เมื่อได้ยินที่เชวียหย่งเฉียงพูดต้วนชิงิจึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพลางทอดถอนใจดูเชวียหย่งเฉียงที่คอยปกป้องจนออกหน้าออกตา หลักฐานความผิดของเชวียหนิงเชี่ยนก็เห็นกันอยู่ชัดเจนถ้าไม่เชื่อก็สามารถเรียกบ่าวรับใช้มาถามได้ทว่าเมื่อความจริงใกล้ปรากฏเชวียหย่งเฉียงยังไม่ลืมที่จะคอยคุ้มครองลูกสาวอนุเหมือนกลัวว่านางจะไม่ได้รับความเป็ธรรมจากฮูหยิน! และสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือยิ่งทำเช่นนี้ก็ยิ่งสร้างปัญหาให้ฮูหยินและลูกสาวของนางมากขึ้น
เชวียหนิงหรานที่ยืนพิงเก้าอี้ตัวสั่นอยู่จับมือต้วนชิงิไว้แแ่ กลัวว่าถ้านางทนไม่ไหวจะพูดออกไป!
ฮูหยินเชวียหันมองเพียงปราดเดียว
คำพูดผู้เป็สามีเห็นได้ชัดว่ากำลังพูดโน้มน้าวระคนเตือนสตินางละม้ายถ้านางลงโทษเชวียหนิงเชี่ยนหนักเกินที่จำเป็หรือเอาเื่นี้ไปบอกท่านปู่ท่านย่า เขาจะไม่ปล่อยนางไปแน่!
ทำไมนางจะไม่เข้าใจความหมายที่ผู้เป็สามี้าสื่อ? เขา้าที่จะปกป้องลูกสาวอนุแต่ก็กลัวว่าเขาจะดูเป็ตัวตลกเมื่อท่านปู่ท่านย่ารู้เื่และต่อว่าเขากับอนุภรรยา ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นก็ให้ฮูหยินรับไว้ทั้งหมด!
ร่วมหอลงโรงเป็สามีภรรยากันมากกว่าสิบปีแต่กลับเ็ากันได้ถึงเพียงนี้ ในใจของฮูหยินเหมือนถูกความหนาวเหน็บทิ่มแทงนางมองไปยังเชวียหย่งเฉียงที่มองมาอย่างเตือนจึงเผยยิ้มขึ้นบางๆ...ในที่สุดนางก็เห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายคนนี้ชัดเจนสักทีเขามัวแต่คิดว่าจะเอาอกเอาใจอนุของอย่างไรโดยไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของนางและลูกสาวถึงเวลาที่จะต้องให้พวกนั้นได้เจอดีเสียบ้าง!
“ท่านพี่วางใจได้ เื่นี้ เชี่ยเซิน[1]จะสืบหาความจริงให้ถึงที่สุดเพื่อคืนชื่อเสียงให้กับลูกสาวของท่าน!”
เชวียหย่งเฉียงเดิมที่ไม่ชอบท่าทางที่แข็งกร้าวของฮูหยินเมื่อได้ยินที่นางพูดก็ยิ่งไม่ชอบใจขึ้นไปอีก... ความหมายของเขาคือให้สืบแบบคร่าวๆก็พอ แต่ความหมายของฮูหยินกลับตรงข้าม!
เมื่อได้ฟังประโยคสุดท้ายที่นางพูดว่า ‘คืนชื่อเสียงให้กับลูกสาวของท่าน’ เขากลับพูดอะไรไม่ออกอีก!คำพูดและเื่ราวเหล่านี้ มีความสัมพันธ์กับชื่อเสียงของบุตรสาวอย่างมากยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวโยงไปถึงบุตรสาวภรรยาเอกจวนต้วนอีก
คิดถึงจุดนี้เชวียหย่งเฉียงจึงไปแต่โบกมือไปมา “ช่างเถอะเื่นี้ให้เ้าจัดการแล้วกัน!”
ฮูหยินเชวียตอบตกลงนางรู้ว่าแม้เขาจะให้นางจัดการ แต่หน้าตาและจิตใจกลับไม่ได้ยินดี
ทางด้านต้วนชิงิเมื่อได้เห็นสีหน้าของฮูหยินเชวียทำได้แต่ถอนหายใจ คนที่จะปกป้องเชวียหนิงหรานแท้จริง ยังคงเป็แม่ผู้ให้กำเนิดนางทว่านางไม่อยากเห็นฮูหยินเชวียกับเชวียหย่งเฉียงมองหน้ากันไม่ติดจึงปรายตามองไปยังเชวียหนิงเชี่ยนที่คุกเข่าอยู่ พูดเสียงต่ำว่า
“คุณหนูสามทำความผิด จะต้องได้รับโทษแน่นอน!”
เชวียหนิงเชี่ยนที่ข่มความโกรธมานานแล้วในตอนนี้จึงอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้วงชิงิอย่างโกรธแค้นชิงชัง ไม่สนใจใครอื่นเบิกตาโตพร้อมกำมือไว้แน่น พูดอย่างโมโหอีกฝ่ายเป็ที่สุด “เ้ามันคนไร้ความสามารถ... ข้าจะฆ่าเ้าให้ได้!”
ถึงตรงนี้ความจริงทั้งหมดก็เผยออกมาครั้งนี้ต่อให้เชวียหย่งเฉียงอยากจะปกป้องเชวียหนิงเชี่ยนมากแค่ไหนก็ไม่อาจจะทำได้อีกแล้ว!
ต้วนชิงิไม่สนใจสายตาของเชวียหย่งเฉียงอีกต่อไปหัวเราะออกมาเสียงเบา “ถึงแม้ข้าจะไร้ความสามารถแต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายพี่น้องของข้า แต่คุณหนูสามเล่า? ไม่เพียงแต่จะผลักข้าตกน้ำยังผลักพี่น้องของตนเองลงน้ำหรือเ้าไม่กลัวว่าข้าจะตามไปหลอกหลอนถึงเตียงตอนกลางดึกกลางดื่นหรอกหรือ?
นางหันไปมองทางเชวียหนิงเชี่ยนด้วยสายตาที่เย็นะเืและโเี้ราวกับเป็ปีศาจชั่วร้ายกลับมาเกิด้าจะกลืนกินนางลงไป! เชวียหนิงเชี่ยนไม่เคยเห็นสายตาเช่นนี้มาก่อนจึงร้องเสียงดังลั่นออกมา “ข้าบอกแล้วไงข้าแค่ผลักนางเบาๆ เท่านั้น...”
พริบตาเดียวเสียงภายในห้องโถงรับรองก็เงียบลงอย่างฉับพลันเชวียหย่งเฉียงมองบุตรสาวคนเล็กด้วยความผิดหวังจนไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวาจาได้อีกแล้ว
“หนิงเชี่ยน ลูกทำจริงๆ ใช่หรือไม่?”
แต่ก่อนเขาเห็นแต่เชวียหนิงเชี่ยนที่น่ารัก จิตใจดี ทว่าตอนนี้เด็กอายุไม่ถึงสิบปีกลับกล้าผลักพี่สาวลงน้ำ อีกทั้งยังกล้าผลักคุณหนูจวนอื่นตกน้ำอีกด้วย?
ลูกสาวที่อยู่ต่อหน้าเขานั้นเป็ลูกของเขาจริงหรือ?
ถึงตอนนี้ภายนอกห้องโถงรับรองจู่ๆ มีเสียงก้องกังวานที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจดังมา “คุณหนูสามเป็คนลงมือ…ข้าเห็นกับตา!”
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านนอกเกือบทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมอง!
ด้านนอกเห็นบุรุษสง่างามผู้หนึ่งรัศมีสุกสว่างดั่งมีทองคำเปล่งประกายไปรอบตัวดึงดูดทุกสายตามาไว้ที่ตัวของเขา ก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงรับรองทีละก้าว ทีละก้าวไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป!
ชายหนุ่มผู้นั้นมีผิวพรรณที่ขาวหมดจดดวงตาลุกวาวละม้ายสามารถมองทะลุอดีตได้ มีรอยยิ้มเหมือนพระจันทร์เสี้ยวที่สุกกวาวบนท้องนภายามค่ำคืนแต่เมื่อเวลาจริงจังก็ดุดันเหี้ยมโหดและเืเย็นจนหนาวเหน็บ
เมื่อมองใบหน้าที่สดใสจากด้านข้างจะเห็นรูปหน้าคมคาย มีสัดส่วนชัดเจนทว่ากลับไม่สูญเสียความหล่อเหลาไปใครได้เห็นเป็ต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์!
สำหรับคนนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากเป็เพราะในใจของต้วนชิงิรู้ว่าองค์ชายสามเป็เหมือนเทพเ้า
นางเงยหน้ามองขึ้นก็พอดีกับสายตาที่นิ่งเรียบของเหยียนหลิ่งอวี๋มองมาพอดี จึงก้มหน้าลงในทันทีร้องขึ้นว่า “องค์ชายสามเพคะ!”
ไม่รู้ว่าองค์ชายมาร่วมผสมโรงอะไรที่นี่?
นางรู้ดีว่านายท่านเชวียเคยเป็ครูใหญ่และเหยียนหลิ่งอวี๋นับว่าเป็ลูกศิษย์ของเขา อีกทั้งเชวียจื่อซวนก็เป็เพื่อนอ่านหนังสือของเขาดังนั้นเขาจึงไปมาจวนเชวียเป็เื่ปกติ! แต่เหตุใดเขาถึงไม่รอให้นางไปก่อนค่อยปรากฏตัว... ต้วนชิงิยอมรับว่าไม่ว่าองค์ชายสามจะอยู่ที่ไหนนางจะััได้ถึงความรู้สึกกดดันที่นั่น!
เมื่อเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งคู่และทุกคนต่างรีบลุกขึ้น ลงไปคุกเข่าต้อนรับ “เชี่ยเซินคารวะองค์ชายสาม!”
เขาดึงชายเสื้อขึ้นพูดขึ้นว่า “ลุกขึ้น ตามสบาย!” ทุกคนต่างลุกขึ้นมาส่วนเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวีย ผายมือไปที่นั่งเพื่อให้ผู้ที่มาใหม่ได้นั่ง!
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็คนทำอะไรตามอำเภอใจ เขาจึงเดินไปที่นั่งตรงกลางห้องโถงรับรอง พูดว่า “ท่านเชวีย วันนี้ข้าไปเจอเื่น่าขันที่ศาลากลางน้ำอย่างมากเื่หนึ่งจึงอยากจะเล่าให้ท่านเชวียได้ฟัง ไม่ทราบว่าท่านเชวียเต็มใจฟังหรือไม่?”
เชวียหย่งเฉียงจะกล้าพูดว่า ‘ไม่เต็มใจ’ หรือ? เขารีบพยักหน้าตอบรับ“องค์ชายสามเชิญเล่าพ่ะย่ะค่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้น้ำตาลแดงอย่างสบายอารมณ์มองไปโดยรอบ จากนั้นหยุดสายตาลงที่ใบหน้าเชวียหนิงเชี่ยนยิ้มเล็กน้อยออกมาและพูดว่า “คุณหนูสามจวนเชวีนผู้นี้มีความกล้าหาญและหนักแน่น ข้าชอบยิ่งนัก!”
เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดสายตาของคนห้องโถงรับรองต่างก็แปลกใจกันไม่น้อย
เชวียหย่งเฉียงสามารถยืดอกด้วยความภาคภูมิใจกับเชวียหนิงเชี่ยนที่เขาเอ็นดูเมื่อได้ฟังเหยียนหลิ่งอวี๋ชมลูกสาวที่เขารักที่สุด แน่นอนว่าเขาดีใจเป็อย่างมาก
สีหน้าฮูหยินเชวียกลับหม่นหมองลงหรือว่าฟ้าดินไม่อยากให้นางลงโทษเชวียหนิงเชี่ยนในวันนี้? เมื่อครู่เชวียหย่งเฉียงให้นางทำเื่ใหญ่ให้เล็กทำเื่เล็กให้มลายหายไป ตอนนี้องค์ชายสามก็มาชื่นชมเชวียหนิงเชี่ยนหรือว่าเื่ผลักเชวียหนิงหรานตกน้ำจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้?
ทางด้านเชวียหนิงโหรวส่งสายตามองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ พร้อมกับถอนหายใจ ถ้านางอายุน้อยกว่านี้สักสองปีถ้าได้เกี่ยวดองกับองค์ชายสามที่รูปโฉมงดงาม จะดีขนาดไหนกัน?
ส่วนเชวียหนิงเชี่ยนเดิมทีตระหนกใการมาเหยียนหลิ่งอวี๋จนลมออกหู ทว่าประเดี๋ยวเดียว เมื่อเห็นอีกฝ่ายช่วยพูดให้ ก็อดดีใจเสียไม่ได้จนหาทางไปไม่เป็!
แม้กระทั่งเชวียจื่อซวนที่ยืนอยู่ด้านข้างยังต้องผงะไปนิดหน่อย เพราะองค์ชายสามเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ไม่ช่วยน้องสาวระบายความโกรธกลับยังช่วยคนที่ใช้กำลังและอำนาจในการทำร้ายคนอื่น?
มีเพียงต้วนชิงิเมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ จึงรีบก้มหน้าก้มตาเม้มปากที่บอบบางดังบุปผา... ก่อนอื่นเขาจะยกยอให้อีกฝ่ายลอยสูงขึ้นหลังจากนั้นค่อยปล่อยให้ตกลงมาอย่างแรงนี่ต่างหากที่เป็วิธีที่องค์ชายสามช่ำชองที่สุด!
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือเวลาคนยืนอยู่บนที่สูง เมื่อตกลงมาก็จะยิ่งเ็ปส่วนองค์ชายสามถ้าไม่ปล่อยให้ตกลงมาเจียนตาย ก็จะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด!
ในห้องโถงรับรองเสียงเชวียหนิงเชี่ยนดังขึ้นด้วยความดีใจ “ขอบพระทัยองค์ชายสามเพคะ!”
…...
[1]เชี่ยเซิน คือ สรรพนามที่ฮูหยิน (ภรรยาเอก) เรียกแทนตนเอง
