เหลยซื่อหยัดกายขึ้นนั่งบนพื้น มือกุมซีกหน้าที่ถูกตบจนแสบร้อน นางมิอาจระงับน้ำตาที่หางตาได้อีก “ท่านโหว เหตุใดจึงได้...เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ?”
“เ้าทำเื่งามหน้าอะไรไว้ยังต้องให้ข้าบอกอีกหรือ?” ชางหรงโหวสีหน้าดำมืด สายตาราวกับจะจับเหลยซื่อกินทั้งเป็
เหลยซื่อที่นั่งอยู่บนพื้นสั่นระริกไม่หยุด นางส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต “ไม่ใช่ ข้าไม่ได้...ตกลงข้าทำเื่อะไรกันแน่เ้าคะ?”
“พูดมา! ของที่ให้ข้ากินหลายวันมานี้คืออะไร!” ดูท่านางไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเสียแล้ว!
เมื่อได้ยินดังนั้นร่างกายก็ยิ่งสั่น นางมองชางหรงโหวอย่างหวาดกลัว หรือท่านโหวจะทราบ? เป็ไปไม่ได้ เื่นี้นางกระทำอย่างเป็ความลับ จะเปิดเผยออกไปได้อย่างไร
อวิ๋นซูและอนุห้าได้ยินเสียงจึงตามเข้ามา พวกนางเห็นเหลยซื่อนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นด้วยสีหน้าจนตรอก จึงได้แต่ยืนอยู่หลังชางหรงโหวโดยไม่กล่าวอะไร
ดวงตาของเหลยซื่อวาววับมองปราดไปยังอวิ๋นซู เห็นท่าทางของนางเรียบเฉยราวกับไม่มีเื่ใดที่สามารถสร้างผลกระทบให้แก่นางได้ ทว่าสายตาของนางฉายแววสุกสกาวออกมารางๆ ดูคล้ายกับกำลังยิ้มเยาะตน คล้ายกับเสียดาย เหลยซื่อพลันโมโห นังสารเลวนี่ถึงกับกล้าหัวเราะเยาะนางหรือ?
“ท่านโหว ท่านโหวอย่าฟังคำพูดของผู้อื่นข้างเดียวนะเ้าคะ ใจที่ข้ามีต่อท่าน ท่านย่อมทราบดี หากข้ากล้าวางแผนทำร้ายท่านโหว เช่นนั้นก็ขอให้ข้าไม่ได้ตายดี ขอให้ฟ้าผ่าตาย! ฮือๆ ท่านโหวได้โปรดเชื่อว่าภรรยาของท่านจะไม่ทำเื่ที่ไม่ดีต่อท่านเป็อันขาด!” เหลยซื่อกัดฟันแน่น ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่ยอมรับ
“เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว เ้ายังไม่ยอมรับผิดอีก?! เด็กๆ โบยนางเดี๋ยวนี้!” ชางหรงโหวโกรธยิ่งนัก เมื่อกล่าวจบก็มีข้ารับใช้สองนายเดินเข้ามาจากข้างนอก ในมือถือไม้กระบองมาด้วย
เหลยซื่อไม่อยากจะเชื่อหูของตน จะอย่างไรนางก็เป็มารดาที่เป็ภรรยาเอกของจวนโหวแห่งนี้ ท่านโหวถึงกับลงโทษโบยนางที่นี่เชียวหรือ?!
อย่างไรก็ตามไม่รอให้นางมีเวลาได้คิดใคร่ครวญ กระบองหนักๆ ก็ฟาดลงมา พริบตานั้นความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่าง เหลยซื่อที่ไม่เคยพบความลำบากมาโดยตลอดจะเคยได้รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้ได้อย่างไรกัน นางเ็ปจนทรุดลงกับพื้นทั้งยังร้องไห้ขอความเมตตา ในใจยิ่งหวาดผวา หลายปีมานี้ท่านโหวไม่เคยโกรธตนเช่นนี้มาก่อน
ไม่ว่านางจะร้องขอความเมตตาอย่างไร ชางหรงโหวยังคงใจแข็งดังเหล็กกล้า ไม่หวั่นไหวเพื่อนางเลยแม้แต่น้อย
เื่ทางด้านนี้ของเหลยซื่อไปถึงหูของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าในเวลาไม่นาน นางลุกขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?!”
ท่านแม่ทำอะไรท่านพ่อถึงได้มีโทสะถึงเพียงนี้? นางรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนไผ่อย่างร้อนรน ยังไม่ทันได้เข้าไปก็ได้ยินเสียงเหลยซื่อร้องอย่างน่าสังเวช รวมไปถึงเสียงกระบองไม้ฟาดกระทบดังมาเบาๆ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใจสั่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หลายวันนี้มิใช่ว่ายังดีอยู่เลยหรือ เหตุใดวันนี้จึงได้เปลี่ยนเป็เช่นนี้ได้?
มิอาจใคร่ครวญอะไรให้มากความ นางรีบเดินเข้าไปในเรือนของอวิ๋นซูราวกับโผบิน ทว่าเพียงเข้าไปก็ถูกภาพตรงหน้าทำให้ตกตะลึง ข้ารับใช้สองคนกดแขนขาทั้งสี่ของเหลยซื่อเอาไว้ อีกสองคนถือกระบองในมือฟาดลงไปอย่างรุนแรง ทุกไม้ที่ตีลงไป เหลยซื่อเ็ปจนต้องกรีดร้องออกมา
“ท่านพ่อเ้าคะ ได้โปรดปล่อยท่านแม่เถิด หลายปีมานี้ท่านแม่ทุ่มเทจิตใจเพื่อจวนโหวไปไม่น้อย วันนี้ท่านแม่ทำอะไรผิดกันแน่ท่านจึงได้โกรธถึงเพียงนี้?”
“ถามมารดาของเ้าสิ!” ชางหรงโหวแค่นเสียงเย็นท่าทางไม่รู้สึกสะทกสะท้าน
“ท่านพ่อโปรดหยุดลงโทษท่านแม่ก่อนเถิดเ้าค่ะ มีเื่อะไรพวกเราหารือกันดีๆ เถิด หากโบยต่อไปเช่นนี้ ท่านแม่จะรับไม่ไหว ท่านพ่อได้โปรดเห็นแก่ความสัมพันธ์สามีภรรยา ละเว้นท่านแม่เถิดเ้าค่ะ”
“ความสัมพันธ์สามีภรรยาหรือ?” ชางหรงโหวยิ้มเย็น ยื่นมือออกไปส่งสัญญาณให้ข้ารับใช้หยุดมือ
เห็นท่านโหวมีท่าทางยอมถอย หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงรีบเข้าไปกอดเหลยซื่อที่มีใบหน้าหวาดกลัว “ท่านแม่ ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ?”
เหลยซื่อร้องไห้สะอึกสะอื้น กล่าวอย่างรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรม “บิดาของเ้าสงสัยว่าข้าทำร้ายเขา”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้ยินพลันโต้แย้งขึ้นมาในทันที “จะเป็ไปได้อย่างไรเ้าคะ? ท่านแม่เคารพท่านพ่อมากมายเพียงใด ยามปกติล้วนดีกับท่านพ่อทุกอย่าง จะไปทำร้ายท่านพ่อได้อย่างไรกันเ้าคะ นี่จะต้องมีการใส่ร้ายกันแน่เ้าค่ะ”
สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองสำรวจไปในห้อง เห็นอวิ๋นซูยืนอย่างเรียบเฉยอยู่ด้านหนึ่งจึงไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป ยกมือขึ้นมาชี้ไปทางนางอย่างดุดัน “ต้องเป็นางแน่! ท่านพ่อเ้าคะ ปกติน้องหกก็ไม่เคารพท่านแม่มาตลอด ครั้งนี้เป็เพราะน้องหกกล่าวอะไรใช่หรือไม่ ท่านพ่อจึงได้เข้าใจผิด? น้องหกนางเ้าเล่ห์เพทุบาย จะต้องคิดแผนชั่วอะไรมาใส่ร้ายท่านแม่แน่!”
“ท่านโหว ข้าไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เ้าค่ะ...” เหลยซื่อเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวออกมาพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ฮึ ความตายมาถึงตัวแล้ว เ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีก!” ชางหรงโหวเืลมพลุ่งพล่าน หน้าอกของเขากระเพื่อมอย่างรุนแรง “เด็กๆ นำยาที่ฮูหยินให้ข้าเข้ามา แล้วไปเชิญท่านหมอมาสองคน”
กล่าวจบข้ารับใช้ก็ออกไปจากห้อง ผ่านไปไม่นาน ท่านหมอสองคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในจวนโหวได้เข้ามาตรวจสอบยาที่ถูกส่งไปให้
เวลาทุกชั่วขณะที่ผ่านไป ทุกคน ณ ที่นี้ต่างหายใจลำบาก โดยเฉพาะหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและเหลยซื่อ
เหลยซื่อที่อยู่ในอ้อมกอดของหลิวอวิ๋นฮว๋าสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ทั้งยังมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาไม่หยุด
ทันใดนั้น ท่านหมอทั้งสองนำเข็มเงินที่จิ้มลงไปในถ้วยขึ้นมาพร้อมหัน สีหน้าเคร่งขรึมทั้งยังท่าทางแปลกประหลาด
“พูด” ชางหรงโหวกล่าวเสียงเย็น สายตาเ็าตวัดมองไปยังใบหน้าเหลยซื่อราวกับ้ากรีดให้เนื้อหนังของนางมีเืไหลออกมา
“เรียนท่านโหว ในยานี้มีพิษแฝงอยู่ขอรับ” หมอคนหนึ่งยืนขึ้นกล่าวออกมา
“พิษอะไร? กล่าวให้นางฟังชัดๆ เสียหน่อย”
“เป็พิษที่ใช้แล้วทำให้ไม่เหน็ดเหนื่อยกับกิจกรรมในห้อง ทว่ากลับทำร้ายร่างกายของบุรุษ พิษนี้หากใช้เป็เวลานานเกรงว่า...”
ท่านหมอยังไม่ทันกล่าวจบ ทว่าความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดก็เข้าใจได้ง่ายยิ่งนัก
เมื่อเห็นว่าเื่ของตนถูกเปิดเผย ใบหน้าของเหลยซื่อพลันขาวซีด ไม่อาจใช้ข้ออ้างใดๆ มาแก้ต่างได้อีก
ชางหรงโหวมองสตรีที่ทำให้ผู้คนชิงชังบนพื้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ คำพูดแฝงไปด้วยโทสะอย่างยิ่งยวด “ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังไม่ยอมรับอีกหรือ?”
เหลยซื่อตัวสั่น รีบคุกเข่าโขกศีรษะ “ท่านโหวเ้าคะ ครั้งนี้ให้อภัยข้าเถิด เป็เพราะข้ารักท่านจึงได้เลอะเลือนทำเื่โง่งม...ทว่าเื่นี้ไม่ได้มีเพียงข้าที่ทำ อนุห้าเองก็เคยใช้ยานี้เ้าค่ะ”
ชางหรงโหวหัวเราะเสียงเย็น “ไร้สาระ แต่ไหนแต่ไรมาท่านโหวอย่างข้าไม่เคยดื่มของใดๆ ที่นางต้มเลยสักครั้ง!”
สตรีผู้นี้ ความตายอยู่ตรงหน้าแล้วยังคิดจะใส่ร้ายผู้อื่นอีก ช่างอำมหิตยิ่ง!
เหลยซื่อตกตะลึง ยังอยากจะโต้แย้ง ทว่าได้ยินเสียงเย็นะเืดังขึ้นเหนือศีรษะขอนางเสียก่อน “เด็กๆ ตบปาก! ดูสิว่านางยังจะกล้าพูดจาไร้สาระอีกหรือไม่”
ข้ารับใช้สองนายได้รับคำสั่งจึงเดินมาเบื้องหน้า กันหลิ่วอวิ๋นฮว๋าให้ออกไป จับร่างของเหลยซื่อไว้แล้วตบไปที่หน้า
เหลยซื่อถูกตบจนตาพร่า นิ่งอยู่กับพื้นในสภาพเสื้อผ้าหน้าผมไม่เรียบร้อยนัก ปล่อยให้ข้ารับใช้ทั้งสองตบหน้านางอย่างรุนแรงต่อไป
“ท่านพ่อ อย่า...ท่านแม่! ท่านแม่!” หล่วอวิ๋นฮว๋าถูกตรึงเอาไว้ นางมองไปยังอวิ๋นซูด้วยสายตาเคียดแค้น ทั้งหมดเป็เพราะนังสารเลว! เป็เพราะนาง!
มุมมปากของเหลยซื่อมีเืซึมออกมา ทว่าการกระทำของข้ารับใช้ทั้งสองกลับไม่มีท่าทีจะหยุดเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เอง นอกเรือนพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ฮูหยินอยู่ที่ใด? ข้าเป็คนของจวนแม่ทัพเวยหย่วน!”
ไม่นานหลังจากเสียงนี้ดังขึ้น ทุกคนเห็นเงาร่างกำยำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ประตู
คนผู้นั้นสวมเกราะ ผิวดำคล้ำ ใบหน้าดุดันเ็า ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
ชางหรงโหวเห็นผู้มาเยือน พลันกวาดตามองเหลยซื่อที่มีสภาพย่ำแย่บนพื้นด้วยแววตาคมกริบ เรียกคนมาประจานตนเองเร็วเช่นนี้เชียว? รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแปลกประหลาด “ที่แท้ก็เป็คนจากจวนท่านแม่ทัพ”
หลิวอวิ๋นฮว๋าถือโอกาสนี้มองไปยังใบหน้าน่าอนาถของมารดาตน พลันโถมตัวเข้าไป “ท่านแม่! ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่เ้าคะ?”
นายทหารผู้นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่เห็นสิ่งใด “ฮูหยินผู้เฒ่าให้ข้าน้อยมาส่งข่าวให้ท่านโหว นางไม่ได้พบคุณหนูและฮูหยินนานแล้ว วันนี้จึงให้ข้าน้อยมาพาฮูหยินและคุณหนูกลับจวนแม่ทัพ เพื่อให้ครอบครัวพร้อมหน้า!”
น้ำเสียงของเขาไม่มีพิรุธใดๆ ทั้งร่างมีความหยิ่งผยองดังเช่นที่คนของจวนแม่ทัพควรมี
ชางหรงโหวได้ยิน ดวงตาดุดันพลันเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน เขาแย้มยิ้มทว่าไปไม่ถึงดวงตา “ในเมื่อฮูหยินท่านแม่ทัพเวยหหย่วนกล่าวเช่นนี้ ข้าก็ไม่ปฏิเสธ”
กล่าวจบ ทหารผู้นั้นพลันส่งสายตาให้บ่าวไพร่ จึงมีคนเข้ามาประคองหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและเหลยซื่อขึ้น
ก่อนออกเดินทาง ทหารผู้นั้นหันมากล่าวทักทายสองสามประโยค ก่อนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ชางหรงโหวสูดหายใจลึก โทสะที่อดกลั้นเอาไว้ราวกับจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ อนุห้าลังเลครู่หนึ่งจึงเดินเข้าไปจัดอาภรณ์ให้เขาอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล “ท่านโหวเ้าคะ อย่าได้โกรธจนทำร้ายสุขภาพตนเองเลยเ้าค่ะ”
ชางหรงโหวเงยหน้ามองใบหน้างดงามเปี่ยมด้วยจรรยา กล้ามเนื้ออันตึงแน่นค่อยๆ ผ่อนคลายลง แววตามีความอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย “ทำให้เ้าได้รับความอยุติธรรมแล้ว!”
อนุห้าส่ายศีรษะ “ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ เพียงแต่เป็ห่วงสุขภาพของท่านโหว”
“เ้าเองก็เช่นกัน อย่าได้ออกมาเดินเช่นนี้อีก ต้องระวังเด็กในท้องให้ดี ได้ยินท่านหมอกล่าวว่าจิตใจที่สงบจะช่วยบำรุงครรภ์” เหลยซื่อทำให้เขาผิดหวังยิ่งนัก ดังนั้นความอ่อนโยนที่ชางหรงโหวมีต่ออนุห้าในวันนี้จึงเจือไปด้วยความรักใคร่ทะนุถนอมอยู่หลายส่วน
เขาหันไปมองอวิ๋นซู คิ้วยังคงขมวดแน่น “ซูเอ๋อร์ เ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลเื่ต่างๆ ของอนุห้า ดูแลนางให้ดี”
อวิ๋นซูพยักหน้า “เ้าค่ะ ท่านพ่อ”
ชางหรงโหวมองไปยังทิศทางที่เหลยซื่อถูกพาตัวไปพลางสูดหายใจลึก ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
เห็นเงาร่างเดินไปไกล อวิ๋นซูและอนุห้าสบตากัน มีเพียงคนทั้งคู่ที่รู้
“คุณหนูหก ของที่ท่านโหวกินพวกนั้น...”
“อี๋เหนียงวางใจเถิด ยาที่ข้าให้เป็ยาที่ใช้บำรุงร่างกายตามปกติ มีเพียงแค่ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้สับเปลี่ยนยาที่ท่านพ่อทาน แต่ปริมาณยานี้น้อยนัก ไม่อาจทำร้ายสุขภาพของท่านพ่อได้” อวิ๋นซูยังคงปิดบังอยู่ส่วนหนึ่ง สิ่งที่ชางหรงโหวได้ทานในยามปกตินั้นมิใช่เพียงยาบำรุง ยังมียาเสน่ห์ผสมอยู่เล็กน้อย ด้วยเหตุนี้หลายวันมานี้เขาจึงค้างที่เรือนเหลยซื่อตลอด
นางเคยกล่าวไว้แล้ว จะไม่ยินยอมให้ผู้ใดมาขัดขวางเส้นทางล้างแค้น เหลยซื่อวางแผนทำร้ายนางครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้นับว่าเป็ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น!
