ฮูหยินรองค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้น รอบด้านพลันเงียบลง “นายท่าน...”
พ่อบ้านชราเดินออกมาจากข้างหลังนายท่านรอง ส่งสายตาบอกใบ้ให้แก่ข้ารับใช้ทุกคน พวกเขารีบหยัดกายยืนขึ้นเก็บกวาดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วถอยออกไป
หลิ่วเฉิงซีได้ยินคำพูดของฮูหยินรองจึงหันไปโดยพลัน เห็นท่าทางเป็กังวลของนายท่านรองดังคาด “เฉิงซี...ฮูหยิน พวกเ้า...” เขาปรายตามองไปยังหอเก็บหนังสือที่มีสภาพย่ำแย่แล้วขมวดคิ้วแน่น
ที่แท้หลังจากที่พ่อบ้านชรารายงานฮูหยินรองแล้ว ก็รีบให้คนส่งข่าวให้นายท่านรองทราบ กล่าวว่าหอเก็บหนังสือไฟไหม้และคุณชายซีได้รับาเ็ นายท่านรองใจนเหงื่อไหลท่วมกาย รีบขึ้นรถม้ากลับจวน
แม้ว่าท่านพ่อที่คิดถึงจะกลับมาแล้ว แต่หลิ่วเฉิงซีกลับชะงักค้างอยู่ตรงนั้น สองมือซ่อนอยู่ข้างหลัง สายตาปรากฏความดื้อรั้นไม่ยอมเข้าใกล้
นายท่านรองไหนเลยจะคิดมากถึงเพียงนั้น เขารีบเดินเข้าไปกอดคุณชายน้อยไว้ในอ้อมกอดแล้วมองสำรวจอย่างละเอียด “ไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่? เฉิงซี มีตรงไหนรู้สึกไม่สบายหรือไม่?”
ความอบอุ่นเช่นนี้ ใบหน้าดวงนี้ น้ำเสียงใส่ใจดั่งที่เคยได้รับในอดีต ชั่วขณะนั้นหลิ่วเฉิงซีรู้สึกว่าท่านพ่อของเขากลับมาแล้ว เขาหันไปมองท่านแม่ ท่าทางเช่นนั้นคล้ายกับจะกล่าวว่า ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาจริงๆ แล้ว
“ฮูหยิน เ้าได้รับาเ็หรือไม่?” สายตาที่นายท่านรองมองฮูหยินเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ในสายตาของอวิ๋นซู ความรักของพวกเขาลึกซึ้งอย่างเห็นได้ชัด เหตุใดจึงเกิดสถานการณ์เช่นปัจจุบันนี้ขึ้นมาได้?
“ท่านพ่อขอรับ เหตุใดท่านจึงไม่กลับมานานเช่นนี้ ไม่้าเฉิงซีกับท่านแม่แล้วหรือขอรับ?” คุณชายน้อยพูดจาตรงไปตรงมายิ่งนัก ถามจนนายท่านรองกระอักกระอ่วน
“จะเป็ไปได้อย่างไร ล้วนเป็พ่อที่ไม่ดีเอง...”
ประโยคนี้แฝงไปด้วยความหมายล้ำลึก เขาพูดพลางมองไปทางฮูหยินของตน
อีกด้านหนึ่ง
อนุสี่มองไปยังท้องฟ้าสีเทาหม่นอย่างเบื่อหน่าย เพลิงดับแล้วหรือ? นางแย้มยิ้มเ็า เพิ่งจะเก็บสายตากลับมาก็ได้ยินเสียงของสาวใช้หลายคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังยิ้มแย้มพูดคุยอะไรบางอย่าง
“นายท่านกลับมาแล้ว ครั้งนี้คงไม่จากไปเร็วถึงเพียงนั้นกระมัง?”
“ผู้ใดจะรู้เล่า เห็นฮูหยินกับคุณชายดีใจถึงเพียงนั้น ข้าก็รู้สึกมีความสุข”
นายท่านกลับมาแล้ว?! ใบหน้าของอนุสี่พลันเปลี่ยนไป สายตาทอดมองไปไกลอย่างกระวนกระวาย เช่นนั้นเหตุใดเขาจึงไม่มาหาตนเอง เป็เพราะมาไม่ทันหรือไม่อยากพบตนเองกันแน่?
“เอ๊ะ นั้นผู้ใดกัน ไม่ใช่อนุสี่ผู้สูงส่งของพวกเราหรอกหรือ?” เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้น ใบหน้าของอนุสี่เปลี่ยนไป เมื่อมองไปก็พบกับอี๋เหนียงทั้งสองที่แต่งกายงดงามแพรวพราวกำลังมองมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลำพองใจ
“นายท่านกลับมาแล้ว พวกเราคงไม่สามารถเสียเวลาอยู่ที่นี่ได้ ร่างกายของอนุสี่สูงส่งถึงเพียงนั้น นอนอยู่บนเตียงให้มากๆ หน่อยจะดีกว่า จะได้ลดเื่ราวะเืใจจนส่งผลต่อครรภ์ไปบ้าง เดี๋ยวจะโยนความผิดไปบนศีรษะผู้อื่นอีก”
“ใช่แล้ว...นายท่านกลับมามิใช่ว่าไปหาฮูหยินแล้วหรือ คนผู้นี้จะต้องทำให้ตาสว่างเสียหน่อยถึงจะดี”
อนุสามสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือ ทั้งสองหัวเราะคิกคัก เดินส่ายเอวหายไปจากสายตาของอนุสี่
ใบหน้าที่เดิมทีซีดขาวเจือไปด้วยความโกรธเคือง นางสูดลมหายใจลึก นายท่านไม่มาพบนางอย่างนั้นหรือ? ไม่เป็ไร สองขานี้ของตนยังสามารถเดินได้อยู่
ตลอดทาง บ่าวไพร่เ่าั้เมื่อเห็นเงาร่างของอนุสี่ก็รีบหลบไปไกล ด้วยกลัวว่าหากสบตาเข้าจะทำให้นางะเืใจจนส่งผลต่อครรภ์ สตรีผู้นั้นเดินอยู่บนระเบียง รอบข้างปรากฏสายตาที่หลบหลีกอยู่เป็ระยะ นางจะไม่ทราบได้อย่างไร
ทั้งหมดทั้งมวลนี้นางทนได้ เพียงเพื่อคนผู้นั้น
“ท่านพ่อขอรับ คราวนี้คงไม่ไปอีกแล้วนะขอรับ? การเรียนของเฉิงซีใน่นี้ กระทั่งท่านอาจารย์ก็กล่าวว่าก้าวหน้าไปมาก!”
“จริงหรือ? งั้นเ้าอยากได้รางวัลอะไร?”
“เฉิงซีเพียง้าให้ท่านพ่อกลับจวนทุกวัน อยู่ข้างกายเป็เพื่อนท่านแม่ขอรับ!”
อนุสี่หยุดฝีเท้า มองเข้าไปภายในเรือนจึงพบกับภาพอันเสียดแทงสายตา ในอ้อมอกของบุรุษหล่อเหลามีคุณชายน้อยกำลังออดอ้อน กระทั่งอนุรองและอนุสามก็ทำเพียงยืนยิ้มอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ แม้แต่พวกนางก็ถูกกันออกจากภาพอบอุ่นกลมเกลียวนี้
ในใจของอนุสี่เ็ป เมื่อคิดดูแล้ว หรือในใจของนายท่านไม่เคยมีตนเองอยู่เลย? มิฉะนั้น ในยามที่สุขภาพอันอ่อนแอของตนได้รับความะเืใจจนส่งผลต่อครรภ์ เหตุใดเขาจึงไม่มาดูนางแม้เพียงนิด
สายตากวาดมองไปยังใบหน้ามีความสุขของฮูหยินรองอย่างโเี้ สุดท้ายจึงตกอยู่บนใบหน้าของหลิ่วเฉิงซี
เขาจงใจวางเพลิงหอเก็บหนังสือก็สามารถทำให้นายท่านกลับมาได้ ตนเองควรจะเผาจวนทั้งจวนเลยหรือไม่? มุมปากของอนุสี่ยกโค้ง เหลือไว้เพียงสายตาอันไม่พอใจ เมื่อหันกายกลับไป พบว่าอวิ๋นซูยืนอยู่ข้างหลังของนาง
“อนุสี่ เหตุใดจึงไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนดีๆ?” อวิ๋นซูย่อมไม่พลาดท่าทางของนางเมื่อครู่นี้ คิดไม่ถึงเลยว่าสตรีที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความอ่อนแอจะมีสายตาเย็นะเืเช่นนี้ได้
บนใบหน้าของอนุสี่มีประกายความโกรธเคืองวาบผ่าน ราวกับแอบกระทำเื่อะไรบางอย่างแล้วโดนจับได้
นางทำเพียงลูบผมของตนเอง หันกายจากไปเงียบๆ โดยไม่ได้ตอบคำถามของอวิ๋นซู
เื่ก็จบลงเช่นนี้ คืนนี้นายท่านรองพักอยู่กับฮูหยิน
วันต่อมา
เมื่ออนุสี่เปิดประตูห้อง ก็พบกับอวิ๋นซูที่อยู่บริเวณรั้ว กำลังทอดสายตาออกไปอย่างเหม่อลอย
สายตาของนางมีประกายความประหลาดใจวาบผ่าน จากนั้นจึงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “หย่งจี๋เสี้ยนจู่ มาเช้าจริงเ้าค่ะ” หรือนางกังวลว่าตนเองจะเกิดเื่อะไรั้แ่เช้า จึงมาจับตาดูโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูทำราวกับอ่านท่าทางของนางไม่ออก เพียงยืนขึ้นจัดชายเสื้อของตนอย่างไม่รีบร้อน “อนุสี่ก็ตื่นเช้าเช่นกัน เดิมทีอวิ๋นซูตั้งใจว่าอีกสักครู่หากอี๋เหนียงไม่ตื่น ก็จะเข้าไปเรียกท่าน”
ตอนนี้อนุสี่จึงได้พบว่า ข้างหลังของอวิ๋นซูมียาวางไว้ถ้วยหนึ่ง
“ยานี้ กินตอนยังร้อนจะให้ผลดีมากที่สุด”
“...ขอบพระคุณเ้าค่ะเสี้ยนจู่”
เข้าไปในห้อง อวิ๋นซูพบว่าที่นี่ตกแต่งได้เรียบง่ายเป็อย่างมาก ที่นอนถูกจัดการอย่างเรียบร้อย ถ้วยชาบนโต๊ะก็วางอย่างเป็ระเบียบ เช้าเช่นนี้คงไม่มีสาวใช้มาทำความสะอาด เห็นได้ว่าอนุสี่เป็คนที่มีความคิดพิถีพิถันมากคนหนึ่ง
“ยาขมอยู่บ้าง หากอนุสี่รับไม่ไหว ก็กินพุทราเชื่อมสักชิ้นเถิด”
อย่างไรก็ตาม อนุสี่ทำเป็ไม่ได้ยินคำพูดของอวิ๋นซู ยกถ้วยยาอุ่นร้อนขึ้นมาดื่มโดยไม่ขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย จากนั้นนางสูดลมหายใจลึกแล้ววางถ้วยอันว่างเปล่าลง ผลักไปเบื้องหน้าอวิ๋นซู ราวกับกำลังกล่าวว่าดื่มยาหมดแล้ว จะไปได้หรือยัง?
ใบหน้าของสตรีอายุน้อยตรงหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ อยู่ตลอด “กำไลหยกนั่นดูดีมากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าท่านลุงรองจะเป็คนรอบคอบเช่นนี้ ถึงกับรู้จักมอบกำไลเพื่อทำให้ผู้คนชอบ”
สายตาของอวิ๋นซูตกอยู่บนข้อมือของอนุสี่ ท่าทางของนางชะงักลง จากนั้นจึงยื่นมือไปลูบกำไลนั้นเบาๆ ยิ้มอย่างลึกล้ำไม่ได้ตอบอะไร
“ไม่ทราบว่าอนุสี่และท่านลุงรองรู้จักกันได้อย่างไรหรือ? ได้ยินว่าอนุสี่มีครรภ์ ท่านย่าดีใจยิ่งนัก ในจวนของท่านลุงรองมีคนน้อยมาตลอด ดังนั้นจึงกำชับให้ข้ามาดูแลอี๋เหนียงให้ดี ท่านย่าเองก็้าพบอี๋เหนียงมาก บอกว่าสตรีที่ทำให้ท่านลุงรองที่ไม่เคยรับอนุภรรยามานานหลายปีรู้สึกชมชอบได้ จะเป็สตรีอย่างไรกันแน่”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ใบหน้าของอนุสี่จึงอบอุ่นขึ้นบ้าง “ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ วันหน้าข้าต้องไปคารวะแน่นอน”
อวิ๋นซูพยักหน้า หยิบหมอนเล็กๆ ใบหนึ่งออกมาวางตรงหน้าอนุสี่แล้วยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง มองนางด้วยรอยยิ้ม
อนุสี่ขมวดคิ้ว เข้าใจโดยพลันว่านางหมายความว่าอะไร จึงยื่นมือออกไปให้นางจับชีพจรอย่างหมดความอดทน
ไม่นาน อวิ๋นซูก็เอ่ยปากอย่างสงสัย “ไม่ทราบว่าอนุสี่ยังกินยาอื่นอีกหรือไม่”
ไหนเลยจะรู้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกลับเปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด “เสี้ยนจู่หมายความว่าอย่างไร ข้าตั้งครรภ์อยู่ หรือยังสามารถกินยามั่วๆ ได้อีก?”
ปฏิกิริยาของนางใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียว ความสงสัยในใจของอวิ๋นซูยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายส่วน ทันใดนั้นอีกฝ่ายชักมือออก “หากเสี้ยนจู่ตรวจไม่พบอะไร ก็อย่าฝืนตนเองเลยเ้าค่ะ ข้าไม่พูดเื่นี้กับผู้อื่นหรอก”
ความหมายของนางก็คือ หากวิชาแพทย์ของอวิ๋นซูไม่สามารถช่วยเหลือได้ ก็ไม่ต้องฝืนตัวเอง นางจะไม่บอกความลับนี้กับผู้อื่น ให้อวิ๋นซูอย่าฝืนทำในสิ่งที่ตนทำไม่ได้อีก
สายตาของอนุสี่มีประกายหลบซ่อนอยู่ เมื่อเห็นว่าอวิ๋นซูไม่ตอบ นางก็รีบลุกขึ้นยืน “ข้าค่อนข้างล้าแล้ว ท่านหมอกล่าวว่าต้องพักผ่อนให้เยอะๆ เชิญเสี้ยนจู่กลับไปเถิด”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ อนุสี่ก็พักผ่อนดีๆ เถิด”
อวิ๋นซูถอยออกไปอย่างสงบ ค่อยๆ ปิดประตูห้อง ส่วนสตรีข้างโต๊ะผู้นั้นยังคงยืนอยู่ สายตาทอดมองไปยังที่ไกลๆ
นางกินยาของตนไปหลายชุด แต่ชีพจรกลับไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย นี่ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง เพียงแค่ได้รับความะเืใจจนส่งผลต่อครรภ์เท่านั้น อวิ๋นซูคิดว่าวิชาแพทย์ของตนยังไม่เลวร้ายถึงขั้นนี้ หรือว่าตนเองจะกล่าวได้ถูก นางกำลังกินยาอื่นอยู่?
แต่จุดประสงค์ที่ทำเช่นนี้คืออะไรกันแน่ หรือว่านางไม่อยากให้ร่างกายของตนดีขึ้นเร็วนัก?
ไม่ไกลมีเสียงหัวเราะดังขึ้น อวิ๋นซูมองตามไป เฉิงซีตื่นเช้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้นอย่างเอ็นดู ในสมองพลันสว่างวาบ หรือจะกล่าวว่าอนุสี่ผู้นี้มีความคิดเหมือนกับเฉิงซี ้าอ้างเหตุผลทางด้านสุขภาพของตนเพื่อให้นายท่านรองกลับมามองนางสักครั้ง
หากเป็เช่นนี้จริง นางย่อมไม่้าให้สุขภาพของตนดีขึ้นเร็วนัก แต่ถึงขั้นไม่สนใจเด็กในท้องเช่นนี้ ช่างเหลวไหลเกินไปแล้ว!
“คุณชาย ช้าลงหน่อย อย่าวิ่งเร็วขนาดนั้นสิเ้าคะ ประเดี๋ยวจะล้มาเ็เอาเ้าค่ะ!” ลวี่หลัววิ่งตามมาข้างหลัง เสียงฝีเท้าอันรวดเร็วของหลิ่วเฉิงซีทะยานผ่านเรือนของอนุสี่ไป ทันใดนั้นมีเสียงประตูเปิดออก ปรากฏใบหน้าท่าทางมืดครึ้มของคนผู้หนึ่ง
ภายในศาลา
เห็นหลิ่วเฉิงซีที่วันนี้ดูจริงจังเป็พิเศษ อาจารย์จึงยิ้มอย่างปลาบปลื้มใจ หาได้ยากยิ่งที่คุณชายจะมาแต่เช้า ทำให้อาจารย์ที่กำลังสอนอยู่ใไม่น้อย จากนั้นได้ยินเสียงสาวใช้ที่ผ่านทางมาบริเวณสวนดอกไม้พูดคุยกัน ที่แท้นายท่านกลับจวนมาแล้ว เขาจึงเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดระยะนี้คุณชายจึงไม่ดื้อรั้นเช่นเดิม
“ท่านอาจารย์ขอรับ บทเรียนวันนี้ข้าทำเสร็จหมดแล้ว ข้าไปเร็วหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?” หลิ่วเฉิงซีเบิกตากว้างมองไปด้วยความคาดหวังเต็มหัวใจ เขาอยากจะไปหาท่านพ่อเร็วๆ ให้ท่านพ่อสอนตนเองวางหมาก
ท่านอาจารย์ยิ้มแล้วจึงอนุญาต พลันคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “คุณชายทบทวนอยู่ที่นี่อย่างสบายใจไปก่อน อาจารย์ไปสักครู่ เดี๋ยวกลับมา”
หลิ่วเฉิงซีก้มหน้าลง ไม่นาน เงาร่างสีเข้มสายหนึ่งประทับอยู่บนหนังสือของเขา “ท่านอาจารย์ เหตุใดจึงกลับมาเร็ว...เหตุใดจึงเป็เ้า?!”
