ทันทีที่แนบหูไปกับประตู นางก็ได้ยินเสียงซุ่ยเยวี่ยที่ดูร้อนรนจนทนไม่ได้
"ซื่อจื่อ ทำไมท่านต้องมอบของสิ่งนั้นให้คุณหนูใหญ่ไปด้วยล่ะเ้าคะ พระชายาเคยสั่งไว้ ว่าต้องมอบให้ภรรยาของท่านในวันข้างหน้า ไหนจะไป๋ิ่อวี้..."
เจียงลั่วอวี้กระแอมออกมาเสียก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูรำคาญ "พูดมาก ข้าจะยกให้ใคร ต้องขออนุญาตเ้าก่อนหรือไง?"
ซุ่ยเยวี่ยได้ยินนายน้อยตนว่ากล่าวก็ยังไม่ยอมลดละ ยังคงพยายามตักเตือน "แต่ท่านเ้าคะ ถ้าแบ่งให้คุณหนูใหญ่ไป เดี๋ยวไป๋ิ่อวี้มาถามถึง..."
"ยังไม่หุบปากอีก!" เจียงลั่วอวี้โกรธยิ่งกว่าเก่า "ั้แ่มาถึงที่นี่ ข้าดีกับเ้ามากไปหน่อยถึงได้เหิมเกริมใช่ไหม? หรือว่าไป๋ิ่อวี้ดีกับเ้าเลยต้องมาออกตัวแทนเขา? เขามีค่าเพียงพอกับยาหนึ่งขวดรึ? เ้าไม่รู้หรือไงว่าใครเป็เ้านายที่แท้จริง? คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ ถ้าข้าไม่สั่ง ไม่ต้องลุกขึ้น!"
ชิงหงใกับเสียงที่ได้ยิน นางได้ยินเสียงหัวเข่าที่กระทบลงกับพื้นและเสียงขอความเมตตาของซุ่ยเยวี่ย "ซื่อจื่อเ้าคะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่เปรยดู...ท่านอย่าโกรธข้าเลยนะเ้าคะ!"
ชิงหงถอยหลังและเตรียมจากไป ไม่อยู่ฟังต่อ แต่แล้วก็ได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นเคย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ฟังดูวุ่นวายดังมาจากทางเข้าสวนที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ชิงหงได้ยินชัดเจนว่ายาพวกนี้เดิมทีจะยกให้ไป๋ิ่อวี้ และเสียงลวี่อี้ก็ดังแว่วมา
"ไป๋ซวงจื่อ ท่านอย่ารีบร้อนไป ท่านจะไปพบซื่อจื่อไม่ใช่หรือเ้าคะ? ไป๋ซวงจื่อ!"
เสียงจากด้านนอกดังเข้าไปจนคนในห้องได้ยิน ซุ่ยเยวี่ยรายงานให้นายตนทราบด้วยน้ำเสียงกังวล "ซื่อจื่อเ้าคะ ไป๋ซวงจื่อ..."
ซุ่ยเยวี่ยพูดจง ชิงหงก็ได้ยินเสียงตบโต๊ะดังปัง ตามมาด้วยเสียงหงุดหงิดที่ดังตามมา "ลนลานอะไร คุกเข่าต่อไป!"
ชิงหงรู้ว่าตนเองไม่ควรแอบฟังอีกต่อไป เพราะหากถูกจับได้จะต้องถูกจับมาสั่งสอนแน่ๆ นางไม่รอฟังซุ่ยเยวี่ยพูดต่อ รีบหมุนตัวกลับประคองขวดยาเดินออกไปจากสวน เพียงครู่เดียวร่างในชุดแดงก็หายไปจากทางเดินระเบียงแห่งนั้น
รอจนเสียงฝีเท้าชิงหงค่อยๆ จางหายไป สีหน้าของซุ่ยเยวี่ยและเจียงลั่วอวี้ก็กลับมาเป็เหมือนเดิม แต่ซุ่ยเยวี่ยยังมีแววตากังวล นึกไปถึงเวลาที่ซื่อจิ่อดีต่อไป๋ิ่อวี้ก็อดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้
"ซื่อจื่อเ้าคะ ไป๋ซวงจื่อได้ยินที่เราคุยกันหมดแล้ว เดิมทีเราตั้งใจแค่ให้ชิงหงได้ยิน ท่านว่าเขาจะ...จะเข้าใจผิดไหมเ้าคะ?"
"เขาเข้าใจผิด?" เจียงลั่วอวี้หลับตาลงและใช้นิ้วเคาะโต๊ะ น้ำเสียงดูไม่กังวลหรือร้อนรน ยังคงยังดูสงบเช่นเคย ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับเื่นี้
"เขากับพวกเราไม่ใช่ญาติใช่มิตร ต่อให้เข้าใจผิดก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เ้าคุกเข่าต่อไป รอจนค่ำข้าจะให้เ้าลุกขึ้น อย่าให้แผนล้มเหลว เข้าใจไหม?"
ซุ่ยเยวี่ยเห็นเ้านายตนกลับมาเป็เหมือนปกติอีกครั้ง นางก็เดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร แต่ก็เบาใจขึ้น นางแอบพูดเสียงเบาๆ ปนรอยยิ้ม "ซื่อจื่อเ้าคะ ดูท่านพูดสิ ซุ่ยเยวี่ยดูงี่เง่าหรือเ้าคะ?"
"ข้ารู้ว่าเ้าเก่งที่สุด!"
เจียงลั่วอวี้เห็นหน้าตาและน้ำเสียงล้อเลียนของนางก็ยืนขึ้นและพูดชมกลับไปด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง เขาเดินออกไปจากห้อง แสงแดดส่องกระทบลูกตาจนเป็ประกายงดงาม
