เดือนสามในฤดูใบไม้ผลิที่เหล่าดอกไม้ต่างแข่งกันผลิบาน ทั้งกรมพิธีการจวนอัครเสนาบดี และจวนอ๋องต่างกำลังจัดเตรียมพิธีอภิเษกที่ใกล้จะมาถึงในเร็ววันนี้แน่นอนว่าพิธีอภิเษกของท่านอ๋องต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าผู้คนทั่วไปทั้งยังมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่าถึงรัฐจาวจะสามารถมีภรรยาเป็บุรุษได้ แต่ในราชวงศ์กลับเพิ่งจะมีพิธีอภิเษกพระชายาบุรุษเป็ครั้งแรกเต๋อเซิ่งฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้จัดการตามประเพณีเพียงประโยคเดียวแต่ยิ่งทำให้ฝ่ายพิธีการต้องคิดหนักเสียแล้ว เดิมทีพิธีอภิเษกของเหล่าท่านอ๋องแค่ปฏิบัติตามธรรมเนียมที่บรรพบุรุษกำหนดมาก็ถือเป็อันเสร็จสิ้นทว่าในยามนี้พระชายาคือบุรุษ ค่าสินสอดทองหมั้นจะกำหนดเช่นไรก็ดูจะไม่ค่อยถูก้าเลี้ยงบุตรชายไม่เหมือนกับการเลี้ยงบุตรสาวสักนิด แต่เื่พวกนี้เป็เพียงเื่เล็กน้อยยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้คือพิธีอภิเษกพระชายาเอกของชินอ๋องเตรียมพร้อมให้เกินย่อมดีกว่าขาด ไม่อาจปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดได้
ส่วนเื่ที่ทำให้กรมพิธีการต้องเป็กังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นชุดอภิเษกของพระชายาโดยปกติแล้วพระชายาของชินอ๋องถือเป็ขุนนางขั้นหนึ่งหมายความว่าจะได้รับการบันทึกลงในหนังสือประวัติศาสตร์ของรัฐจาวและต้องมีเครื่องอิสริยยศประจำตำแหน่งการจัดเตรียมเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายในพิธีอภิเษกจะยึดตามลำดับขั้นบรรดาศักดิ์เป็หลักทว่าพระชายาของเหวินอ๋องคือบุรุษ จึงไม่เหมาะนักหากจะสวมกระโปรงและมงกุฎเป็เหตุให้เ้ากรมพิธีการผมร่วงเป็กอบเป็กำ หากพวกเขาทำออกมาไม่ดีเหวินอ๋องอาจเข้าใจผิดคิดว่ากรมพิธีการ้าเยาะเย้ยถากถางป่าวประกาศต่อผู้คนทางอ้อมว่าท่านอ๋องอภิเษกพระชายาบุรุษและไม่เป็ที่รักใคร่โปรดปรานของฝ่าาอีกต่อไปกระทั่งพิธีอภิเษกยังไม่วางแผนและจัดเตรียมให้ดี หากมีโทษทัณฑ์เช่นนี้ขึ้นมาไม่ว่าผู้ใดในกรมพิธีการต่างก็รับผิดชอบความผิดนี้ไม่ได้ทั้งนั้นในท้ายที่สุดจึงตัดสินใจให้ชุดอภิเษกของพระชายามีลักษณะเช่นเดียวกับชุดของเหวินอ๋องเว้นเสียแต่ลายับนอาภรณ์จะต้องเปลี่ยนเป็ลายเมฆหรูหราตระการตาแทนจากนั้นสวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีแดงที่ชายแขนมีลักษณะกว้าง
ปัญหาของชุดอภิเษกผ่านพ้นไปแล้วยังเหลือเครื่องประดับบนศีรษะที่ทำให้ฝ่ายพิธีการต้องชะงักอีกครั้งพระชายาเหวินอ๋องไม่อาจสวมมงกุฎ ทั้งยังถึงวัยเติบใหญ่เช่นนั้นแล้วฝ่ายพิธีการจึงทำได้เพียงใช้ผ้าผูกผมที่จัดทำขึ้นด้วยความประณีตแทน
ผ้าผูกผมเส้นนี้คล้ายกับผ้าผูกผมของเด็กหนุ่มทั่วไปเพียงแต่มีสีแดงเช่นเดียวกับชุดอภิเษกปักลายเมฆด้วยด้ายไหมสีทองจนแลดูสวยงามล้ำค่า
เมื่ออ๋องท่านอื่นจัดพิธีอภิเษก กรมพิธีการยังพอปล่อยปละละเลยได้บ้างเพราะเป็เพียงการจัดการตามขั้นตอน ไม่จำเป็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจใดๆมากมายเช่นนี้ แต่ครั้งนี้คือพิธีอภิเษกของเหวินอ๋องไม่ว่าจะขั้นตอนใดกระบวนการใดจำต้องจัดทำอย่างพิถีพิถันเพราะเกรงว่าเหวินอ๋องจะคิดเป็อื่นไป
เหล่าขุนนางในกรมพิธีการต่างพากันกังวลเื่พิธีอภิเษก ทว่าวันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วนักชั่วพริบตาเดียวผันผ่านมาถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสามหรือก็คือวันอภิเษกสมรสของเหวินอ๋องนั่นเอง
ในวันนี้ ทั้งจวนอัครเสนาบดีและจวนอ๋องต่างครึกครื้นไม่น้อยมีผู้คนเข้ามาอวยพรอย่างไม่ขาดสาย
กู้โยวหนิงนั่งอยู่ภายในห้องของตน โดยมีเจียนอวี่กำลังหวีผมให้แท้จริงแล้วแค่สยายผมลงครึ่งหนึ่งและมัดรวบไว้ด้วยผ้าผูกผมอีกครึ่งหนึ่งเท่านั้นตอนนี้เขาเปลี่ยนมาสวมชุดอภิเษกเป็ที่เรียบร้อยผู้คนต่างกล่าวว่าสีแดงสดแสดงถึงความปีติยินดี แต่เมื่ออยู่บนร่างและดวงหน้าที่งามล้นล่มเมืองของกู้โยวหนิงกลับแสดงให้เห็นถึงความงามแสนยั่วยวนเสียมากกว่า
เมื่อเห็นขบวนเกี้ยวรับเ้าสาวของเหวินอ๋องมาถึงครึ่งทางพ่อบ้านจึงเข้ามาเร่งให้กู้โยวหนิงออกไปยังห้องโถงเพื่อคารวะอำลาบิดามารดาและจะมีฮูหยินแซ่หลี่เป็ผู้นำผ้าคลุมศีรษะคลุมให้กู้โยวหนิงด้วยตนเองแต่ผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อกู้โยวหนิงมาถึงห้องโถงเขามองกู้ถิงและฮูหยินแซ่หลี่พร้อมกับยกยิ้มเย็นนอกจากจะไม่คุกเข่าคารวะเพื่ออำลาบิดามารดาเขายังเอื้อมมือไปฉวยเอาผ้าคลุมศีรษะจากมือของฮูหยินแซ่หลี่จากนั้นคลุมลงบนศีรษะด้วยตนเอง
ฮูหยินแซ่หลี่ผู้ที่เพิ่งปั้นแต่งรอยยิ้มสำเร็จพลันชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ ส่วนกู้ถิงโมโหจนหน้าดำหน้าแดงเอ่ยถามพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
กู้โยวหนิงดึงผ้าคลุมศีรษะออก มองไปยังกู้ถิงด้วยสายตาเ็าทันใดนั้นยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระ “ท่านพ่อโปรดอภัย หลายวันก่อนลูกต้องอากาศเย็นยามนี้ยังรู้สึกเ็ปไปทั้งตัวทำให้ไม่อาจจะคุกเข่าคารวะท่านได้”
เมื่อเอ่ยจบจึงครอบผ้าคลุมศีรษะให้ตนใหม่อีกครั้ง
เื่ราวในหลายวันก่อนทำให้กู้ถิงกรุ่นโกรธจนแทบจะทนไม่ไหวครั้นจะกำลังระบายโทสะออกไป กลับได้ยินเสียงเครื่องดนตรีดังมาจากด้านนอกขบวนเกี้ยวรับเ้าสาวของเหวินอ๋องมาถึงแล้ว ทันทีที่สิ้นเสียงจุดประทัดพลันปรากฏร่างของเหวินอ๋องที่กำลังเดินเข้ามากู้ถิงจำต้องปล่อยผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่ไปแต่สายตายังคงจดจ้องกู้โยวหนิงด้วยความโกรธแค้น
เนื่องจากเ้าบ่าวคือท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์จากเดิมที่ต้องเข้ามากราบไหว้บรรพบุรุษจึงกลับกลายเป็พ่อตาต้องพาคนทั้งบ้านออกมาต้อนรับแทนพิธีอภิเษกของราชวงศ์ไม่อาจครื้นเครงมากจนเกินไปมักจัดพิธีการอย่างจริงจังเสียมากกว่า
กู้ถิงกับผู้คนในจวนอัครเสนาบดีที่ยืนอยู่ข้างหลังต่างพากันคำนับเหวินอ๋อง ฉู่อวี้ยิ้มรับ“ลุกขึ้นเถิด วันนี้คือวันมงคล ไม่จำเป็ต้องเคร่งครัดให้มาก”
หลังกู้ถิงฝืนยิ้มและเอ่ยทักทายฉู่อวี้ได้ไม่กี่ประโยคฤกษ์งามได้ใกล้เข้ามาพอดี ฉู่อวี้มองไปยังกู้โยวหนิงที่ถูกกู้เหรินอันประคองออกมาเดิมพี่ชายฝ่ายเ้าสาวต้องเป็ผู้อุ้มเ้าสาวออกมา แต่เนื่องจากกู้โยวหนิงคือบุรุษจึงเปลี่ยนเป็การประคองแทน
ขณะกู้เหรินอันกำลังประคองกู้โยวหนิง แม้ใบหน้าจะดูอ่อนโยนเพียงใดทว่าปากกลับเอ่ยวาจาเยาะเย้ยถากถาง “เ้าแต่งเข้าจวนอ๋องเช่นนี้ข้าไม่น่าปล่อยโอกาสให้เ้าเลยจริงๆ!”
ใบหน้าที่อยู่ภายในผ้าคลุมศีรษะของกู้โยวหนิงตกตะลึงเพียงชั่วครู่เขาหัวเราะและตอบกลับว่า “หากท่านพี่รองคิดว่าดีวันหน้าข้าจะลองบอกให้ท่านอ๋องแต่งท่านเข้าไปเป็อนุชายาให้!”
กู้โยวหนิงรับรู้ได้ว่ามือของกู้เหรินอันถึงกับแข็งทื่อในทันใด เขาจึงก้าวขึ้นเกี้ยวเ้าสาวด้วยความพอใจ
ั้แ่เกี้ยวเ้าสาวถูกยกขึ้นจนมาถึงห้องโถงของจวนอ๋องสองข้างทางล้วนประดับด้วยสีแดงสดดูสวยงามอลังการ จนกระทั่งพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง ทั้งจวนอ๋องส่องสว่างด้วยแสงจากเปลวเทียนสีแดงนักบรรเลงดนตรีที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนเริ่มบรรเลงดนตรีทันทีที่เห็นผู้มาใหม่
หลังได้ยินเสียงบรรเลงดนตรีใกล้ขึ้น ม่านของเกี้ยวเ้าสาวพลันถูกเปิดออกกู้โยวหนิงคิดมาตลอดว่าการแต่งงานของเขากับเหวินอ๋องเป็แค่การแสดงละครแต่พอถึงเวลาจริงก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เขาถูกคนประคองลงมาจากเกี้ยวจากนั้นปล่อยเขาให้ยืนเคว้งอยู่ลำพัง เพราะมีผ้าคลุมศีรษะเอาไว้เขาจึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ทันใดนั้นมีมืออบอุ่นคู่หนึ่งกอบกุมมือของเขาเอาไว้คล้ายกับรู้ว่าเขากำลังตื่นตระหนก มิหนำซ้ำยังแกล้งบีบนิ้วเขาเล่นอีกต่างหาก
กู้โยวหนิงไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไปสักนิดได้แต่เดินตามแรงจูงจากมือคู่นั้นที่คอยนำพา เขาเดินไปเรื่อยๆเดินผ่านเหล่าขุนนางที่มาแสดงความยินดี และเหล่าอนุชายาในจวนอ๋องจนกระทั่งมาถึงห้องโถง จากนั้นได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า
หนึ่งคำนับฟ้าดิน สองคำนับบรรพบุรุษสามคำนับคู่สามีภรรยา
ท้ายที่สุดผู้ดำเนินพิธีอภิเษกประกาศด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เสร็จพิธี~”
จากนั้นก็หันไปทางผู้คนเพื่อรับคำอวยพร
เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาของเหวินอ๋อง “ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับพิธีมงคลของท่านอ๋อง”
เหล่าขุนนางในราชสำนัก “กระหม่อมขอแสดงความยินดีกับพิธีมงคลของท่านอ๋อง”
เหล่าอนุชายาในจวนอ๋อง “หม่อมฉันขอต้อนรับพระชายาเข้าสู่จวนด้วยความยินดียิ่ง”
……
