิงกล้าเล่นตามน้ำยอมรับไป มารดาเขาย่อมไม่มีหนทางใดแน่นอน
“ผมอยากทำมิดีมิร้ายนั่นแหละ แต่ลูกสะใภ้แม่เป็คนถูกทำนองคลองธรรมผมเกรงว่าจะทำเธอกลัว”
โจวเฉิงทำเสียงฮึดฮัด น้ำเสียงบ่งบอกว่าเสียดายเหลือเกิน
ถ้ายอมรับไปตามเื่ตามราวว่าทำจริง คำพูดจู้จี้จุกจิกสำหรับเขาคงน้อยลงทีเดียวแต่สำหรับเซี่ยเสี่ยวหลาน อีกหน่อยคงจะเงยศีรษะต่อหน้าแม่สามีไม่ได้ความคิดของผู้เป็แม่ทั่วหล้าล้วนใกล้เคียงกัน ลูกชายของตนไม่มีทางผิดคนผิดคือจิ้งจอกสาวที่ยั่วยวนเขา
ยิ่งไปกว่านั้นความจริงคือระหว่างเขากับภรรยาไม่มีอะไรเกิดขึ้นแค่จูบปากยังไม่เคยได้เลย
กวนฮุ่ยเอ๋อเบาใจไปเปราะหนึ่ง
โจวเฉิงไม่ชอบโกหก ดังนั้นแปลว่าใสสะอาดบริสุทธิ์ เธอยังต้องกังวลอะไรอีก
“แม่ไม่พูดมากกับลูกแล้ว ลูกก็รู้ว่าแม่ไม่เคยล้อเล่น คบหากันได้ แต่แต่งงานไม่ได้! หากลูกไม่อยากทำร้ายผู้หญิงเขา ก็รีบคุยกับเธอให้ชัดเจนทั้งสองคนคบหากันอย่างเหมาะสมย่อมไร้ปัญหา แต่จะเข้าประตูบ้านตระกูลโจว...มาตรฐานบ้านโจวไม่ได้สูงส่งมากมาย แต่เธอคนนั้นด้อยเกินไปแล้ว”
โจวเฉิงไม่้าถกเถียงกับมารดา
เสี่ยวหลานดีหรือไม่ รอได้พบตัวจริงในอนาคตก็รู้แล้ว
เขาอดทนไม่ยอกย้อนมารดา แม่ไม่ใช่คนล้อเล่นแล้วผมเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่หรือ?
จริงๆ เลย ยังจะรังเกียจรังงอนว่าภรรยาเขาไม่สามารถก้าวข้ามธรณีประตูตระกูลโจวได้อีกเสี่ยวหลานมีเรียวขายาวสองข้างแท้ๆ คุณผู้หญิงกวนไม่โปรดเสี่ยวหลาน แต่กลับไม่รู้เลยว่าลูกชายของเธอกังวลว่าตนจะโดนว่าที่ภรรยาทอดทิ้งอยู่เรื่อย
ช่างเถอะ วาจาจากก้นบึ้งของจิตใจแบบนี้ก็ไม่ควรนำออกมาพูดพูดไปมารดาเขาจะยิ่งโกรธเคืองได้
ไม่กล่าวถึงหัวข้อสนทนานี้ชั่วคราว โจวเฉิงมีวันหยุดแค่ครึ่งวันกวนฮุ่ยเอ๋อจึงโทรศัพท์เรียกสามีกลับบ้านเพื่อรับประทานอาหารเย็นพี่เจิงทำอาหารให้บ้านโจวนานหลายปี รู้รสชาติที่คนบ้านโจวชื่นชอบเป็อย่างดี
ซานเย่าผัดกับเห็ดหูหนูดำหนึ่งที่ และหั่นท่อนนึ่งอีกหนึ่งจาน
พี่เจิงเตรียมเครื่องเคียงซานเย่าด้วยน้ำตาลทรายหนึ่งจานเล็ก โจวเฉิงรู้สึกเหมือนมีแมวกำลังข่วนหัวใจของเขาอยู่อยากเอาซานเย่าจิ้มน้ำตาลรับประทานเหลือเกิน
“ซานเย่าหวานดีนะ”
บิดาของโจวเฉิงไม่ได้ถามแม้แต่เื่โจวเฉิงมีคนรักด้วยซ้ำ กวนฮุ่ยเอ๋อรู้สึกฉุนเฉียวไม่ยอมแตะซานเย่าสักคำเดียว
ไม่กินไม่กิน เอาไปให้หมด! ว่าที่ลูกสะใภ้อะไรกันว่าที่ลูกสะใภ้ผู้เพาะปลูกซานเย่าหรือ? เธอไม่มีทางยอมรับ!
