มองรอบด้านเล็กน้อย น้องชายเหยียนจึงพูดต่อ “ผู้นำของพวกเราทิ้งบันทึกไว้คร่าวๆ บรรพบุรุษของเขาหนีออกมาจากสุสานด้วยโอกาสรอดตายที่น้อยมาก แล้วทิ้งข้อมูลนี้ไว้ให้ เพื่อให้ลูกหลานมานำสมบัติชิ้นนี้ออกไป สำหรับทำไมเจงกิสข่านถึงถูกหลอก เพราะทุกคนต่างไม่หวังจะเห็นเขามีชีวิตต่อไป ไม่ว่าเป็นายพลาุโที่เป็ลูกน้องของเขา หรือเหล่าลูกทุกคนของเขา ฮาๆ แม้จักรพรรดิรุ่นแรกจะปราดเปรื่องแค่ไหน ก็คงไม่คาดคิดในจุดนี้หรอก?”
น้องชายเหยียนดูเหมือนไม่เข้ารพเจงกิสข่านเท่าไหร่ ในน้ำเสียงพกพาความดูิ่
คำพูดของเขาเข้าใจได้ง่าย
ตอนนั้นอายุของเจงกิสข่านไม่น้อยแล้ว ลูกน้องที่เป็หัวหน้าเริ่มที่จะต่อสู้ ถ้าเขาไม่ตาย จะรับรองชื่อเสียงเกียรติยศของพวกเขาได้ยังไง? ถ้าเขาไม่ตาย เหล่าลูกหลานทุกคนคงปีนไม่ถึงบัลลังก์อันสูงส่งนั่นได้
ต่อหน้าเก้าอี้อภิสิทธิ์นั่น ครอบครัวก็ไม่มีความหมาย ในประวัติศาสตร์ เื่เช่นนี้เห็นได้บ่อย
“เขาถูกหลอกได้ยังไง? ถ้าถูกหลอก พวกคุณมั่นใจได้ยังไงว่าเครื่องแต่งกายนั่นยังอยู่ในโลงศพ? ไม่ถูกลูกหลานเจงกิสข่นนำไปรึไง? ต้องรู้ว่า ถ้ามีสมบัติเช่นนี้จริง ใครก็ตามคงไม่อาจทิ้งไว้ มาร์ควิซผู้ทรงเกียรติของเราได้พิสูจน์เื่นี้แล้ว”
จ้าวอี้ตั้งคำถาม ท้ายที่สุดยังไม่ลืมที่จะแดกดันแอนดริว
แอนดริวจ้องที่จ้าวอี้ แต่ไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขากำลังยับยั้งตนเอง
“ถ้าเจงกิสข่านมีชีวิตขึ้นมาจริง ฉันอยากจะล้อมรอบด้วยสมบัติเช่นนี้ จะต้องเกิดการนองเือีกครั้งแน่ น่าเสียดาย ที่เขาไม่ฟื้นขึ้นมา ภายใต้ความฉุนเฉียวของกุบไลข่าน ก็ได้สังหารนักเวทย์ทุกคนที่สร้างชุดนี้! มีเพียงพวกเราบรรพบุรุษของหัวหน้าว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ เพราะว่าเครื่องแต่งกายชิ้นนี้มีข้อเสียหนึ่งอย่าง นั่นก็คือไม่สามารถนอนบนน้ำแข็งพันปีได้ แต่นักเวทย์พวกนั้นหลอกเจงกิสข่าน บอกว่าเขาต้องไปนอนอยู่บนนั้น ถึงจะสามารถมีชีวิตต่อไปได้ พวกนายเข้าใจรึยัง?” น้องชายเหยียนพูดตรงๆ
“เพื่อนเก่า พวกเราได้แสดงความจริงใจเพียงพอแล้ว ฉันคิดว่าเื่นี้น่าจะทำให้นายพอใจแล้ว? ตอนนี้วางปืนลงได้รึยัง?”
ชาร์ลีรอน้องชายเหยียนพูดจบ ถึงยิ้มแล้วพูด
จนถึงตอนนี้ ปืนของทั้งสองคนต่างก็ยังไม่วางลง
ดูแล้วประวัติศาสตร์ที่น้องชายเหยียนพูดจะดึงดูดความสนใจของทุกคน ที่จริง ประสาทของทุกคนได้ตึงถึงขีดสุด
“ได้ พวกเราเก็บปืน พวกนายก็ต้องเก็บปืนเช่นกัน เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนนี้ไม่ยากใช่ไหม?”
จ้าวอี้เสนอเงื่อนไขของตน ไม่อาจเพียงให้พวกเขาเก็บปืน นั่นไม่ใช่เอาความเป็ความตายไว้ในกำมือคนอื่นเหรอ?
ชาร์ลีเข้าใจเหตุผลนี้ดี จึงไม่อาจเสนอเื่ที่เกินไป
เขาพยักหน้า “ก็ได้ พวกเรานับพร้อมกัน นับถึงสาม เก็บปืนพร้อมกันเป็ไง?”
“ได้” จ้าวอี้ไม่มีความเห็นอะไร
“หนึ่ง สอง...”
เลขสามนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้พูดออกมา ต่างรออีกฝ่ายเก็บปืนก่อน พูดตามตรง ทั้งสองฝ่ายต่างขาดความเชื่อใจ ต่างกลัวว่าอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสนี้ะเิออก
“แบบนี้ไม่ได้ พวกเรานำปืนชี้ไป้า นี่น่าจะได้”
จ้าวอี้คิดวิธีหนึ่ง ชาร์ลีคิดดู เหมือนกับวิธีของจ้าวอี้จะเป็ไปได้มากกว่า
ทั้งสองฝ่ายยกปากกระบอกปืนขึ้นด้วยความเร็วเท่าเต่า เวลาสิบนาทีเต็ม ปากกระบอกปืนถึงจะเล็งไปบนเพดาน นี่ไม่ต้องบอก คนของทั้งสองฝ่ายต่างนำปืนเก็บเข้าในซองปืน
หน้าผากของจ้าวอี้มีเม็ดเหงื่อไหล รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็ที่สุด ชาร์ลีก็ไม่ได้ดีกว่าสักเท่าไหร่ พวกเขาทั้งสองคนได้ใช้ประสบการณ์ไปกับ่เวลานี้ ไม่เป็รองจากการรบเป็เวลาสั้นๆ!
ในทางกลับกันคือเหล่ามือปืนที่มาตรฐานต่ำเล็กน้อย ไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ พวกเขาไม่ได้รู้สึกถึงความกดดันที่อีกฝ่ายให้กับตน
นี่เป็ความแตกต่างระหว่างยอดฝีมือขั้นสูงกับพวกเขา ไม่ใช่เื่ที่ง่ายเหมือนปากพูด
ในที่สุด ทั้งสองคนก็ถอนใจโล่งอก
ที่จริงต่างฝ่ายต่างมีความคิดประนีประนอม คิดจะถอยให้กัน ก็ไม่ใช่เื่ยาก
“นายดูสิ เพื่อนเก่า แบบนี้ดีแค่ไหน เจอหน้าก็ลงมือ ทำฉันไม่มีความสุขจริงๆ”
ชาร์ลียิ้ม คิดจะเดินเข้ามา
“พวกเรารักษาระยะห่างไว้ก็ดีแล้ว พูดกันแบบนี้แหละ”
จ้าวอี้ระมัดระวังมาก เขารู้ว่าหมัดมวยของชาร์ลีไม่อ่อนแอ คนของอีกฝ่ายก็มีมาก จ้าวอี้จึงไม่คิดให้เกิดเื่ไม่คาดคิด
“OK OK ในเมื่อพวกนายก็มาที่นี่ งั้นก็มีสิทธิที่จะแบ่งปันความร่ำรวยส่วนหนึ่ง ความร่ำรวยของที่นี่ เพียงพอให้ทุกคนที่นี่กลายเป็มหาเศรษฐี แน่นอนว่าเงื่อนไขคือต้องช่วยให้นายของฉันทำได้ตามความปรารถนาของเขาก่อน”
จ้าวอี้พูดอย่างไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ “เมื่อพวกนายมาที่นี่เป็เวลาไม่น้อยแล้ว ทำไมยังไม่เปิดโลงศพนี้อีก ยังรออะไรอีก?”
มาร์ควิซแอนดริวพูดคำราม “ถ้าสามารถเปิดได้ พวกเราคงเปิดไปนานแล้ว กุญแจหกดอกไม่ขาดแม้แต่ดอกเดียว แต่ว่า มีกุญแจดอกหนึ่งเป็ของปลอม!”
ท่าทางของแอนดริวโมโหอย่างสุดขีด จ้าวอี้ใ “กุญแจอะไร?”
“ก็คือกระจกทองแดงที่ได้รับจากพวกแก ฉันรวบรวมมาสี่ดอก คนพวกนี้เอามาให้สองดอก แต่ว่า กลับเปิดไม่ออก ในนี้ต้องมีสักดอกหนึ่งเป็ของปลอม! ดอกสุดท้ายอยู่ที่ตัวของแกจริงเหรอ?”
ทันใดนั้น แอนดริวจึงใช้สายตาสงสัยมองจ้าวอี้
สายตาของจ้าวอี้ จ้องเขม็งอยู่ที่คนชุดดำ คนคนนี้แท้จริงเป็ใคร? ถึงนำกระจกทองแดงมาสองบาน? นี่ไม่สมเหตุผล!
“ถ้าคุณไม่มีกุญแจ แล้วทำไมถึงจะแบ่งเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้? นี่ดูแล้ว พวกเราจะโชคร้าย ถ้าคุณไม่มี ผมก็ไม่มีความเห็น” คนชุดดำพูดในทันที เสียงของเขาเหมือนผ่านโลกมาโชกโชน
จ้าวอี้รู้ว่าบานของปลอมนั้นเกิดอะไรขึ้น
ที่จริงทางจ้าวอี้ได้รับมาสามบาน บานแรกเป็ของเฉิงเซิน บานที่สองเป็ของลูกสาวแท้ๆของหลี่ต้าเฮิงหลิวฉิน บานที่สาม ซื้อมาจากมือของน้องชายเหยียน และเป็ของปลอมหนึ่งบาน สร้างโดยผู้เฒ่าหยาง
ตอนแรกส่งให้เซวียิ่สองบาน ให้เขาดำเนินการวิจัย แต่บานสุดท้าย สามเณรได้พกติดตัวไว้ ของชิ้นนี้เป็สิ่งชั่วร้าย แต่สามเณรสามารถยับยั้งมันได้
จ้าวอี้ขมวดคิ้วไม่หยุด
นี่เป็เื่บังเอิญ?
เขามาที่นี่เพราะเจตนาชั่วคราว หรือเรียกว่าไม่มีเหตุผลให้ไม่มา กลุ่มพวกเขาแบกมา เพราะเป็สิ่งที่ไม่อาจขาด
ถ้านี่มีใครจงใจวางแผนไว้ และกลุ่มของตนเองก็ตกลงมาในกับดักนี้อย่างไม่รู้ตัว ถ้างั้นคนคนนี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว
จ้าวอี้เชื่อว่าทั้งหมดนี่เป็เื่บังเอิญ ดีกว่าเชื่อในจุดนี้
“พวกคุณถอยไปหน่อย ผมลองดู”
กุญแจคือกระจกทองแดง จ้าวอี้จึงเสนอคำขอจะพิสูจน์สักหน่อย เตือนพวกเจี่ยงจาวตี้ให้ระวัง แล้วจ้าวอี้ก็เดินไปตรงหน้าโลงศพสีทอง
โลงศพนี้ห่างจากพื้นสองเมตร อยู่ใกล้ๆ ถึงสามารถมองเห็น ว่ามันถูกโซ่พันธนาการไว้รอบด้าน และทิ้งจุดที่สามารถวางกระจกทองแดงลงไปได้พอดี
ตอนนี้ ยังเหลือหนึ่งบานสุดท้าย ที่ใต้สุดของโลงศพ ตำแหน่งของกระจกทองแดงบานนั้นยังว่างเปล่า
“คราวนี้เชื่อรึยังว่าเราไม่ได้หลอก? หยิบบานสุดท้ายออกมาเถอะ ถ้าหยิบออกมาอะไรก็สามารถต่อรองได้ ไม่อย่างนั้น...” แอนดริวยิ้มเย็น มือของเขายังกดลงบนซองปืน
จ้าวอี้ชัดเจนมาก ว่าแอนดริวมุ่งมั่น้าเครื่องแต่งกายนี้ ใครที่กล้ามาขวางเขา ต่างเป็ศัตรู
เขากำลังพิจารณา ว่าต้องยอมรับว่าเขาพกบานสุดท้ายมาหรือไม่
คนทุกคนรอบๆต่างจ้องที่จ้าวอี้ รอจ้าวอี้ตัดสินใจครั้งสุดท้าย
กระจกทองแดงสองบานแรกคนในสำนักงานต่างรู้ บานสุดท้าย คนที่รู้ก็ไม่น้อยเช่นกัน
“พวกเธอเดินเข้ามาช้าๆ”
จ้าวอี้ตัดสินใจหยิบกระจกทองแดงบานสุดท้ายออกมา
หยิบมาอย่างไม่มีทางเลือก ไม่อย่างนั้นครู่ถัดไป ทั้งสองฝ่ายต้องไม่อ่อนข้อให้กันอีกแน่
เพราะว่า สถานการณ์เห็นได้ชัด ว่าคนชุดดำคนนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานพวกเขา เขาน่าจะเคยเป็ผู้ช่วยของเซวียิ่ ถึงได้กระจกทองแดงสองบานนี้มา
ดังนั้น ถ้าจ้าวอี้ไม่ยอมรับ แอนดริวต้องลงมืออย่างบุ่มบ่ามแน่
เหตุการณ์เช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่จ้าวอี้้าเห็น
เจี่ยงจาวตี้และสามเณรเดินเข้าไปช้าๆ ระแวดระวังอย่างที่สุด ห้านาทีเต็ม ถึงเดินไปถึงด้านข้างของจ้าวอี้อย่างสงบ
จ้าวอี้หยิบกระจกทองแดงบานสุดท้ายออกจากกระเป๋าเป้ของสามเณร วางลงบนพื้นเบาๆ จากนั้นทั้งสามคนก็ถอยไปที่อีกด้านของโลงศพสีทองอย่างช้าๆ
“เชิญ!”
ท่ามกลางสุสานที่กลไกหนาแน่นเช่นนี้ จ้าวอี้คิดว่าทำมากยิ่งผิดมาก ทำน้อยยิ่งผิดน้อย ไม่ทำก็ไม่ผิด เมื่อมีความคิดเช่นนี้ เขาถึงไม่อาจติดตั้งกระจกทองแดงด้วยตนเอง ใครจะรู้ว่าในนี้อาจมีกับดักอะไร?
อีกทั้งพวกเขาสามคนไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงให้พวกเขาติดตั้ง ถึงเป็วิธีที่เหมาะสมที่สุด
“ฮาๆ...บานสุดท้าย! ในที่สุดก็รวมมาได้แล้ว! ฉันเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีกำลังมาก ฉันไม่สนใจของปลอมที่แกมาหลอกฉันแล้ว” บนใบหน้าของแอนดริวเผยท่าทางพอใจ ขึ้นหน้าสองสามก้าวแล้วฉวยกระจกทองแดงมา จับไว้ในมือแน่น
สายตาของเขาดูตื่นเต้น ใครก็สามารถเห็นได้
ทำอารมณ์ให้สงบเล็กน้อย แอนดริวยกมันขึ้นอย่างเชิดชู ดันเข้าไปในด้านล่างของโลงศพสีทอง จากนั้นก็รีบออกจากด้านล่างอย่างรวดเร็ว ยืนอยู่รอบด้าน รอผลลัพธ์ท้ายสุด
ที่จริง ในใจของเขาก็ค่อนข้างไม่สบายใจ
ได้ยินว่าหลังแอนดริวได้ติดตั้งทั้งหมดแล้ว กลไกก็จะเปิดโลงศพอัตโนมัติ
สำหรับผลลัพธ์เป็ยังไง ใครก็ต่างไม่เคยเห็น
ทุกคนกลั้นหายใจ ราวกับไม่กล้าหายใจ เพราะกลัวจะรบกวนอะไร
หนึ่งนาทีผ่านไป ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด
สองนาทีผ่านไป ยังคงไม่มีเสียงใดๆ
“เป็ไปได้ยังไง? ทำไมเป็แบบนี้? ดูแล้ว จะใช้ได้เพียงวิธีะเิแล้ว ชาร์ลี ใช้ะเิควัน!”
แอนดริวค่อยๆกังวลขึ้น ห้านาทีผ่านไป ก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใด เขาคิดว่าตนเองถูกหลอกแล้ว สีหน้าจึงค่อนข้างบิดเบี้ยว
"ฝ่าา เกรงว่าแก๊สไวไฟที้เรานำมาจะไม่พอ" ชาร์ลีก้มหน้าเล็กน้อย ใช้เสียงพูดที่เบาเพียงแค่พวแเขาทั้งสองจะได้ยิน
"งั้นนายว่าควรทำยังไง?"
ไม่ใช่เพียงแค่ฝั่งแอนดริวที่กำลังปรึกษากัน พวกจ้าวอี้ก็กำลังพูดปรึกษากันเบาๆเช่นกัน
"สภาพแวดล้อมทางเราเปลี่ยนไปแล้ว นายดูสิ เส้นทางนี้ที่พวกเราเข้ามาแตกต่างจากเมื่อครู่เล็กน้อย" เจี่ยงจาวตี้ท่ตั้งใจสังเกตสภาพแวดล้อมมาตลอด พูดสิ่งที่เธอพบเบาๆ
"สถานที่นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ไม่งั้นเสียงก็คงลอดออกมาได้ หินที่โยนออกไปก็คงไม่หมุนคว้าง ฉันว่า น่าจะมีบางสิ่งที่รบกวนการมองเห็นและการรับรู้ของเรา ทุกคนระวังหน่อย ถ้าเปิดโลงศพนี้ไม่ออก ไม่รู้ว่าแอนดริวจะใช้วิธีอะไรอีก"
น้องชายเหยียนและอาหัวสองคนยืนอยู่ด้วยกัน ได้แต่มองกันและกัน แล้วพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร
แต่คนชุดดำคนนั้น ยังคงสงบอยู่ และมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“น่าตาย หรือว่ากระจกทองแดงนี้ไม่ได้ติดตั้งให้ดี? ชาร์ลี นายจัดเตรียมคนให้ตรวจสอบทั้งหมด...”
แอนดริวยิ่งหงุดหงิดขึ้น เขาคิดถึงความเป็ไปได้นี้ทันที แม้ความเป็ไปได้นี้จะน้อยมาก แต่ยิ่งกว่านั้นคือเพื่อปลอบใจตนเอง เขาจึงยังคงออกคำสั่งนี้
ทันใดนั้น สภาพรอบด้านก็เกิดเสียงดังขึ้น อีกทั้งยังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
แอนดริวไม่ได้ตื่นกลัวใดๆ ในทางกลับกันใบหน้ายังมีความสุข!
"ในที่สุดก็มีความเปลี่ยนแปลงแล้ว!"
