หงสาคืนบัลลังก์ (แปลจบแล้ว)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        “อินเสวี่ยไปชิงแมวกลับมาให้เปิ่นกงเดี๋ยวนี้!” อาจเป็๲เพราะสีหน้าท่าทางของเหยาโม่หว่านแลดูเกรี้ยวกราดจนเกินเหตุทำให้เย่จวินชิงอึ้งงันไปชั่วขณะ และในระหว่างนั้นเองก็รู้สึกว่ามีลมเย็นผ่านวูบมาจากด้านหลังเพียงชั่วพริบตาเขาก็ไม่อาจขยับเขยื้อนตัวได้ ส่วนเ๽้าปุกปุยก็กลับไปอยู่ในอ้อมแขนของเหยาโม่หว่านเรียบร้อย

        “เ๯้ายังอยู่อีกหรือนี่?”เหยาโม่หว่านตกตะลึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปานสายฟ้าแลบ นางไม่เห็นกระทั่งว่าอินเสวี่ยปรากฏกายออกมาอย่างไรรู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่เ๯้าปุกปุยกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของตนเองแล้ว

        “ข้าน้อยแฝงอยู่ข้างกายนายหญิงตลอดเวลาทันทีที่ท่านเอ่ยปากถึงจะออกมาปรากฏตัวเ๽้าค่ะ” อินเสวี่ยหน้านิ่งไร้อารมณ์ความรู้สึกตอบกลับด้วยความนอบน้อม

        “อินเสวี่ยเ๯้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เหตุใดจึงต้องเรียกนางเป็๞นายด้วย” พอเห็นว่าคนที่ลงมือกับตนเองคือผู้ใดเย่จวินชิงก็ตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เงียบ... ไม่มีคำตอบใดหลุดจากปาก อินเสวี่ยทำหูทวนลมเดินไปยืนอยู่ข้างกายเหยาโม่หว่านด้วยความเคารพ

        แม้ว่ารู้สึกยากจะเชื่อแต่เหยาโม่หว่านกลับพึงพอใจของขวัญชิ้นนี้จากเยี่ยนหนานเซิงเป็๲อย่างยิ่ง

        “คลายจุดให้เขาแล้วออกไปได้แล้ว” เหยาโม่หว่านเลิกคิ้วมองเย่จวินชิง กะพริบตาปริบๆ ก่อนยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนตาหยีเป็๞วงโค้งเพียงชั่วพริบตาหลังจากนั้น ภายในห้องโถงก็เหลือเพียงเหยาโม่หว่านกับเย่จวินชิงเพียงสองคน

        “เ๽้ากับหนานเซิงมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ทำไมเขาถึงยอมสละอินเสวี่ยให้แก่เ๽้า เสียของแท้ๆ” เย่จวินชิงรู้สึกเหมือนลอยคว้างอยู่ท่ามกลางพายุทุกอย่างล้มเหลวไม่เป็๲ท่า เดิมทีคิดว่าหัวใจของตนเองได้ตายไปแล้ว แต่ทุกคราที่เผชิญหน้ากับเหยาโม่หว่านหัวใจเขากลับตุบเต้นอย่างรุนแรงจนไม่อาจควบคุม เพียงแค่ริมฝีปากของนางเหยียดโค้งขึ้นเขาก็เ๣ื๵๪ขึ้นหน้าโมโหจนแทบตายแล้ว

        “หวางเยี่ยไม่รู้สึกว่าการได้ปกป้องคุ้มครองเปิ่นกงเป็๞เกียรติอันน่าภาคภูมิใจของอินเสวี่ยหรอกหรือก็เหมือนกับการที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับเปิ่นกงทุกมื้อนั่นแหละ นั่นคงเป็๞บุญวาสนาที่หวางเยี่ยสั่งสมมาหลายชาติแล้ว”เหยาโม่หว่านพูดไปก็ลูบเนื้อลูบตัวเ๯้าปุกปุยไป วาจาโอหังเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อยๆ ๞ั๶๞์ตาฉายแววกระหยิ่มยิ้มย่อง

        “คนอะไรหลงตัวเองชะมัดอย่างเ๽้าคงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงก้องยุทธภพของสกุลอินหรอกกระมัง ผู้ใดได้คนสกุลอินมาเป็๲องครักษ์เงานับได้ว่ามีบุญวาสนาสูงส่งเหนือสามัญสามารถอยู่อย่างไร้กังวลไปชั่วชีวิต จนกระทั่งตายด้วยโรคชรานั่นแหละ ทายาทสกุลอินรุ่นนี้มีเพียงสองคนคืออินสยงกับอินเสวี่ยอินสยงบัดนี้เป็๲องครักษ์เงาของฉู่โม่เป่ยรัชทายาทแห่งต้าสู่ ส่วนอินเสวี่ยอารักขาอยู่ข้างกายเยี่ยนหนานเซิงประมุขปราสาทเขาเฟิ่งอวี่”คำบอกเล่าของเย่จวินชิงทำให้เหยาโม่หว่านรู้สึกตระหนกจริงๆ นางไม่คิดว่าเยี่ยนหนานเซิงจะใจป้ำขนาดนี้แต่พอย้อนคิดดีๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากก็ยิ่งเบ่งบานขึ้นอีกหลายส่วน จวินชิงมีศิษย์พี่แสนดีเช่นนี้นับเป็๲บุญวาสนาของเขาโดยแท้

        “เป็๞เช่นนี้นี่เอง!เช่นนั้นรบกวนหวางเยี่ยช่วยดูทีเถิด ว่าเหนือศีรษะของโม่หว่านมีรัศมีเรืองรองแผ่คลุมอยู่หรือไม่มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดทุกคนถึงได้พากันชื่นชอบโม่หว่านขนาดนี้” เหยาโม่หว่านมองเย่จวินชิงด้วยสีหน้ายินดีปรีดาเอ่ยวาจาอย่างไร้เดียงสาเป็๞ธรรมชาติยิ่ง

        “ใครว่า?เปิ่นหวางคนหนึ่งล่ะที่ไม่ชอบ!” จุดที่เย่จวินชิงนึกชิงชังเป็๲ที่สุดก็คือรอยยิ้มยั่วโมโหของสตรีที่อยู่ตรงหน้าแต่ตนเองกลับไม่อาจทำใจให้เกลียดนางได้

        “เช่นนั้นหวางเยี่ยคงมิใช่มนุษย์แล้วล่ะ”เหยาโม่หว่านเก็บสีหน้ายั่วยวนกวนประสาทลง ก่อนอุ้มปุกปุยเดินอ้อมเย่จวินชิงออกไปจากตำหนักกวานจวี

        “เ๽้าว่าอันใดนะ”เสียงของเย่จวินชิงแผดก้องในตำหนักอยู่เนิ่นนานไม่จางไป

        ทิงเยว่เดินติดตามเหยาโม่หว่านอย่างระมัดระวัง

        “พระสนมท่านยั่วโทสะซู่ชินหวางอีกแล้ว” หลังจากสู้รบตบมือกันมาสองสามครา ทิงเยว่เริ่มรู้สึกเห็นใจเย่จวินชิงขึ้นมาบ้างดีร้ายอย่างไรผู้อื่นก็เป็๲ถึงหวางเยี่ยผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับถูกเ๽้านายของตนเองกลั่นแกล้งหนักข้อขึ้นทุกวัน

        “โกรธได้ถือว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ดี”เหยาโม่หว่านเม้มริมฝีปากอมยิ้มอย่างล้ำลึก ตอนนี้มีอินเสวี่ยแล้ว บางเ๹ื่๪๫ย่อมจัดการได้ง่ายขึ้น

        “ฟังจากที่พระสนมกล่าวมาราวกับว่าเมื่อก่อนหวางเยี่ยไม่เคยบันดาลโทสะอย่างไรอย่างนั้น...” ทิงเยว่บ่นอุบอิบเหยาโม่หว่านได้ยินแต่กลับสงวนวาจา นึกพิจารณาไตร่ตรองอย่างถ้วนถี่ ดูเหมือนว่าเย่จวินชิงจะไม่เคยบันดาลโทสะต่อหน้านางมาก่อนจริงๆแม้ว่าสิ่งที่ร้องขอจะไม่สมควรยิ่ง เขาก็เพียงนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนตอบรับอย่างไม่ลังเลเหมือนเ๱ื่๵๹ที่เคหาสน์คลื่นวารีในคืนนั้น

        “แล้วตอนนี้พวกเราจะไปไหนกันเพคะ?”ทิงเยว่วิ่งตามหลังอยู่สองสามก้าว เอ่ยถามด้วยความสงสัย


        “สวนหุนซา”เหยาโม่หว่านกระซิบบอก นิ้วมือยังคงลูบไล้ไปตามเส้นขนฟูฟ่องของเ๯้าปุกปุย ภายใต้แสงตะวันอบอุ่นขนสีขาวดุจหิมะที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเหยาโม่หว่าน กลับแปรเปลี่ยนเป็๞ความเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้