เย่ฝานอยู่ในห้องหลอมโอสถชั้นใต้ดิน เขาโยนไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์ลงในเตาหลอมโอสถ และยังเพิ่มสมุนไพรจีนเข้าไปอีกหลายชนิด
ไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์ในเตาหลอมโอสถทำปฏิกิริยากับสมุนไพรจีนหลายชนิด มันค่อยๆ หลอมละลายเป็ของเหลว ทันใดนั้นไอเย็นระลอกหนึ่งก็แผ่ซ่าน ฝาผนังของห้องหลอมโอสถพลันเกิดน้ำค้างแข็งเกาะตัวเป็ชั้นๆ
เย่ฝานเพิ่มพลังเพลิงให้สูงขึ้น เปลวไฟใต้เตาหลอมโอสถพลันลุกโชติ่
ทว่าอุณหภูมิในห้องนั้นกลับต่ำลงหลายองศา
วัยรุ่นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะของหมู่บ้านซินเยวี่ย
“นี่ เธอว่าไหม อุณหภูมิในสวนนี่ลดลงไปหลายองศาเลยนะ?” หญิงสาวอดพูดไม่ได้
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันก็หนาวเหมือนกัน”
“ฉันรู้สึกว่าตอนที่เราอยู่ด้านนอก อากาศไม่ได้หนาวขนาดนี้นะ! ”
ชายหนุ่มลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “ฉันได้ยินมาว่า หมู่บ้านของเรามักมีภูตผีออกมาหลอกผู้คน! ่ก่อนนะ! สภาพอากาศของสถานที่อื่นๆ ปลอดโปร่งดี แต่หมู่บ้านของเรากลับมีเสียงฟ้าร้อง!
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดอย่างเข้าใจ “ที่นี่ฟังดูพิศวงขนาดนี้ เธอไม่คิดจะเปลี่ยนที่อยู่บ้างเหรอ?”
ชายหนุ่มยักไหล่ “คฤหาสน์ในหมู่บ้านนี้ใช่ว่าจะขายได้ง่ายๆ! ราคาบ้านในตอนนี้ก็สูงขึ้นขนาดนั้น จะเปลี่ยนที่อยู่ก็คงลำบากไม่น้อย อีกอย่าง ไป๋อวิ๋นซีก็อาศัยอยู่ที่นี่ คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้หลายคนต่างไม่ยอมย้ายจากที่นี่ เพราะเผื่อจะโชคดีได้เห็นคุณชายสามตระกูลไป๋ชัดๆ”
หญิงสาวมองคฤหาสน์หลังที่สิบแปด “ฉันรู้สึกว่าข้างคฤหาสน์หลังนี้เหมือนจะหนาวที่สุด”
“ก็คือคฤหาสน์หลังนี้ไง เดิมทีเป็บ้านผีสิง คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ถ้าไม่ตาย ก็ต้องใจนขวัญกระเจิง ว่ากันว่าบ้านหลังนี้เชื่อมต่อกับนรกชั้นสิบแปด ไม่มีใครกล้าซื้อไว้เลย แต่ตอนนี้มีคนเข้าไปอยู่แล้ว เขาคือเย่ฝานคนนั้นไง ได้ยินว่าเขาเป็ปรมาจารย์ จึงไม่กลัวภูตผี” ชายหนุ่มเล่า
เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดถึงเย่ฝาน หญิงสาวก็ตื่นเต้น “ฉันรู้จักเย่ฝานคนนี้ เมื่อก่อนมีกลุ่มแฟนคลับมาหาเื่เขา แต่กลับโดนผีอำพรางตา! แล้วยังมีข่าวลือว่าเขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศ ่นั้นข่าวของเขากลายเป็ประเด็นร้อน แต่่นี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวคราวเลย ได้ยินว่าเขาออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว บางคนก็บอกว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้มีความสามารถพิเศษใดๆ เลย ทั้งหมดเป็เพียงการโปรโมตละครที่เกินความจริง”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็ปม “ความจริงเป็ยังไงฉันเองก็ไม่อาจรู้ แต่ว่าเย่ฝานเป็คนที่ลึกลับมาก”
“เขาก็ต้องลึกลับน่าพิศวง ถ้าไม่เช่นนั้นคุณปู่บ้านตระกูลไป๋ท่านนั้น จะยอมให้หลานชายหมั้นกับเขาได้ยังไงกัน!” หญิงสาวกล่าว
ระหว่างที่คู่รักวัยรุ่นกำลังพูดคุยกัน รถหรูคันหนึ่งก็แล่นมาจอดหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์
ไป๋อวิ๋นจิ่นพาสวีหยวนชิงและมู่เหลียนผิงเดินเข้าไปถึงประตูใหญ่
“คุณชายใหญ่ ประตูใหญ่ใส่กลอนครับ เหมือนกับไม่มีคนอยู่!” สวีหยวนชิงกล่าว
ไป๋อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าพลางพูด “ไม่น่าใช่นะครับ! ก่อนที่ผมจะมา ได้ถามอวิ๋นซีแล้ว เขาบอกว่าเย่ฝานน่าจะอยู่ที่บ้านครับ”
“อุณหภูมิที่นี่ผิดปกติ” มู่เหลียนผิงเอ่ย
พอมู่เหลียนผิงเอ่ยขึ้น ไป๋อวิ๋นจิ่นก็รู้สึกว่ารอบๆ คฤหาสน์เย็นกว่าปกติ
“เหมือนกับจะมีกลิ่นหอมลอยมา กลิ่นนี้น่าจะเป็กลิ่นอายของโอสถ พวกเรารออยู่ตรงนี้สักครู่เถอะ บางทีคุณชายเย่อาจจะกำลังหลอมโอสถอยู่ หากเข้าไปจะเป็การรบกวนเขาได้” มู่เหลียนผิงพูด
สวีหยวนชิงรีบพูดขึ้นว่า “นักปรุงยาเวลาหลอมโอสถจะกลัวถูกรบกวนที่สุด พวกเราคอยอยู่ตรงนี้สักครู่ก็แล้วกัน”
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้จึงรับคำ “ได้ครับ”
มู่เหลียนผิงหลับตาลงดูดซับฤทธิ์ยาที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูอากาศ
“อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เย่ฝานกำลังหลอมโอสถอยู่จริงๆ ด้วย เวลาที่หลอมโอสถ ต้องใช้ไฟในการหลอมไม่ใช่หรือครับ! แต่ทำไมกลับหนาวขนาดนี้ได้?” ไป๋อวิ๋นจิ่นกล่าวพร้อมกับหดเกร็งร่างกาย
สวีหยวนชิงหัวเราะ แล้วอธิบายว่า “ในส่วนผสมของโอสถคงมีโอสถธาตุเย็นอยู่ด้วย เวลาหลอมโอสถเลยทำให้อุณหภูมิลดลง”
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้เอง”
สวีหยวนชิงแย้มยิ้ม เขาเองก็เคยเจอบันทึกเกี่ยวกับโอสถธาตุเย็นในหนังสือโบราณ เขารู้ว่าเวลาหลอมโอสถบางชนิดจะทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลง แต่เป็การลดลงที่เบาบางกว่านี้
“จะเป็น้ำแข็งอยู่แล้ว” ไป๋อวิ๋นจิ่นเอ่ย
สวีหยวนชิง “…”
กลิ่นหอมของโอสถที่ฟุ้งกระจายเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มู่เหลียนผิงรู้สึกว่าการหลอมโอสถของเย่ฝานในครั้งนี้มีประโยชน์สำหรับเขาไม่น้อย
การลดต่ำลงของอุณหภูมิยุติลงในทันใด อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นักพรตสวีครับ การหลอมโอสถเสร็จสิ้นแล้วหรือครับ?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
……...........................................................................................
ไป๋อวิ๋นจิ่นและคนอื่นๆ รออยู่ครู่หนึ่ง แล้วกดกริ่งหน้าบ้าน
เย่ฝานหลอมโอสถเสร็จเดินออกมาด้านนอก ก็เห็นไป๋อวิ๋นจิ่นและคนอื่นๆ ยืนรออยู่หน้าประตูบ้าน “พี่ใหญ่ ทำไมถึงมาได้ครับเนี่ย”
“นักพรตสวีและคุณชายมู่มีเื่อยากคุยกับนายสักหน่อย”
มู่เหลียนผิงถามด้วยเสียงเคร่งขรึม “คุณชายเย่ ขอรบกวนเวลาคุยกับคุณหน่อยได้ไหมครับ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “ได้สิ!”
ถึงเย่ฝานจะคิดว่าไม่จำเป็ แต่เขาก็พามู่เหลียนผิงไปยังห้องลับใต้ดิน
“มีเื่อะไรเหรอ?” เย่ฝานถาม
“เมื่อสามวันก่อน ผู้าุโบ้านตระกูลหยางร่วมมือกับตระกูลวิทยายุทธ์โบราณ และตระกูลของทหาร มาที่บ้านตระกูลมู่ของพวกเรา มาพูดคุกคามและบีบบังคับให้พวกเรามอบต้นผลอัคคีวิเศษให้พวกเขา” มู่เหลียนผิงเล่าด้วยสีหน้าย่ำแย่
เย่ฝานพูดอย่างคิดไม่ถึง “พวกเขาทำขนาดนั้นเลยเหรอ! ่ก่อนฉันได้ยินจางเซวียนบอกว่า บ้านตระกูลหยางเลิกล้มความคิดนี้ไปแล้วนี่”
“บ้านตระกูลหยางไม่มีวันล้มเลิกความคิดนี้หรอกครับ” เื่ที่บ้านตระกูลหยางอยากได้ต้นผลอัคคีวิเศษไป ไม่ใช่เื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น คราวก่อนที่หยางเชียนซันกลายเป็คนพิการ พวกเขาจำเป็ต้องพักเื่นี้ไว้ชั่วคราว แต่หลังจากที่หยางหงจิ่นฝึกวรยุทธ์ขั้นแปดสำเร็จ บ้านตระกูลหยางก็กลับมาผงาดอีกครั้ง
การฝึกวรยุทธ์ของผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ หากฝึกในระดับที่สูงขึ้นจะยิ่งลำบากมากขึ้น ทุกครั้งที่คิดจะพัฒนาวรยุทธ์ให้สูงขึ้นอีกขั้น การฝึกฝนก็จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก เช่นเดียวกับพลังความสามารถที่จะบังเกิดขึ้นในแต่ละขั้น ก็จะแตกต่างกันเป็ทวีคูณ
ระดับวรยุทธ์ขั้นแปดเชียวนะ! ผู้ที่มีระดับวรยุทธ์สูงสุดในบ้านตระกูลมู่ ก็คือท่านผู้นำตระกูล ซึ่งสำเร็จเพียงวรยุทธ์ขั้นเจ็ด
คนบ้านตระกูลหยางหยิ่งผยองจนเป็นิสัย ขนาดหยางเชียนซันกลายเป็คนพิกลพิการไปแล้ว แต่พวกเขากลับวางแผนแก้แค้นอย่างเดียว ที่หยางหงจิ่นฝึกฝนจนสำเร็จวรยุทธ์ระดับแปดมานั้น แน่นอนว่าเขา้าจะกู้หน้าตระกูลหยางกลับมา
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเปล่งเสียง “อ่อ” พลางคิดในใจ “ก็แค่ต้นผลอัคคีวิเศษต้นเดียว มีแต่ผู้ที่มีรากิญญาธาตุไฟเท่านั้นถึงจะใช้ประโยชน์จากมันได้ เหตุใดต้องแย่งชิงกันถึงเพียงนี้”
“งั้นที่นายมาหาฉัน ก็เพราะอยากจะให้ฉันช่วยเหรอ”
มู่เหลียนผิงนำห่อผ้าที่พกติดตัวออกมา ในนั้นมีกล่องที่ทำจากหยก มู่เหลียนผิงเปิดกล่องออก เย่ฝานได้เห็นผลอัคคีวิเศษทั้งหมดหกผล
เย่ฝานกะพริบตา แล้วนึกในใจว่า ทรัพย์สินของบ้านตระกูลมู่ไม่น้อยเลยจริงๆ! เขารู้ว่านี้คือสมบัติที่ผู้าุโตระกูลมู่เก็บซ่อนไว้ ทว่าผลอัคคีวิเศษหกผลนี้ มันคงเป็ทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายของบ้านตระกูลมู่แล้ว
หลังจากผลอัคคีวิเศษสุกงอม มันจะร่วงลงมาเอง ระยะเวลากว่าที่ผลอัคคีวิเศษจะสุกจะมีทั้งสั้นและยาว เร็วที่สุดจะใช้เวลาประมาณสามถึงห้าปี แต่ส่วนมากล้วนใช้เวลาเป็สิบปีจึงจะสุกงอม แต่ก็มีผลที่มีความพิเศษซึ่งต้องรอถึงร้อยปีจึงจะสุกงอม
ระยะเวลาที่สุกงอมไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณภาพจึงต่างกัน เย่ฝานพบว่าในผลอัคคีวิเศษหกผล มีผลหนึ่งที่มีประวัติมาสามร้อยปีแล้ว ผลอัคคีวิเศษลักษณะนี้จะมีคุณค่ากว่าผลอัคคีวิเศษธรรมดาเป็สิบๆ ผลเสียอีก
ผลอัคคีวิเศษอายุหลายร้อยปีเป็ของหายากมาก หากไม่ได้ตกอยู่ในภาวะคับขันจริงๆ คาดว่าบ้านตระกูลมู่ไม่มีทางนำออกมาแน่นอน
“คุณชายเย่ บ้านตระกูลมู่เก็บสะสมผลอัคคีวิเศษมาหลายปี ผลอัคคีวิเศษทั้งหกผลนี้ ผมอยากจะเอามาแลกกับโอสถวิเศษและของวิเศษของคุณ” มู่เหลียนผิงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้า เขาคาดว่าบ้านตระกูลมู่น่าจะวางแผนตระเตรียมอาวุธให้ครบมือ หมดทางล่าถอย ต้องสู้ตายอย่างเดียวเท่านั้น
“ได้สิ นายใจกว้างให้ผลตอบแทนที่มีค่าขนาดนี้ ฉันก็จะไม่ใจแคบเหมือนกัน” เย่ฝานหัวเราะแล้วกล่าวอย่างมีไมตรี
สวีหยวนชิงถามด้วยความสงสัย “คุณชายเย่ เมื่อครู่กำลังปรุงโอสถอะไรอยู่เหรอ?”
เย่ฝานหยิบโอสถออกมาหนึ่งขวด แล้วตอบว่า “อ๋อ มันก็คือโอสถขวดนี้ครับ ผมปรุงโอสถไว้ให้อวิ๋นซี”
ไป๋อวิ๋นซีมีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์และร่างเทียนหยินแฝงอยู่ ถือว่าเป็ต้นกล้าของการฝึกฝนวิทยายุทธ์ธาตุเย็น หากจะต่อกรกับอาการร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์ปะทุ หากจะให้ซ่อนตัวไปวันๆ ก็ไม่ได้ จึงต้องหาวิธีใช้ประโยชน์และควบคุมร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์เอาไว้ จึงจะเป็วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
สวีหยวนชิงหัวเราะ “คุณชายเย่ดีกับคุณชายไป๋มากเลยนะ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ย “แน่นอนอยู่แล้วครับ ก็อวิ๋นซีเป็ภรรยาของผมนี่”
สวีหยวนชิงอดเอ่ยปากไม่ได้ “คุณชายเย่ โอสถตัวนั้นแบ่งออกมาสักสองเม็ดจะได้ไหม...”
เย่ฝานกวาดตามองมู่เหลียนผิง “ได้สิครับ”
เย่ฝานคิดในใจว่า ยังไงโอสถตัวนี้อวิ๋นซีก็ไม่สามารถใช้มากเกินไปได้ หากพลังพุ่งเร็วเกินไป อาจกระตุ้นให้ร่างกายปะทุอีกเป็ครั้งที่สอง
ส่วนตัวเขาเองก็ไม่สามารถใช้มากไปเช่นกัน มีอวิ๋นซีเป็คู่บำเพ็ญตนร่วมกับเขา ทำให้เคล็ดวิชาปราณน้ำแข็งของเขารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาพลังปราณอัคคี ไม่เช่นนั้นเขาจะรับไอเย็นบนตัวของอวิ๋นซีไม่ไหว
สวีหยวนชิงมองเย่ฝาน แล้วเอ่ยว่า “คุณชายเย่ ทักษะการปรุงยาของเธอ พัฒนาไปอีกขั้นแล้วนะ!”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ใช่แล้วครับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีสมุนไพรวิเศษที่เพียงพอต่อการฝึกปรือ ถ้าเป็แบบนี้ทักษะการปรุงยาของผมก็อาจจะย่ำอยู่กับที่! ดูท่าทางแล้ว บางทีผมคงต้องออกทะเลให้เร็วขึ้น คิดว่าคนไร้ความสามารถพวกนั้นคงไม่มีวันหาูเาเซียนเจอ”
เย่ฝานคาดว่าูเาเซียนน่าจะอยู่ในเขตแดนของข่ายอาคมบางอย่างที่มีคนตั้งไว้ หากไม่มีใครไปทำลายข่ายอาคมนั่น ต่อให้เดินเรือไปใกลู้เาเซียนแค่ไหน ก็ไม่มีวันเจอแน่นอน
สวีหยวนชิง “…” คนไร้ความสามารถงั้นเหรอ!
……....................................................................................
ณ บ้านตระกูลมู่
พอมู่เหลียนผิงกลับถึงบ้าน ก็ได้รับการต้อนรับจากลูกหลานของตระกูล
“เหลียนผิง ในที่สุดนายก็กลับมา ท่านผู้าุโรอนายอยู่นานแล้ว ได้ของกลับมาไหม?” มู่สืออวี้ซักถาม
มู่เหลียนผิงพยักหน้าตอบ “ผมได้ของมาแล้ว”
มู่สืออวี้พูดด้วยความตื่นเต้น “เยี่ยมไปเลย หากมีโอสถวิเศษจำนวนนี้ ท่านผู้นำตระกูลจะสามารถทะลวงวรยุทธ์ขั้นแปดได้อย่างรวดเร็ว บ้านตระกูลหยางมีคนสำเร็จวรยุทธ์ขั้นแปดแค่คนเดียวก็กำเริบเสิบสานขนาดนี้ รอให้พวกเรามียอดฝีมือที่ความสามารถเสมอกัน พวกเขาคงใไม่น้อย”
มู่เหลียนผิงพยักหน้า “เอาล่ะ เอาของไปมอบให้ผู้ใหญ่กันเถอะ เย่ฝานให้โอสถพิเศษมาขวดหนึ่ง เขาบอกว่ามันหลอมมาจากผลอัคคีวิเศษ”
เดิมทีมู่เหลียนผิงอยากเอาของไปแลกกับโอสถวิเศษของเย่ฝาน แต่จำนวนโอสถมีอยู่จำกัด เขาเองก็อยากได้จำนวนมาก เย่ฝานเองก็ไม่สามารถปรุงเพิ่มในตอนนี้ได้ เย่ฝานจึงมอบโอสถเพลิงอัคคีให้เขาแทน ได้ยินว่าโอสถเพลิงอัคคีมีประสิทธิภาพกว่าโอสถวิเศษหลายเท่า
มู่เหลียนผิงฝึกเคล็ดวิชาปราณน้ำแข็ง จึงไม่สนใจโอสถตัวนี่
“โอสถตัวนี้เยี่ยมยอดไปเลย” ดวงตาของมู่สืออวี้ส่องประกายแวววาว
เมื่อมู่เหลียนผิงนำโอสถตัวนั้นออกมา มู่สืออวี้เกิดความรู้สึกราวกับระดับวรยุทธ์ของตนกำลังจะทะลวงสูงขึ้น
มู่เหลียนผิงมองปฏิกิริยาของมู่สืออวี้ก็โล่งอก หากมู่สืออวี้คิดว่ามันดี แสดงว่ามันต้องเป็ของดี
“โอสถตัวนี้ดีกว่าโอสถวิเศษจริงๆ น่ะเหรอ?” มู่เหลียนผิงถาม
“แน่นอนสิ น้องเหลียนผิง นายไม่รู้สึกเหรอ?” มู่สืออวี้ถามกลับ
มู่เหลียนผิงหัวเราะแล้วพูดว่า “พวกเราไปกันเถอะ ผู้นำตระกูลคงจะคอยแย่แล้ว”
