“หลังจากที่ศาลเ้าถูกรื้อถอน ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นงั้นหรือครับ?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้วครับ! ชาวบ้านต่างคิดว่าสาเหตุเกิดจากการรื้อถอนศาลเ้า แต่สิ่งปลูกสร้างเวลารื้อถอนนั้นง่าย แต่จะสร้างกลับให้เหมือนเดิมมันไม่ใช่เื่ง่ายเลย”
“หลังจากรื้อถอนศาลเ้า ิญญาอาฆาตในทะเลสาบคงออกมาอาละวาด หวังว่าจะไม่มีคนตายเยอะนะ” เย่ฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เฉินเอี๋ยนมองเย่ฝานพลางกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง แล้วตอบด้วยความลำบากใจ “คุณชายเย่เดาถูกแล้วครับ มีคนตายจริงๆ”
เย่ฝานคว่ำมุมปากทั้งสองข้างลง “ผมคิดไว้แล้วว่าต้องเป็อย่างนั้น”
“ในหมู่บ้านฮว๋ายมีตำนานเล่าว่า หากิญญาในทะเลสาบ้าไปเกิดใหม่ มันต้องดึงคนลงไปตายในน้ำเพื่อเป็ตัวตายตัวแทน เด็กชายที่จมน้ำตายก็เป็เพราะถูกกระทำแบบนี้ บริเวณทะเลสาบกระชากิญญามักเกิดหมอกหนา เมื่อไรที่มีหมอก ก็จะมีเื่ร้ายเกิดขึ้น แต่ขอเพียงออกห่างจากทะเลสาบระยะหนึ่ง ก็จะไม่เป็อะไร แต่เมื่อสองวันก่อนกลับมีชาวบ้านสองคนถูกดึงลงไปในทะเลสาบ” เฉินเอี๋ยนนับว่าเป็คนที่เคยเผชิญกับสถานการณ์ใหญ่น้อยมานับไม่ถ้วน และรู้ความลับของผู้คนมาก็มาก แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเื่ราวลี้ลับเกี่ยวกับภูตผีปีศาจแบบนี้ เขาก็ยังหวาดผวาทุกครั้งที่ได้ยิน
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย “ชาวบ้านที่ถูกดึงลงไปในน้ำเป็ผู้ใหญ่ใช่ไหม?”
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าตอบ “ใช่ครับ เป็ผู้ใหญ่”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วคิดในใจว่า คราวก่อนที่เข้าไปในหมู่บ้านฮว๋าย ิญญาในทะเลสาบนั่นไม่ได้มีพลังขนาดนี้นี่! หรือจะสั่งสมพลังจนพัฒนาขึ้นแล้ว? สถานการณ์ในตอนนี้จะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้
“ก่อนหน้านี้เบื้องบนได้เชิญนักพรตมาสองคน คนแรกหลังจากเข้าไปก็เสียขวัญจนวิ่งหนีออกมา ส่วนคนที่สองมีวิชาสูงส่งกว่าคนที่หนึ่ง นักพรตคนที่สองบอกว่า เขาเห็นผีเด็กมีสามหัวหกมือ ผีเด็กเหล่านี้ถูกฆ่าอย่างโเี้ จึงทำให้มีความอาฆาตรุนแรง เขาแก้ไขปัญหาให้ไม่ได้ ก็เลยจากไป” เฉินเอี๋ยนพูดพลางถอนหายใจ
“สามหัวหกมือ กลายเป็นาจาไปแล้วเหรอ?” เย่ฝานถาม
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน แล้วกล่าวด้วยความไม่สบอารมณ์ว่า “อย่ามัวแต่พูดเล่นอยู่เลย ทำไมถึงเป็อย่างนี้?”
“มันเกิดขึ้นได้หลายกรณี โดยทั่วไปแล้วิญญาหลายดวงจะหลอมรวมเป็หนึ่งได้ ตอนหลอมรวมิญญา ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เมื่อการหลอมรวมิญญาไม่สมบูรณ์ ก็อาจกลายเป็อย่างที่นักพรตคนนั้นเห็น”
“อีกกรณีก็คือ ผีที่หลอมรวมิญญาเข้าด้วยกันอาจเป็พี่น้องสายเืเดียวกัน เพื่อเป็การปกป้องตนเอง พวกมันจึงเกิดการหลอมรวมิญญาเข้าด้วยกัน หลังจากหลอมรวมแล้ว กลิ่นอายภูตผีก็จะผสานเป็หนึ่งเดียว พลังและฤทธิ์เดชก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”
เฉินเอี๋ยนขมวดคิ้ว แล้วพูดขึ้นในทันใด “เบื้องบนได้ตั้งทีมสืบสวนพิเศษ มาตรวจสอบคดีทารกถูกถ่วงน้ำในหมู่บ้านฮว๋าย ชาวบ้านบางส่วนรีบสารภาพเื่ราวที่ได้กระทำทั้งหมดด้วยตนเอง เพื่อหวังจะได้ลดโทษ พวกเขาจึงรู้ว่าเคยมีทารกหญิงแฝดสามถูกถ่วงน้ำในทะเลสาบนั่นด้วย”
“ิญญาอาฆาตในทะเลสาบมีมากมายเหลือเกิน หลังจากที่ศาลถูกรื้อถอน ไม่มีสิ่งสะกดิญญาอาฆาตเ่าั้ เกรงว่าจะมีเื่ร้ายเกิดขึ้นในไม่ช้า!” เย่ฝานกล่าว
เฉินเอี๋ยนสูดหายใจเข้าอย่างแรงพร้อมคิดว่า หลายร้อยชีวิตที่ต้องตายด้วยน้ำมือของคนในหมู่บ้านฮว๋าย ยังดีที่บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว หากเบื้องบนสั่งให้ขุดคุ้ยข้อมูลย้อนหลังไปอีก เกรงว่าอาจมีคนกว่าครึ่งหมู่บ้านต้องโดนจับเข้าคุก
เฉินเอี๋ยนพูดด้วยความเคร่งเครียด “ไม่รู้ว่าก้นทะเลสาบจะมีซากกระดูกคนตายทับถมมากเท่าไร ความจริงแล้วเด็กผู้หญิงก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายเลย ไม่รู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไรถึงทำแบบนี้”
“แล้วบ้านผีสิงหลังนั้นล่ะ บ้านผีสิงนั่นเป็ยังไงบ้าง?” เย่ฝานซักถาม
“บ้านโบราณหลังนั้น ผมไม่ได้สังเกตมันเป็พิเศษเลยครับ” เฉินเอี๋ยนดูสีหน้าของเย่ฝาน แล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “บ้านโบราณหลังนั้นมีปัญหาหรือครับ?”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “บ้านหลังนั้นก็มีปัญหาเช่นกัน”
“คุณชายเย่และคุณชายไป๋ หากมีเวลาว่างจะกลับไปดูหน่อยไหมครับ” เฉินเอี๋ยนชวน
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “ดีสิครับ!”
เย่ฝานคิดในใจ ศาลเ้าทั้งสามถูกรื้อถอนไปแล้ว ปีศาจที่ถูกสะกดไว้ใต้พื้นพิภพของหมู่บ้านฮว๋ายก็คงหนีออกมาแล้ว เดิมทีเย่ฝานคิดว่าจะเจอกับปีศาจตนนั้นเสียหน่อย สุดท้ายก็ลืมเื่นี้ไปเลย
……....................................................................................
เย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีขับรถไปยังหมู่บ้านฮว๋าย ่นี้ข่าวลือไม่ดีของหมู่บ้านฮว๋ายแพร่สะพัดไปทั่ว คนที่พอจะมีกำลังก็ย้ายออกจากหมู่บ้านไปหมด คนที่อาศัยอยู่ต่อ แต่ละคนล้วนมีสีหน้าหม่นหมอง
เมื่อเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีมาถึงหมู่บ้านฮว๋าย ก็รีบมุ่งไปที่บ้านเก่าหลังนั้น
หลายวันก่อนที่นี่เกิดแผ่นดินไหว บ้านเรือนจำนวนไม่น้อยพังเสียหาย และบ้านโบราณหลังนี้ก็เสียหายหนักมากเช่นกัน
ทว่าเพราะคนในหมู่บ้านมัวสนใจแต่เื่อื่นๆ ดังนั้นจึงมีไม่กี่คนที่สนใจบ้านโบราณหลังนี้
“อ๊ะ!” พอไป๋อวิ๋นซีเข้าไปในบ้านก็พบสัตว์ร้ายร่างใหญ่เท่าูเาลูกเล็กๆ กระโจนมาทางเขา สัตว์ร้ายตัวนั้นแสยะยิ้มเผยฟันแหลมคม ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความละโมบ
ไป๋อวิ๋นซีรู้สึกถึงความเ็ปที่เกิดขึ้นกับร่างกาย มันเหมือนกับร่างของเขาถูกฉีกเป็สองส่วน
“ะเิ!” เย่ฝานตวัดมือโยนยันต์ไปหนึ่งใบ แล้วรีบประคองร่างของไป๋อวิ๋นซีที่กำลังจะล้มลง
ไป๋อวิ๋นซีมองหน้าเย่ฝานหลังตื่นจากภวังค์ เย่ฝานมองหน้าไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดปลอบโยน “มันเป็เพียงภาพลวงตาเท่านั้น ปีศาจนั่นมันตายแล้ว”
เย่ฝานเงยหน้ามองภาพลวงตาของตัวเทาเที่ย[1] บนหลังคา
ภาพลวงตาเทาเที่ยเห็นใบหน้าซีดเผือดของไป๋อวิ๋นซีก็หัวเราะร่า
เย่ฝานคิดไม่ถึงว่าปีศาจร้ายที่ถูกสะกดอยู่ใต้พื้นดินของบ้านโบราณจะเป็เทาเที่ย
เทาเที่ยมีชื่อเสียงด้านความชั่วร้าย ในโลกของผู้ฝึกตน สัตว์ประหลาดชนิดนี้ต่างจากผู้ฝึกตนที่ลดละกิเลสและครองจิตให้บริสุทธิ์ เทาเที่ยใช้การกินมาบำเพ็ญตบะ การฝึกฝนของมันก็คือ กิน กิน แล้วก็กิน เพราะมันไม่มีวันอิ่ม ยิ่งกินมากตบะของมันก็จะสูงและแข็งแกร่ง เทาเที่ยกลัวความอดอยากเป็ที่สุด หากต้องเผชิญกับความอดอยากเป็เวลานาน จะทำให้ตบะของมันอ่อนแอลง
สัตว์ร้ายอย่างเทาเที่ย หนึ่งในอาหารที่มันโปรดปรานที่สุดก็คือแพะสองขา ซึ่งหมายถึงมนุษย์นั่นเอง
ในโลกของผู้ฝึกตนเคยปรากฏเทาเที่ยที่ดุร้ายตัวหนึ่ง มันกินผู้ฝึกตนที่มีพลังปราณขั้นหยวนอิงเข้าไปสิบคนในคราวเดียว ทำให้หลายสำนักสูญเสียผู้ฝึกตนพลังปราณขั้นหยวนอิงไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้แผ่นดินผู้ฝึกตนเกิดความโกลาหลทุกหนแห่ง ในที่สุดก็ร้อนถึงผู้ฝึกตนขั้น์ต้องออกโรงปราบสัตว์ร้ายตัวนั้น
ในโลกของผู้ฝึกตน หากพูดถึงเทาเที่ยทุกคนก็จะหน้าถอดสี แต่ในโลกนี้ แม้แต่ิญญายังผอมจนเนื้อหุ้มกระดูก คาดว่ามันน่าจะอดอาหารจนตาย
เทาเที่ยมองไป๋อวิ๋นซี แล้วหัวเราะร่า “ผู้ฝึกตนงั้นเหรอ? นึกไม่ถึงว่าในยุคสมัยนี้จะยังมีผู้ฝึกตนอยู่ ช่างขี้ขลาดจริงๆ เลย!”
ไป๋อวิ๋นซีมองออกว่าิญญาปีศาจร้ายเบื้องหน้ากำลังหยอกล้อตน เขาจึงอดขมวดคิ้วไม่ได้
“ิญญาของแกพลังไม่เสถียรเอาเสียเลย” เย่ฝานพูดพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
เทาเที่ยพยักหน้า แล้วพูดด้วยความกลัดกลุ้ม “ก็ใช่น่ะสิ! เวลามันผ่านมาเนิ่นนานถึงสองพันปี สองพันกว่าปีที่ข้าไม่ได้กินอะไรเลย ิญญาของข้าใกล้จะดับสูญแล้ว”
เย่ฝานถอนหายใจ แล้วคิดในใจว่า ถึงแม้สัตว์ร้ายจะมีอายุขัยยาวนาน แต่ก็คงจะดำรงอยู่ในสภาพที่ไม่มีให้กินและดื่มอย่างนี้ เนื้อกายของเทาเที่ยเน่าสลายไปกับกาลเวลา เหลือเพียงิญญาที่อ่อนแอดวงหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้จะเป็สัตว์วิเศษ แต่ก็มิอาจต้านทานวันเวลาที่หมุนเวียนไปได้
“ใครเป็คนกักขังเ้าไว้ที่นี่?” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
ิญญาของเทาเที่ยพลันสั่นสะท้าน แล้วสบถคำสามพยางค์ด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น “พ่อของข้า”
เย่ฝานเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เขายังคิดว่าเป็ผู้ปรีชาท่านใดในยุคโบราณที่สะกดิญญาเขาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าคนคนนั้นจะเป็พ่อของเขา
“เหตุใดเขาต้องกักขังเ้าไว้ที่นี่ด้วย?” เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะข้ากัดขาหนึ่งข้างของไป๋เจ๋อ[2]!”
เย่ฝานพูดด้วยความสงสัย “เหตุใดเ้าถึงต้องกัดเขา? พี่น้องไม่ถูกกันหรือไร?”
“เพราะข้าหิวโหยเหลือเกิน ไม่มีอะไรจะกิน คว้าอะไรได้ก็กินทั้งนั้น เขาส่งขาของเขามาถึงปากข้า ข้าย่อมต้องกินอยู่แล้ว รสชาติของขานั้นไม่เลวเลยจริงๆ” เทาเที่ยเลียริมฝีปาก ใบหน้าปรากฏความเคลิบเคลิ้มเมื่อหวนนึกถึงรสชาติแสนอร่อย
เทาเที่ยเป็ปีศาจที่ไม่เลือกกิน แต่ว่าสามารถแบ่งแยกรสชาติอร่อยและไม่อร่อยได้ แน่นอนว่าเนื้อของลูกหลานัย่อมรสเลิศกว่าสัตว์ธรรมดา แถมยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายอีก
“น่าสังเวชจริงๆ หลังจากที่ฟ้าดินเปลี่ยนแปลงไปมากมาย อาหารของข้าก็น้อยลงทุกวันๆ ไป๋เจ๋อเ้าหมอนั่นชั่วร้ายมาก ข้ากินขาของเขาไปหนึ่งข้าง ทั้งที่มันสามารถงอกขึ้นมาได้ใหม่แท้ๆ! แต่เขากลับบอกให้ท่านพ่อกักขังข้าถึงสามร้อยปี ผู้ที่ดูสุขุมนุ่มลึกอย่างนั้น แท้จริงแล้วจิตใจต่ำช้า พวกแพะสองขาหน้าโง่ยังจะขนานนามมันว่าเป็หนึ่งในสัตว์มงคลอีก” เทาเที่ยเล่าอย่างไม่สบอารมณ์
“กักขังสามร้อยปี? ท่านพ่อของเ้าเห็นด้วยไหม?” เย่ฝานเอ่ย
ถึงแม้เทาเที่ยจะเป็ปีศาจที่อายุยืนยาว แต่การที่ต้องถูกลงโทษกักขังไว้สามร้อยปีคือประเด็นสำคัญ ถึงอย่างไรตอนที่เทาเที่ยตัวนี้ถูกสะกดเอาไว้ ระดับพลังปราณของเขากลับไม่สูงขึ้นมาเลย
“พวกเขาต่างรังเกียจที่ข้าตะกละตะกลาม หาข้ออ้างมาทำร้ายข้าอยู่เสมอ พวกเขาล้วนไม่ใช่คนดี” เทาเที่ยเล่า
เย่ฝาน “…”
“สามร้อยปี? แต่เ้าอยู่ที่นี่มาสองพันปีแล้วไม่ใช่เหรอ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เทาเที่ยพยักหน้า แล้วพูดว่า “พวกเขาล้วนจากไปกันหมดแล้ว ข้าััได้มาเนิ่นนาน หลังจากถูกขังอยู่ที่นี่ร้อยปี ข้าก็ไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของท่านพ่อ พวกเขาคงจะล่าถอยจากโลกใบนี้ไปแล้ว ตระกูลของนกศักดิ์สิทธิ์ก็จากโลกนี้ไปแล้ว ใครๆ ก็ต่างพากันหนีข้าไปหมด ทิ้งให้ข้าอยู่เดียวแล้วยังจะรังเกียจที่ข้ากินจุอีก” ใบหน้าของเทาเที่ยแสดงออกถึงความผิดหวัง
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “เ้ากินมากขนาดนั้นไม่ได้นะ ตอนนี้อาหารจะถูกเ้ากินจนหมดโลกแล้ว!”
เทาเที่ยพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ตอนนี้บนโลกใบนี้ ข้าหาของที่มีพลังปราณไม่เจอเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่มีอะไรกินอย่างนี้ สู้ตายไปยังจะดีกว่า”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วตอบว่า “เ้าก็ถือว่าได้ในสิ่งที่ปรารถนาแล้ว ถึงตายก็คงตายตาหลับแล้วล่ะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เทาเที่ยดูเย่ฝานแล้วพูดด้วยความสงสัย “ิญญาของเ้าพิเศษมากเลยนะ! ไม่เหมือนกับคนที่อยู่ในโลกนี้ เ้ามาจากโลกอื่นอย่างนั้นหรือ”
เย่ฝานหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “ใช่แล้ว”
“หลงเข้ามาในโลกใบนี้ เ้าช่างโชคร้ายจริงๆ” เทาเที่ยซ้ำเติมเย่ฝาน
“รอจนข้าฝึกฝนพลังปราณจนถึงขั้นสร้างรากฐานเมื่อไร ข้าจะหาวิธีออกจากโลกใบนี้เอง”
“พลังปราณขั้นสร้างรากฐาน? หลงเข้ามาอยู่ในที่แบบนี้แล้ว เ้ายังกล้าปรารถนาถึงปราณขั้นนั้นเชียวหรือ เ้าต้องแก่ตายอยู่ที่นี่ เหมือนกับพวกแพะสองขาทั้งหลาย” เทาเที่ยพูดอย่างร้ายกาจ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าจะหลุดจากโลกนี้ไปอย่างไร? ตอนนั้นท่านพ่อของเ้าออกไปทางไหนหรือ?” เย่ฝานถามด้วยอาการนิ่งสงบ ไม่แสดงท่าทางโกรธเลยสักนิด
“ข้าไม่บอกเ้าหรอก” เทาเที่ยมองเย่ฝานด้วยสายตาดุดัน
เย่ฝานหยิบธงกักิญญาออกมา แล้วพูดเสียงเ็า “ถ้าอย่างนั้น เอาไว้ข้าค่อยถามเ้าวันหลังก็ได้”
เทาเที่ยมองเย่ฝาน แล้วเปล่งเสียงคำราม “เ้าจะทำอะไรน่ะ”
เย่ฝานชูธงขึ้นสูง แล้วชี้ธงไปทางิญญาเทาเที่ย เทาเที่ยพูดด้วยความโมโหว่า “เ้าแพะสองขาสมควรตาย เ้ากล้าจัดการกับข้างั้นเหรอ”
เย่ฝานมองเทาเที่ย แล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ตอนนี้เ้ากลายเป็พวกอ่อนหัดไปแล้ว จะพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปได้ยังไงกัน!”
“เ้าแพะสองขาผู้สามหาว ข้าจะกินเ้าเสีย!”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นแสงเก้าสีฟาดไปยังิญญาเทาเที่ย เย่ฝานแย้มมุมปากยิ้ม แล้วหัวเราะอย่างพอใจพลางพูดว่า “เ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้ามีิญญาเก้าสี ิญญากระจอกอย่างเ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“ข้าจะกินเ้า เหมือนกับที่ข้าเคยกินแพะสองขาตัวอื่นๆ”
เย่ฝานด่ามันว่าซื่อบื้อ แล้วไล่ตามิญญาเทาเที่ยจนภูตผีน้อยใหญ่ในบ้านต่างหลบหนีกันโกลาหล
ิญญาเทาเที่ยด่าทอเย่ฝานไปด้วย หลบซ่อนตัวไปด้วย แม้มันจะเคลื่อนไหวได้เร็ว แต่ก็เหมือนถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ไม่สามารถหนีไปข้างนอกได้
เย่ฝานไล่ตามมันไปทั่วสารทิศ ไล่ตามอยู่นานกว่าจะกักิญญาของเทาเที่ยเข้าไปในธงได้
เย่ฝานเก็บธงกักิญญา แล้วพูดด้วยความเบิกบานใจ “วันนี้โชคดีจริงๆ ไม่นึกว่าจะกักิญญาเทาเที่ยได้หนึ่งตัว มูลค่าธงกักิญญาของฉันสูงขึ้นอีกไม่น้อยเลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
----------------------------------------------------------------------------------------
[1] เทาเที่ย (饕餮) เป็สัตว์ในตำนานจีนที่มีมาแต่โบราณ ความหมายของชื่อคือ ความตะกละตะกลาม เป็อสุรกายที่ใช้แทนความตะกละ ละโมบ ไม่รู้จักเพียงพอ มีรูปร่างเป็ัผสมกับหมาป่า กล่าวกันว่าเทาเที่ยเป็โอรสองค์ที่ห้าของั ในสมัยโบราณนิยมนำส่วนรูปศีรษะของเทาเที่ยมาสลักเป็ลวดลายบนจอกเหล้าสามขา ซึ่งสมัยราชวงศ์ซาง (1711 - 1066 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ซาง โจว 1066 - 256 ปีก่อนคริสตกาล) นิยมใช้เทาเที่ยสลักเป็ลวดลายประดับบนเครื่องทองสำริดต่างๆ
[2] ไป๋เจ๋อ (白泽) สัตว์ในตำนานอีกหนึ่งตัวของประเทศจีน เป็น้องชายของเทาเที่ย ไป๋เจ๋อ มีลำตัวเหมือนสิงโต มีเขาสองข้าง และมีเคราเหมือนแพะ เป็หนึ่งในสัตว์มงคลของประประเทศจีน อาศัยอยู่ที่เขาคุนหลุน เนื่องจากไป๋เจ๋อเป็สัตว์ในตำนานที่มีความหมายดีและชื่อไพเราะ ผู้คนจึงนิยมนำมาตั้งเป็ชื่อและนามสกุล
