“เฉินตงไม่เหมาะ นิสัยเขาโลดโผนเกิน”
ชื่อแรกที่ตัดทิ้งก็คือเฉินตง จ้าวอี้คิด แล้วจึงพูด “ฉันคิดว่าเฉินตงจัดการเื่สำคัญได้อย่างค่อนข้างสงบ เขาสามารถแยกลำดับความสำคัญได้”
“ค่อยถามความเห็นของเขาแล้วกัน” เซี่ยตันคิด และไม่รีบตัดชื่อของเขาทิ้ง เพราะเฉินตงเป็เ้าหน้าที่ภาคสนามที่สำคัญมากของหน่วย ถ้าปฏิเสธเขาแบบนี้ กลับไม่ค่อยเหมาะสม
สองคนปรึกษากันสักพัก ไม่นานก็ยืนยันรายชื่อ ถ้าเฉินตงรับรองว่าจะเชื่อฟังคำสั่ง ก็จะพาเขาไป ถ้าไม่รับรอง ก็เปลี่ยนเป็สามเณรสิงเฉิน คนสุดท้ายที่ถูกเลือกคืออู๋เยว่
แม้ว่าหน่วย B จะเป็ที่รู้จักว่ากาแล็กซี่แห่งพร์ แต่เ้าหน้าที่ที่เหมาะกับกาลเทศะเช่นนี้กลับไม่มาก นิติเวชเช่นเจี่ยจ้าวิก็น่าจะคลุกคลีกับศพมากไป แม้ว่าบนหน้าจะมีรอยยิ้มก็ทำให้คนรู้สึกหมองหม่น หน้าที่หลักของจางอี้เฟยคือเฝ้าดูแลคลังอาวุธ ไม่สามารถทำการเคลื่อนไหวได้ เซวียิ่คนบ้าวิจัย ถ้าพาเขาออกไป ทุกคนต้องไม่วางใจแน่ หน้าตาสาวน้อยหวงอิงคนนี้ดี เพียงแต่ขี้อายเกินไป คนกันเองพูดจาอะไรก็หน้าแดง ไม่เหมาะสมจริงๆ...
เมื่อนับนิ้ว คนที่เหมาะสมมีไม่มากจริงๆ
เฉินตงแค่ฟังว่ากิจการต่างประเทศเข้มงวดขนาดนี้ ก็หมดความสนใจทันที ในสายตาของเขาให้ไปยิงปืนสักสองนัดกับจางอี้เฟยที่นั่นยังมีความสุขกว่า
สำหรับสามเณรสิงเฉินที่เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ ในใจของจ้าวอี้ค่อนข้างหวาดหวั่น นำความวิตกในใจพูดกับเซี่ยตัน เซี่ยตันกลับให้จ้าวอี้วางใจ
“เขาไม่ก่อเื่แน่ อย่ามองว่าเขาอายุน้อย แต่สามเณรสิงเฉินเป็คนมีความสามารถมาก เขาเป็ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับเ้าอาวาสวัดเส้าหลินรุ่นก่อนๆ นายรู้ไหมว่ารุ่นของเ้าอาวาสตอนนี้เป็รุ่นหย่ง สามเณรยังมีรุ่นที่สูงกว่าเขาหนึ่งรุ่นเสียอีก เมื่อเ้าอาวาสเจอสามเณรยังต้องเรียกเขาอย่างเคารพว่าอาจารย์อา”
เซี่ยตันนึกถึงฉากเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
มีประโยคหนึ่งพูดไว้ได้ดี ปู่ผมขาวที่อุ้มหลาน ยังไม่สู้คนที่าุโในครอบครัว
นำรายชื่อที่ยืนยันแล้วส่งให้ทางเทศบาลเมือง เช้าตรู่ของวันที่สอง ก็มีบุคคลที่ได้รับมอบหมายพิเศษส่งป้ายชื่อที่ทำขึ้นอย่างดีมาให้
ชุดสูทที่รีดอย่างดี ชุดทางการคอปกขาว เสื้อคลุมยาวเรียบๆที่สะอาดสะอ้าน การแต่งตัวของทั้งสามคนเรียกได้ว่าเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ไม่ดึงดูดสายตา
นั่งรถพิเศษที่ทางเทศบาลเมืองจัดมาให้ มากับกลุ่มรถของเทศบาลเมือง ตำรวจติดอาวุธเปิดทาง ขับไปทางสนามบินอย่างน่าเกรงขาม
“เอ๊ะ เหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ ผอ. ของเราไม่มาเหรอ?”
จ้าวอี้รู้สึกเหมือนขาดไปคนหนึ่ง คิดอยุ่นาน จึงคิดออกว่าเป็ผอ. ของพวกเขา หัวหน้าระดับสูงที่สุดของสำนักงาน เรียกได้ว่า ั้แ่จ้าวอี้เข้ามาในแผนกนี้ นอกจากจะไป HK กับ เหล่าโจวครั้งนั้น จำนวนครั้งที่พบกับเหล่าโจวก็เรียกได้ว่านับได้ในนิ้วมือเดียว หน่วยก้านของเขาก็ค่อนข้างดูสูงส่ง ราวกับเทพเ้าัเห็นหัวมิเห็นหาง1
“ดูเหมือนจะมีเื่อะไรที่สมาคมศาสนาจนปลีกตัวออกมาไม่ได้มั้ง? ผอ. โจวก็ไม่ยื่นมือเข้ามาในงานเฉพาะของเรา เขามีหน้าที่เชื่อมต่อมากกว่า ได้ยินว่าธุระของเขาค่อนข้างมาก ่ก่อนยังวุ่นอยู่กับขั้นตอนการส่งลูกสาวไปเรียนต่างประเทศ ใกล้ถึงแล้ว”
เซี่ยตันพูดสรุปถึงสถานการณ์ของเหล่าโจวเล็กน้อย จ้าวอี้พยักหน้าแสดงถึงความเข้าใจ
สนามบินได้ลากแผ่นคำขวัญไว้แล้ว หัวหน้าทั้งใหญ่และเล็กเรียงแถวกัน ทุกคนยกพเยียขึ้น ดูแล้วได้จัดเตรียมมาอย่างดี เพียงแต่รอการมาเยือนของแขกผู้มีเกียรติ
“ค่อนข้างเกินไป หรือความแข็งแกร่งของประเทศเราไม่เพียงพอ ไม่งั้น ตามธรรมเนียมการต้อนรับของประเทศอื่น คนที่ไม่ใช่เ้าหน้าที่ภาครัฐเช่นเขา อย่างมากแค่ส่งพนักงานไม่กี่คนมาก็ได้”
จ้าวอี้เห็นฉากนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจยังไงสักอย่าง จึงพูดกับเซี่ยตันด้วยเสียงเบา
“สหาย เงียบหน่อย...”
เสียงของเขาเพิ่งเงียบลง ข้าราชการอ้วนๆคนหนึ่งด้านหน้าก็หันหน้ามาจ้องจ้าวอี้ ดูป้ายชื่อของอีกฝ่าย เป็ผอ. ของบริษัทผู้ทำการค้าเรือกลไฟแห่งประเทศจีน
เซี่ยตันยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ทำสัญญาณมือให้เงียบ
ตำแหน่งที่ทั้งสี่คนยืนเรียกได้ว่าสุดขอบแล้ว คนที่มีคุณสมบัติให้เข้าร่วมพิธีต้อนรับ ตำแหน่งของทุกคนต่างสูงกว่าพวกเขา
เครื่องบนลงจอดอย่างตรงเวลา นี่เป็เครื่องบินส่วนตัว เหมาะสมกับสถานะมาร์ควิซเช่นเขา
สี่ห้าคนที่ออกมาก่อนคือบอดี้การ์ดผู้มีความสามารถ หลังจากพวกเขาลงมาก็ตอบรับว่าปลอดภัย แล้วเข้าแถวสองแถวอย่างรวดเร็ว และปรากฏชายอายุประมาณห้าสิบปีคนหนึ่ง เป็พ่อบ้านสไตล์อังกฤษ บนใบหน้าแก่ชราไม่มีรอยยิ้มใดๆ มองๆรอบด้าน แล้วจึงโค้งคำนับรอการปรากฏตัวของเ้านาย
มาร์ควิซแอนดริวเป็หนุ่มหล่อผมทองคนหนึ่ง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มอันมีเสน่ห์ ใบหน้าแฝงรอยยิ้มอย่างพอเหมาะ บทชุดสูทไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย
“ยินดีต้อนรับๆ ยินดีต้อนรับอย่างอบอุ่น!”
เสียงการต้อนรับที่ซ้อมมาอย่างดีดังขึ้นตรงเวลา ผู้นำเมืองเดินนำไปด้านหน้า พูดด้วยความสุภาพ "ยินดีต้อนรับคุณแอนดริวผู้ไม่กลัวทางไกลมาทำการลงทุนในประเทศเรา พวกเราแสดงความต้อนรับอย่างสุดซึ้ง"
“เพื่อนชาวจีนอบอุ่นเกินไปแล้ว! ขอบคุณ!”
แอนดริวจับมือกับผู้นำเมืองอย่างสงบเสงี่ยม ขณะเดียวกันก็ก้มหน้าลงสวมพเยียของเพื่อนชาวจีนที่แสดงถึงมิตรภาพ ภาษาจีนของเขาคล่องแคล่วกว่าปกติ จุดนี้ทำให้คนในเหตุการณ์ค่อนข้างคาดไม่ถึง
“พวกเราได้เตรียมงานเลี้ยงไว้ที่ภัตตาคารแล้ว หวังว่าคุณแอนดริวจะสามารถตอบรับการเชื้อเชิญ”
หลังพิธีต้อนรับที่ไม่นับว่าจุกจิกได้ดำเนินการเสร็จ ผู้นำเมืองจึงเสนอคำเชิญ
“อย่าเพิ่งรีบร้อน ไม่ทราบว่าที่ผมได้เสนอคำขอกับคุณ คุณสามารถตอบรับได้ไหม?” แม้ว่าสีหน้าของแอนดริวจะมีรอยยิ้ม แต่นำเสียงดูเหมือนจะค่อนข้างเร่งรีบ
“นี่...มีปัญหาเล็กน้อย เราไปที่ภัตตาคารค่อยคุยกันไม่ดีกว่าเหรอ?”
ผู้นำเมืองค่อนข้างเคอะเขิน ไม่ได้ตอบตกลงในตอนนั้น
มาร์ควิซแอนดริวคิดดู จึงพยักหน้า “ก็ได้ ผมชอบวัฒนธรรมของจีน นอกจากการลงทุน อาจจะรบกวนอยู่ในดินแดนของคุณสักพัก หวังว่าคุณจะไม่ถือสา”
“แน่นอนๆ!”
ผู้นำเมืองพยักหน้าต่อเนื่อง
กลุ่มรถได้ขับอย่างรวดเร็วไปทางภัตตาคารที่จัดเตรียมไว้
ใบหน้าตึงเครียดของอู๋เยว่ในที่สุดจึงค่อนข้างเกร็งไม่ไหวแล้ว “อะไรเหรอ เรียกเราให้มาซื้อซีอิ๊วเหรอ? ยืนอยู่ทั้ง่เช้า ยิ้มโง่ๆอยู่ครึ่งวัน แล้วพวกเราก็กลับไปอย่างนี้?”
“ช่วยไม่ได้ เตรียมการมาแบบนี้ โชคดีที่ตอนกลางวันยังมีอาหารเลี้ยงไม่ใช่เหรอ?” เซี่ยตันพูดราวกับล้อเล่น
ทั้งสี่คนไม่มีทางเลือก
มาตรฐานของงานเลี้ยงไม่ต่ำ เพียงแต่พวกจ้าวอี้สี่คนต้องทานอาหารกับพนักงานบางส่วนที่ห้องโถงด้านข้าง
“อาหารรสชาติไม่เลว พวกเราทานให้เยอะหน่อย” เซี่ยตันเรียกให้ทุกคนทานอาหาร นี่เป็โอกาสที่จะผ่อนคลาย
ไม่พูดไม่ได้ รสชาติของร้านอาหารร้านนี้ค่อนข้างไม่เลว เชฟคงได้ลงแรงไปไม่น้อย
ทานไปได้ครึ่งหนึ่ง ทันใดก็เห็นกลุ่มคนเดินมาทางโต๊ะของพวกเขา
เซี่ยตัน จ้าวอี้มองฉากนี้อย่างค่อนข้างประหลาดใจ คนที่นำหน้าคือผู้นำสูงสุดของเทศบาลเมือง
“คุณแอนดริวต้องมาที่นี่ เสี่ยวเซี่ยอา มีปัญหาอะไรเธอต้องพูดตามตรง มีเื่ลำบากอะไร เทศบาลเมืองจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่”
คำพูดของผู้นำทำให้เซี่ยตันขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“หญิงสาวที่งดงาม คุณคือผู้รับผิดชอบกระจกทองแดงวัตถุโบราณนั่นใช่ไหม? ทำให้ผมประหลาดใจจริงๆ! ถ้ามีโอกาส ผมสามารถเชิญคุณมาทานอาหารค่ำด้วยกันได้ไหม?” แอนดริวพูดอย่างสุภาพ และทำท่าจูบมือแบบตะวันตก
จ้าวอี้ยิ้ม เขายืนใกล้กับเซี่ยตันมาก สามารถเห็นว่าแขนของเซี่ยตันกำลังขนลุกชัน แต่ก็ไม่สามารถวู่วามได้
“คุณแอนดริว คุณมีความ้าอะไร กรุณาบอก”
“ผมนั่งตรงนี้ได้ไหม? คุณนายกเทศมนตรี ถ้าคุณไม่ถือสา พวกเราไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน” แอนดริวโน้มตัวเล็กน้อย แสดงท่าทางขอโทษ
ผู้นำเมืองไม่ใช่นายกเทศมนตรี แน่นอน ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครบังคับให้ชาวต่างชาติจำตำแหน่งที่ซับซ้อนของข้าราชการจีน
ผู้นำยิ้มอย่างสุภาพ “ถ้างั้น พวกเราอีกสักครู่พบกัน”
ผู้นำทั้งใหญ่เล็กจากไป ท่าทางของเซี่ยตันก็ผ่อนคลายขึ้นมาก ด้านหลังของแอนดริวยังคงมีคนยืนอยู่สามคน พ่อบ้าน บอดี้การ์ดคนหนึ่ง และยังมีชายชาวต่างชาติวัยกลางคนสวมแว่นกรอบทอง
“เป็เช่นนี้ หญิงสาวผู้งดงาม ผมอยากซื้อกระจกทองแดงในมือของคุณ ผมชื่นชอบวัฒนธรรมจีนเป็พิเศษ ครั้งแรกที่เห็นมัน ก็หลงรักมันอย่างสุดซึ้ง โปรดอภัยที่ผมใช้คำนี้ แต่ผมไม่รู้ว่าจะใช้ภาษาจีนคำไหนเพื่อแสดงความชื่นชอบต่อมัน” ในคำพูดที่พรั่งพรูออกมาของแอนดริวเต็มไปด้วยความจริงใจ
“จุดนี้เกรงว่าฉันจะไม่สามารถตกลงคุณได้ กระจกทองแดงนี้เป็ของประเทศชาติ ฉันไม่มีสิทธิจะนำมันขายให้คุณ หรือส่งให้คุณ ขอโทษจริงๆ”
ในใจของเซี่ยตันมีความระมัดระวังบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดว่าในมือเธอมีอยู่สามบาน และยังมีอีกหนึ่งบานที่เป็ของปลอม
“นี่...แต่นายกเทศมนตรีของพวกคุณได้ตกลงแล้ว นี่น่าจะไม่มีปัญหา?”
แอนดริวยังคงไม่ยอมแพ้ แล้วถาม
“เขาตกลงแล้ว? เกรงว่ายังคงไม่ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิที่จะจัดการกับสิ่งของชิ้นนี้” เซี่ยตันชะงัก คิดอย่างตั้งใจ และยังคงปฏิเสธ
“งั้นใครมีสิทธิล่ะ? ผมคิดว่า แม้เป็ของในพิพิธภัณฑ์ ยังไงก็สามารถหาผู้รับผิดชอบได้? วัตถุโบราณชิ้นนี้ผมได้หารืออย่างจริงจังแล้ว มันไม่ได้อยู่ในข้อห้ามของวัตถุโบราณที่ห้ามส่งออกของประเทศคุณ...” ในที่สุดบนหน้าของแอนดริวก็เผยความไม่พอใจ น้ำเสียงค่อนข้างดังขึ้น
“คุณอย่าเพิ่งรีบร้อน กรุณาฟังฉันพูดก่อนได้ไหม?” เซี่ยตันเห็นว่ามีคนโต๊ะอื่นเริ่มมองมา จึงปลอบโยนเขาไปประโยคหนึ่ง
“เชิญพูด...”
“เป็เช่นนี้ คุณอาจไม่เข้าใจสิ่งของชิ้นนี้...”
เซี่ยตันพูดยังไม่จบ ก็ถูกแอนดริวขัดอย่างหยาบคาย “ใครบอกว่าผมไม่เข้าใจมัน? มันเป็ของสะสมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดินแดนตอนบนของจักรพรรดิเจงกิสข่าน ว่ากันว่าเป็ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของชนเผ่าพวกเขาได้เซ่นไหว้ปลุกเสกให้กับจักรพรรดิ แม้ว่าบนข้อมูลจะหาชื่อของผู้เซ่นไหว้คนนี้ไม่เจอ แต่คนที่สามารถติดต่อกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ ต้องมีชื่อเสียงดังก้องในยุคนั้นแน่”
คำพูดของแอนดริวทำให้เซี่ยตันชะงัก เธอไม่คาดคิดมาก่อน ว่าแอนดริวจะสามารถรู้ข้อมูลของของสะสมชิ้นนี้ ต้องรู้ว่า ของสะสมชิ้นนี้ มีคนน้อยมากที่สามารถรู้ที่มาของมัน
แอนดริวคนนี้มีการเตรียมตัวมาก่อน
ฉวยโอกาสที่เซี่ยตันนิ่งงัน แอนดริวจึงพูดต่อ “หญิงสาวผู้งดงามคุณอาจยังไม่ชัดเจน ผมวางแผนจะพัฒนาความร่วมมือกับประเทศของคุณ เทคโนโลยี VR ของประเทศเราจะเปิดกว้างในประเทศคุณ ความหมายนี้คุณเข้าใจใช่ไหม?”
ในคำพูดของแอนดริวมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
เทคโนโลยี VR ของประเทศอังกฤษเป็อันดับหนึ่งในโลก แม้บางเพียงเล็กน้อย ก็สามารถพัฒนาในด้านความล้าหลังของบริเวณนั้นๆของประเทศไปได้อย่างมาก
เื่นี้เห็นได้ชัดว่าเซี่ยตันตัดสินใจไม่ได้แล้ว เธอจึงคิด แล้วพูด “กรุณาอนุญาตให้ฉันกลับไปพิจารณาสักหน่อย ฉันจะรายงานต่อเบื้องบน”
“ได้ ไม่กี่วันนี้ผมจะท่องเที่ยวที่ทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของจีนสักหน่อย คุณมีเวลามากพอให้พิจารณา ผมเชิญคุณอย่างจริงใจอีกครั้งให้หญิงสาวผู้งดงามทานอาหารมื้อค่ำกับผม ไม่ทราบคุณสะดวกไหม?”
[1] หมายถึง คนที่โผล่หน้ามาชั่วครู่ พริบตาก็หายไป
