แน่นอนว่าหลังจากนี้เชวียหย่งเฉียงจะมีความคิดเปลี่ยนแปลงไป...เพราะต้วนชิงิจะทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็อย่างมาก
เขาพยักหน้าเล็กน้อยเอื้อนเอ่ยวาจาฉะฉาน “ลุงกับแม่ทัพต้วนนับว่าเป็คนของราชสำนัก เช่นนั้นเรียกว่า ‘ท่านลุง’ แล้วกัน ลุงจะได้เรียกเ้าว่า ‘ชิงิ’ ที่นี่ไม่มีคนนอกชิงิมีอะไรก็พูดออกมาเถอะ!”
นางยกยิ้มเล็กน้อย...สายตาที่มองมาแวบหนึ่งกับคำพูดอีกหนึ่งประโยคก็สามารถเปลี่ยนความคิดของเชวียหย่งเฉียงไปโดยสิ้นเชิงแค่ประเดี๋ยวเดียวเขาก็เรียกนางเป็คนสนิทอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าบุรุษเช่นนี้เป็คนโมเมและหยิบโหย่งอย่างแน่นอน!
ทว่าสิ่งที่นางกำลังจะเอื้อนเอ่ยวาจาต่อจากนี้นางหวังเป็อย่างยิ่งว่า เขาจะยังคงรักษาความสงบนิ่งและความสนิทสนมนั้นอยู่!ไม่แสดงท่าทีอึกอักแต่อย่างใด กลับตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบาน “ขอบพระคุณท่านลุง เป็เกียรติของหลานมาก!”
เชวียหย่งเฉียงพยักหน้าตอบรับ “เท้าของหลานาเ็ เช่นนั้นนั่งลงก่อนเถอะ!”
นางจึงขอบคุณไปอีกครั้งจึงค่อยๆ นั่งลงอย่างเชื่องช้า จากนั้นเอ่ยปากพูดอย่างอ่อนโยนเป็ที่สุด “ท่านลุง มีเื่หนึ่งไม่ทราบว่าควรถามหรือไม่ควรถามดี!”
เชวียหย่งเฉียงมองที่ตาของต้วนชิงิแวบหนึ่งด้วยอารมณ์ที่สบายใจ จึงพูดขึ้นว่า “มีอะไรก็พูดมาได้เลย!”
นางจึงพยักหน้าตอบรับ “หลานอยากทราบว่า ในจวนเชวียถ้าผลักพี่น้องตกน้ำหรือใส่ร้ายป้ายสีพี่น้องด้วยกัน ไม่ทราบว่าจะได้รับโทษอย่างไรหรือเ้าคะ?”
เขาเลิกคิ้วขึ้นมาพูดโกรธๆ“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ? ถ้ามีจะต้องใช้กฎในจวนจะต้องลงโทษอย่างหนักโดยขับออกจากจวนเชวีย!” คำพูดของเขาทำให้เชวียหนิงเชี่ยนใบหน้าถอดสีรีบหันไปมองและพิงไปที่ซานอี๋เหนียง เหมือนกำลังหาที่ปกป้อง!
ซานอี๋เหนียงโอบเชวียหนิงเชี่ยนเบาๆแต่สายตากลับมองไปยังต้วนชิงิ ดูท่าแล้วนางคงอยากออกหน้าแทนเชวียหนิงหราน?ทว่าเชวียหนิงเชี่ยนพูดไปแล้วว่า นางไม่ได้ผลักเชวียหนิงหรานตกน้ำอย่างนั้นต่อให้ต้วนชิงิพูดน้ำไหลไฟดับ ก็ไม่มีทางทำอะไรหนิงเชี่ยนได้!
เด็กสาวเคยได้ยินเสียงร่ำลือของคนตรงหน้าจึงกล่าววาจา “ท่านลุงเชวียมีความเข้มงวดอย่างมาก หลานจึงนับถืออย่างยิ่ง!”
“ฮึ” เชวียหย่งเฉียงส่งเสียงออกมาเบาๆ และไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
ถึงตอนนี้เชวียหนิงโหรวเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยพร้อมผลัดแป้งใหม่ได้เดินเข้ามาเมื่อนางเดินเข้ามาก็หันหน้าไปทำความเคารพเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียจากนั้นเดินไปด้านข้างฝั่งหนึ่งและไม่พูดอะไร
เด็กสาวมองไปที่เชวียหนิงโหรวปราดหนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า “วันนี้ชิงิมาเยี่ยมพี่สาวเชวีย อยู่ที่ศาลากลางน้ำ บังเอิญเจอคุณหนูใหญ่และคุณหนูสาม!จึงทำความเคารพทั้งสอง แต่คาดไม่ถึงว่าคุณหนูสามเมื่อเห็นชิงิก็พูดจาน่าเกลียดฟังไม่ได้เลยว่าชิงิไร้ซึ่งความสามารถ ผู้หญิงแบบนี้เหมาะสมแล้วที่จะเป็เพื่อนพี่สาวเชวีย...”
เมื่อนางพูดถึงตรงนี้ก็ตั้งใจหยุดพูดลงครู่หนึ่งเพื่อจะดูสีหน้าของทุกคนคิดไม่ถึงว่าสีหน้าของเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียจะถอดสีสายตาที่เชวียหย่งเฉียงมองไปที่เชวียหนิงเชี่ยนก็เปลี่ยนแปลงไป!
ถึงแม้ว่าเขาไม่เชื่อว่าเชวียหนิงเชี่ยนที่น่ารักเชื่อฟังมาโดยตลอดจะพูดคำพูดแบบนี้แต่เขารู้ว่า ต้วนชิงิไม่พูดพล่ามไปเรื่อยเด็ดขาด!
ทางด้านซานอี๋เหนียงเมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงิพูดเริ่มรู้สึกร้อนรนจึงรีบแก้ต่าง “เ้าใส่ร้ายป้ายสี หนิงเชี่ยนของพวกเราไม่มีทางพูดแบบนั้น!”
ต้วนชิงิไม่สนใจที่ซานอี๋เหนียงพูดแม้แต่น้อยเอ่ยต่ออย่างมั่นใจ “คำพูดเหล่านี้หลานสาวไม่กล้าพูดส่งเดชแม้แต่คำเดียว แม่นมและบ่าวใช้ในจวนต่างได้ยินกันไม่น้อยท่านลุงสามารถเรียกบ่าวใช้มาถาม ก็จะได้รู้ความจริง!”
นางพูดไปด้วยพลางปรายตามองไปที่เชวียหนิงโหรวไปด้วยจึงพูดเสริมขึ้นมาประโยคว่า “คุณหนูใหญ่ก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยท่านลุงสามารถถามนางได้!”
เมื่อได้ยินต้วนชิงิพูดถึงนางทันใดนั้นเชวียหนิงโหรวก็ตระหนกขึ้นมาทันที พร้อมมองไปยังสายตาของคนในห้องที่ต่างจับจ้องมองมาที่นาง โดยเฉพาะซานอี๋เหนียงและเชวียหนิงเชี่ยนที่ใช้สายตาอำมหิตและเคียดแค้นอย่างมาก มองมาราวกับสามารถกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัวนางจึงช่วยปกปิดเื่ให้เชวียหนิงเชี่ยน ทว่าเมื่อคิดถึงประโยคที่ต้วนชิงิพูด
“แม่นมและบ่าวรับใช้ในจวนต่างก็ได้ยินกันไม่น้อย” จึงหมดแรงขึ้นมาในฉับพลันนางบีบไปที่ชายเสื้อไว้แน่น พูดตะกุกตะกักออกมา “เรียนท่านพ่อ...ลูก... ลูกไม่เคยได้ยิน!”
คำพูดนี้ไม่ว่าใครฟังก็รู้หมดว่าเชวียหนิงโหรวกำลังช่วยเชวียหนิงเชี่ยนปิดบังส่วนซานอี๋เหนียงก็รีบพูดขึ้นมา
“ดูสิ ขนาดคุณหนูใหญ่ยังไม่เคยได้ยิน!”
ช่างกล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ!
ต้วนชิงิไม่สนใจพูดต่อไป“คุณหนูสามดูถูกหยามเหยียดหลาน พี่สาวรองตอนนั้นทนดูไม่ได้อยากให้คุณหนูสามคำนึงถึงชื่อเสียงจวนเชวีย อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามกับแขกแต่คุณหนูสามพูดว่า ในเมืองหลวงหญิงสาวที่มีชื่อเสียง นอกจากเพื่อนนางแล้วคนอื่นถือว่าไม่ได้เื่...”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าฮูหยินถึงกับเปลี่ยนไป!
หญิงสาวที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงยังหมายรวมถึงหญิงสาวอ่อนวัยทั้งหมดและวงหญิงสาวเหล่านี้ถือเป็กลุ่มเพื่อนของเชวียหนิงหรานสำหรับติดต่อกันในวันข้างหน้าแต่เพราะคำพูดของเชวียหนิงเชี่ยนเพียงประโยคเดียว จะทำให้จวนเชวียด่างพร้อย...คนที่ทราบต่างรู้ว่าเชวียหนิงเชี่ยนเป็คนพูดส่วนคนที่ไม่รู้จะพลอยคิดว่าเชวียหนิงหรานพูด ซึ่งจะทำให้ชื่อเสียงนางเสื่อมเสีย!
บัดนี้ฮูหยินเชวียโกรธจนตัวสั่นไปหมดนางชี้ไปที่เชวียหนิงเชี่ยน พูดโมโห
“เ้ามันทำเื่งามหน้าเสียจริง...ไม่สนใจหญิงสาวที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงหรอกหรือ?”
ทางด้านเชวียหนิงเชี่ยนกลัวสายตาพิฆาตของฮูหยินเชวียเมื่อมองไปยังเชวียหย่งเฉียงหน้าตาก็ทะมึนตึงนางจึงรู้ว่าเมื่อครู่สร้างเื่ขึ้นแล้วเมื่อก่อนนางมักจะดูถูกเชวียหนิงหรานเช่นนี้เป็ประจำแต่นางก็มักจะอดทนอดกลั้น ถ้าไม่ถือสานาง และี้เีสนใจนาง ทว่าวันนี้กลับนึกไม่ถึงว่าต้วนชิงิจะเอาคำพูดของนางมาเปิดเผยจนหมดสิ้น!
แน่นอนว่าเชวียหนิงเชี่ยนไม่ได้เป็คนโง่เขลานางรู้ว่าถ้ายอมรับคำพูดนั้น จะต้องได้รับโทษสถานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แค่คิดยังขนลุกซู่ไปทั้งตัวครู่หนึ่ง พริบตาเดียว ก็เดินรี่ไปยืนตรงหน้าต้วนชิงิยกมือขึ้นชี้หน้าและพูดเสียงดังลั่น “ต้วนชิงิเ้าบังอาจใส่ร้ายข้า... ข้าเคยพูดเช่นนั้นเมื่อไรกัน? ข้าแค่พูดว่าเพื่อนของคุณหนูรองถือว่าเป็คนไม่ได้เื่...”
คำพูดที่พูดออกมาแต่ละคำกลับกลายเป็สิ่งยืนยันความผิดของนาง! ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยนางไม่ได้อีกแล้ว!
ต้วนชิงิทำเพียงแค่ปรายตามองไปที่เชวียหนิงเชี่ยนในสายตานั้นราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆทว่าทำให้เชวียหนิงเชี่ยนตัวลีบลงไปหลายเท่า ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรต่ออีก!
เมื่อพูดออกไปแล้วก็เท่ากับเป็การมัดตัวนางกับความผิดสีหน้าเชวียหย่งเฉียงบูดบึ้งเหยเกจนดูไม่ได้...เชวียหนิงเชี่ยนช่างแสนโง่เขลาด่าทอเชวียหนิงหรานยังไม่เท่าไรยังกล้าดีไปเหยียดหยามลูกสาวของภรรยาเอกของจวนต้วนเข้าไปอีก
ต้วนเจิ้งผู้นี้เป็ใคร? เขาเป็ถึงองครักษ์ประจำตัวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เป็แม่ทัพใหญ่ที่มีผลงานและมีชื่อเสียงไปถ้วนทั่วได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้เป็อย่างมากและเื่ปกป้องคนของเขาก็ดังไกลไปทั่ว! ถ้าเกิดเขารู้มาลูกสาวภรรยาเอกของเขาถูกคนจวนเชวียเหยียดหยามจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วอย่างนั้นเื่ก็จะแดงขึ้นและยากที่จะจัดการ!
ทันใดนั้นเชวียหย่งเฉียงตบที่โต๊ะทีหนึ่ง พูดอย่างโกรธเป็ที่สุด “เชวียหนิงเชี่ยน เ้าคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
เมื่อนางได้ยินขาทั้งสองก็พลันคุกเข่าลงกับพื้นดังตึงทันที!เพียงแต่สายตาของนางมองต้วนชิงด้วยความเคียดแค้นและชิงชังเหมือนอยากจะกลืนกินต้วนชิงิลงไปในท้องไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ต้วนชิงิมองยิ้มอย่างเยาะเย้ยมุมปากไปยังเชวียหนิงเชี่ยน ไร้ซึ่งความกังวลใด “เป็อะไรหรือเห็นสายตาที่เคียดแค้นของคุณหนูสามเช่นนี้ ในใจของเ้าอยากจะฆ่าข้า? หรืออยากจะผลักข้าให้ลงไปในน้ำอีกรอบ?”
ในตอนนี้สีหน้าเชวียหย่งเฉียงกลับถอดสียิ่งกว่าเดิมขึ้นอีก... เ้าเชวียหนิงเชี่ยนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาใช่หรือไม่? คาดไม่ถึงบังอาจข่มขู่จะฆ่าลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนอีก?
เฮ้อ!ดูท่าแล้วเขาจะเอ็นดูลูกสาวคนนี้มากเกินไปจนทำให้เปลี่ยนเป็คนไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม!
เมื่อฟังที่ต้วนชิงิพูดซานอี๋เหนียงจึงใแทบะโ นางเดินขึ้นไปข้างหน้าสองก้าวหันเดินไปทางต้วนชิงิเหมือนอยากไปนาง แต่เมื่อเดินไปเพียงก้าวเดียวนางก็กลับลำหันเดินไปทางเชวียหย่งเฉียง เดินไปด้วยร้องห่มร้องไห้ไปด้วย “ท่านพี่ ท่านสามารถช่วยหนิงเชี่ยนได้... ปกตินางน่ารักและเชื่อฟังที่สุดไม่กล้าพูดคำชั่วและทำเื่เลวร้ายเช่นนั้นหรอกท่านพี่จะต้องเป็คุณหนูต้วนเป็แน่... ท่านพี่ลองคิดดูนางเป็เพื่อนของคุณหนูรองจะต้องช่วยกันเป็แน่ดังนั้นพวกนางทั้งคู่จึงร่วมมือใส่ร้ายหนิงเชี่ยนของเรา... ท่านพี่นิสัยของหนิงเชี่ยน ท่านรู้ดีที่สุด อย่าฟังคำพูดคนอื่นเพียงด้านเดียว!”
