ภายในห้องของเหอฮวาล้อมรอบไปด้วยผู้คน เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าปรากฏตัว รอบด้านพลันเงียบลง พากันเปิดทางให้ทางหนึ่ง
แม่นมหนึ่งในนั้นที่ยืนขวางอยู่ตรงประตูมีสีหน้าไม่น่ามองนัก “...ฮูหยินผู้เฒ่า…” ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เหมาะกับสายตาของฮูหยินผู้เฒ่า
“ไม่เป็ไร” มีคลื่นลมอะไรบ้างที่นางไม่เคยเห็น เื่เล็กๆ เพียงเท่านี้ไม่อาจทำให้นางหวาดกลัวได้ ฮูหยินผู้เฒ่ามีท่าทางเข้มงวด เหยียบย่างเข้าไปในห้องภายใต้การประคองของอวิ๋นซู
ภายในห้องของเหอฮวาถูกเก็บกวาดจนสะอาด มีเพียงร่างที่ถูกแขวนอยู่บนคานห้องอย่างโดดเดี่ยว ใบหน้าหมองคล้ำอันน่ากลัวทำให้ทนมองตรงๆ ไม่ได้ บนโต๊ะมีกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งวางอยู่
กระดาษเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เนื่องจากเหอฮวาเคยถูกอนุห้าตำหนิเมื่อก่อนจึงโกรธแค้นอยู่ในใจ ด้วยเหตุนี้จึงผสมสิ่งอื่นลงไปในยาสงบครรภ์ทำให้อนุห้าคลอดก่อนกำหนด หลังจากที่เื่ปรากฏ ในใจของนางก็รู้สึกผิดจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมอง ในดวงตาไม่มีระลอกคลื่นเลยแม้แต่น้อย “นำคนลงมาเถิด”
องครักษ์รีบเข้าไปนำเหอฮวาลงมาวางบนพื้น ตอนนี้เองด้านนอกมีเสียงดังขึ้น “ฮูหยินผู้เฒ่า หาแม่นมเจอแล้วขอรับ!”
แม่นมถูกองครักษ์สองคนพยุงเข้ามา นางมีใบหน้าที่ขาวซีดศีรษะก้มลง เบื้องหน้าปรากฏรองเท้าปักอันวิจิตรงดงามขึ้นคู่หนึ่ง นางค่อยๆ ปรายตาขึ้นมอง สบตาเข้ากับดวงตาอันเย็นะเืของเหลยซื่อที่เพิ่งตามมาถึงพอดี
แม่นมใ พริบตาเดียวก็ถูกนำเข้าไปในห้อง
บนพื้นมีสตรีผู้นั้นนอนอยู่อย่างสงบ ร่างกายของแม่นมแข็งทื่อค่อยๆ หันศีรษะไป ใบหน้าหมองคล้ำปรากฏเข้าสู่บ้านสายตา ทำให้แม่นมพลันเบิกตาโพลง น้ำตาคลออยู่ในดวงตาอย่างระงับไม่อยู่ ผลสุดท้าย นางก็ไม่อาจช่วยเด็กคนนี้ได้
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ตอนที่ผู้น้อยพบแม่นม นางสลบอยู่ที่เรือนหลังขอรับ”
สลบ? ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้ว “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของเหอฮวา
แม่นมหลิวพยายามอดกลั้นความอยุติธรรมที่ได้รับไว้ในใจ นางจำได้เพียงความเ็ปบริเวณท้ายทอย คิดว่าคงถูกคนตีจนสลบ ตอนนี้เหอฮวาก็ตายไปแล้ว นางพูดออกมาแล้วจะมีประโยชน์อันใด? เหอฮวาไม่มีทางฆ่าตัวตายอย่างเด็ดขาด วันนี้นางตายโดยไร้หลักฐาน ผู้ใดจะเชื่อนาง? ไม่แน่ว่าอาจจะนำภัยมาสู่ตัวก็เป็ได้
จิตใจของฮูหยินช่างอำมหิต ไม่ได้ทำให้นางเข้าไปสู่ความตาย คงคาดเดาได้ว่านางจะต้องไม่กล้าพูดอะไรออกมาอย่างแน่นอน
“ฮูหยินผู้เฒ่า เดิมทีบ่าวชราคิดจะไปผ่าฟืนที่หลังเรือนเพื่อต้มน้ำให้อนุห้า ไม่คิดว่าจะเหยียบท่อนไม้จนล้ม เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ?” นางแสร้งทำเป็ว่ายังคงมึนงงอยู่เล็กน้อย แต่ว่าแขนที่สั่นเทาโดยไม่รู้ตัวนั้นมิอาจปิดบังสายตาของอวิ๋นซูได้
ฮูหยินผู้เฒ่าส่งสายตาบอกใบ้ครั้งหนึ่ง สายตาของแม่นมกวาดมองไปทางเหอฮวา จากนั้นจึงเงียบไปครู่หนึ่ง “เหอฮวา...นี่...”
“นางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้ แขวนคอฆ่าตัวตายไปแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าโยนกระดาษแผ่นนั้นไปยังมือของแม่นม นางหยิบขึ้นมาอ่าน “เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร...” น้ำตาพลันล้นทะลักออกมา นางคลานเข่าเข้าไปข้างกายของเหอฮวา ไม่อาจระงับความเศร้าโศกในใจได้อีกต่อไป “เหอฮวา เหตุใดเ้าจึงได้โง่เช่นนี้...” อย่างไรก็ตาม นางตำหนิตนเองในใจเป็อย่างยิ่ง เหตุใดนางจึงไม่บอกเหอฮวาเร็วกว่านี้ ในจวนโหวต้องระมัดระวังรอบคอบ หากตนเองสามารถกล่าวเตือนนางก่อนได้ คงไม่มีโศกนาฏกรรมเช่นในวันนี้
“ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนเป็บ่าวชราที่ไม่ดีเอง บ่าวชราไม่ได้สั่งสอนเหอฮวาให้ดี ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดลงโทษด้วยเ้าค่ะ” แม่นมหลิวคลานเข้าไปโขกศีรษะอย่างแรงต่อฮูหยินผู้เฒ่า น้ำตาทำให้การมองเห็นของนางพร่าเลือน แต่กลับสามารถมองเห็นรอยยิ้มเ็าไร้ไมตรีของเหลยซื่อในมุมหนึ่งได้ ความทุกข์ระทมทั้งหมด ความอยุติธรรมทั้งหมด ล้วนต้องกล้ำกลืนลงไปในใจ อย่างไรเสียตนเองก็สามารถเก็บชีวิตมาได้หนึ่งชีวิต นับว่าโชคดีมากแล้ว
“เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น จวนโหวไม่สามารถให้เ้าอยู่ต่อไปได้แล้ว” เหอฮวาเป็คนที่แม่นมพาเข้ามา วันนี้นางก่อความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้ หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ลงโทษรุนแรง คงไม่อาจปิดปากผู้อื่นได้
“อา? ฮูหยินผู้เฒ่า...” ตนเองอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่ามานานหลายปี นี่้าไล่นางออกไปหรือ? หรือว่า...
“เด็กๆ พานางออกไป” น้ำเสียงฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีอารมณ์อะไรมากนัก แม่นมหลิวเข้าใจนิสัยของนางเป็อย่างดี หรือจะบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่า้าชีวิตอันแก่ชราของนาง?
“ท่านย่าเ้าคะ” ตอนนี้เองเสียงของอวิ๋นซูทำให้รอบด้านตกอยู่ในความเงียบในทันที แม่นมหลิวหันไปอย่างเคร่งเครียด ไม่ทราบว่าเมื่อไรที่อวิ๋นซูคุกเข่าอยู่ข้างกายเหอฮวา ในยามปกติตนเองได้สนทนากับคุณหนูหกบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าคุณหนูหกจะพูดเพื่อตนเองบ้างหรือไม่?
“รอยแผลบนคอของเหอฮวาออกจะแปลกประหลาดอยู่บ้างเ้าค่ะ”
อะไร? เหลยซื่อขมวดคิ้ว นังเด็กชั้นต่ำจะเล่นลูกไม้อะไรอีก?
“แผลนี้ไม่เหมือนแผลที่เกิดขึ้นก่อนตาย แต่เหมือนแผลที่ถูกคนนำขึ้นไปแขวนหลังตายเสียมากกว่า”
แม่นมหลิวได้ยิน พลันรีบส่งสายตาที่มีความหมายลึกล้ำไปให้ ราวกับ้าบอกใบ้อะไรอวิ๋นซูอย่างลับๆ บางทีไม่จำเป็ต้องให้ตนเองเปิดปากพูด คุณหนูก็สามารถทวงความยุติธรรมเหอฮวาได้?
“ซูเอ๋อร์ คำพูดนี้อธิบายได้หรือไม่?”
“แผลที่เกิดก่อนตายและแผลที่เกิดหลังตายสามารถแบ่งแยกได้ แผลที่เกิดขึ้นก่อนตาย ตอนแรกจะมีสีแดงเข้มปรากฏและมีรอยช้ำเื เมื่อนานไปก็จะกลายเป็สีดำ หากเป็รอยแผลที่เกิดขึ้นหลังตาย ในระยะแรกแผลจะไม่มีรอยช้ำเื เนิ่นนานผ่านไปจึงจะกลายเป็สีน้ำตาล เมื่อมองที่คอของเหอฮวา เป็แผลที่เกิดขึ้นหลังจากที่นางตายอย่างเห็นได้ชัดเ้าค่ะ” ทุกคำที่อวิ๋นซูพูดล้วนมีเหตุผล ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง “กล่าวเช่นนี้คือ เหอฮวาไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะหนีความผิด?”
“เช่นนั้นจดหมายฉบับนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?” เหลยซื่อที่ยืนมองราวกับชมงิ้วอยู่เงียบๆ มาตลอดเปิดปากกล่าว แม่นมย่อมเข้าใจความหมายของนาง นั่นเป็ลายมือของเหอฮวาจริงๆ เหอฮวาเรียนหนังสือมาไม่มาก อักษรจึงน่าเกลียดไม่เรียบร้อย แม่นมราวกับว่าสามารถจินตนาการได้ถึงความสิ้นหวังตอนที่นางถูกบังคับให้เขียนจดหมายฉบับนี้
อวิ๋นซูมองสีหน้าของแม่นมที่ดูยากจะเอ่ย นางรับใช้อยู่ในห้องของฮูหยินผู้เฒ่า จิตใจของแม่นมเหล่านี้ชัดเจนมาก ในเมื่อนางไม่เอ่ยปากก็แสดงว่าไม่มั่นใจว่าจะมัดตัวคนร้ายที่แท้จริงได้ บางทีความจริงของเื่ราวอาจจะมีเพียงเหอฮวาและแม่นมเท่านั้นที่รู้ หากแม่นมเต็มใจพูด ก็จะสามารถวางเดิมพันได้
ไหนเลยอวิ๋นซูจะรู้ถึงความทุกข์ในใจของแม่นม ฮูหยินกลับมาในครั้งนี้เป็พระประสงค์ของไทเฮา ต่อให้มีหลักฐานที่ชัดเจน ฮูหยินผู้เฒ่าจะกล้าลงโทษฮูหยินโดยที่ไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ หรือ? ตอนนี้อย่างน้อยตนเองก็ยังมีชีวิตอยู่
เหลยซื่อเพียงมองก็ทราบถึงการตัดสินใจของแม่นม นางแย้มยิ้ม “เดิมทีวันนี้เป็วันที่ดีมากวันหนึ่ง ในเมื่อความจริงได้ปรากฏออกมาแล้ว คุณหนูหกก็ไม่จำเป็ต้องทำให้ผู้คนหวาดกลัวอีก จะทำให้ทุกคนไม่สบายใจเสียเปล่าๆ”
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดลมหายใจลึก เหลยซื่อกล่าวได้ถูกต้อง หลานของนางเผชิญอันตรายคลอดออกมาได้ อวิ๋นซูก็กลับจวนมาอย่างมีเกียรติ เป็วันที่ดีมากจริงๆ ไม่ควรจะทำให้อารมณ์ขุ่นมัวด้วยเื่นี้
“เื่นี้ข้าย่อมต้องสืบหาความจริงออกมาให้ได้ เก็บกวาดเสียเถิด ซูเอ๋อร์ เ้าเองก็เหนื่อยมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะกล่าวเช่นนี้ แต่ในใจของทุกคนย่อมกระจ่างแจ้ง นับว่าเื่นี้จบลงเช่นนี้แล้ว เหลยซื่อถือโอกาสนี้ยืนขึ้น “ท่านแม่ คุณชายสิบยังเล็ก ตอนนี้ในจวนไม่มีคนดูแล มิสู้มอบให้สะใภ้ดูแล สะใภ้จะต้องหาแม่นมที่ดีที่สุด...”
อย่างไรก็ตามฮูหยินผู้เฒ่ากลับมองนาง “เหตุใดจึงไม่มีคนดูแล? ต่อให้อนุห้าร่างกายอ่อนแอ ก็ยังมีคนของเรือนข้า เ้าไม่จำเป็ต้องใส่ใจ”
กล่าวเช่นนี้แสดงว่าอนุห้ายังมีชีวิตอยู่หรือ?! ใบหน้าของเหลยซื่อแข็งค้าง ระยะนี้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ไว้หน้านางเลยแม้แต่น้อย หรือจะกล่าวว่าเพื่อช่วยอวิ๋นซูปิดบังจึงจงใจหลอกลวงตนเอง? หรือนังเด็กสารเลวนี่ใช้ลูกไม้อะไรทำให้อนุห้ามีชีวิตอยู่?
ในขณะที่กำลังใคร่ครวญอยู่นั้น เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าก็ดังขึ้น “คุณหนูหกได้รับเกียรติมากเช่นนี้ เ้าเลือกวันดีๆ สักวันหนึ่งจัดงานเลี้ยงฉลองเสีย อีกอย่างก็หาชื่อดีๆ ให้หลานด้วย...”
ใบหน้าของเหลยซื่อยิ่งดูไม่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่า้าจัดงานเลี้ยงฉลองหรือ? นี่ไม่ใช่เป็การตบหน้าตนหรอกหรือ? ต้องทราบว่าคนที่บีบบังคับให้อวิ๋นซูไปยังพื้นที่โรคระบาดก็คือจวนแม่ทัพของพวกเขา วันนี้อวิ๋นซูมีผลงานยิ่งใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าจึง้าข่มขู่หรือ? เหลยซื่อในตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจไปสนใจแม่นมที่นั่งหมดแรงอยู่บนพื้น ในใจของนางใคร่ครวญ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปควรจะใช้วิธีใดกำจัดอวิ๋นซูที่เป็ตัวปัญหาร้ายแรง!
ในขณะที่เดินออกไป แม่นมส่งสายตามาอย่างซาบซึ้ง เช็ดน้ำตาโขกศีรษะไปทางอวิ๋นซู ชีวิตของนางนับว่ารักษาไว้ได้แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้้าจะสอบสวนอีก โชคดีที่มีคุณหนูหก
“แม่นม โปรดระงับความเศร้าโศกเสียเถิด”
“...ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู” น้ำเสียงของแม่นมเจือไปด้วยความจนใจ
ภายในวัง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่เพิ่งออกมาจากตำหนักของไทเฮาเก็บสีหน้าของตน นังชั้นต่ำนั่นกลับเมืองมาแล้ว ส่วนตนเองก็ไม่มีความก้าวหน้าเลยแม้แต่น้อย ระยะนี้นางเข้าวังมาอยู่เป็เพื่อนไทเฮาอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่ได้พบรัชทายาทเลย หากยังคงยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ ยามใดจึงจะสามารถนั่งในตําแหน่งพระชายารัชทายาทได้เล่า?
ตอนนี้เอง เบื้องหน้ามีคุณหนูจำนวนมากเดินมา เมื่อเห็นใบหน้าไม่น่ามองของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็สบตากันแล้วเดินเข้าไป
“นี่มิใช่คุณหนูหลิ่วหรอกหรือ? ไม่พบกันนานเลยเ้าค่ะ”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าปรายตามอง สตรีที่เดินนำหน้ามาคือบุตรีคนที่สามของภรรยาเอกแห่งจวนชางหย่วนโหว อู๋ฮุ่ยอวิ๋น นางในยามนี้มีผู้คนล้อมรอบ ใบหน้างดงามราวดอกท้อปรากฏรอยยิ้มจางๆ นางไม่เหมือนกับหลิ่วอวิ๋นฮว๋า อู๋ฮุ่ยอวิ๋นมีความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่คุณหนูทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว รอบข้างมักจะครึกครื้นไม่น้อย บนร่างของนางให้ความรู้สึกสนิทสนม วิธีการจัดการเื่ราวอย่างละมุนละม่อมทำให้ผู้คนทั้งอิจฉาและหวาดกลัว
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ้ม นางสังเกตเห็นถึงสายตาที่ไม่ค่อยพอใจ ตอนนี้นางเองก็ไม่มีอารมณ์จะรับมือกับพวกนาง กำลังคิดว่าจะเดินจากไปทางข้างๆ แต่กลับมีคนขวางนางเอาไว้
“ใช่แล้ว ยังต้องแสดงความยินดีกับคุณหนูหลิ่วด้วย ่นี้จวนชางหรงโหวมีเื่น่ายินดีมากเลยทีเดียว”
“หือ? เื่น่ายินดีอะไร” อู๋ฮุ่ยอวิ๋นทำราวกับว่าไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ถามออกไปอย่างประหลาดใจ
“เป็คุณหนูหกแห่งจวนชางหรงโหวที่ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่เ้าค่ะ!”
“ถึงกับมีเื่เช่นนี้เชียว เป็เกียรติที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉาเสียแล้ว ขอแสดงความยินดีกับคุณหนูหลิ่วด้วยที่มีน้องสาวที่ฉลาดเช่นนี้” เสียงของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นปกปิดความอิจฉาไม่มิด หลิวอวิ๋นฮว๋ารู้สึกเพียงว่าท่าทางของตนชะงักค้างไปบ้าง อยากยิ้มแต่กลับยิ้มไม่ออก บอกว่านางมีน้องสาวที่ฉลาดเช่นนี้ มิใช่เป็การบอกเป็นัยว่า ตัวนางเองมิอาจสู้บุตรีอนุภรรยาตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้หรอกหรือ?
ก่อนหน้านี้ในงานพระราชสมภพของไทเฮา หลิ่วอวิ๋นฮว๋านับว่าโดดเด่นยิ่งนัก ทำให้ราชสำนักมีความโกลาหลเกี่ยวกับเื่การคัดเลือกพระชายารัชทายาท นางเป็หนึ่งในตัวเลือกที่มีโอกาสมากที่สุดคนหนึ่ง ไม่ทราบว่าในใจของคุณหนูกี่คนที่จดจำความโกรธแค้นนี้เอาไว้ ตอนนี้เป็โอกาสที่ดี พวกนางจะพลาดได้อย่างไร
“ใช่แล้ว มารดาของข้าก็เคยกล่าวเช่นกัน หากคุณหนูหลิ่วไม่รังเกียจ ก็สามารถพาหย่งจี๋เสี้ยนจู่มาเป็แขกที่จวนชางหย่วนโหวได้ ข้ายินดีต้อนรับเป็อย่างยิ่ง”
“...ขอบคุณเ้าค่ะ” อารมณ์ของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหงุดหงิดยิ่งนัก นางไม่อยากจะฟังเื่ใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับอวิ๋นซูเลยแม้แต่น้อย หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้วเดินจากไปก้าวใหญ่ๆ โดยไม่มองคุณหนูกลุ่มนี้อีก อยากจะรีบไปจากที่นี่อย่างอดทนไม่ไหว ไม่คิดว่าจะเกิดเ็ปบริเวณไหล่เพราะชนใครบางคน พลันเบนสายตาขึ้นมองอย่างโมโห “เ้า...”
