ณ โรงงานวัสดุไม้ตระกูลจาง
“ดูอะไรอยู่เหรอ ตั้งใจดูเชียว?” จางซือเลี่ยงเอ่ยถาม
หนิงซวงหัวเราะ แล้วตอบกลับไป “กำลังดูคลิปสัมภาษณ์คุณชายเย่อยู่ค่ะ!”
“เธอเคยดูไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“มันสนุกนี่คะ ก็เลยกลับมาดูอีกครั้ง” หนิงซวงพูดพร้อมกับอมยิ้ม
“นักข่าวสาวคนนั้น! เื่อะไรก็กล้าถาม ส่วนคุณชายเย่ เื่อะไรก็กล้าตอบ” จางซือเลี่ยงส่ายหน้าพลางนึกในใจ เื่คุณหนูรองบ้านตระกูลไป๋เ้าอารมณ์ ใครๆ ก็รู้กันหมด แต่ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ อย่างที่คุณชายเย่พูด เขาช่างเป็ยอดคนที่กล้าหาญชาญชัยเสียจริงๆ!
“คุณคิดว่า เื่ที่กลุ่มแฟนคลับเซวียนเซวียนถูกผีพรางตา? มันเป็เื่ยังไงกันแน่คะ!"
“ฉันได้ยินคุณชายไช่แอบเล่าให้คนอื่นฟังว่า วันนั้นคุณชายเย่ตั้งค่ายกลพิศวงในลานจอดรถ เพื่อสั่งสอนยัยผู้หญิงพวกนั้นสักหน่อยน่ะ”
หนิงซวงพยักหน้า พร้อมพูดว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง”
“คุณชายเย่ยังนับว่าปรานีมากแล้ว ถึงได้กักพวกนั้นไว้แค่สามชั่วโมง” หญิงสาวเ่าั้ เตรียมไข่เน่าไปปาใส่คุณชายเย่ด้วย นี่ถ้าเจอนักพรตที่เ้าอารมณ์กว่านี้ พวกหล่อนอาจถูกขังไว้หนึ่งวันก็เป็ได้
“เื่ที่เถ้าแก่หวงไหว้วานให้คุณไปทำ ผลออกมาเป็ยังไงบ้างคะ?” เื่ครั้งก่อนที่จางซือเลี่ยงถูกหนอนกู่ฝังอยู่ในร่าง ทำให้หล่อนถูกทำร้ายอย่างหนัก พอได้รู้ว่าเถ้าแก่หวงก็ถูกหนอนกู่ควบคุม หนิงซวงจึงเห็นใจเขาเหมือนกัน แต่หลังจากที่หนิงซวงสืบค้นเื่ราวของหวงสือฟง ก็พบว่าเื่ราวที่ได้เจอนั้นมันไม่ได้เหมือนเื่ของหล่อนทั้งหมด
“สถานการณ์ของเขาไม่เหมือนพวกเรา ครั้งก่อนที่เขามาหาฉันเขาดูท่าทางกระตือรือร้นมาก แต่พอได้ยินว่าค่าจ้างหนึ่งร้อยล้านหยวน ท่าทีก็เปลี่ยนไปทันที แล้ว่นี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย” จางซือเลี่ยงกล่าว
“ฉันจะให้คุณดูอะไรสักหน่อย” หนิงซวงหยิบรูปถ่ายออกมาปึกหนึ่ง
“นี่คือรูปของเหลียงเหยา?” จางซือเลี่ยงเอ่ย
หนิงซวงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว หน้าตาเปลี่ยนไปมาก น่าจะเริ่มเข้าสู่สภาพที่หนอนกู่แรกรุ่นเสียการควบคุมอย่างที่คุณชายเย่พูด แต่คุณชายเย่เคยพูดว่า กู่แรกรุ่นไม่เหมือนกับกู่เสน่หาที่จะมีทั้งกู่ตัวแม่และกู่ตัวลูก แต่กู่แรกรุ่นจะมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ใช้เพื่อแปลงโฉมใบหน้าเ้าของร่าง ฟังจากที่คุณชายเย่พูดมา หนอนกู่นี่น่าจะไม่เป็อันตรายต่อเถ้าแก่หวง แต่จากข่าวที่ฉันสืบมา กลับไม่ได้เป็อย่างนั้น”
“เธอสืบได้ความว่ายังไง?” จางซือเลี่ยงถามด้วยความสงสัย
“เถ้าแก่หวงคนนี้ทนเหงาไม่ได้ มักจะออกไปเที่ยวผู้หญิง ตอนที่ขึ้นเตียง ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น แต่พอเริ่มทำเื่อย่างว่า ก็เกิดปัญหาทันที เขาจะมีอาการเจ็บตามเนื้อตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง” หนิงซวงกล่าว
“ตรงจุดนี้จะเหมือนกับกู่เสน่หา” เมื่อไรที่เ้าของร่างที่หนอนกู่ตัวลูกกำลังจะทำเื่ทรยศกู่ตัวแม่ ก็จะเกิดอาการเหมือนโดนหนอนกู่กัด
“เื่แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จนเื่ของเถ้าแก่หวงกลายเป็เื่ขำขันติดปากผู้หญิงในผับบาร์ไปเลย” หนิงซวงพูดพลางส่ายหน้า
“หรือว่าเหลียงซินใช้ทั้งหนอนกู่แรกรุ่น และใช้ทั้งกู่เสน่หาด้วย?”
“นี่ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ เกรงว่าคงมีเพียงผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณชายเย่เท่านั้นที่มองออก คุณดูนี่สิ!” หนิงซวงส่งบันทึกการโอนเงินฉบับหนึ่งให้จางซือเลี่ยงดู
จางซือเลี่ยงถามอย่างไม่เข้าใจ “นี่เป็เลขบัญชีที่หยวนอีเคยโอนไปคราวก่อนไม่ใช่เหรอ?”
หนิงซวงพยักหน้าแล้วตอบ “ใช่แล้ว นี่เป็เลขบัญชีที่หยวนอีเคยโอนไป ฉันสืบพบว่าสองพี่น้องเหลียงซินและเหลียงเหยาก็เคยโอนเงินเข้าไปในบัญชีนี้เหมือนกัน”
จางซือเลี่ยงทำหน้ามุ่ยคิ้วขมวด “ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเป็คนคนเดียวกัน!"
ความคิดอยากแก้แค้นแวบเข้ามาในใจของจางซือเลี่ยง ถ้าหยวนอีไม่มีหมอหนอนกู่คนนั้นคอยช่วยเหลือ ก็คงไม่สามารถเล่นงานเขาจนตกอยู่ในสภาพอนาถขนาดนี้
จางซือเลี่ยงโกรธแค้นอยู่สักพัก ใจของเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว เพราะนึกขึ้นได้ว่าหมอหนอนกู่พวกนี้ทั้งลึกลับและยากจะคาดเดา คุณชายเย่เป็ยอดคนผู้กล้าหาญเขาย่อมไม่เกรงกลัวอยู่แล้ว แต่คนธรรมดาอย่างเขา หากเข้าไปพัวพันเกรงว่าคงโดนหมอหนอนกู่ลอบฆ่า อาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตายได้อย่างไร
“ฉันคิดว่า ถึงแม้จะไม่ใช่คนเดียวกัน แต่พวกเขาน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างแน่นอน” หนิงซวงกล่าว
จางซือเลี่ยงสูดหายใจเข้าเต็มปอด เขาวางแผนว่าจะหาเวลาไปปรึกษาเย่ฝานเกี่ยวกับเื่นี้
……......................................................................
ณ บ้านตระกูลอู่
“อาหนิงกำลังคิดอะไรอยู่? ดูตั้งใจจัง” อู่ซือหานซักถามถังหนิง
ถังหนิงหัวเราะฝืนๆ แล้วพูดว่า “กำลังคิดถึงเสี่ยวเฉียงอยู่ค่ะ เ้าหมอนั่นไปเมืองหลวงหลายวันแล้ว วันหยุดสิบเอ็ดวันของเขาใกล้จะผ่านพ้นไปแล้วสิ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไรนะคะ!”
“ฉันเห็นเ้าหมอนั่นอยู่กับเย่ฝาน เขาเพลิดเพลินจนลืมทุกสิ่งอย่าง กลัวจะลืมไปแล้วว่าต้องกลับบ้าน” อู่ซือหานส่ายหน้า แล้วพูดด้วยความน้อยใจ
“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะคะ!”
“เมื่อวานลูกโพสต์รูปที่ถ่ายคู่กับถังอวี่เซวียนเข้าไปในกลุ่มชั้นเรียน บอกว่าเขาสนิทสนมกับถังอวี่เซวียนไม่น้อย แถมยังโพสต์รูปที่เขาตกจากบันจี้จัมป์ บอกว่าอาเล็กเก่งกว่าใครในใต้หล้า หากมีอาเล็กอยู่ก็ไม่ต้องกลัวปัญหาใดๆ เขายังบอกว่าะโบันจี้จัมป์นั้นตื่นเต้นมาก เหมือนกับได้ขี่เมฆเหาะไปมา เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนของเขาต่างพากันเรียกร้องให้เขาพาไปเมืองหลวง เพื่อไปเจอกับาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียน” อู่ซือหานเล่าพลางฝืนยิ้ม
ถังหนิงขมวดคิ้วเป็ปม “ทำไมลูกถึงไม่ส่งมาให้ฉันดูบ้างเลย!”
อู่ซือหานส่ายหน้าแล้วพูด “เ้าลูกคนนั้นคงกลัวเธอจะต่อว่าเขาน่ะสิ”
“เื่ที่เย่ฝานให้สัมภาษณ์ คุณรู้หรือยังคะ? เขาตอบอย่างนั้น บ้านตระกูลไป๋จะไม่ว่าอะไรเหรอคะ” ถังหนิงกล่าวด้วยความกังวลใจ
อู่ซือหานขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าน่าจะไม่เกิดปัญหาร้ายแรงอะไรหรอกนะ”
อู่ซือหานยิ้มเจื่อนๆ เขาไม่ค่อยมั่นใจในคำพูดก่อนหน้านี้เท่าใดนัก! เพราะหากจะเปรียบเทียบกับบ้านตระกูลไป๋แล้ว ทรัพย์สินที่ตระกูลอู่มีอยู่ก็แทบจะสู้กับพวกเขาไม่ได้เลย
ตอนที่อู่ซือหานเห็นคลิปของเย่ฝาน เขาก็เกิดอาการคลื่นเหียนขึ้นมาทันที อู่ซือหานอยากต่อว่าเขาให้หนักสักรอบ แต่พอโทรไปหาเย่ฝาน บทสนทนากลับมีแต่เื่อื่นไปได้
“ในเมื่อบ้านตระกูลไป๋ไม่ได้ออกมาแก้ข่าวลือั้แ่แรก คิดไปแล้วก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร” ถังหนิงกล่าว
อู่ซือหาน “…”
“เย่ฝานมีเื่ใหญ่โตต้องจัดการ เขาอยู่ที่นั่นเอาแต่รบกวนเย่ฝานคงไม่ดีเท่าไร! ” ถังหนิงพูดด้วยความกังวล
“วางใจเถอะ เย่ฝานวานให้คนอื่นช่วยดูแลเขา เขาจึงเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานกับคุณชายรองบ้านตระกูลไช่”
อู่ซือหานกุมขมับ บนหน้าเพจเวยป๋อ[1]ของอู่หาวเฉียง เขาโพสต์ที่ถ่ายรูปคู่กับไช่เจิ้นจวิ้นไว้ไม่น้อย ไช่เจิ้นจวิ้นได้ชื่อว่าเป็ทายาทรุ่นที่สองของเศรษฐีที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง เ้าหมอนั่นหลอกให้ลูกของเขาแกล้งทำตัวเป็ลูกบุญธรรมของตน แล้วเที่ยวรับอั่งเปาจากผู้คนไปทั่ว ลูกชายของเขาน่าจะหาเงินได้ไม่น้อยทีเดียว
……...........................................................................
ในโรงแรม
“ขอโทษค่ะ คุณน้าเล็ก” หลังจากได้เจอเย่ฝานในครั้งนั้น หลินเสี่ยวไปหาเย่ฝานอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้พบกับเขา
หลินเสี่ยวจ้างนักสืบเอกชนให้สืบข้อมูลของเย่ฝาน ผลการสืบออกมาทำให้หลินเสี่ยวตกตะลึงเป็อย่างมาก
บุคคลที่เข้ามาใกล้ชิดเย่ฝานล้วนเป็คนมีเงิน จางซือเลี่ยง หวังจิ่งสือ ไช่ไซว้ คนเหล่านี้ต่างให้ความเคารพเย่ฝานเป็อย่างมาก ค่าจ้างเย่ฝานให้ออกโรงช่วยสูงถึงร้อยล้านแล้ว
หลินเจี๋ยก็นับว่ามีเงินอยู่บ้าง แต่จะให้จ่ายเงินหลายสิบล้านหยวนใน่นี้ก็คงเป็ไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงินหลักร้อยล้าน
หลินเจี๋ยหลุบตาครั้งหนึ่ง ก่อนมองหลินเสี่ยวที่แสดงท่าทีเสียใจ หล่อนจึงพูดว่า “ช่างเถอะ น้ารู้ว่าเธอเจตนาดี มาเสียใจภายหลังก็คงไม่ช่วยอะไร ตอนนี้จะขอให้เย่ฝานยื่นมือเข้าช่วยก็คงลำบากไม่น้อย พวกเราคงต้องคิดหาทางอื่นแล้วล่ะ”
หลินเสี่ยวกัดริมฝีปากแล้วเอ่ยว่า “เป็เพราะหนูไม่ดีเอง”
หลินเสี่ยวเสียใจจนเคร่งเครียดอยู่หลายวัน ทำให้หล่อนผอมลงห้าถึงหกกิโลกรัม
หลินเจี๋ยส่ายหน้า “มาบอกเสียใจตอนนี้ก็คงสายไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีช่วยเหลือเลย”
หลินเสี่ยวดูหลินเจี๋ยพลางพูด “คุณน้าเล็กมีวิธีหรือคะ?”
“น้ามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขาเป็เพื่อนนักเรียนของไป๋อวิ๋นเฟย บางทีอาจจะเข้าทางไป๋อวิ๋นเฟยดู”
หลินเสี่ยวแววตาพลันเกิดประกาย หล่อนพูดว่า “ใช้วิธีเข้าหาคนบ้านตระกูลไป๋ ก็เป็ทางออกที่ดีนะคะ”
จากที่หล่อนหาข้อมูลมา ไม่ว่าใครที่ให้เย่ฝานออกโรงช่วย ต่างหลีกเลี่ยงเสียเงินก้อนใหญ่ไปไม่ได้ นอกจากคนบ้านตระกูลไป๋ ด้วยความที่เย่ฝานเกรงใจไป๋อวิ๋นซี เขาจึงให้หน้าคนบ้านตระกูลไป๋เป็อย่างมาก
.......................................................................................
ณ คฤหาสน์ของเย่ฝาน
“คุณอาเล็ก กลับมาแล้วเหรอครับ?” อู่หาวเฉียงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่นะสิ! นายมีอะไรหรือเปล่า? ท่าทางดูแปลกไปนะ! นายไปรับสินบาทคาดสินบนหรือทำผิดกฎหมายมาหรือเปล่า?”
อู่หาวเฉียงรีบโบกมือปฏิเสธ “เปล่าๆ ผมรับสินน้ำใจมานิดหน่อยเอง ไม่ได้รับสินบนหรือทำผิดกฎหมายอะไรสักหน่อย”
“สินน้ำใจ? นายอายุน้อยขนาดนี้ก็รับสินน้ำใจแล้วเหรอ ช่างโชคดีจริงๆ? อย่ารับมาเยอะเกินไปล่ะ ต้องรู้จักความพอดีด้วย!” เย่ฝานเตือนด้วยความจริงใจ
อู่หาวเฉียงพยักหน้าตอบ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
“คุณอาเล็ก พี่สาวคนนั้นมาหาครับ?” อู่หาวเฉียงพูดอย่างลึกลับ
“พี่สาว? พี่สาวคนไหนกัน?” เย่ฝานถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็พี่สาวคนที่อาด่าหล่อนว่าเป็ผู้หญิงปากมากขี้วีน”
เย่ฝาน “…” ตอนที่เขาให้สัมภาษณ์ เขาไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ แต่หลังจากเื่ผ่านไปแล้วจึงพบว่า เขาเหมือนกับพูดเื่ไม่น่าฟังออกไป แต่ยังไงคำพูดก็ออกจากปากไปแล้ว มาเสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว พอได้ยินว่าไป๋อวิ๋นเฟยมาพบเขา เย่ฝานรู้ทันทีว่าหล่อนต้องมาหาเื่เขาแน่ๆ ในใจจึงหวาดหวั่นไม่น้อย
เย่ฝานเกาหัวแล้วเดินเข้าคฤหาสน์ไป
ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าท่าทางนิ่งเงียบ
คนบ้านตระกูลไป๋ล้วนมีรูปร่างหน้าตาดีทั้งนั้น ถึงไป๋อวิ๋นเฟยจะไม่ได้โดดเด่นเหมือนไป๋อวิ๋นซี แต่ก็นับว่าเป็หญิงงามคนหนึ่ง
“พี่รอง” เย่ฝานเรียกออกไปอย่างคนประพฤติตัวเรียบร้อย
ไป๋อวิ๋นเฟยกวาดตามองเย่ฝานแล้วพูดว่า “นายไม่เรียกฉันว่าผู้หญิงปากมากขี้วีนหรือไง?”
เย่ฝาน “คราวก่อนผมพูดผิดไปแล้วครับ ความจริงพี่รองไม่เลยสักนิด เป็คนอ่อนโยนและไม่เคยด่าใครเลย...”
“วันนี้ที่ฉันมา ไม่ได้จะมาพูดเื่ที่นายให้สัมภาษณ์ในวันนั้น” ไป๋อวิ๋นเฟยพูด
เย่ฝานถอนหายใจโล่งอก แล้วถามด้วยความสงสัย “ถ้าอย่างนั้นพี่รองมีธุระอะไรหรือครับ?”
“เมื่อสองวันก่อนมีคนล่วงเกินหลานชายของนาย! นายยังจำได้ไหม?”
“พี่หมายถึงคนที่ซื้อของแล้วไม่จ่ายเงินพวกนั้นใช่ไหมครับ?”
ไป๋อวิ๋นเฟยพยักหน้า “เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะไม่จ่ายเงิน แต่ว่าพวกเขาคิดว่ากำลังโดนต้มตุ๋น”
เย่ฝานพูดอย่างไม่คิดเช่นนั้น “หลานชายของผมเป็เด็กดีสามประการ จะเป็นักต้มตุ๋นได้ยังไงกัน!”
“เื่นี้เป็ความผิดของฝ่ายตรงข้ามก็จริง แต่จะโทษพวกเขาทั้งหมดก็ไม่ถูก ถ้าเปลี่ยนเป็ฉันที่เจอกับเื่แบบนี้ ฉันก็คงจะคิดว่าพวกนายหลอกลวงฉันเหมือนกัน” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าว
เื่นี้หล่อนได้ไปตามสืบมาแล้ว ความจริงแล้วหลินเจี๋ยยินดีจะจ่ายเงิน แต่เป็เพราะหลินเสี่ยวไม่พอใจที่น้าของตนจะโดนหลอกลวง หากพูดไปแล้ว หล่อนเองก็นับถือในความพยายามของหลินเจี๋ยอยู่เหมือนกัน เพราะหล่อนยอมจะจ่ายเงินหนึ่งล้านกว่าหยวนซื้อยันต์จากอู่หาวเฉียง ทั้งที่หล่อนไม่รู้จักพื้นเพของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเทียบกันแล้ว สิ่งที่หลินเสี่ยวเลือกที่จะทำดูเป็เื่ปกติและมีไหวพริบมากกว่าอีก
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “มันก็จริงนะ ่ที่ผมเพิ่งเริ่มขายยันต์ก็มีคนคิดว่าผมเป็นักต้มตุ๋นหรือเป็พวกสิบแปดมงกุฎเหมือนกัน! บนโลกใบนี้คนที่มองออกว่าผมมีความสามารถจริงๆ ช่างมีน้อยนัก”
ไป๋อวิ๋นเฟย “…”
หลังจากไป๋อวิ๋นเฟยพูดคุยกับเย่ฝานเสร็จ ก็รับเครื่องรางคุ้มภัย 10 ชิ้นจากเย่ฝานก่อนจากไป
--------------------------------------------------------------------------------------------
[1] เวยป๋อ(微博)เป็เว็บไซต์โซเชียลมีเดียในรูปแบบไมโครบล็อก ซึ่งเป็ลูกผสมระหว่างทวิตเตอร์กับเฟซบุ๊ก มีผู้ใช้คิดเป็ร้อยละสามสิบของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดในสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีอิทธิพลทางการตลาดคล้ายคลึงกับที่ทวิตเตอร์ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา
