ดูท่าแล้วต้วนชิงิผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดา หนิงเชี่ยนไม่ใช่คู่ปรับของนางจริงๆดังนั้นเื่เร่งด่วนในตอนนี้คือ ห้ามไม่ให้ต้วนชิงิพูดต่อไปอีกแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือให้เชวียหย่งเฉียงขัดให้นางหยุดพูด!
ฮูหยินเชวียที่นั่งอยู่ด้านข้างโกรธจนพูดไม่ออกความสามารถกลับผิดเป็ถูกของซานอี๋เหนียง นับวันยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวันดูท่าแล้วถ้าไม่ทำอะไรนางบ้าง นางคงกำเริบเสิบสานยิ่งไปกว่านี้!
นางย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆกำลังจะขยับลุกขึ้นจัดการ ทว่าต้วนชิงิกลับส่ายหน้าและส่งสายตาให้วางใจได้!
ั้แ่ที่ต้วนชิงิปรากฏตัวฮูหยินเชวียก็จับตามองนางอยู่ตลอด ตอนนี้ดูท่าทางที่มั่นใจของนางแล้วจึงได้แต่ฝืนเก็บความโกรธไว้ภายใน... นางต้องกัดฟัน บีบผ้าเช็ดหน้าที่มือจนแน่นถึงจะคลายความโกรธให้สงบลงได้... ท่าทางคุณหนูจวนต้วนผู้นี้จะมีวิธีการจัดการซานอี๋เหนียงที่ปกติพูดลื่นไหลให้เงียบจนพูดไม่ออกเป็แน่!
เมื่อได้ยินคำพูดซานอี๋เหนียงคล้ายเห็นสายตาของเชวียหย่งเฉียงมีแววไม่พอใจระคนโกรธเคือง หันมองไปยังต้วนชิงิท่าทีของเขาแสดงอย่างชัดเจนว่าเชื่อคำพูดของซานอี๋เหนียงและมั่นใจว่านางและเชวียหนิงหรานร่วมมือกันกลั่นแกล้งบุตรสาวคนเล็ก!
นางมองตอบกลับไปไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่สักกระผีกเดียว ยืนตัวตรงขึ้นและเผยยิ้มน้อยนิด “เช่นนั้น ซานอี๋เหนียงก็เพียงฟังความด้านเดียวของคุณหนูสามจากนั้นก็วิ่งมาถามหาความผิดจากฮูหยินเชวียและคุณหนูลูกภรรยาเอก ขอถามว่าการกระทำเช่นนี้ นับว่าเป็การฟังความข้างเดียวด้วยหรือไม่?”
ซานอี๋เหนียงในตอนนี้ถึงกับปากจุกจนพูดอะไรไม่ออก!
นางหยุดเว้นจังหวะทำหน้าเคร่งขรึมและพูดต่อไปว่า “ที่จริงเื่มาถึงตรงนี้ก็คล้ายว่าไม่มีอะไรแล้วพี่สาวเชวียจึงพาหลานเดินออกมา ในตอนนั้นคุณหนูใหญ่กลับพูดว่านางและคุณหนูสามจะต้องไปหาท่านลุงเพื่อเลือกชุดร่วมงานเลี้ยงด้วยกันคุณหนูสามยังไม่วายตั้งใจพูดแขวะคุณหนูเชวียว่ามีเพียงเ้าที่จะไม่ได้เลือกชุดหลานเห็นพี่สาวเชวียเสียใจมาก จึงพูดติดตลกไปสองสามประโยคว่า ''ไม่แน่นะว่า เมื่อพี่สาวเชวียกลับถึงห้องแล้ว ชุดก็อาจส่งมาแล้วเป็ได้!''เพราะประโยคนี้ทำให้คุณหนูสามโกรธเคืองขึ้นมาจึงผลักต้วนชิงิแต่คุณหนูเชวียกลับใช้ร่างบังแทน ทำให้ตกลงไปน้ำแทน...ส่วนคุณหนูใหญ่ถูกมือที่ชักกลับของคุณหนูสาม ชนจนล้มไปในน้ำพร้อมกัน”
ต้วนชิงิยังไม่ทันได้พูดจบซานอี๋เหนียงพูดเสียงแหลมขึ้นมา “เ้าพูดเหลวไหลหนิงเชี่ยนของพวกเราจะไม่ทำเื่แบบนี้เป็อันขาด หนิงเชี่ยนของพวกเรา...”
หรือว่าหนิงเชี่ยนจะกล้าผลักเชวียหนิงหรานลงไปในน้ำอย่างนั้นหรือ? ทว่าสิ่งที่เชวียหนิงเชี่ยนพูด กับสิ่งที่ต้วนชิงิพูดไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย! แต่ถ้าเื่เป็จริงเหมือนที่นางพูดต้องแย่เป็แน่เชวียหย่งเฉียงไม่เพียงแต่จะไม่สนใจเชวียหนิงหรานเขากลัวว่าเื่นี้ถ้าล่วงรู้ไปถึงท่านปู่ท่านย่า พวกท่านคงไม่ยอมปล่อยพวกนางไว้
ซานอี๋เหนียงใจนขวัญหนีดีฝ่อในเวลานี้ทำได้เพียงกัดฟันส่ายหน้าไปมาไม่ยอมรับสักอย่าง อย่างไรต้วนชิงิก็เป็คนนอกไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนคำพูดของเชวียหนิงหราน ก็ไม่ได้รับความเชื่อใจจากเชวียหย่งเฉียงแม้แต่น้อยนางเอาแต่ก้มหน้า ไม่พูดเอาอกเอาใจ ไม่แน่ว่าอีกเดี๋ยวเื่นี้ก็คงผ่านไป!
ซานอี๋เหนียงพูดไปก็ก้มหน้าเช็ดน้ำตาไปด้วยหันหน้าไปพูดกับเชวียหย่งเฉียงว่า “ท่านพี่ข้าเชื่อว่า หนิงเชี่ยนของเราไม่ทำเื่แบบนี้!” ต่อให้ทำขึ้นมาจริงให้ตายยังไงก็จะไม่ยอมรับ!
หน้าตาเชวียหย่งเฉียงแทบดูไม่ได้เขากำลังจะพูด ทว่าทางด้านต้วนชิงิกลับยิ้มและเอ่ยขัดขึ้นมาอีกครั้ง “หวังว่าท่านลุงจะให้อภัยความเขลาเบาปัญญาของหลานเมื่อครู่ชิงิยังเคารพกฎในจวนเชวียที่เข้มงวดของท่านลุงอย่างเชื่อมั่นมิสั่นคลอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าซานอี๋เหนียงที่เป็ตัวแทนของท่านลุงและท่านป้าจะ...!”
คำพูดของนางเหมือนตีแสกหน้าเชวียหย่งเฉียง...ซานอี๋เหนียงผู้นี้กลับผิดเป็ถูกครั้งแล้วครั้งเล่านางจึงอดรนทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่จัดการนางเสียหน่อยไม่รู้ว่าจะรอถึงเมื่อไหร่? อย่างน้อยที่สุดต้องให้เชวียหย่งเฉียงรับทราบเสียหน่อยว่าซานอี๋เหนียงเวลาไปอยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่เพียงจะช่วยเขาไม่ได้ยังสร้างความด่างพร้อยให้กับเขาอีกด้วย!
เด็กสาวตรงหน้ากล่าววาจาจนเขาจุกแทบพูดอะไรไม่ออกพลางไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรพูดตำหนิอย่างโกรธ “จะยืนร้องไห้อะไรตรงนี้ยังไม่รีบกลับห้องของเ้าอีกหรือ?”
ซานอี๋เหนียงแม้จะไม่ยอมแพ้ทว่ากลับถอยไปด้านหลังทีละก้าว ทีละก้าว... ก่อนจะไปยังไม่ลืมที่จะหันมาค้อนคล้ายจะถลกหนังนางต้วนชิงิ... ชื่อนี้ข้าจำได้ขึ้นใจแล้ว!
เมื่อนางเดินออกไปแล้วเชวียหย่งเฉียงค่อยโล่งอกไป แต่เขากลับไม่เชื่อคำพูดของต้วนชิงิแล้วเพราะว่าเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าลูกสาวที่เอ็นดูมาตลอด จะพูดคำพูดเช่นนั้นออกมา...ต่อให้พูดออกมาจริง ในนั้นต้วนชิงิคงต้องใส่สีตีไข่ผสมเข้าไปด้วยเป็แน่!
เขายังคงพูดเรียบนิ่งว่า “เช่นนั้น แผลที่ขาของเ้า อย่าบอกนะว่าหนิงเชี่ยนเป็คนทำ?”
คำพูดเชวียหย่งเฉียงเหมือนเป็การเสียดสีอย่างตรงไปตรงมาเขากำลังจะเสียดสีคำพูดฟังความข้างเดียวของต้วนชิงิ ที่โยนความผิดทั้งหมดให้กับเชวียหนิงเชี่ยน...เป็ที่รู้กันดีว่าเวลาเชวียหนิงเชี่ยนอยู่ต่อหน้าผู้เป็บิดาจะเชื่อฟังทำตามโดยตลอด ฉะนั้นเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าบุตรสาวจะพูดจาร้ายกาจและทำเื่เลวร้ายได้เช่นนี้?
คำถามนี้แหละที่นางรอคอย! เขาติดกับดักของนางเสียแล้ว เดิมทีนางไม่อยากจะผลักความผิดให้เชวียหนิงเชี่ยนโดยจะหาข้ออ้างอื่นพูดออกไปแทน แต่ตอนนี้เขากลับพูดขึ้นแทนบุตรสาวคนโปรด!ถ้านางไม่ลงมือจัดการตอนนี้ แล้วจะรอถึงเมื่อไร? จึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หลานไม่กล้าปิดบังท่านลุง ท่านลุงพูดถูกต้องแล้ว!หลังจากพี่สาวเชวียถูกคุณหนูสามผลักตกน้ำชิงิทั้งโกรธทั้งเสียใจจึงต่อว่าคุณหนูสาม เป็เพราะชิงิคือลูกสาวภรรยาเอกนางจึงพาลเกลียดชิงิเลยผลักให้ตกน้ำไปด้วย ถ้าเพราะเพียงแค่เป็ลูกสาวภรรยาเอกทำให้คุณหนูสามไม่มีความสุข ชิงิยินดีไปหาท่านลุงกับนางเพื่อหาข้อสรุป คาดไม่ถึงว่าเมื่อคุณหนูสามได้ยินคำว่า ‘ลูกสาวภรรยาเอก’ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที ทั้งยังพูดเสียงดังอึกทึกว่าจะฆ่าหลานให้ตาย! ในตอนนั้นหลานใมาก สายตาของคุณหนูสามช่างน่ากลัวจนไม่กล้าพูดและขยับตัว นางจึงเข้ามาผลักหลานอย่างแรงให้ตกลงไปในน้ำ...”
ตอนนี้เชวียหย่งเฉียงหน้าซีดชาจนซีดขาวไปหมด จนอธิบายไม่ถูกว่าดูไม่ได้ขนาดไหน!
นางพูดถึงคนคลุ้มคลั่งคนนั้นที่หมายถึงเชวียหนิงเชี่ยนที่กำลังก้มหน้าคุกเข่าตรงหน้าเขาจริงหรือ? ไม่ต้องพูดเลยว่ายังไงเขาก็ไม่เชื่อที่นางพูดแม้แต่คำเดียว
ในเมื่อเชวียหนิงเชี่ยนก้มหน้าคุกเข่าไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว ดูนิ่งสงบอย่างมากดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนคลุ้มคลั่งเหมือนที่นางพูดแต่ว่าตัวของต้วนชิงิไม่เปียกน้ำแม้แต่หยดเดียว ทำไมพูดไปถึงเื่ตกน้ำเล่า?
เมื่อเห็นเชวียหย่งเฉียงมีท่าทางไม่เชื่อต้วนชิงิจึงพูดหน้าเคร่งขรึมต่อไป “เื่เหล่านี้คำพูดเหล่านี้ หาได้เป็ความด้านเดียวของชิงิ ขอเพียงท่านลุงเรียกบ่าวรับใช้มาถามก็จะรู้ความจริง... ที่จวนต้วนของหลานท่านพ่อให้ความเท่าเทียมระหว่างพี่สาวกับน้องสาวไม่เคยแบ่งแยกว่าเป็ลูกภรรยาเอกหรือลูกอนุ ทว่าหลังมาถึงจวนเชวียชิงิเห็นคุณหนูใหญ่ คุณหนูสามและคุณหนูรองแต่งตัวไม่ได้แตกต่างกันมากแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดคุณหนูสามถึงต่อต้านคำว่า ‘ลูกภรรยาเอก’ได้ถึงเพียงนี้! ชิงิไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วหวังว่าท่านลุงจะให้ความกระจ่างปรากฏ!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายังไม่ทันได้พูด ฮูหยินเชวียขยับลุกขึ้นมาแล้วมองไปที่เขาพร้อมพูดว่า “ท่านพี่ว่าเื่นี้จะจัดการอย่างไรจึงเหมาะสม...”
คุณหนูภรรยาเอกของจวนต้วนได้รับความไม่เป็ธรรมในจวนเชวียต่อให้เชวียหย่งเฉียงไม่อยากเข้ามาจัดการ แต่นางไม่สามารถนิ่งดูดายได้ถ้าเกิดเื่นี้แพร่สะพัดออกไป จวนเชวียของเขาจะหาที่ยืนได้จากไหนอีกทั้งหน้าของฮูหยินเชวียจะเอาไปไว้ที่ไหนกัน?
สีหน้าของเชวียหย่งเฉียงไม่สู้ดีอย่างน้อยที่สุดคำพูดของต้วนชิงิคงมีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่งทว่าเชวียหนิงเชี่ยนจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนั้นหรือนางเป็แค่สาวน้อยที่อายุยังไม่ถึงสิบปีเลย
เดิมทีเื่เรือนด้านหลังในจวนเป็หน้าที่ของฮูหยินเชวียตัดสิน ทว่าเขากลัวว่าฮูหยินเชวียจะใจร้ายกับเหล่าอนุจึงมักจะออกมาเป็คนตัดสินประจำ แต่ตอนนี้ความจริงทั้งหมดกองอยู่ตรงหน้าต่อให้เขาอยากจะปกป้องเพียงไร ก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป!
ถึงตอนนี้เชวียหย่งเฉียงทำได้เพียงผายมืออย่างอ่อนแรง กำลังจะเดินออกไปทว่าหันหลังกลับมากำชับกำชาฮูหยินเชวีย
“ฮูหยิน เื่นี้อาจเป็เื่พูดเล่นกันก็เป็ได้!นอกจากมีพยานบุคคลและหลักฐานวัตถุ ถึงสามารถลงโทษตามกฎ และอย่าทำให้เป็เื่ใหญ่เข้าใจหรือไม่?”
