ขณะที่เย่ฝานออกมาจากเขตชุมชน ก็ได้พบกับหญิงวัยกลางคนที่เข้ามาก่อกวนเซี่ยวฉืออีกครั้งหนึ่ง
ผู้หญิงคนนั้นดึงแขนผู้คนที่เดินผ่านไปมา แล้วบอกกับพวกเขาว่าเซี่ยวฉือเป็คนไม่มีคุณธรรม ช่วยผู้ชายคนอื่นแย่งลูกสะใภ้ที่แสนกตัญญูไปจากหล่อน เซี่ยวฉือจะต้องได้ผลประโยชน์จากเื่นี้แน่ๆ
หล่อนยังพูดอีกว่าลูกสะใภ้เป็คนกตัญญู และรักลูกชายของพวกเขามาก
ยังบอกอีกว่าลูกสะใภ้ของหล่อนมีเงินมาก คนที่แต่งงานใหม่กับลูกสะใภ้ในตอนนี้ เข้ามาเพราะหวังเงินทอง เซี่ยวฉือยังช่วยผู้ชายคนนั้นหลอกลวงลูกสะใภ้ของพวกเขา เซี่ยวฉือเองก็ได้ผลประโยชน์ในเื่นี้เช่นกัน หลานสาวที่น่าสงสารของหล่อนต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของพ่อเลี้ยง ต่อจากนี้ไม่รู้จะต้องใช้ชีวิตลำบากขนาดไหน
เย่ฝานยืนฟังอยู่ข้างๆ สักครู่ ก็อดเหลือบตามองบนไม่ได้
ตอนที่ลูกชายและลูกสะใภ้ของหล่อนยังไม่แยกทางกัน พวกเขามองลูกสะใภ้ยังไงก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด หล่อนคิดว่าลูกสะใภ้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มีเสื้อผ้าอยู่เต็มตู้แล้ว ยังไม่หยุดซื้อชุดใหม่เข้ามาเรื่อยๆ เอาแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ ย้อมผมสีทอง ดูก็รู้ว่าไม่ใช่แม่บ้านที่ดี
กระเป๋าหนึ่งใบเสียเงินซื้อตั้งหลายพันหยวน เวรกรรมแท้ๆ! เงินหลายพันหยวนหากอยู่ในชนบทสามารถนำไปทำอะไรได้ตั้งมากมาย! ต้องเลี้ยงไก่กี่ตัว ถึงจะขายได้เงินมาหลายพันหยวน!
แม่สามีรู้สึกว่าลูกสะใภ้ไม่มีอะไรดีสักอย่าง อารมณ์ร้าย และชอบทะเลาะกับลูกชายอยู่บ่อยๆ เวลามีคนจากชนบทมาเยี่ยมเยียน ลูกสะใภ้จะจู้จี้จุกจิก และพยายามจับผิดอยู่ตลอด ลูกสะใภ้จากหมู่บ้านในชนบทมีใครที่นิสัยแบบนี้กัน!
เดิมทีแม่สามีเข้าใจว่าลูกสะใภ้ต้องคอยพึ่งพาลูกชายของตนเองทุกๆ เื่ ถึงได้มีความเป็อยู่ที่ดีอย่างนี้ ลูกชายได้เงินเดือนเดือนละสองหมื่นหยวน คนในหมู่บ้านชนบทใครจะหาเงินได้มากขนาดนี้
ทว่าหลังจากที่ลูกชายหย่าขาดกับลูกสะใภ้แล้ว แม่สามีถึงได้รู้ว่าเื่ราวมันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้
คอนโดเป็ของพ่อแม่ลูกสะใภ้ พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลยสักนิด
รถยนต์ก็กู้ซื้อ ต้องจ่ายเงินผ่อนทุกเดือน งานของลูกชายพ่อของลูกสะใภ้ก็เป็คนหาให้ ที่หัวหน้าในบริษัทให้ความเมตตาต่อลูกชายของหล่อนเป็พิเศษก็เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์นี้ แต่พอทั้งคู่หย่าขาดจากกัน หัวหน้าที่เคยเมตตาลูกชายก็เปลี่ยนไป มิหนำซ้ำเขายังถูกลดตำแหน่ง ทำให้เงินเดือนพลอยลดลงไปด้วย
แม่สามีนึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่ลูกชายหย่ากับลูกสะใภ้แล้วสถานการณ์จะเปลี่ยนไป หล่อนจึงต้องมาเสียใจในภายหลัง
ตอนแรกแม่สามีคิดว่าตนเองจะรอเวลาให้ผ่านไปสักพัก เพื่อดัดนิสัยลูกสะใภ้ แล้วค่อยเรียกลูกสะใภ้กลับมาคืนดีกับลูกชายเหมือนเดิม พอแม่สามีอยากให้ทั้งสองคืนดีกัน ก็ไม่ยอมบากหน้าไปขอร้องลูกสะใภ้สักที จึงปล่อยเวลาให้นานออกไปอีก รอจนแม่สามีทำใจบากหน้าไปหาลูกสะใภ้ กลับพบว่าหล่อนได้แต่งงานใหม่ไปแล้ว
แม่สามีทั้งโมโห ทั้งผิดคาด ลูกสะใภ้เป็ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าๆ ซึ่งเคยแต่งงานแล้ว แถมยังมีลูกติดอีกหนึ่งคน แต่กลับมีผู้ชายยอมแต่งงานด้วย หากเป็ในชนบทมันไม่มีทางเป็ไปได้เลย แม่สามีคิดว่าผู้ชายคนที่ยอมแต่งงานกันลูกสะใภ้ของตนจะต้องเป็พวกต้มตุ๋น ที่หวังเงินทองของพ่อแม่ลูกสะใภ้แน่นอน
……........................................................................................
หลังจากส่งเย่ฝานกลับไป มู่หว่านก็กล่าวด้วยความกังวลใจ “คุณคะ หากคนพวกนั้นกลับมารังควานพวกเราอีก จะทำยังไงดีค่ะ!”
เซี่ยวฉือเกาหัว ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!" เขาเป็คนมีเหตุผลแท้ๆ แต่ต้องมาเจอกับคนไม่มีเหตุผลอย่างนี้ เขาเองก็หมดหนทางจะไปต่อจริงๆ! ขืนยังเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ เขาคงไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน
มู่หว่านขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่!”
มู่หว่านคาดการณ์ว่า คนพวกนั้นคงจะไม่ได้สืบภูมิหลังของตระกูลพวกเขามาให้ดีก่อน ถ้าพวกเขารู้สักนิด ก็คงไม่กล้ามาก่อกวนกันแบบนี้
“ถ้าอย่างนั้น ฉันบอกเื่นี้กับญาติของฉัน ให้พวกเขาหาตำรวจสองสามคนมาจับตัวพวกนั้นไปดีไหม” มู่หว่านกล่าว
“แบบนี้จะทำให้เื่เล็กกลายเป็เื่ใหญ่หรือเปล่า!” เซี่ยวฉือพูดด้วยความลำบากใจ
เซี่ยวฉือเป็ปัญญาชน จึงมีความรักในศักดิ์ศรีอยู่บ้าง
ถึงแม้เซี่ยวฉือจะเป็ศาสตราจารย์ ที่มาจากครอบครัวปัญญาชน แต่ว่าเงินเดือนก็ไม่ได้สูงมากนัก ตอนที่เซี่ยวเหลียนอีแต่งเข้าบ้านตระกูลไป๋ คนมากมายต่างบอกว่าหล่อนใฝ่สูง เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เป็ผลดีต่อเซี่ยวฉือมากมาย ส่วนเซี่ยวฉือก็กังวลว่าลูกสาวแต่งเข้าตระกูลใหญ่แล้วจะไม่มีความสุข หลายปีมานี้ เวลาเกิดปัญหาอะไร เขาจะแก้ไขด้วยตนเองเสมอ น้อยมากที่จะขอความช่วยเหลือจากบ้านตระกูลไป๋
มู่หว่านมองเซี่ยวฉือแล้วส่ายหน้า “หวังว่าคงไม่มีอะไรนะ งั้นรอดูไปก่อนแล้วกันค่ะ”
มู่หว่านคิดในใจว่า ตอนนี้คนบ้านนั้นไม่มีคอนโดให้อยู่แล้ว ก็คงต้องเช่าห้องอยู่ ห้องเช่าในเมืองหลวงราคาไม่ได้ถูกเลย หล่อนเดาว่าพวกเขาน่าจะก่อความวุ่นวายอีกได้ไม่นาน ก็ต้องกลับชนบทแล้ว เมือง์อยู่ลำบาก! หวังจะลงหลักปักฐานที่นี่ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ!
.............................................................................................
เสียงเคาะประตูดังขึ้นระลอกหนึ่ง มู่หว่านเปิดประตูบ้าน พบว่าผู้มาเยือนคือเพื่อนบ้านคนหนึ่งนั่นเอง
“คุณนายหวัง! ทำไมวันนี้ถึงว่างมาได้ล่ะ”
“ที่ฉันมาน่ะ! จะมาถามพวกคุณ รู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเดินไปมาอยู่ข้างล่างคอนโดตลอดทั้งวัน แล้วเที่ยวบอกใครๆ ว่าคุณเซี่ยวเป็คนไม่ดีน่ะ! คืนนี้เกิดเื่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นหน้าไม่อายเลยจริงๆ เอาแต่พูดจาเหลวไหล พูดไร้สาระอยู่ทั้งวัน แต่คืนนี้ไม่รู้ว่าหลอนโดนของหรือเปล่า จึงเล่าความจริงออกมาหมดเปลือก”
“หล่อนเล่าให้ผู้คนฟัง! บอกว่าพ่อแม่ของลูกสะใภ้เป็คนใจดำ! ซื้อคอนโดให้ลูกสาว แต่กลับจดทะเบียนเป็ชื่อของพ่อและแม่ พวกเขาหลอกลวงลูกชายของตน”
“ในหมู่บ้านชนบท! ของของสะใภ้จะกลายเป็ของของสามี ปรากฏว่าหลังจากลูกชายและลูกสะใภ้หย่าขาดกัน คนใจดำทั้งสองก็ขายคอนโด”
“หล่อนยังบอกอีกว่า! เงินเดือนของสามีเดือนละสองหมื่นหยวน รัฐบาลไม่มีคุณธรรม! ยังบังคับให้จ่ายภาษี ลูกชายของเขาทำงานอย่างยากลำบาก บริษัทยังเก็บเงินไปอีกสามพันหยวน ไร้มโนธรรมจริงๆ!”
“หล่อนยังบอกว่าสะใภ้ของหล่อนไม่ได้เื่ ไม่สามารถเกิดลูกชายได้ เป็เพราะแบบนี้ลูกชายจึงต้องไปมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น แต่ว่าหลังจากที่ลูกชายแยกทางกับลูกสะใภ้ ภรรยาน้อยเห็นว่าลูกชายไม่มีบ้าน ไม่มีรถ นึกไม่ถึงเลยว่าหล่อนจะทำแท้งเอาเด็กออก เวรกรรมจริงๆ”
เซี่ยวฉือย่นคิ้วเข้าหากัน พลันรู้สึกโล่งใจ
คนที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนที่รู้จักภูมิหลังของเขา ต่างรู้ว่าเื่ที่เขาถูกกล่าวหานั้นไม่เป็ความจริง แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ไม่สนิทสนมกับเขา! ไม่แน่ว่าคนเ่าั้อาจหลงเชื่อคำพูดเหลวไหลของผู้หญิงคนนั้นที่ว่า เขาได้รับผลประโยชน์จากเื่นี้ด้วย
“พอดีว่ามีคนในชุมชนได้บันทึกเสียงที่ผู้หญิงคนนั้นพูดไว้ทั้งหมด แล้วโพสต์ขึ้นไปในอินเทอร์เน็ต ในอินเทอร์เน็ตมีแต่คนด่าผู้ชายคนนั้นว่าเห็นแก่ตัว แถมยังถูกสืบค้นประวัติออกมาแฉอีกด้วย ดูจากแนวโน้มนี้แล้ว คาดว่าผู้ชายคนนี้คงจะถูกเลิกจ้างงานสักวัน ฉันได้ยินมาว่างานที่เขาทำตอนนี้เป็งานที่ใช้ได้เลยทีเดียวนะ!” คุณนายหวังพูดอย่างสนุกปาก
มู่หว่านถามด้วยความสงสัย “ทำไมผู้หญิงคนนั้นอยู่ดีๆ ถึงยอมพูดความจริงล่ะ?”
เซี่ยวฉือหยิบพัดกระดาษขึ้นมาพัด “เื่นี้มันก็ไม่น่าแปลกนี่! หล่อนคงจะพลั้งปากไปน่ะสิ”
พอเซี่ยวฉือได้ยินก็พอจะรู้ทันทีว่า เื่นี้น่าจะเป็ฝีมือของเย่ฝาน เย่ฝานเ้าหมอนั่นมีวิธีมากมาย การที่จะทำให้คนพูดความจริงออกมา จึงไม่ใช่เื่ยากอะไร แต่เื่นี้รู้ในหมู่คนกันเองก็พอแล้ว
“จะว่าไปก็แปลก หล่อนเหมือนถูกผีเข้าจริงๆ นะ ตอนที่หล่อนฟื้นคืนสติก็บอกว่าตัวเองเห็นผี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นทำให้ผู้คนที่พบเห็นใไปตามๆ กัน”
เซี่ยวฉือหัวเราะร่วน “คุณนายหวัง! คุณอย่าทำเป็กระต่ายตื่นตูมไปเลย ผู้หญิงคนนั้นเขาคงรู้สึกเสียใจในภายหลัง สติเลอะเลือนไป ทำให้พูดความจริงออกมาจนหมด”
“แต่ว่าหล่อนตอนก่อนหน้านี้กับหล่อนในคืนนี้มันต่างกันราวกับเป็คนละคนเลยนะ ศาสตราจารย์เซี่ยว คุณคิดดูสิชุมชนของเราน่ะ! เมื่อสองวันก่อนมีโจรสาวลึกลับสลบอยู่ใต้ต้นไม้ วันนี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ดีๆ ก็ออกมาประกาศความจริงอยู่ที่ทางเข้าชุมชนอย่างแปลกประหลาดอีก คุณนายมู่ คุณคิดว่ามันแปลกไหมล่ะคะ!” คุณนายหวังพูดพลางส่ายหัว
มู่หว่าน “…”
……................................................................................
เย่ฝานกลับถึงบ้านไม่นาน ไป๋อวิ๋นซีก็กลับมาถึงเช่นกัน
“คุณตาอยู่ที่โน่นเป็ยังไงบ้าง?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานหัวเราะแล้วตอบว่า “ฉันจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ฉันออกโรงทั้งที นายยังไม่วางใจอีกเหรอ? ฉันจะบอกอะไรให้นะ! คุณยายชอบฉันมากเลย ฉันเป็คนที่ใครเห็นใครก็รักจริงๆ คุณยายไม่อยากให้กลับมา ท่านยังห่ออาหารตั้งหลายอย่าง ให้ฉันเอากลับมาด้วยล่ะ”
ไป๋อวิ๋นซี “คุณตาคุณยายคงไม่เกิดเื่อะไรใช่ไหม...”
“คุณยายไม่มีปัญหาอะไร แต่คุณตามีปัญหา เขาเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนหนึ่ง!” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “คุณตาเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนหนึ่ง นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า!”
“เปล่านะ! พอฉันไปถึงก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังออกแรงทึ้งเสื้อผ้าของคุณตาอยู่ เสื้อผ้าของคุณตาเกือบจะหลุดออกจากตัวแล้ว โชคดีที่ฉันเข้าไปถึงพอดี จึงเข้าไปช่วยเขาให้รอดพ้นจากกรงเล็บปีศาจทันท่วงที”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย “นายพูดจริงเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้า “แน่นอนสิ ฉันจะหลอกนายได้ยังไง?”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…….......................................................................
เซี่ยวฉือวางสายโทรศัพท์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม “แม่มันสิ เย่ฝานไอ้คนสารเลว”
เซี่ยวฉือคลี่พัดออกมา แล้วพัดให้ตัวเองอย่างแรงอยู่นานสองนาน
มู่หว่านกวาดตามองเซี่ยวฉือที่เอาแต่พัดให้ตัวเองไม่หยุด ก็ส่ายหน้าพลางกล่าว “คุณร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ? พัดมากๆ จะเป็หวัดเอาได้นะคะ และยังมีอีกเื่! ทำไมคุณถึงพูดคำหยาบล่ะ เกิดมีคนได้ยินเข้า มันจะไม่ดีนะคะ คุณเองก็เป็ถึงศาสตราจารย์ด้วย”
“เป็เพราะเย่ฝาน เ้าบ้านั่นน่ะสิ” เซี่ยวฉือพูดด้วยความไม่พอใจ
“เย่ฝานเป็คนดีมากไม่ใช่เหรอ? คุณอายุขนาดนี้แล้ว อย่ามีปัญหากับคนหนุ่มเลยค่ะ!” มู่หว่านเตือน
เซี่ยวฉือเอามือกุมขมับแล้วเอ่ยว่า “เขาบอกกับอวิ๋นซีว่าฉันแอบมีชู้!”
มู่หว่าน “…”
……..............................................................................
เมื่อหญิงวัยกลางคนกลับไปถึงห้องเช่าในเขตชุมชนที่อาศัยอยู่ชั่วคราว หล่อนพบว่าสายตาของผู้คนในนั้นมองตนด้วยสายตาที่แปลกไป
ทำให้หล่อนเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในใจ
“ลูก ทำไมถึงกลับมาแล้วล่ะ เวลานี้ยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอ?” หญิงวัยกลางคนถาม
หญิงวัยกลางคนทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วพูดว่า “ทำไมถึงลาออกจากงานซะล่ะ ถึงลูกจะถูกลดตำแหน่ง แต่ก็ยังได้เงินเดือนเกือบหมื่นหยวนนี่นา ค่าตอบแทนเท่านี้ อยู่ในชนบทก็ถือว่าเยอะมากแล้วนะ ถึงลูกจะอยากเปลี่ยนงาน ก็ต้องรอให้หางานใหม่ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกสิ”
ลูกชายกวาดตามองแม่ของตนอย่างไม่พอใจ “ถ้าผมไม่ลาออกจากงาน ก็ต้องรอให้บริษัทไล่ผมออก ถึงตอนนั้น ไม่น่าอายมากกว่าเหรอ?”
หญิงวัยกลางคนถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “ทำไมล่ะ!”
“แม่ แม่จะต้องทำร้ายผมให้ได้ถึงจะสาแก่ใจใช่ไหม? แม่ไปที่ชุมชนของคนอื่นโพนทะนาเื่อะไร?”
“แม่ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย แม่เหมือนกับโดนผีเข้า ก็เลยพูดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่มีเื่อะไรหรอกน่า”
“ไม่มีเื่อะไรงั้นเหรอครับ เื่ที่แม่พูดทุกอย่าง รู้ถึงหูของเ้านายผมหมดแล้ว” ลูกชายพูดด้วยความโมโห
ผู้เป็แม่พูดด้วยความงุนงง “มันเป็ไปได้ยังไง! หรือว่ามีคนแอบเอาเื่นี้ไปบอก?”
ลูกชายกัดฟันแล้วกล่าวว่า “ไม่มีคนแอบไปบอกอะไรทั้งนั้นแหละครับ! ตอนนี้ใครไม่รู้เื่นี้บ้างล่ะ!”
“งั้น… งั้นเราจะทำยังไงกันดี!” ผู้เป็แม่เชี่ยวชาญในเื่ก่อความวุ่นวายเป็ที่หนึ่ง แต่พอพบกับปัญหาเข้าจริงๆ กลับไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี
ลูกชายโบกมือแล้วตอบว่า “เอาล่ะ พูดอะไรตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะครับ พวกเรากลับบ้านละกัน”
หญิงวัยกลางคนพูดอย่างไม่พอใจ “กลับบ้านก็ขายขี้หน้าแย่น่ะสิ! คนในหมู่บ้านต่างเข้าใจว่าลูกมีชีวิตดี ได้เมียเป็สาวในเมืองหลวง แถมยังได้งานในเมือง งานก็กำลังเจริญก้าวหน้า ถ้ากลับไปในสภาพแบบนี้ ไม่รู้ว่าพวกชาวบ้านจะนินทาเรายังไงบ้าง”
ลูกชายโต้กลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เพราะอะไรตอนแรกถึงยุให้ผมเลิกกับเสี่ยวเจี๋ยล่ะ”
หญิงวัยกลางคนหัวเราะอย่างลำบากใจ “ลูก ลูกหล่อเหลาขนาดนี้ ยังไงก็ต้องหาผู้หญิงที่ดีกว่าได้แน่นอน แล้วจะกลัวอะไรล่ะ”
ลูกชายหลับตาลงพลางคิดในใจว่า หาผู้หญิงที่ดีกว่า มันไม่ง่ายอย่างที่พูดหรอกนะ ผู้หญิงในเมืองหลวงมาตรฐานสูงขนาดนั้น จะชายตามองคนอย่างเขาได้อย่างไร ลูกชายมองแม่ของตน เกิดความรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของเขา ชีวิตของเขาก็คงไม่ต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือแบบนี้
“ลูก น้องชายของลูกบอกว่าอยากซื้อมือถือเครื่องใหม่ ลูกดูสิ!”
ลูกชายมองแม่ของตนด้วยความรำคาญ แล้วพูดว่า “แม่ ตอนนี้ผมออกจากงานแล้ว แถมยังต้องจ่ายค่าผ่อนรถอีก ตอนนี้ผมไม่มีเงินแล้ว!”
“ลูกดูสิ เมียเก่าลูกนี่ก็เหลือเกิน ซื้อรถยนต์ทั้งทีก็ไม่ซื้อเงินสด ทำไมต้องกู้ซื้อด้วย การกู้ก็เหมือนการยืมเงิน ทุกปีต้องเสียค่าดอกเบี้ยตั้งมากมายไปเปล่าๆ เวรกรรมแท้ๆ”
ลูกชายหลับตา แล้วพูดด้วยความอ่อนล้าว่า “แม่พอเถอะครับ”
