สายตาราบเรียบที่เธอมองไป ทำเอาพวกนอกเครื่องแบบอยู่กันไม่เป็สุข สายตานั้น ราวสายตาแห่งเ้าหญิงสูงส่ง ผู้กำลังสอบสวนราษฎรต่ำต้อยอย่างพวกเขา
เย่จื่อเสยผมวาว ก่อนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาจับเขา?”
มีสิทธิ์อะไร? หัวหน้าผู้เคยโดนเซียวปิงถีบจนตัวลอย หัวเราะเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยวเต็มที “ฉันเป็หัวหน้าตำรวจแผนกอาญา ประจำแถบจินซาแห่งเมืองเจียงเฉิง ชวีเฮ่ออี แฟนคุณต้องสงสัยคดีทำร้ายร่างกาย เป็เหตุให้ผู้อื่นาเ็สาหัส ดังนั้น มันต้องโดนจับกุม อีกอย่าง ตอนนี้คดีของมันก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคดีแล้ว...ทำร้ายเ้าพนักงาน”
“อ้อ..” เย่จื่อกลอกตาไปมา พูดระคนหัวเราะ “คุณบอกว่าเขาทำร้ายเ้าพนักงาน งั้นฉันก็สงสัยล่ะสิ คุณมีสิทธิ์อะไรบอกว่าตัวเองเป็ตำรวจ? ไหนเครื่องแบบคุณ? คุณบอกปากเปล่าว่าตัวเองเป็ตำรวจ งั้นถ้าฉันบอกว่าตัวเองเป็นายกฯ ทุกคนเชื่อฉันหรือเปล่า?”
คำพูดของเย่จื่อ นำมาซึ่งเสียงหัวเราะครื้นจากผู้คนรอบๆ
ชวีเฮ่ออีโกรธจนหน้าเขียว แต่ก็ยังฝืนยิ้มกล่าว “ได้เลย ฉันจะแสดงบัตรตำรวจให้ดู”
พูดจบ มันก็ล้วงมือเข้าในเสื้อ ก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนสี และนั่นก็สร้างเสียงโห่หัวเราะให้กับคนรอบๆ อีกครั้ง ชวีเฮ่ออีหน้าเสีย มันหันไปหาลูกน้องที่ข้างๆ พลางกล่าวถาม “พวกแกมีใครเอาบัตรมาบ้างไหม?”
“ผม...ผมเอามาครับ” หนึ่งในชายกลุ่มนั้นถือบัตรไว้ในมือ ก่อนจะวิ่งมาด้านหน้าด้วยใบหน้าราวถือไพ่เหนือกว่า
ชวีเฮ่ออีพูดอย่างอวดดี “เอาให้พวกมันดูสิ”
ชายคนเดิมถือบัตรตำรวจชูออกไป มันหมุนเอียงตัวให้เห็นกันถ้วนทั่ว แล้วพูดอย่างอวดดี “เห็นกันเต็มตาหรือยัง ฉันเป็ตำรวจแผนกอาญา และฉันขอยืนยันกับทุกคน...คนคนนี้ เป็หัวหน้าตำรวจแผนกอาญาของพวกเราจริง ใครยังมีข้อสงสัยอะไรอีก?”
เย่จื่อพูดระคนหัวเราะ “ฉันคลายสงสัยเื่ตัวตนของพวกคุณแล้วล่ะ แต่ว่า หัวหน้าของพวกคุณถึงขั้นลืมพกบัตรตำรวจมา ส่วนพวกคุณก็ยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุดเป็เครื่องแบบตำรวจเลยด้วยซ้ำ ฉันเดาว่า พวกคุณคงจะโดนใครสักคนสั่งให้มาแบบกะทันหันสินะ? คุณน้า ผอ.ของอวี๋เฮ่าสั่งมา? นี่มันเรียกว่าการล้างแค้นส่วนตัวโดยอวดอ้างผลประโยชน์ของประชาชนหรือเปล่า เหอะ...แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับแฟนฉันล่ะ? สอบปากคำหรือกักขัง? พวกคุณมีหมายศาลมาด้วยหรือเปล่า? หรือมีเอกสารอะไรมาด้วยบ้าง ไหนขอฉันดูหน่อยสิ?”
ชวีเฮ่ออีกระอักกระอ่วนแถ “ตามกฎหมายแล้ว ในสถานการณ์คับขัน เรามีอำนาจในการจับตัวผู้ต้องหาก่อน แล้วค่อยจัดทำหมายศาลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง อย่าพูดมาก ไปจับมัน!”
ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งหลายเดินตรงเข้าไปยังเซียวปิงพร้อมๆ กัน เย่จื่อขมวดคิ้วมุ่น เธอรู้ดี ชวีเฮ่ออีพูดถูกทุกอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจมากกว่าก็คือ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจใช้อำนาจรัฐฯ มาสะสางเื่ส่วนตัว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังถือเป็เื่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่อีก...ตอนที่เซียวปิงทำร้ายเขา ก็มีผู้อยู่ในเหตุการณ์เยอะเสียด้วย แม้เซียวปิงจะไม่ได้ออกแรงมากจนทำให้มันสาหัสก็เถอะ แต่หากเพียงแค่มันแอบทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ กับผลตรวจร่างกายล่ะก็ เื่คงไม่จบเพียงเท่านี้แน่...ยิ่งการเปลี่ยนแปลงผลตรวจ ก็เป็แค่เื่ง่ายๆ สำหรับพวกมันเสียด้วย...
เย่จื่อคิดลังเลอยู่นาน จนสุดท้าย ขณะเธอกำลังจะยกตระกูลตัวเองขึ้นมาปกป้อง เซียวปิงที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้มหัวเราะออกมาเสียก่อน “ก็ดีเหมือนกัน งั้นฉันจะไปกับพวกแกสักรอบแล้วกัน”
เซียวปิงไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว เพราะถ้าจำเป็จริงๆ เขาก็ยังสามารถบอกตัวตนที่แท้จริงออกไป แม้เขาจะไม่ค่อยอยากเปิดเผยออกไปก็ตาม ด้วยฐานะอดีตหัวหน้าทีมที่ยิ่งใหญ่อย่างหลงหยา แม้ตอนนี้เขาจะถอนตัวออกมาแล้ว แต่อำนาจที่เขายังมี ก็ไม่ใช่ว่าไอ้พวกคนเล็กคนน้อยแบบนี้จะเทียบได้ ต่อให้เป็ไอ้ ผอ.หมาบ้านั่น ก็ยังต้องชิดซ้ายให้เขาเลย ยิ่งไปกว่านั้น เขาอาจไม่จำเป็ต้องยกข้อนั้นขึ้นมาเลยก็ได้ เพราะนอกจากฐานะแล้ว เขายังมีไม้ตายอีกอย่าง ซึ่งเป็ไม้ตายที่จะใช้ได้ผลเป็อย่างดีกับผอ.นั่น...ฉางไหวอัน เพราะนี่ถือเป็จุดอ่อนจุดตายของเขาเลยทีเดียว!
เย่จื่อได้ฟังดังนั้นกลับส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวานถาม “พี่ปิง ฉันขอถามอะไรอย่างสิ”
“ถามสิ”
“พี่ชอบฉันไหม?”
เซียวปิงคิดไม่ถึงเลยว่าในเวลาแบบนี้ เย่จื่อยังจะถามคำถามเช่นนี้ออกมา แม้แต่พวกที่ยืนมุงดูอยู่ก็ยังทำหน้าทั้งงงทั้งอึ้งไปพร้อมกัน ทว่าเซียวปิงกลับแสดงสีหน้าจริงจัง พลางพยักหน้าตอบเธอ “ชอบ”
เย่จื่อยิ้มหวาน กล่าวว่า “งั้น ั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป พี่ต้องโทรหาฉันทุกคืน ต้องบอกฝันดีฉันก่อนนอนทุกวันด้วย พี่ทำได้หรือเปล่า?”
เซียวปิงยิ้มตอบ “ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“พี่เป็แฟนคนแรกของฉัน...” เย่จื่อสีหน้าจริงจัง “แล้วฉันก็หวังให้เป็คนสุดท้ายด้วย”
หลังพูดจบ เย่จื่อก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกตำรวจชุดไปรเวท ก่อนกล่าวเรียบเฉย “ผู้ชายของฉัน เย่เสี่ยวซี พวกแกก็ยังอยากจะพาไปอีก? โทรไปหา ผอ.ของพวกแก บอกว่าฉันเป็ลูกสาวของเย่ปั้นเฉิง ถามเขาหน่อย ว่าเื่ในวันนี้จะจัดการยังไง คิดจะรังแกแม้กระทั่งฉันเลยเหรอ?”
ยโส มั่นใจ สูงส่ง เย่จื่อในขณะนี้ ไม่ต่างอะไรกับเ้าหญิงผู้สวยสง่า...พวกตำรวจต่างก็มองเย่จื่อตาค้าง จนถึงกับพูดไม่ออกกันเป็แถบ ต่อมาจึงจะกลายเป็ความใเมื่อรู้ว่าเย่จื่อเป็ใคร เย่ปั้นเฉิง ผู้ชายที่รวยที่สุดในเจียงเฉิง!
เธอเป็ลูกสาวเย่ปั้นเฉิงงั้นเหรอ แก้วตาดวงใจตระกูลเย่!
ไม่เพียงแค่พวกตำรวจที่ใ แม้แต่พวกคนที่ยืนมุงดูก็ยังอึ้งใไปตามๆ กัน เห็นได้ชัด ว่าชื่อเย่ปั้นเฉิงก็เสมือนสัญลักษณ์อีกสัญลักษณ์ประจำเมืองเจียงเฉิง...สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง
เดิมพวกไทยมุงก็คงว่าแค่จะมาดูเื่ร้อนของชาวบ้านเท่านั้น แต่พอมาดูตอนนี้ เื่นี้คงจะกลายเป็เื่ร้อนประจำเมืองไปแล้ว สีหน้าพวกเขาบ่งบอกอย่างเห็นได้ชัด ว่าเื่อีกเื่ที่เพิ่งได้รู้ ดูน่าสนุกและน่าสนใจกว่าเื่เก่าเป็ไหนๆ เกินกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิดเอาไว้เสียด้วยซ้ำ
ชวีเฮ่ออีเริ่มมีเหงื่อไหลออกจากิั ซึ่งกำลังซีดเผือดของมัน “คือว่า...คุณหนูเย่โปรดรอสักครู่นะครับ ผมจะโทรไปถามเดี๋ยวนี้” มันพูดร้อนรน
มันหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะหลบไปคุยอีกที่ที่ไกลออกไป เพราะคงไม่สะดวกที่จะคุยต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
เซียวปิงมองแผ่นหลังเล็กของเย่เสี่ยวซีที่ยืนขวางตรงหน้าอย่างสงบ ที่แท้เธอชื่อเย่เสี่ยวซี คาดว่าน่าจะเป็น้องสาวเย่ซินหยี่สินะ...จู่ๆ เซียวปิงก็รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ในเมื่อเป็คนตระกูลเย่ เย่จื่อ จึงเป็ไปได้มาก ว่าจะเป็น้องสาวของเย่ซินหยี่ คนที่ตนเคยเจอเมื่อตอนอยู่สนามบิน แต่เซียวปิงไม่ได้สนใจเื่นี้เลย เย่ซินหยี่ก็คือเย่ซินหยี่ เย่จื่อก็คือเย่จื่อ
เซียวปิงรู้ดี ว่าเย่จื่อไม่ชอบพวกคนในบ้านเธอ ไม่ชอบโอ้อวดเื่วงศ์ตระกูลตัวเอง การมีชาติตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ความโชคดีสำหรับเธอ แต่เป็ความจำกัด เป็ความเศร้าอย่างหนึ่งต่างหาก
แต่ที่เซียวปิงรู้สึกเ็ปอยู่ เพราะเขารู้ดี ว่าเป็ต้นเหตุให้เย่จื่อต้องกลับไปเผชิญกับรอยแผลในจิตใจ ที่เธอพยายามจะหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
เซียวปิงั์ตาประกายความเยือกเย็น ฉางไหวอัน...บางทีเขาควรจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำเอาไว้บ้างแล้ว
ขณะนั้นเองชวีเฮ่ออีก็วิ่งกลับเข้ามา ก่อนหัวเราะกล่าว “คือ...คุณเซียว คุณหนูเย่ครับ เื่เข้าใจผิด...เข้าใจผิดครับ...พวกเราน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป รบกวนเวลาเดินห้างของพวกคุณมามากแล้ว พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ...”
เย่จื่อน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะฉันเป็คนตระกูลเย่ นี่ก็เลยเป็เื่เข้าใจผิด แต่ถ้าฉันเป็แค่คนธรรมดา ตอนนี้คนรักของฉันก็คงจะโดนพวกนายพาตัวไปแล้ว บางที อาจจะต้องโดนขังเป็เดือนๆ แล้วยังต้องหาเงินไปประกันตัวอีก...กลับไปบอก ผอ.ของพวกนายซะ ที่เื่นี้เกิดขึ้นได้ ก็เป็เพราะหลานชายเขามาตามตื๊อหาเื่ฉัน...ฉันเป็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง รู้อะไรไม่มาก แต่ฉันก็ยังเข้าใจเื่หนึ่ง...ถ้าอยากให้อาชีพยืนยาว ก็ต้องทำตัวเองให้โปร่งใส ทำอะไรให้มันถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการไม่ทำอะไรผิดกับความเป็คนของตัวเอง!”
คนรอบข้างต่างก็ร้องชื่นชมเห็นด้วย พวกตำรวจต่างก็เดินขายหน้ากลับไป มาไว และไปไวดีจริงๆ
เย่จื่อหันกลับไปมองเซียวปิงอีกครั้ง ยิ้มกล่าว “พี่ปิง จบเื่แล้วล่ะ”
เซียวปิงยื่นนิ้วออกไป ก่อนจะไล้นิ้วไปมาบนจมูกเธอ พลางยิ้มแห้งๆ “เธอชอบที่ฉันหลบอยู่หลังผู้หญิงเหรอ?”
“เปล่า...พี่ปิง ในสายตาฉันแล้ว พี่เป็เหมือนัใหญ่ตัวหนึ่ง ดังนั้น พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่ควรค่าให้พี่ลงมือด้วยตัวเองหรอก”
เซียวปิงกล่าวหัวเราะ “พูดยอฉัน?”
“ฉันจริงจังนะ!”
“เอาล่ะ ฉันเชื่อเธอ!” เซียวปิงสีหน้าจริงจังเช่นกัน “แต่ครั้งต่อไปจำไว้ให้ดีล่ะ ต่อไปถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ต้องให้ฉันเป็คนปกป้องเธอ”
“จำได้แล้ว อา...เป็เพราะพวกเขานั่นแหละ ดูสิ พวกเราดูหนังกันไม่ทันเลย” เย่จื่อย่ำเท้าอย่างโมโห
เซียวปิงขำแห้งๆ “ฉันไปส่ง”
คนทั้งสองมองกันและกันด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่เพราะมืดมากแล้ว จึงไม่มีที่ไหนให้ไปได้อีก...ควรจะกลับกันแล้วจริงๆ
คนที่เคยยืนมุงอยู่ส่วนมากก็สลายกันไปหมดแล้ว เหลือแค่บางคน ที่เดินอยู่ห่างๆ แต่ก็ยังมองมาทางพวกเขาอยู่ เซียวปิงมองมือเล็กของเย่จื่อแวบหนึ่ง ก่อนจะคิดลังเลนิดหน่อย จากนั้นจึงค่อยๆ ยื่นมือใหญ่ไปกุมมือเธอเอาไว้เบาๆ
เย่จื่อมองเซียวปิง พลางยิ้มหวาน “ไปเถอะ ส่งฉันกลับบ้านกัน”
สุดท้ายเย่จื่อก็ยังขึ้นรถตัวเองกลับไปจนได้...เมื่อเซียวปิงส่งเย่จื่อออกมานอกห้าง รถทางบ้านเธอก็ตามมาจอดรั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอจะไป เซียวปิงได้ให้เบอร์โทรที่เพิ่งได้มาใหม่ของตัวเองกับเธอ แล้วรอจนรถเธอแล่นออกไป เขาจึงเรียกแท็กซี่เอาไว้ ขึ้นไปนั่งโดยสารในนั้น แล้วเดินทางกลับบ้านซู
ขณะเดียวกัน ในคฤหาสน์ใหญ่ภายในเมืองเจียงเฉิง ชายรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งนั่งสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่าอยู่บนโซฟา โดยมีหญิงวัยกลางอายุห่างจากเขาไม่กี่ปีนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าเขา ร้องไปพลางก็พูดไปด้วย “พี่ หลานชายพี่โดนคนรังแกมา พี่จะไม่สนใจเลยจริงๆ เหรอ?”
ชายร่างอ้วนพูดอย่างมีน้ำโห “เื่นี้โยงไปถึงบ้านตระกูลเย่ด้วย แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง? อีกอย่าง ที่เื่นี้เกิดขึ้นก็เพราะเสี่ยวเฮ่าเป็คนเริ่ม แม้อีกฝ่ายจะเป็คนทำร้ายเขาก็จริง แต่จะพูดกันจริงๆ ก็ยังเป็เพราะฝ่ายเราทำตัวเอง ยังไงเสีย มันก็ไม่ได้าเ็อะไรมากมาย ให้มันนอนพักในบ้านสักหน่อย เื่นี้ก็ปล่อยผ่านไปซะเถอะ”
เมื่อเห็นผู้เป็น้องจะพูดอะไรต่ออีก ชายอ้วนจึงกล่าว “แล้วก็ กลับไปบอกเสี่ยวเฮ่าด้วย อย่าไปยุ่งกับคนคนนั้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น ห้ามไปยุ่งกับยัยเด็กสกุลเย่นั่นอีก บ้านเราสู้อะไรกับตระกูลเย่ไม่ไหว แล้วก็ไม่จำเป็ต้องสู้ด้วย”
เธอไม่ร้องอีกต่อไป เพราะรู้จักพี่ชายดี ต่อให้จะร้องต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ที่สำคัญ อวี๋เฮ่าเองก็ไม่ได้เจ็บหนักอะไรมาก
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์บ้านภายในคฤหาสน์ก็ดังขึ้น เมื่อชายอ้วนยกหูโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงกรอกกลับมา เสียงปลายสายเป็ชาย ซึ่งพูดด้วยน้ำเสียงระคนหัวเราะเบาๆ “ท่าน ผอ.ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่โทรมารบกวนในเวลาดึกดื่นแบบนี้”
ฉางไหวอันลังเล ก่อนจะถาม “คุณเป็ใคร?”
“ผมเซี่ยหลุนเองครับ”
ฉางอันฮวัยหัวเราะเสียงดัง “ที่แท้ก็คุณเซี่ยนี่เอง โทรมาตอนดึกดื่นขนาดนี้ คงไม่ได้โทรมาคุยเล่นกับผมใช่ไหมครับ?”
“ฮ่าๆ ใช่ครับ...ได้ข่าวว่า แถบจินซาเพิ่งมีเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน คนตายเป็นักเลงชื่อต้วนจื่อ ผมก็เลยจะโทรมาบอกข้อมูลบางอย่างที่เป็ประโยชน์ให้...ผมรู้ว่าใครเป็คนทำ”
“หืม? คุณเซี่ยสนใจเื่งานนักสืบของผมั้แ่เมื่อไรครับเนี่ย?”
“ฮ่าๆๆ ประชาชนก็ต้องช่วยตำรวจสิครับ”
“ไหนลองบอกมาหน่อยสิครับ มันเป็ใคร?”
“พนักงานร้านบะหมี่คนหนึ่ง...เซียวปิง”
“เซียวปิง? คุณเซี่ย หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ผมก็ไปจับใครมั่วซั่วไม่ได้หรอกครับ เป้าหมายในการบอกข้อมูลนี้ของคุณคงไม่ธรรมดาแล้วล่ะมั้ง...” ตอนแรกที่ได้ยิน ฉางไหวอันก็หัวใจกระตุกวูบอยู่เหมือนกัน แต่พอมาคิดถึงคนที่ชื่อเซียวปิง ซึ่งเป็คนเดียวกับที่ทำร้ายหลายชายตัวเอง ใบหน้าใหญ่ก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น รอยยิ้มนั้นช่างดูเ้าเล่ห์ ราวกับเ้าของรอยยิ้มเป็สุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่รอวันได้ชำระแค้น...
