ณ บ้านตระกูลซ่ง
“คุณพ่อ เข้าไปพบคุณปู่มาอีกแล้วเหรอครับ!” ซ่งฉีิเอ่ยถาม
ซ่งผิ่นเซิงตอบด้วยความกลัดกลุ้ม “ปู่ของหลานถามถึงเบาะแสของคุณอารองอีกแล้ว!”
“ยังไม่ได้ข่าวคุณอารองเลยเหรอครับ?” ซ่งฉีิถามด้วยความกังวล
ซ่งผิ่นเซิงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังไม่มีเลย”
“ทำไมข่าวคราวถึงเงียบหายไปแบบนี้นะ?” ความหวาดกลัวผุดขึ้นในใจของซ่งฉีิ
ที่ซ่งผิ่นเซิงมีฐานะในตระกูลและมีความก้าวหน้าในราชการอย่างทุกวันนี้ เป็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากซ่งผิ่นหยวนไม่น้อย หากซ่งผิ่นหยวนเป็อะไรไป จะส่งผลเสียต่อเขาเป็อย่างมาก
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว น่าจะโผล่หัวออกมาได้แล้วนะ
ซ่งผิ่นเซิงคาดเดาในใจ เขารู้สึกว่าซ่งผิ่นหยวนอาจตายไปแล้ว แต่เขาไม่กล้าเอ่ยความคิดนี้ออกไป แม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า หากขาดซ่งผิ่นหยวนที่เปรียบดั่งยันต์คุ้มภัยของตระกูลซ่ง บ้านตระกูลซ่งของพวกเขาก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็อย่างมาก
“พ่อครับ คุณปู่สั่งให้หาคุณอารองด่วนแบบนี้ เกิดเื่อะไรขึ้นเหรอครับ?” ซ่งฉีิเอ่ยถาม
“เจียงสูหย่าเหมือนจะมีอาการไม่ดี บ้านตระกูลเจียงกำลังเสาะหาผู้มีอิทธิฤทธิ์มาช่วยรักษา คุณปู่ของหลานก็เลยอยากถามความเห็นของอารองหน่อย” ซ่งผิ่นเซิงกล่าว
“เจียงสูหย่า! หล่อนเป็อะไรเหรอครับ?” เมื่อซ่งฉีิได้ยินเื่ที่เล่าก็อดเบิกตากว้างไม่ได้
“เหมือนจะโดนผีเข้า ตระกูลเจียงจะมีค่าตอบแทนก้อนใหญ่ให้ แต่ว่าเื่ค่าตอบแทนเป็เื่รอง หากช่วยรักษาเจียงสูหย่าจนหายได้จริงๆ ตระกูลเจียงก็จะติดหนี้น้ำใจของเรา”
ซ่งผิ่นเซิงส่ายหน้าขณะเอ่ย “อารองของนาย ข่าวคราวสักนิดก็ไม่มี”
ซ่งผิ่นเซิงสงสัยว่าการหายสาบสูญของซ่งผิ่นหยวนอาจเกี่ยวข้องกับเย่ฝาน แต่ซ่งผิ่นเซิงก็ไม่กล้าไปหาเย่ฝาน ขนาดซ่งผิ่นหยวนยังเพลี่ยงพล้ำไปแล้ว หากเขาไปก็เหมือนกับส่งแพะเข้าปากเสือ
ซ่งผิ่นเซิงรู้สึกเสียใจ ก่อนหน้าที่เขาจะขอให้ซ่งผิ่นหยวนช่วยกู้หน้าให้กับซ่งฉีิ คุณพ่อได้รับปากฝ่ายตรงข้ามว่าจะไม่ติดใจเื่นี้ แถมยังรับเงินและของทำขวัญแล้ว ถ้าคุณพ่อรู้ว่าซ่งผิ่นหยวนไปสร้างเื่เดือดร้อนให้เย่ฝาน แน่นอนว่าจะต้องไม่พอใจเป็อย่างมาก
“จริงๆ เลย ทำไมคุณอารองถึงต้องหายตัวไปใน่เวลาสำคัญแบบนี้ด้วยนะ?” ซ่งฉีิพูดด้วยความรู้สึกเสียดาย
…
ซ่งผิ่นหยวนตายด้วยน้ำมือของเย่ฝาน ไป๋อวิ๋นซีกังวลว่าบ้านตระกูลซ่งจะหันมาเพ่งเล็งเย่ฝาน เขาเตือนเย่ฝานครั้งแล้วครั้งเล่าว่าให้ทำตัวเงียบๆ ไว้ ใน่ที่ผ่านมาเย่ฝานจึงไม่ได้ออกไปทำธุรกิจเลย
“คุณชายเย่”
เย่ฝานนั่งเตะรองเท้าแตะคู่หนึ่งอยู่บนโซฟา เขามองจางเซวียนแวบหนึ่งแล้วถามว่า “นายมาทำไมอีกล่ะ?”
“มีธุระนิดหน่อย! ใช่แล้ว คุณชายเย่ ่นี้ไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวของนายเลย!” จางเซวียนกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าก่อนตอบ “เป็เพราะอวิ๋นซีบอกฉันว่า เพราะ่นี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี เขาเลยสั่งให้ฉันงดรับงานไปก่อน”
จางเซวียนถามอีกว่า “...นายรู้จักซ่งผิ่นหยวนแห่งตระกูลซ่งไหม?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบกลับไป “ก็พอได้ยินเื่เขามาบ้าง ทำไมเหรอ?”
จางเซวียนส่ายหน้าแล้วเอ่ย “ก็ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่เ้าหมอนั่นอยู่ๆ ก็หายตัวไป”
เย่ฝานเอียงศีรษะแล้วถามกลับไป “หมายความว่ายังไงที่ว่าหายตัวไป?”
จางเซวียนเล่าด้วยความดีใจบนความโชคร้ายของคนผู้นั้นว่า “ที่เขาหายตัวไปนั้น อาจโดนใครกำจัดไปแล้ว หรืออาจจะพบกับเื่ยุ่งยากจึงต้องซ่อนตัวเอาไว้ก่อน คุณชายเย่นายคิดว่ายังไง?”
“ไม่รู้สิ!” เย่ฝานตอบอย่างผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เื่อะไรเลย
จางเซวียน “…” ไม่รู้จริงๆ เหรอ? ทุกครั้งที่ซ่งผิ่นหยวนออกมาทำงานนอกสำนัก ก็แสดงให้เห็นว่าผู้ที่เป็ศัตรูกับเขาในตอนนั้นกำลังจะถึงคราวซวยแล้ว ผู้คนที่มีเื่ขัดแย้งกับตระกูลซ่งก็จะเริ่มกระวนกระวายใจในความไม่ปลอดภัย ครั้งนี้ที่ซ่งผิ่นหยวนกลับมาก็น่าจะเป็เพราะเื่กู้หน้าให้กับซ่งฉีิ ทว่ากลับต้องมาหายไปแบบไม่มีวันกลับมาอีกเลย
“นายมาที่นี่เพราะเื่ของซ่งผิ่นหยวนเหรอ?” เย่ฝานถาม
จางเซวียนส่ายหน้า “ไม่ใช่ ฉันมาเพราะเื่ของคุณหนูเจียงสูหย่า นายรู้จักคุณหนูเจียงสูหย่าไหม? หล่อนคิดจะฆ่าตัวตาย!”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดว่า “ยัยนั้นทำไมถึงปลงไม่ตกแบบนั้นนะ ดูไม่ออกจริงๆ”
จางเซวียนส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น! หล่อนซื้อปิ่นปักผมมาชิ้นหนึ่งก็เลยโดนผีเข้าสิง ที่จริงแล้วคุณหนูเจียงซื้อปิ่นปักผมมาจากการประมูล คุณชายเย่นายก็เหมือนจะอยู่ในงานด้วยนี่!”
เย่ฝานพยักหน้ายอมรับแล้วบอกว่า “ใช่! ฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย”
“งั้นคุณชายเย่มองออกหรือไม่ว่าปิ่นปักผมนั่นมีปัญหาอะไร?” จางเซวียนถาม
“ฉันแค่เห็นว่าปิ่นปักผมชิ้นนั้นอาจเป็เครื่องมือที่ใช้ในการฆ่าตัวตาย บนตัวปิ่นปักผมเปื้อนเืจากอกของเ้าของปิ่น ทำให้ปิ่นมีพลังความแค้นอยู่ไม่น้อย” เย่ฝานกล่าว
จางเซวียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คุณชายเย่ ในเมื่อนายมองออกขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่เตือนคุณหนูเจียงสักหน่อย”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วตอบว่า “หล่อนอาจกลายเป็ศัตรูความรักของฉัน! ทำไมฉันต้องเตือนหล่อนด้วย? ฉันไม่ได้ใจกว้างถึงขั้นสามารถเมตตาต่อศัตรูความรักของฉันได้! แล้วยิ่งไปกว่านั้น หล่อนอาจจะไม่เชื่อฉันก็ได้!” เจียงสูหย่ายัยผู้หญิงคนนี้ ได้ดูถูกดูแคลนเขาไว้ไม่น้อย
จางเซวียน “…”
“ปิ่นปักผมนั่นมีปัญหาอะไร?” เย่ฝานตอบ
จางเซวียนพยักหน้า แล้วพูดว่า “ไปสืบมาแล้ว ปิ่นปักผมชิ้นนี้เคยเปลี่ยนเ้าของมาแล้วสี่คน เ้าของทุกคนล้วนตายด้วยใจที่ทุกข์ทรมาน”
เย่ฝานพูดด้วยความงุนงง “งั้นเหรอ? น่ากลัวขนาดนี้เชียว? เื่ราวคงจะเกิดขึ้นนานมากแล้ว ฉันเลยเห็นแค่ว่าปิ่นชิ้นนั้นอาจมีิญญาแฝงอยู่ แต่นึกไม่ถึงว่าเื่ราวจะน่ากลัวขนาดนี้!”
“บ้านตระกูลเจียงตั้งเงินรางวัลไว้ห้าร้อยล้านหยวน” จางเซวียนเอ่ย
เย่ฝานเบิกตาโตพลางพูดว่า “ให้เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!”
จางเซวียนพยักหน้าพลางตอบ “ใช่แล้ว!”
“ถ้าฉันหาเงินได้เยอะขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมัวแต่วาดยันต์ให้พวกนายแล้ว ขายมาก็ได้เงินไม่เท่าไร” เย่ฝานเหล่ตามองจางเซวียน
จางเซวียน “…” ยันต์แผ่นละหนึ่งล้านหยวนก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ!
“ถ้าแค่ถูกผีสิง จะไล่ผีไปก็ไม่ใช่เื่ยาก” เย่ฝานพูด
จางเซวียนพยักหน้าก่อนกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าเป็การสิงร่างธรรมดาก็คงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่นี่เหมือนกับว่าไม่ใช่การสิงร่างธรรมดา แต่เป็การสิงร่างชะตาเดียวกัน”
เย่ฝานหรี่ตาลง แล้วพูดว่า “อ่อ ช่างดวงซวยจริงๆ”
“ที่เรียกว่าการสิงร่างชะตาเดียวกัน ก็คือผู้เข้าสิงร่างและผู้ถูกสิงร่างมีดวงชะตาที่สอดคล้องกันทั้งหมด อย่างนี้หลังจากสิงร่างแล้วทั้งสองฝ่ายจะแยกแยะตัวตนของตัวเองไม่ออก แต่ถึงจะแยกร่างของทั้งสองออกจากกันได้ ก็จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบร้ายแรง หากปล่อยไว้ไม่แก้ไข นานๆ ไปทั้งสองดวงจิตอาจหลอมรวมเข้าด้วยกันก็ได้”
“หลังจากผีสาวตนนั้นสิงร่างของเจียงสูหย่า เขาทำได้อะไรบ้าง!” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
จางเซวียนยักไหล่แล้วเล่าว่า “ะโตึก กินยาตาย กรีดข้อมือ เดินลงไปในทะเลสาบ… คิดหาวิธีตายทุกรูปแบบ!”
เย่ฝานเบิกตาโตก่อนกล่าว “ทำไมถึงปลงไม่ตกขนาดนี้! หล่อนเจอเื่อะไรมากันแน่!”
จางเซวียนส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ คงประสบกับเื่โศกเศร้าบางอย่าง”
เย่ฝานกลอกตาไปมา “อ่อ ยังไงฉันก็ต้องไปดูสักหน่อย แต่ว่า่นี้อวิ๋นซีไม่ให้ฉันออกไปทำงาน อีกอย่างเจียงสูหย่าก็เป็คู่แข่งความรักของฉัน ฉันไปรับทั้งงานและเงินจากศัตรูหัวใจแบบนี้ มันดูขายขี้หน้ายังไงไม่รู้”
จางเซวียนคิดในใจอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมา "ความจริงเื่นี้ไม่ยากเลย นายก็แต่งตัวใหม่ เปลี่ยนทรงผมและแปลงโฉมซะ ปลอมตัวเป็ผู้ช่วยของฉัน นายคิดหาวิธีแก้ปัญหา ส่วนฉันก็แกล้งทำท่าทาง สุดท้ายเงินที่ได้ฉันจะให้นายทั้งหมด"
เย่ฝานกะพริบตาแล้วกล่าวว่า “ความคิดนี้ไม่เลวนะ! แต่ทำไมนายต้องช่วยฉันด้วย? หรือว่านายแอบชอบฉัน? ฉันชอบอวิ๋นซีคนเดียวนะบอกไว้ก่อน”
จางเซวียน “…” ถ้าเขาชอบเย่ฝาน เขาคงจะตาบอดแล้วล่ะ “ฉันเพียง้าชื่อเสียงเท่านั้น”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “อ่อ งั้นก็ดี เื่ชื่อเสียงเกียรติยศ ฉันไม่สนใจหรอก นายน่ะอายุยังน้อย อย่าให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากเกินไป ชื่อเสียงน่ะมันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ กินก็ไม่ได้ สวมใส่ก็ไม่ได้ รอนายโตกว่านี้นายก็จะรู้ว่าชื่อเสียงก็เปรียบดั่งปุยเมฆ”
จางเซวียน “…” เย่ฝานเ้าสารเลว เื่แยกแยะผิดชอบชั่วดียังด้อยกว่าเขานัก!
…
จางเซวียนพาเย่ฝานไปแปลงโฉมใหม่ เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะแรงบันดาลใจอะไร จึงให้คนแต่งเย่ฝานเป็ตัวตลก!
“ศิษย์น้อง นายไปไหนมา?” พอจางเหวินเทาเห็นจางเซวียนเดินมาก็โล่งอกทันที
“ผมไปพาผู้ช่วยมาหนึ่งคน ศิษย์พี่ สถานการณ์ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง!”
จางเหวินเทาส่ายหน้าก่อนตอบ “มีนักพรตคนหนึ่งมาจากเขาเหลา เขาคนนั้นเหมือนจะมีวิชาอยู่บ้าง ผีสาวได้รับาเ็อย่างหนัก ส่วนคุณหนูเจียงตอนนี้ก็สลบไปแล้ว ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมออก ทุกคนต่างจนปัญญา ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ”
จางเซวียนขมวดคิ้ว พูดอย่างเป็กังวล “ผีตนนั้นไม่น่ากลัว แต่ที่น่าเป็ห่วงคือผีตนนั้นมีดวงชะตาสอดคล้องกับชะตาของคุณหนูเจียงพอดี หากไม่ใช่เพราะเื่นี้ คงจะไล่ผีออกมาได้นานแล้ว คนที่มาจากเขาเหลาเป็คนยังไงกัน! ทำไมถึงทำอะไรบ้าบิ่นขนาดนั้น”
จางเหวินเทาฝืนยิ้มพร้อมเอ่ย “หมดหนทางช่วยจริงๆ!”
คนที่มาจากเขาเหลามีนามว่าหวงสือจง เขาหยิ่งผยองอยู่ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะลงมือ จางเหวินเทาได้เตือนเขาว่าผีตนนั้นมีดวงชะตาสอดคล้องกับดวงชะตาของคุณหนูเจียง จะทำสิ่งใดต้องระมัดระวังให้ดี แต่ว่าฝ่ายตรงข้ามกลับไม่สนใจคำเตือนนั้น ทั้งยังบอกว่าเขาตั้งใจกุเื่ขึ้นเพื่อทำให้ทุกคนกลัว จึงไม่ได้ทำตามที่เขาเตือนเลย
นายท่านบ้านตระกูลเจียงก็มุ่งแต่จะช่วยหลานสาวอย่างเดียว จึงไม่ได้ฟังที่เขาพูด
“สุดจะขวางนักพรตนั่นไว้จริงๆ ตอนนี้คุณหนูเจียงสลบไสลไม่ได้สติ ขืนปล่อยให้เป็อย่างนี้ต่อไป ถึงจะไม่ได้ฆ่าตัวตายก็คงไม่ฟื้นขึ้นมาอีก” จางเหวินเทาส่ายหน้า
หลังจากที่หวงสือจงโจมตีผีสาวจนล่าถอย คุณหนูเจียงก็กระอักเืออกมาถึงสามครั้งแล้วหมดสติไปอีก นายท่านตระกูลเจียงเห็นหลานสาวที่รักกระอักเืออกมา ก็เกือบจะเป็ลมตามไปอีกคน หวงสือจงซึ่งเดิมทีคิดว่าเมื่อโจมตีผีสาวจนพ่ายแพ้ก็คงจะหมดเื่ แต่พอเขาเห็นสภาพเจียงสูหย่าแล้วก็รู้สึกอึ้งไปตามๆ กัน
ศิษย์น้อง นายไปหาผู้ช่วยมาจากไหน จางเหวินเทาดูท่าทางของเย่ฝานก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เย่ฝานพูดอย่างไม่พอใจว่า “นี่ผมเอง!”
จางเหวินเทาตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาถามว่า “คุณชายเย่หรอกหรือ! ทำไมนายถึงแต่งตัวแบบนี้!”
“ศิษย์น้องของคุณเป็คนจัดการ” เย่ฝานหันไปมองจางเซวียนแล้วถามว่า “ทำไมนายถึงไม่ให้ช่างแต่งตัวทำให้ฉันดูหล่อเหลาสักหน่อย ขี้เหร่ขนาดนี้แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย”
จางเซวียนมองเย่ฝานแล้วอธิบายว่า “ขี้เหร่แบบนี้ถึงจะดูไม่ออกไง ถ้าแต่งให้ดูดี คนเห็นปุ๊บก็ต้องรู้ว่าเป็นาย นายเองก็ไม่อยากให้ศัตรูหัวใจจำได้ไม่ใช่เหรอ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ เพื่อเงินห้าร้อยล้าน ฉันยอมอัปลักษณ์ก็ได้”
“เย่ฝาน นายดูสถานการณ์แล้วพอจะมีวิธีไหม?” จางเซวียนถาม
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมพูด “คงต้องเข้าไปดูในฝันว่าเป็ยังไงบ้าง”
จางเซวียนมองจางเหวินเทาแวบหนึ่งก่อนกล่าว “ศิษย์พี่ เดี๋ยวผมจะพาคุณชายเย่ไปดูอาการสักหน่อย พี่ช่วยขวางคนข้างนอกให้ด้วยนะครับ”
จางเหวินเทาเข้าใจแผนการของจางเซวียนทันที เขาพยักหน้าแล้วตอบกลับไป “ได้”
