ในค่ำคืนนี้ ภายในห้องสำนึกตนยังคงเงียบงันไม่ต่างกับสุสาน หลิ่วอวิ๋นชิงคล้ายถูกทุกคนหลงลืม นอกจากอาหารที่มาตรงเวลาแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมนางเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งงานศพของเหลยซื่อนางก็ไม่ได้เข้าร่วม
ในตอนนั้นนางได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ แต่ว่าตนเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ไหนเลยจะยังว่างไปใส่ใจว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
นางนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบงัน ไม่มีท่าทีใดๆ ไร้ชีวิตชีวาไม่ต่างกับหุ่นกระบอก รอบด้านเต็มไปด้วยบรรยากาศของความตาย
ตอนนี้เองที่ประตูห้องสำนึกผิดเปิดออกอย่างเงียบๆ ลมหนาวอันรุนแรงพัดเข้ามา หลิ่วอวิ๋นชิงใ ดวงตาอันเลื่อนลอยทั้งสองมองไปทางประตู
ดึกถึงเพียงนี้แล้วยังมีผู้ใดกล้ามาที่นี่อีก?
ท่ามกลางแสงจันทร์ เงาร่างอันแปลกประหลาดสายหนึ่งยืนอย่างเงียบงัน สวมชุดไว้ทุกข์สีอ่อนทั้งร่าง ผมยาวดั่งม่านน้ำตกถูกลมพัดปลิวไสวจนดูคล้ายกับผีสาง
เนื่องจากย้อนแสง อวิ๋นชิงจึงมองดูราวกับภาพตรงหน้าไม่เป็ความจริง นางใจนสะดุ้งถอยหลังชิดมุมกำแพง รู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย
บุคคลเบื้องหน้าจดจำปฏิกิริยาของหลิ่วอวิ๋นชิงเอาไว้ในสายตาอย่างเงียบเชียบ ยกเท้าค่อยๆ เดินเข้าไปหานาง ทุกย่างก้าวทำให้บุคคลที่อยู่ในมุมสั่นสะท้าน
“น้องห้า...”
น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นในหูอย่างเหนือความคาดหมาย หลิ่วอวิ๋นชิงใจนมึนงงไปทั้งร่าง เงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าของผู้มาเยือน ใช้เวลาสักพักถึงจะมองท่าทางของนางได้อย่างชัดเจน
เป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋า?
ในตอนที่หลิ่วอวิ๋นชิงถอนใจอย่างโล่งอกนั้น ในใจกลับมีความรังเกียจอันเข้มข้นล้นทะลักออกมา เมื่อคิดไปถึงท่าทางอัปลักษณ์ของตนเองในยามนี้ หึ...นางอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา
สถานการณ์ในตอนนี้ กระทั่งพี่รองก็มาดูเื่น่าขบขันของนางหรือ?
นางเลื่อนสายตาออกไปอย่างแข็งกร้าว “เหตุใดพี่สาวจึงได้มาที่ห้องสำนึกตนดึกดื่นเพียงนี้ ไม่กลัวถูกท่านย่ารู้หรอกหรือ?”
สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่มีระลอกคลื่นเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับการเสียดสีเย้ยหยัน ท่าทางในตอนนี้กลับเ็าราวกับเหมันตฤดู นางเพียงยืนมองหลิ่วอวิ๋นชิงอย่างไม่แยแสเช่นนั้น เงียบจนทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจผิด ราวกับว่าพริบตาเดียวนางก็จะกลืนหายไปกับความมืดและเลือนหายไปราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
พริบตานั้นในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงเกิดความสงสัย จึงหันไปมองสตรีตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง เหตุใดจึงรู้สึกว่าพี่สาวคนนี้มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป?
หลิ่วอวิ๋นชิงอดไม่ได้ที่จะขยับตัวอย่างหวาดกลัว “ท่านพี่ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด นี่ท่านกำลังทำอะไร?”
ความเงียบงันดุจความตายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้คนรับไม่ไหวจริงๆ ในตอนที่หลิ่วอวิ๋นชิงกำลังจะเอ่ยปากไล่คน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็นั่งลง ภายใต้น้ำเสียงที่สงบนิ่งไร้ซึ่งคลื่นลมยังคงเจือไปด้วยความเศร้าโศก “น้องห้า วันนี้ภายในจวนโหวไม่มีที่ให้เ้ากับข้าแล้ว หรือว่าเ้าพอใจที่จะเห็นหลิ่วอวิ๋นซูเหยียบหัวของพวกเราเช่นนี้ ยอมให้นางใช้มือเดียวปิดแผ่นฟ้า?”
น้ำเสียงนี้ดังก้องอยู่ในห้องสำนึกตน
“ท่านพี่ ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน” หลิ่วอวิ๋นชิงเสแสร้งแกล้งโง่ สำหรับหลิ่วอวิ๋นฮว๋า นางยังคงมีความรู้สึกคับข้องใจอยู่
สตรีตรงหน้ายื่นมือออกไปจับผมของนาง ดวงตามืดครึ้มลง “น้องห้า ถึงแม้ว่าข้าจะเป็บุตรีภรรยาเอก แต่เ้ากับข้าก็ยังคงเป็พี่สาวน้องสาว แต่ว่าเ้าดูเถิด หลิ่วอวิ๋นซูกลับไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเลยแม้เพียงนิด ทำลายเ้ากับข้าจนเป็เช่นนี้ น้องห้า หรือว่าเ้าไม่เจ็บใจ?”
คำพูดนี้สั่นคลอนจิตใจของหลิ่วอวิ๋นชิง ใช่แล้ว เป็พี่สาวน้องสาวเช่นเดียวกัน เป็บุตรีอนุภรรยาเช่นเดียวกัน มีเพียงหลิ่วอวิ๋นซูคนนี้ที่ไร้ไมตรีมากที่สุด
“น้องห้า ภายในจวนโหว แม้ว่าเ้ากับข้าจะไม่ได้มีความใกล้ชิดกันมาหลายปี ตลอดมาก็สงบไร้เื่ราว ทว่าั้แ่หลิ่วอวิ๋นซูกลับมา พวกเราพี่น้องหลายคนไม่ตายก็าเ็ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบอีก หรือว่าเ้ามองไม่เห็น?”
ทันใดนั้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ยิ้มอย่างเ็า “หรือว่าน้องห้าคิดจะเป็เนื้อให้ผู้อื่นเขากัดกินเช่นนี้? ยอมกล้ำกลืนความทุกข์ทน?”
หลิ่วอวิ๋นชิงกำหมัดแน่น นางเคยสบายใจด้วยหรือ? นางไม่ได้โง่ ไม่ใช่ว่านางไม่เข้าใจคำพูดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า อย่างไรก็ตามนางได้รับความลำบากต่อหน้าหลิ่วอวิ๋นซูมากเกินไป แต่นางก็ยังไม่ลืมว่าคนที่ร่วมมือกับพี่สาวคนนี้ล้วนไม่มีจุดจบที่ดี
นางหายใจเย็นะเื ในดวงตาของหลิ่วอวิ๋นชิงมีระลอกคลื่นอันดำมืดไหลเวียน “ท่านพี่ ท่านเองก็ทราบว่าในจวนโหวแห่งนี้ไม่มีที่ให้ท่านกับข้า ความทุกข์ใจนี้ข้าไม่อยากจะกล้ำกลืน แต่ก็มิอาจมิกล้ำกลืน”
“ฮ่าๆ...เช่นนั้นเ้ากล้ำกลืนลงไปแล้วเป็อย่างไร? เ้าใช้ชื่อของหลิ่วอวิ๋นซูไปก่อเื่ แม้ว่าวันนี้นางจะขังเ้าอยู่ในห้องสำนึกตน แต่ด้วยฝีมือของนาง น้องห้าคิดว่านางจะปล่อยเ้าไปเช่นนี้จริงๆ หรือ?”
หลิ่วอวิ๋นชิงเย็นวาบในใจ นางกลับไม่คิดถึงจุดนี้มาก่อน ความจริงแล้วเื่ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ส่งผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว
“เ้าสนใจแต่แก้แค้นหลิ่วอวิ๋นซู แต่เ้ากลับลืมไปว่าหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ชื่อนี้ฝ่าาเป็ผู้ประทานให้ เ้าทำลายชื่อเสียงของหลิ่วอวิ๋นซูเป็เื่เล็ก แต่เ้ากลับเหยียบพระพักตร์ของฝ่าา หรือว่าเ้าไม่เคยคิดมาก่อน?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าชี้ไปยังตนเอง “ดูเถิด ข้าเป็บุตรีภรรยาเอก แต่จุดจบในวันนี้ของข้าเป็อย่างไร? ท่านแม่ตายไปแล้ว น้องสามก็ไม่เหลือแม้แต่ศพ ดูใบหน้าของข้าสิ!”
ทันใดนั้นนางยื่นหน้าเข้ามา เส้นเืในตาปรากฏชัดเจน ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
“แต่ว่าท่านพี่...” หลิ่วอวิ๋นชิงถูกทำให้ใ ท่านแม่ตายแล้ว? ทำไม หรือว่าเสียงงานศพที่นางได้ยินก็คือ...
ในเวลาเพียงไม่กี่วันก็เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น นางถึงกับไม่รู้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีผู้ใดมาเรียกนางออกไปเลย!
นางก็เป็บุตรีอนุภรรยาของจวนชางหรงโหว!
หลิ่วอวิ๋นชิงเศร้าโศกเสียใจ ใคร่ครวญคำพูดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าอย่างละเอียด ใช่แล้ว! นางถึงกับลืมไปแล้ว ลืมไปว่าหลิ่วอวิ๋นซูนอกจากนางจะมีท่านย่าและท่านพ่อคอยค้ำจุน เื้ัของนางยังมีชื่อที่ฝ่าาประทานให้
มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายกขึ้นอย่างเ้าเล่ห์ “น้องห้า ในจวนโหวแห่งนี้คนที่เ้าจะสามารถเชื่อใจได้มีเพียงข้า”
“...ท่านพี่ แต่ว่าพวกเราจะสามารถทำอะไรได้เล่า? ท่านดูข้าในตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงแก้แค้นหลิ่วอวิ๋นซูเลย กระทั่งห้องสำนึกตนข้าก็ก้าวออกไปไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว ท่านพี่ ข้าแพ้แล้ว! ข้าแพ้แล้วจริงๆ!” ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นชิงพลันมีประกายบ้าคลั่งวาบผ่าน ความไม่พอใจในส่วนลึกของจิตใจกำลังฉีกทึ้งจิติญญาของนาง
“น้องห้า หรือว่าเ้ายังไม่ชัดเจนอีก? วันนี้ข้าสามารถมาถึงในนี้ได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าข้ามีวิธีช่วยเ้าออกไป ตอนนี้พวกเราจำเป็ต้องร่วมมือกัน ไม่เช่นนั้นจะสู้กับหลิ่วอวิ๋นซูได้อย่างไร?” กล่าวจบก็จับมือของหลิ่วอวิ๋นชิงมาวางลงในฝ่ามือ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปดังขึ้น “ข้าไม่มีมารดาแล้ว อนุสี่ก็ไม่รักเ้า พวกเราไม่มีความแค้นต่อกัน ทำได้เพียงประคับประคองกันและกัน...”
หลิ่วอวิ๋นชิงใเป็อย่างยิ่ง ไม่กล่าวไม่ได้ว่าในใจของนางรู้สึกหวั่นไหว
“แต่ว่า...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเห็นดังนั้นก็พูดเน้นย้ำขึ้นมา “หากน้องห้าร่วมมือกับข้ากำจัดหลิ่วอวิ๋นซู วันหน้าพี่สาวจะต้องหาครอบครัวดีๆ ให้เ้าแต่งออกไปแน่นอน”
หลิ่วอวิ๋นชิงยังคงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง นางรู้สึกว่าคำพูดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเป็เพียงแค่ลมปาก
อีกฝ่ายแย้มยิ้ม “น้องสาวโง่งม หากว่าในจวนโหวมีหลิ่วอวิ๋นซูน้อยลงไปคนหนึ่ง ก็มีเพียงเ้ากับข้าสองพี่น้อง ถึงตอนนั้นต่อให้ท่านพ่อไม่พอใจแล้วจะทำอย่างไรได้? มีเพียงให้เ้ากับข้าแต่งออกไปให้ดีถึงจะเป็ประโยชน์ต่อจวนโหว!”
ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยเส้นเืสีแดงก่ำ
ลังเลครู่หนึ่ง หลิ่วอวิ๋นชิงจึงเงยหน้าขึ้น “ไม่ทราบว่าท่านพี่มีวิธีการใด?”
มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายกยิ้มอย่างเ็า “เื่นี้น้องห้าวางใจได้ ไม่นานท่านย่าก็จะให้เ้าออกไป”
หลิ่วอวิ๋นชิงพยักหน้า ถึงแม้ในใจจะกังวล แต่การปรากฏตัวของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าในวันนี้กลายเป็ยาที่ทำให้นางสงบใจอย่างไม่ต้องสงสัย
วันต่อมา
เดิมทีหลิ่วอวิ๋นชิงยังคิดว่าตนเองจะต้องถูกกักบริเวณอีกหลายวัน ไหนเลยจะรู้ว่าตอนเช้าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะพาคนเข้ามา
“น้องห้า พวกเราไปกันเถิด!” ใบหน้างดงามของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็กันเอง แต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา
ยากจะเชื่อว่าเพียงเดินตามหลังหลิ่วอวิ๋นฮว๋า นางก็สามารถออกจากห้องสำนึกตนได้ง่ายๆ นางจำได้ว่าท่านย่าไม่สนใจบุตรีภรรยาเอกมานานแล้ว ตกลงแล้วหลิ่วอวิ๋นฮว๋าใช้แผนการอะไรกันแน่ เหตุใดท่านย่าจึงตอบรับให้ปล่อยตนเองออกไปง่ายๆ เช่นนี้
เมื่อเดินมาครึ่งทาง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันหันมาทางหลิ่วอวิ๋นชิง แย้มยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสั่นสะท้าน “น้องห้า ข้าจะพาเ้าไปดูอะไรบางอย่าง”
ปลายนิ้วของหลิ่วอวิ๋นชิงเย็นเยียบ ไม่ทราบว่าเหตุใดในใจจึงเกิดความร้อนรน
นอกเรือนอนุสี่
หลิ่วอวิ๋นชิงมองไปยังเรือนเบื้องหน้าด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงพาตนเองมาที่นี่
“ท่านพี่...” หลิ่วอวิ๋นชิงเบนสายตาไปมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเล
“น้องห้าไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าแย้มยิ้มบางๆ “ได้ยินมาว่าคุณชายแปดและคุณชายเก้าเพิ่งจะมาจากเรือนท่านย่า”
หลิ่วอวิ๋นชิงชักสีหน้าในทันที “ข้าไม่อยากดู!”
คนข้างกายกลับยื่นมือออกไปผลักหลิ่วอวิ๋นชิงเข้าไปในเรือน “น้องห้า วันหลังอยากจะพบอีกก็ยากแล้ว”
นางเดินโซเซไปสองเก้า บริเวณคิ้วเต็มไปด้วยความเ็ป เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไป
“คังเอ๋อร์ เจี้ยนเอ๋อร์ พวกเ้าอยู่ในเรือนท่านย่าคุ้นชินแล้วหรือไม่? เชื่อฟังท่านย่าหรือไม่? ทบทวนการเรียนอย่างจริงจังหรือไม่?” เสียงของอนุสี่ที่กำลังไต่ถามอย่างอ่อนโยนดังขึ้นภายในห้อง หลิ่วอวิ๋นชิงได้ยินก็รู้สึกเจ็บราวกับหัวใจจะแตกเป็เสี่ยงๆ
“อี๋เหนียง ท่านดูสิว่าข้ากับท่านพี่เอาอะไรมาให้ท่าน?” คุณชายเก้าพูดพลางควักกล่องไหมอันงดงามกล่องหนึ่งออกมาจากอก “ข้ากับพี่แปดถูกใจั้แ่แรกเห็นที่เรือนท่านย่า จึงขอมาให้อี๋เหนียงเป็พิเศษขอรับ”
อนุสี่ได้ยินก็ยิ่งรู้สึกชมชอบ ประคองกล่องไหมไว้ในฝ่ามือเพื่อดูใกล้ๆ ความกตัญญูของพวกเขาพลันทำให้คิ้วที่ขมวดมาหลายวันคลายลงได้ “ที่แท้พวกเ้าทั้งสองก็มีความกตัญญูเช่นนี้ เติบโตแล้วจริงๆ ยังจดจำได้ว่าต้องนำสิ่งของมาให้อี๋เหนียง”
“อี๋เหนียงขอรับ ท่านรีบดูเถิด” คุณชายแปดพูดแล้วเดินมาเบื้องหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยท่าทางราวกับกำลังมอบของล้ำค่า
“ดีๆๆ อี๋เหนี๋ยงจะดูเดี๋ยวนี้”
ภายในกล่องไหมเป็ตุ้มหูไข่มุกคู่หนึ่ง สีสันแวววาวงดงามเป็อย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนมองแล้วรักจนวางไม่ลง
“ข้าบอกแล้วว่าอี๋เหนียงจะต้องชอบแน่ ใช่หรือไม่?” คุณชายเก้าตบลงบนแขนของคุณชายแปดอย่างได้ใจ
คุณชายแปดยิ้ม ยื่นมือออกไปหยิบตุ้มหูในมือของอนุสี่ที่กำลังพินิจอย่างละเอียดอยู่ “อี๋เหนียง ข้าจะช่วยสวมให้ท่าน”
ท่าทางน่าเอ็นดูและรู้ความเช่นนี้ของบุตรชายทั้งสองคนพลันทำให้อนุสี่คิดถึงหลิ่วอวิ๋นชิงที่อยู่ในห้องสำนึกตนขึ้นมา
นางอดไม่ได้ที่จะถอนใจครั้งหนึ่ง หลายวันมานี้นางไปหาฮูหยินผู้เฒ่าบ่อยครั้ง เพียงแต่เพิ่งจะเปิดปากขอร้องก็ถูกสายตาของฮูหยินผู้เฒ่าบีบบังคับจนต้องกลับมา คราวนี้อวิ๋นชิงไปก่อเื่เอาไว้ไม่น้อยเลย ยิ่งไปกว่านั้น ระยะนี้จวนโหวมีเื่เข้ามาไม่เว้น อารมณ์ของฮูหยินผู้เฒ่าเดิมทีก็ไม่ดีอยู่แล้ว อนุสี่กลัวว่าหากตนเองพูดอะไรผิดจะเป็การทำร้ายอวิ๋นชิง
คุณชายเก้าเห็นใบหน้าหม่นหมองของอนุสี่ จึงรีบเดินไปเบื้องหน้า “อี๋เหนียงขอรับ เป็อะไรหรือ? เหตุใดจึงไม่ยินดี?”
อนุสี่รีบเงยหน้าขึ้น เปลี่ยนสีหน้าเป็รอยยิ้มของมารดาผู้มีเมตตา “ไม่มีอะไร อี๋เหนียงไม่ได้ไม่ดีใจ อี๋เหนียงเห็นพวกเ้าสองคนก็ดีใจยิ่งกว่าเห็นสิ่งอื่นใด เพียงแต่...เฮ้อ...ไม่พูดเื่เหล่านี้แล้ว ครั้งนี้ต้องลำบากพี่หกของพวกเ้า มิเช่นนั้นอี๋เหนียงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นพวกเ้าทั้งสองคน”
“ฮ่าๆ...จริงหรือขอรับ?” ในตอนนี้คุณชายแปดก็ช่วยสวมใส่ตุ้มหูให้อนุสี่
“อี๋เหนียงสวมแล้วดูดีมากเลยขอรับ” คุณชายเก้าอุทานออกมาจากใจ แล้ววิ่งเข้าไปหยิบกระจกทองเหลืองออกมาจากภายในเรือน “อี๋เหนียง ท่านดูสิ งดงามมากใช่หรือไม่ขอรับ?”
อนุสี่ส่องกระจก ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม “ดูดีมาก! งามมากจริงๆ!”
หลิ่วอวิ๋นชิงไม่ทราบว่าตนเองยืนอยู่นานเพียงใด เสียงหัวเราะภายในเรือนของน้องชายร่วมมารดา ความซาบซึ้งใจของอนุสี่ ในตอนนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนเย้ยหยันเสียจริง
นางได้รับความลำบากอยู่ในห้องสำนึกตน อี๋เหนียงไม่เพียงแต่ไม่ขอร้องเพื่อช่วยนาง แต่ยังมีความรู้สึกขอบคุณให้หลิ่วอวิ๋นซูอีก?
รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของนางค่อยๆ เลือนหายไป ความไม่พอใจในสายตาถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชัง ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้ว ที่แท้พวกเขาถึงจะเป็ครอบครัว!
เนิ่นนานกว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะเดินมาข้างกาย ปรายตามองท่าทางสีหน้าของนางแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “วันนี้น้องห้าได้เห็นตำแหน่งฐานะในจวนโหวของเ้าได้ชัดเจนแล้วหรือไม่”
หลิ่วอวิ๋นชิงเก็บอารมณ์ หันกายเดินออกไปนอกเรือน “ท่านพี่ ท่าน้าให้ข้าช่วยท่านอย่างไร?”
นางรู้ดีว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจงใจให้นางมาเห็นเหตุการณ์นี้ แต่ตอนนี้เป้าหมายของนางมีเพียงอย่างเดียว คือทำให้อี๋เหนียงรู้ว่าต่อให้ไม่มีนาง ตนเองก็สามารถใช้ชีวิตดีๆ ได้ และ้าให้หลิ่วอวิ๋นซูรู้ว่า ความเ็ปที่นางเพิ่มให้ตนเองมานี้ ต้องมีสักวันที่จะคืนกลับไปเป็เท่าตัว!
