“ฉันจะไปแจ้งความจริงๆ นะ!”
เซี่ยต้าจวินมิใช่คนฉลาดนัก เห็นเซี่ยเสี่ยวหลานไม่เดินไปตามแผนการเขาจึงคิดถึงข้อโต้แย้งอื่นไม่ได้ไปสักพัก
เซี่ยเสี่ยวหลานส่งเสริมเป็อย่างยิ่ง “พ่อไปแจ้งความเถอะ...แต่ฉันเตือนพ่อด้วยความหวังดีนะ ตำรวจจะจับคนต้องมีพยานและหลักฐานหลักฐานคือมีดทำครัวในห้องครัวของบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนเล่มนั้นทว่าลายนิ้วมือบนมีดถูกเช็ดออกหมดแล้ว มีดที่ฟันพ่อจนาเ็คือมีดเล่มนั้นเมื่อไร้รอยนิ้วมือของแม่ แม่ย่อมไม่ใช่คนที่ฟันพ่อาเ็ สำหรับพยานฉันเชื่อว่าไม่มีใครสามารถเป็พยานว่าแม่ฉันใช้มีดฟันพ่อได้ ดังนั้นพ่อจะไปแจ้งความหรือไม่ เป็เื่ของพ่อ”
จะเปรียบเทียบ DNA จากสะเก็ดิัที่หลงเหลืออยู่ในปี 84 หรือ?
อย่าพูดให้ตลกเลย เทคโนโลยี DNA ใช้สำหรับการสืบสวนคดีอาญาการตรวจสอบเช่นนี้ในประเทศเองยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกกี่ปีให้หลังด้วยซ้ำคดีวิวาทเล็กน้อยประเภทนี้ ตรวจสอบลายนิ้วมือได้ก็ไม่เลวแล้ว! ส่วนพยานบุคคล อาจารย์ใหญ่ซุนต้องสมองมีปัญหาแน่ถึงจะยอมเป็พยานให้
คุณนายซุนฟังจนเข้าใจชัดเจนแล้ว
“พวกเราไม่เห็นอะไรเลย เหล่าซุน ฉันพูดถูกหรือไม่?”
อาจารย์ใหญ่ซุนจะกล้าพูดว่าไม่ถูกหรือ?
เขาเป็อาจารย์ใหญ่แท้ๆ กลับโดนคนไร้การศึกษาจากบ้านนอกจูงจมูกเดินในใจของอาจารย์ใหญ่ซุนเต็มไปด้วยความโกรธเคืองเช่นกัน
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้เอะอะโวยวายเสียงดังแต่ท่าทางนิ่งสงบเยือกเย็นของเธอทำให้คนเชื่อถือยิ่งนัก
“ครูใหญ่ หนูทราบว่าครูเจตนาดีถึงอยากช่วยแก้ไขความขัดแย้งภายในครอบครัวของหนูหนูขอโทษสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับครูในวันนี้แต่เื่ของครอบครัวพวกเราซับซ้อนมาก หนูขอถามอะไรสักหน่อยพี่สาวของหนูเซี่ยจื่ออวี้เป็คนขอให้อาจารย์ออกตัวช่วยเหลือใช่หรือไม่? อย่างไรเสียพ่อบังเกิดเกล้าของหนูคนนี้คงไม่มีระดับปัญญาขนาดที่จะรู้ว่าต้องใช้หนูมาบีบคั้นแม่”
“...พี่สาวเธอก็มีเจตนาดีเหมือนกันนะ”
อาจารย์ใหญ่ซุนกล่าวออกไปด้วยความไม่มั่นใจ
แม้จะมีเจตนาดี แต่ผลลัพธ์ของเื่นี้ช่างเลวร้ายเหลือเกิน หลังจากบิดามารดาของเซี่ยเสี่ยวหลานผ่านการวิวาทวันนี้ไปยังจะเหลือสายใยฉันสามีภรรยาอะไรอีก หลิวเฟินฟันเซี่ยต้าจวินจนาเ็หากเซี่ยต้าจวินไปแจ้งความยังสถานีตำรวจจริง ต่อให้เขาและภรรยายืนข้างหลิวเฟิน ทว่าเื่นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกของเซี่ยเสี่ยวหลานเลยหรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานส่ายศีรษะ
“หนูดื้อรั้นไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนตระกูลเซี่ยั้แ่ผู้ใหญ่จนถึงผู้น้อยล้วนรังเกียจหนู พี่สาวหนูจะมีเจตนาดีมาช่วยเหลือหนูได้อย่างไร? แม่หนูยืนกรานขอหย่า ก็เพราะว่าพวกเราสองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลเซี่ยไม่ได้อีกต่อไปแล้วคนในครอบครัวโปรดปรานพี่สาวมากกว่า เธอลงมือชิงคนรักของหนูอีกทั้งแพร่ข่าวลือใส่ร้ายว่าหนูมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่ไม่ถูกต้องกับคนอื่นย่าตำหนิว่าหนูเป็ที่น่าอับอายและไล่หนูให้ไปตาย หนูจึงวิ่งชนผนังฆ่าตัวตายตามความประสงค์ของพวกเขาหนูนอนเกือบสิ้นใจอยู่บนเตียง มีเพียงแม่ที่คุกเข่าอ้อนวอนย่าขอให้ส่งหนูไปโรงพยาบาลทว่าเงินของบ้านมีไว้เพียงจ่ายแก่รัฐและเก็บไว้ให้พี่สาวเรียนหนังสือจนหมดแล้วแต่แม่ก็ยังขอร้องเสียจนหัวแทบแตก [1] ในบ้านมีกันสิบกว่าคนไม่มีใครสักคนยอมช่วยเธอ ทุกคนต่างรอดูหนูค่อยๆ สิ้นลมไป... อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนพญามัจจุราชจะชังที่หนูไม่เชื่องเหมือนกันจึงไม่ได้รับตัวหนูไว้ หนูถึงได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นแม่หนูรู้ดีว่าตระกูลเซี่ยรับพวกเราสองแม่ลูกไม่ได้ถึงมุ่งมั่นตัดสินใจที่จะขอหย่า”
เซี่ยเสี่ยวหลานกล่าวด้วยวาจาฉะฉาน อาจารย์ใหญ่ซุนและภรรยาเขาฟังจนงงงวย
เซี่ยจื่ออวี้หรือ?
ดูแล้วก็ฉลาดเฉลียวมีเหตุผล ความประทับใจของอาจารย์ใหญ่ซุนที่มีต่อเธอดีเยี่ยมที่สุดไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อยากเชื่อว่าเซี่ยจื่ออวี้จะเป็คนแบบนี้
เซี่ยต้าจวินก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน รีบออกตัวปกป้องหลานสาวทันที “เป็แกที่ยั่วยวนว่าที่พี่เขยชัดๆ แถมยังทำลับๆ ล่อๆกับนักเลงหมู่บ้านข้างเคียงอีก คนในหมู่บ้านพูดระหายหูนิดหน่อยแกดันมืดแปดด้านวิ่งไปชนผนังจื่ออวี้พี่สาวแกเป็ห่วงแก แต่แกกลับปั้นเื่โกหกมาว่าร้ายเธอลับหลังเช่นนี้?”
เดิมทีสมองของเซี่ยต้าจวินทั้งหมดคือแป้งเปียกที่ไร้ความคิดคำพูดพวกนี้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้พูดเป็ครั้งแรก ทว่าพอเขาลังเลสักพักในชั่วพริบตาก็จะตกลงสู่ระบบคิดวิเคราะห์เดิมที่เคยชินอยู่ดีเซี่ยจื่ออวี้น่าเชื่อถือกว่าเซี่ยเสี่ยวหลาน นี่คือเกณฑ์การตัดสินของเซี่ยต้าจวิน
หากมิใช่เพื่อเล่าเื่ราวโดยละเอียดต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุน และกันไม่ให้คนตระกูลเซี่ยมาสร้างความวุ่นวายที่โรงเรียนราวกับที่นี่เป็กองอุจจาระกลิ่นเหม็นเป็อาจิณเซี่ยเสี่ยวหลานจะไม่อธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคนที่มีสมองเป็แป้งเปียกแน่
เธอไม่ได้อธิบายให้สมองแป้งเปียกฟัง แต่ขอให้อาจารย์ใหญ่ซุนเชื่อมั่น
เวลานี้เซี่ยเสี่ยวหลานมีอารมณ์โมโหต่ออาจารย์ใหญ่ซุนผู้จุ้นจ้านเื่คนอื่นเช่นเดียวกันทว่าอาจารย์ใหญ่ซุนมีวิสัยปัญญาชนในเมื่อสามารถยุ่งเื่คนอื่นเพื่อเซี่ยจื่ออวี้ได้ ทำไมจะทำประโยชน์เพื่อเธอไม่ได้เล่า?
ขอแค่ทำลายภาพลักษณ์ของเซี่ยจื่ออวี้ที่แสดงต่ออาจารย์ใหญ่ซุนก็เพียงพอแล้ว
อีกทั้งอาจารย์ใหญ่ซุนยังเป็ผู้สนับสนุนร้านจางจี้อาหารว่างให้เปิดกิจการหน้าเซี่ยนอีจงได้อย่างมั่นคงต่อไปเสียด้วย
เซี่ยเสี่ยวหลานหัวเราะเย้ยหยันกับตนเอง
“ฉันไม่้าอธิบายให้พ่อฟังหรอกคนที่พ่อเชื่อั้แ่ต้นจนจบมีเพียงหลานสาว ฉันทำลับๆ ล่อๆกับนักเลงหมู่บ้านข้างเคียง พ่อพูดถึงจางเสเพลสินะ? เขาโดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเพราะขโมยเงินหลวงอุจจาระสุนัขเหม็นเน่าเช่นนี้ คนอย่างฉัน เซี่ยเสี่ยวหลานจะชายตาแลเขาหรือ! พ่อบอกว่าฉันยั่วยวนว่าที่พี่เขย? น่าขันจริงจดหมายรักที่หวังเจี้ยนหัวเขียนให้ฉันในวันเก่าๆ ฉันยังเก็บไว้อยู่เลยตอนสอบเกาเข่าก็เป็ฉันที่ส่งเขาเข้าตัวเมือง แต่สอบเกาเข่าเสร็จเขากลับกลายเป็คนรักของเซี่ยจื่ออวี้เสียแล้ว? โจรร้องเรียกคนมาจับโจร [2] ทั้งสองคือวัวสันหลังหวะแถมยอกย้อนปรักปรำกลับอย่างไม่ยอมจำนนจนกว่าฉันจะสิ้นใจจากความเดือดดาลอีก...น่าเสียดายว่านอกจากฉันจะไม่เหมือนไหที่แตกแล้วแตกเลยดั่งที่เซี่ยจื่ออวี้คิด อีกทั้งยังหวังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วยเซี่ยจื่ออวี้หวาดกลัวว่าหากฉันสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว้าจะชำระแค้น จึงอยากพาตัวฉันกลับตระกูลเซี่ยก่อนค่อยจัดการอย่างช้าๆสินะ?”
อาจารย์ใหญ่ซุนฟังเื่ราวจนอึ้งโดยสมบูรณ์
เซี่ยเสี่ยวหลานพูดอย่างมีมูลเหตุ เพราะเธอพบเซี่ยจื่ออวี้ที่วัดไป๋ซีรำคาญจริตจก้านประดิษฐ์ที่แสร้งทำของอีกฝ่ายเหลือเกินเข้าเมืองครั้งนี้จึงนำจดหมายใต้หีบสัมภาระพวกนั้นมาด้วยเดิมทีเก็บไว้เพื่อรอคอยโอกาสหักหน้าเซี่ยจื่ออวี้ที่ไหนได้เวลานี้ได้ใช้ประโยชน์แล้ว
ขณะเธอและพวกลุงเพิ่งถึงอันชิ่ง เตรียมตัวรอหลิวเฟินประชุมผู้ปกครองเสร็จที่ร้านของน้าหวงเหล่าจ้าวยามเฝ้าประตูเห็นเธอก็รีบเร่งแจ้งข่าวว่ามีชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็บิดาของเธอ้าจะเข้าไปในโรงเรียนเหล่าจ้าวรั้งไว้ไม่ปล่อยเข้าไป แต่อาจารย์ใหญ่ซุนกลับเอ่ยปากอนุญาตให้เขาเข้าไปเสียอย่างนั้น
“ตามหลังแม่เธอเข้าไปน่ะ จนตอนนี้ยังไม่ออกมาเลย”
การประชุมผู้ปกครองก็จบลงแล้ว
เธอได้เจอกับเฉินชิ่งหน้าประตูบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนเฉินชิ่งบอกว่าพวกเขาก็เฝ้าระวังเซี่ยต้าจวินก่อปัญหา ทว่ายังไม่พบตัว
เซี่ยเสี่ยวหลานขึ้นอาคารมา หลิวเฟินก็ฟันเขาเรียบร้อยแล้วเซี่ยต้าจวินกำลังข่มขู่จะไปแจ้งความยังสถานีตำรวจเซี่ยเสี่ยวหลานฟังไม่กี่ประโยคก็คาดเดาเหตุการณ์ได้ สุดท้ายเนื่องจากหมดความอดทนจึงเคาะประตูอย่างเดือดดาลและจัดการหลักฐานจนเสร็จสิ้น เธอมีความมั่นใจมากกว่าร้อยละ 90 ว่าอาจารย์ใหญ่ซุนกับภรรยาจะยืนข้างเธอกับหลิวเฟินเซี่ยเสี่ยวหลานจึงค่อยๆ จัดการเื่นี้ได้อย่างเรียบร้อย
อย่างไรเสียคนที่ได้รับาเ็เืตกยากออกมิใช่หลิวเฟินเสียหน่อยเซี่ยต้าจวินก็กล้ำกลืนฝืนทนฟังเธอค่อยๆ เล่าต่อไปเถอะ!
เซี่ยเสี่ยวหลานล้วงจดหมายหนึ่งปึกออกจากกระเป๋า “้าให้ฉันอ่านต่อหน้าสาธราณะหรือไม่เล่า?”
จดหมายรักมีอะไรให้อ่าน เด็กคนนี้ช่างไม่เหนียมอายเลยแม้แต่น้อย
อาจารย์ใหญ่ซุนรู้จักหวังเจี้ยนหัวจือชิงอายุยี่สิบกว่าที่สอบติดมหาวิทยาลัย และจัดการทำวุฒิการศึกษาในเซี่ยนอีจงด้วย
เหมาะสมกับเซี่ยจื่ออวี้มากเช่นกัน
เซี่ยจื่ออวี้มาเยี่ยมเยียนก่อนตรุษจีน แม้หวังเจี้ยนหัวจะไม่ได้มาด้วยแต่เซี่ยจื่ออวี้ได้เล่าถึงชีวิตส่วนตัวของตน และได้กล่าวถึง ‘คนรัก’ คนนี้ ท่าทางผ่าเผยและมีความสุขเป็อย่างมากภรรยาเขายังหยอกเย้าว่าเซี่ยจื่ออวี้จบการศึกษาก็คงจะแต่งงานทันทีใช่หรือไม่อยู่เลย
ตอนนี้มีคนบอกแก่อาจารย์ใหญ่ซุน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนคือภาพลวงตา?
ตาชั่งในสมองของอาจารย์ใหญ่ซุนเริ่มโอนเอน
เซี่ยเสี่ยวหลานสุมไฟหนักอีกหนึ่งรอบ “ตระกูลเซี่ยโยนมันเทศ 20 ชั่งให้แล้วขับไล่พวกเราสองแม่ลูกออกจากบ้านแม่ฉันไปเป็วัวเป็ม้าในบ้านเซี่ยมานานถึงยี่สิบปีหนึ่งปีมีค่าเพียงมันเทศหนึ่งชั่ง? ตอนนี้คนตระกูลเซี่ยยัง้ามาทำลายการศึกษาของฉันอีกแม้แม่จะไม่ได้ฟันพ่อตาย แต่ฉันก็จะสู้สุดใจขาดดิ้นกับพวกคนตระกูลเซี่ยอยู่ดี!”
อาจารย์ใหญ่ซุนใ
“นักเรียนเซี่ย การเรียนสำคัญที่สุด ต้องใจเย็นนะ!”
นี่เขาทำเื่อะไรลงไปกันนะ?
ตกลงแล้วเซี่ยจื่ออวี้กลัวว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะสอบติดมหาวิทยาลัยหรือว่ากำลังห่วงใยเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยจิตใจ้าชดใช้ความผิดอาจารย์ใหญ่ซุนไม่อยากสืบเสาะลึกซึ้ง
อันที่จริงแย่งชิงคนรักอะไรหรือไม่ อาจารย์ใหญ่ซุนไม่ใส่ใจสักนิด ความขัดแย้งของหญิงสาวเทียบกับอนาคตทางการเรียนแล้วไม่ถือว่าเป็เื่ใหญ่โต
ทว่าภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบที่เซี่ยจื่ออวี้สรรสร้างต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุนมาตลอดเกิดรอยแตกระแหงแล้ว
เซี่ยจื่ออวี้มิใช่ญาติสนิทมิตรสหายกับอาจารย์ใหญ่ซุน ทำไมเขาต้องช่วยอีกฝ่ายกัน? ไม่ใช่เพราะคุณธรรมเ่าั้ที่เซี่ยจื่ออวี้แสดงออกมาหรือมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ กตัญญู เคารพครูบาอาจารย์เทิดทูนความรู้และอื่นๆหากสิ่งเหล่านี้ล้วนคือภาพลวงเล่า อาจารย์ใหญ่ซุนไม่ได้มีนิสัยยึดติดกับความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้านคุณธรรมเขารู้สึกหงุดหงิดเพราะตนเองโดนนักเรียนคนหนึ่งลวงหลอกมากกว่า
นักเรียนหญิงคนหนึ่งหลอกอาจารย์ใหญ่เสียหัวหมุน อาจารย์ใหญ่ซุนยังจะเหลือศักดิ์ศรีที่ไหนกัน!
“นักเรียนเซี่ย ครูขอโทษเธอด้วยที่ฟังความข้างเดียวแล้วเข้าไปสอดมือใส่เื่ในครอบครัวของเธอ...เธอวางใจเถอะ ก่อนเธอจะเข้าร่วมการสอบเกาเข่า นอกจากเธอ คนตระกูลเซี่ยทั้งหมดจะไม่สามารถเข้าออกโรงเรียนได้ไม่ว่าใครจะส่งของกินให้เธอ ส่งเสื้อผ้าให้เธอ เป็ห่วงเธอ พะวงเื่เธอ ล้วนอย่าได้คิดที่จะเข้ามา!”
เชิงอรรถ
[1]磕头 หมอบคำนับ คือ การแสดงความเคารพอย่างสูงโดยการหมอบคำนับและกดหน้าผากลงบนพื้นในที่นี้หลิวเฟินคำนับขอร้องจนหน้าผากแทบแตก
[2]做贼的喊转贼 โจรร้องเรียกคนมาจับโจร หมายถึงคนชั่วพยายามหลบหนีโดยการจงใจสร้างความวุ่นวาย เบี่ยงเบนความสนใจใส่ร้ายว่าผู้อื่นทำชั่ว
