เย่ฝานพร้อมกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินทางไปมอบสินสอดที่บ้านตระกูลไป๋ั้แ่เช้าตรู่
พอไป๋ซื่อหยวนรับสินสอดมาแล้ว ก็เก็บมันไว้อย่างดีโดยไม่เปิดให้ใครได้เห็นของข้างใน มีเพียงบัตรเครดิตสีทองจำนวนสิบใบ มูลค่าใบละหนึ่งร้อยล้านหยวน ที่นำออกมาให้ผู้คนได้เห็นและบอกว่าเป็ของดี ครั้นแล้ว ข่าวที่เย่ฝานให้สินสอดเป็มูลค่าหนึ่งพันล้านหยวนก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างชื่นชมว่าเย่ฝานมีเงินทองมากมาย
เซี่ยวฉือเดินเข้าไปในห้อง แล้วถามว่า “ข้างนอกครึกครื้นมาก นายไม่ออกไปหน่อยเหรอ?”
ไป๋ซื่อหยวนโบกมือ แล้วพูดด้วยอาการงอน “ฉันจะไม่ออกไปแล้ว!”
“ทำไมล่ะ!”
ไป๋ซื่อหยวนหยิบเต่าทองคำสองตัวออกจากกล่อง “เย่ฝานมองของสิ่งนี้เป็สินสอด! ส่งมาตั้งสองตัว ไม่รู้ว่าเ้าหมอนั่นคิดยังไง”
เซี่ยวฉือกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “นี่น่าจะทองคำบริสุทธิ์ ของดีนี่นา! เย่ฝานเขาอยากมอบให้นาย นายก็รับไว้เถอะ”
หากเป็คนอื่นทำเื่แบบนี้ เขาคงสะอิดสะเอียนไม่น้อย แต่นี่เป็ของที่เย่ฝานมอบให้! ในเมื่อเป็ของของเย่ฝาน เซี่ยวฉือจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลย ตรงกันข้ามหากเย่ฝานไม่มอบอะไรแปลกประหลาด เขาอาจจะรู้สึกแปลกใจมากกว่า
ไป๋ซื่อหยวนเหลือบตามองบน แล้วพูดว่า “เย่ฝานเ้าบ้านี่ หากไม่ได้ทำให้ฉันโกรธ เขาคงไม่มีความสุขแน่ๆ!”
“ตะพาบอายุยืนเป็พันปี เต่าอายุยืนหมื่นๆ ปี เขาคงอยากอวยพรให้นายอายุยืนนานยังไงล่ะ” เซี่ยวฉือกล่าว
“อวยพรให้ฉันอายุยืนนานอะไรกันเล่า! นายจะไปรู้อะไร! เต่าตัวนี้เย่ฝาน้าตอกย้ำว่าเขาเป็เขยเต่าทองคำต่างหาก”
เซี่ยวฉือ “…”
ตอนที่ไป๋อวิ๋นจิ่นกลับมาเล่าให้ฟังว่า เย่ฝานคิดจะมอบเต่าทองคำเป็สินสอด ตอนนั้นไป๋ซื่อหยวนยังนึกว่าไป๋อวิ๋นจิ่นพูดเล่น คิดไม่ถึงว่าจะเป็เื่จริง ไป๋อวิ๋นจิ่นก็เหลือเกิน ไม่คิดจะเกลี้ยกล่อมเขาเลยสักนิด
…….................................................................................
เย่ฝานถือแก้วเหล้า และยืนอยู่กับไป๋อวิ๋นซี “ปู่ของนายแปลกจริงๆ สินสอดก็ไม่เอาออกมาให้ใครดู นอกจากฉันจะมอบบัตรเครดิตแล้ว ฉันยังมอบของอื่นๆ อีกตั้งเยอะแยะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“คุณปู่คงจะไม่ยินดีให้ใครเห็น ก็เลยไม่ได้เอาออกมาน่ะ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
“แต่ว่านอกจากบัตรเครดิต ฉันยังให้ของอย่างอื่นอีกนะ เขาน่าจะเอาออกมาวางโชว์สักหน่อย!” เย่ฝานพูด
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณปู่ท่านเป็คนถ่อมตน ไม่ค่อยชอบโชว์น่ะ”
เย่ฝานพูดอย่างคิดไม่ถึง “ดูไม่ออกเลยนะ! ตาเฒ่าคนนี้ถ่อมตนจริงๆ...”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
งานหมั้นของไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝาน บรรยากาศครึกครื้นเป็อย่างมาก บุคคลในวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวงต่างมาร่วมงานมากมาย สวีหยวนชิงและถังอวี่เซวียนก็มาร่วมงานในวันนี้เช่นกัน
งานหมั้นในครั้งนี้ทำให้ความฝันของเย่ฝานเป็ความจริงในที่สุด ก็คือการรับซองจนไม่หวาดไม่ไหว
กลายเป็ข่าวครึกโครมในแวดวงชนชั้นสูง แม้คนมากมายจะไม่เข้าใจว่าผู้าุโไป๋เป็บ้าอะไร ถึงได้ยอมยกไป๋อวิ๋นซีให้เย่ฝาน แต่ทุกคนก็ยังแสดงความยินดีกับทั้งสอง
…….......................................................................................
เย่ฝานเดินอยู่ท่ามกลางแเื่ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ มีแขกไม่น้อยที่เข้าไปยกแก้วเพื่อดื่มอวยพรให้เขา เย่ฝานก็ไม่ปฏิเสธที่จะร่วมดื่มด้วย
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน “อวิ๋นซี หลานจะเข้าไปเตือนเขาหน่อยไหม! เย่ฝานเ้าหมอนี่ดื่มเข้าไปไม่น้อยเลยนะ!”
พอนึกถึงสภาพตอนเมามายของเย่ฝาน เซี่ยวฉือก็อดหวาดผวาไม่ได้
ไป๋อวิ๋นซีย่นคิ้วเข้าหากันแล้วพูดว่า “ไม่เป็ไรหรอกครับ ปล่อยให้เขาดื่มเต็มที่เถอะ นานๆ จะมีโอกาสอย่างนี้”
ไป๋อวิ๋นซีดูยันต์สงบจิตที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อพลางคิดในใจว่า หากเย่ฝานเกิดดื่มเมาแล้วอาละวาด เขาก็จะเอายันต์นี้แปะที่หน้าผากของเย่ฝาน ไม่รู้ว่ายันต์นี้จะสามารถควบคุมเขาได้หรือไม่
เย่ฝานถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มคนจำนวนมาก พวกเขาพยายามจะมอมเหล้าเย่ฝาน ดวงตาทั้งคู่ของเขายังใสแจ๋ว ทั้งที่ดื่มสุราเหมาไถไปตั้งสิบกว่าขวด เขากลับไม่มีท่าทางเมามายแม้แต่น้อย
“คุณชายเย่นี่คอแข็งจริงๆ!”
เย่ฝานได้รับคำชมจากแเื่ ทำให้เขาฮึกเหิมขึ้นมาในทันที
เย่ฝานเดินโซเซอยู่ในห้องโถง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น “คุณชายเย่คอแข็งจริงๆ นะ!”
เย่ฝานดื่มเข้าไปไม่น้อย มองอะไรจึงดูเลือนรางไปหมด เขาเพ่งตั้งนานจึงเห็นร่างของเฉินเข่อหลันผู้เป็เ้าของเสียง “อ้อ คุณตำรวจเฉินนี่เอง! พวกเรามาชนแก้วกันหน่อยดีไหม!”
เฉินเข่อหลันกลอกตามองบน “คุณชายเย่ หลายวันก่อนฉันได้รับรายงานว่า บนทางหลวงมีรถคันหนึ่งอยู่ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย นายคิดว่าเื่นี้มันยังไงกันแน่!”
“ขับเร็วมากจนมองไม่เห็น จะต้องขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแน่ๆ อย่างนี้ต้องหักคะแนน! หักคะแนน หักคะแนนเลย! ถูกหักเกินสิบสองคะแนน ยังไงก็ต้องสอบใบขับขี่ใหม่อยู่แล้ว ให้ไช่เจิ้นจวิ้นไปสอบใหม่เถอะ วันๆ เขาว่างจะตาย หาอะไรให้เขาได้ทำบ้างก็ดีเหมือนกัน” เย่ฝานพูดจบก็เดินห่างจากเฉินเข่อหลันไป
เฉินเข่อหลัน “…”
เฉินเข่อหลันมองตามหลังเย่ฝาน แล้วเหลือบตามองบนอย่างไร้คำพูด
“พี่ใหญ่” เฉินเอี๋ยนปรากฏตัวข้างกายเฉินเข่อหลันกะทันหัน ทำให้หล่อนใไม่น้อย
เฉินเอี๋ยนมองตามทางที่เย่ฝานเดินจากไป แล้วพูดว่า “อย่ายั่วโมโหเขาเชียวนะ?”
เฉินเข่อหลันเบะปากแล้วเอ่ยว่า “รู้แล้วน่า”
เฉินเอี๋ยนหันไปมองทางเย่ฝานพลางย่นคิ้ว ยมทูตตะวันตกและหมอหนอนกู่ซึ่งฆ่าคนไปมากมายล้วนถูกสังหารด้วยน้ำมือของเย่ฝาน เบื้องบนได้เลื่อนระดับข้อมูลของเย่ฝานขึ้นเป็ระดับ SSS ถือเป็ความลับสุดยอดของประเทศ
ด้วยความสามารถที่โดดเด่นของเย่ฝาน ในที่สุดเบื้องบนจึงได้ตัดสินใจจะดึงตัวเย่ฝานเข้าทีมปฏิบัติภารกิจพิเศษของรัฐบาล แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจ
“พี่ใหญ่คะ คนแต่งตัวแปลกๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็ใครกัน! ทำไมถึงมีคนล้อมหน้าล้อมหลังเขาเยอะแยะไปหมด?” เฉินเข่อหลันถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ท่านนั้นคือนักพรต เขาเป็ปรมาจารย์ผู้มีวิชา” เฉินเอี๋ยนตอบเสียงขรึม
เฉินเข่อหลันพูดด้วยความสงสัย “ปรมาจารย์ผู้มีวิชา จริงหรือเปล่าคะ!”
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าตอบ “จริงสิ คราวก่อนท่านรองประธานวั่งก็รอดชีวิตมาได้ เพราะฝีมือการรักษาของเขานี่แหละ”
เฉินเข่อหลันถามด้วยความประหลาดใจว่า “มหัศจรรย์ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
ในงานเลี้ยงวันนี้ อู่ซือหานก็กลายเป็อีกหนึ่งจุดสนใจของแเื่ในงาน คนในงานต่างรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขาและเย่ฝาน คนที่หวังจะผูกสัมพันธ์กับเขาจึงมีไม่น้อย
อู่ซือหานไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ละคนที่เข้ามาทักทายเขาล้วนเป็บุคคลที่เขาเลื่อมใส พอได้เจอกับบุคคลเหล่านี้ อู่ซือหานจึงทำตัวไม่ถูก
“คุณชายเย่ เ้าหมอนี่คอแข็งจริงๆ!” เฉินเข่อหลันกล่าว
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
หลังจากงานหมั้นผ่านพ้นไป เื่ราวทั้งหมดก็เป็ไปตามครรลองที่มันควรเป็
……....................................................................
ในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี
เย่ฝานเอามือจับชีพจรที่ข้อมือของไป๋อวิ๋นซี พร้อมทำท่าครุ่นคิด
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วถามว่า “เป็ยังไงบ้าง?”
“น่าจะเกิดขึ้นอีกสิบกว่าวันข้างหน้า เอาอย่างนี้ดีกว่า นายส่งมอบงานที่ค้างทั้งหมดของนายให้พี่ใหญ่จัดการต่อ แล้วไปอยู่กับฉันในคฤหาสน์” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เหลืออีกตั้งสิบกว่าวันไม่ใช่เหรอ? จะรีบร้อนทำไม? ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำไมนายถึงไม่สนใจร่างกายของตนเองบ้างเลยนะ!”
“เวลามีค่าดั่งทองคำ ให้ฉันเสียเวลาอยู่ในบ้านผีสิงของนายทั้งวัน มันก็ไม่ใช่เื่เหมือนกัน!” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานพูดด้วยความไม่พอใจ “แต่ว่า พวกเราเพิ่งจะหมั้นกัน นายเฉยชากับฉันแบบนี้ไม่ดีเลยนะ!”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะ แล้วพูดอย่างคล้อยตาม “งั้นฉันถามสารทุกข์สุกดิบนายหน่อยละกัน นายหิวไหม! อยากกินอะไรหรือเปล่า?”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วตอบว่า “ฉันหิวแล้ว! นายจะกลับไปเข้าครัวทำอาหารให้ฉันกินไหม?”
“ฉันมีเวลาเข้าครัวทำอาหารให้นายที่ไหนกันล่ะ! ฉันจะสั่งอาหารจากข้างนอกมาให้นายต่างหาก” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความเ็า
เย่ฝาน “…”
……................................................................................
ไป๋อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี ไป๋อวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นมาก่อนถามด้วยความคาดไม่ถึง “พี่ใหญ่ทำไมถึงมาที่นี่ได้ครับ?”
“ฉันมาส่งของให้นายน่ะสิ! นี่บัตรเครดิตสิบใบ เป็สินสอดที่เย่ฝานมอบให้ นายเก็บไว้ใช้เถอะ” ไป๋อวิ๋นจิ่นกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีรับของมาอย่างไม่เกรงใจ
ถึงจะพูดว่าการเรียกสินสอดในสมัยนี้จะมีมูลค่าสูงขึ้น แต่ความจริงแล้ว มีการแต่งงานหลายครั้งที่สินสอดเหมือนเป็เพียงธรรมเนียม ซึ่งมีไว้เพื่อเป็ส่วนหนึ่งของพิธีการเท่านั้น ผู้ใหญ่ฝ่ายเ้าสาวที่รับสินสอดไป มักจะคืนสินสอดเ่าั้ให้กับคู่บ่าวสาว
“จำนวนเงินหนึ่งหมื่นล้านหยวน เป็มูลค่าสินสอดที่นายบอกเย่ฝานงั้นหรือ?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ใช่นะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเย่ฝานคิดยังไง ถึงคิดว่าผมจะชอบคนที่มีเงิน เขาคิดว่าหากมีเงินหมื่นล้านหยวนในมือ แล้วผมจะแต่งงานกับเขา” แต่ตอนนั้นเขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเย่ฝาน จึงเหมือนเป็การยอมรับโดยปริยาย
“เย่ฝานไม่อยู่เหรอ!” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าพลางพูด “ไม่อยู่ครับ เมื่อครู่นักพรตสวีโทรมาหาเขา นัดเขาให้ไปดูยาสมุนไพรด้วยกัน เขาก็เลยออกไปแล้ว”
“นับว่าเป็เื่ที่ดีนะ!” ไป๋อวิ๋นจิ่นเอ่ย
วิชาการแพทย์ของสวีหยวนชิง เป็ที่เลื่องลือในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองหลวงไม่น้อย
นานๆ ทีสวีหยวนชิงจะออกมายังโลกภายนอก ผู้คนมากมายล้วนอยากผูกสัมพันธ์กับเขา ครั้งที่แล้วในงานหมั้นของเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซี ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นนักพรตสวีได้รับนามบัตรจากแขกในงานไม่น้อย ผู้าุโเ่าั้มีสมุนไพรหายากสะสมไว้มากมาย ปกติจะซ่อนไว้อย่างดี ไม่ยอมให้ใครเห็นง่ายๆ แต่พอได้พบกับปรมาจารย์ จึงยอมนำออกมามอบให้กับเขา
“ตอนนี้นายพักอยู่กับเย่ฝานที่คฤหาสน์ผีสิงเหรอ?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าตอบ “ใช่ครับ” ในเมื่อหมั้นกันแล้ว ไป๋อวิ๋นซีก็ไม่ได้กระบิดกระบวนอะไร ยอมไปอาศัยในคฤหาสน์ของเย่ฝานแต่โดยดี
“พวกนายคิดจะเปลี่ยนที่อยู่ไหม! ยังไงบ้านหลังนั้นก็ไม่เป็สิริมงคลอยู่ดี!” ไป๋อวิ๋นจิ่นกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ บ้านหลังนั้นทำเลดี แถมยังอยู่ใกล้บริษัทด้วย หากไม่ใช่เพราะมีผีสิง เงินห้าสิบล้านก็คงซื้อไม่ได้ มีเย่ฝานอยู่ ผีก็พากันหนีออกไปหมดแล้ว” ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เย่ฝานได้เตรียมห้องห้องหนึ่งไว้ในคฤหาสน์หลังนั้นเป็พิเศษ เพื่อใช้รับมืออาการป่วยของเขาที่อาจกำเริบเมื่อไรก็ได้
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้า แล้วพูดว่า “ที่นายพูดมามันก็ใช่ ฉันได้ยินว่าเวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว ถ้าอย่างนั้นเื่งานของบริษัทนายน่าจะพักไว้ก่อน แล้วไปอยู่กับเย่ฝานเถอะ แบบนี้หากอาการของนายกำเริบขึ้นมา เย่ฝานก็สามารถดูแลนายได้ไงล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีเงยหน้ามองไป๋อวิ๋นจิ่น
ไป๋อวิ๋นจิ่นถูกสายตาเฉียบคมของไป๋อวิ๋นซีถลึงใส่อย่างนั้น ทำให้เขาหวาดหวั่นขึ้นมา ไป๋อวิ๋นจิ่นทอดถอนใจ ถึงแม้จะเป็พี่ใหญ่ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าน้องๆ เขากลับดูไม่ค่อยมีบารมีน่าเชื่อถือได้เท่าใดนัก
“เื่นี้ อวิ๋นซีนายลองคิดดูสิ! ความจริงด้วยความสามารถของเย่ฝาน เขาไม่มีวันทำให้นายอดตายแน่นอน!”
ไป๋อวิ๋นซีดูบัตรเครดิตสีทองในมือ แล้วกล่าวว่า “ก็ฟังดูไม่เลวนะ แต่ผมคงเอาแต่พึ่งเขาทุกเื่ไม่ได้หรอก!”
คนภายนอกที่ไม่รู้เื่ภายใน ต่างมองว่าที่เย่ฝานหมั้นกับเขาเป็เพราะมักใหญ่ใฝ่สูง มีเพียงเขาที่รู้ดีแก่ใจ เื่การหมั้นในครั้งนี้ ฝ่ายของเขาต่างหากที่ติดค้างเย่ฝาน หากไม่มีเย่ฝานคุณตาของเขาคงเกิดเื่ร้ายไปนานแล้ว หากไม่มีเย่ฝาน เขาเองก็คงไม่สามารถมีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่เย่ฝานทำให้กับบ้านตระกูลไป๋ ไม่สามารถประเมินค่าด้วยเงินทองได้ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าที่ได้พบกับเย่ฝานถือเป็ความโชคดีของเขา
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นสีหน้าของไป๋อวิ๋นซี ก็ไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมเขาต่อ
ไป๋อวิ๋นจิ่นมองเต่ากักพลังที่อยู่ในบ้านของมัน แล้วกล่าวว่า “เย่ฝานเ้าหมอนี่ ช่างชื่นชอบเต่าจริงๆ เลย! สินสอดที่เขาส่งมา ข้างในนั้นมีเต่าทองคำสองตัว ทำเอาคุณปู่หงุดหงิดมากเลย”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วพูดว่า “ความชอบของเย่ฝาน มักจะแตกต่างกับคนอื่น...”
