สวบ!
แสงสีทองสาดลงมาบนตัวผมหลังจากที่ฆ่างูน้ำหยินหวางได้สำเร็จตอนนี้ผมเลเวล 32 อีกครั้งแล้ว ให้ตายเถอะ น้ำตาแทบไหลนี่ถ้าไม่ใช่เพราะถูกฆ่าตายติดกันถึง 2 ครั้งป่านนี้ผมคงจะถูกจัดให้อยู่หนึ่งในสิบของเมืองปาหวางไปนานแล้ว เฮ้อไม่ง่ายเลยนะที่จะมีโอกาสแบบนั้น แต่สุดท้ายก็พลาดจนได้
ทันใดนั้นข้างๆก็มีเสียงดังขึ้น และผ่านไปไม่กี่วินาทีร่างของเยว่ชิงเฉี่ยนก็ปรากฏขึ้น
“ชิงเฉี่ยน! ”
ผมก้าวเท้าไปด้านหน้า“ลงทุนเดินทางมาหาฉันถึงนี่ เธอมีอะไรจะให้ฉันเหรอ? ”
เยว่ชิงเฉี่ยนเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเล็กๆข้างเอวก่อนจะหยิบการ์ดออกมา “นี่เป็ของที่ฉันไปประมูลมาได้ฉันคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับพี่”
ผมยื่นมือออกไปรับการ์ดสีแดงตรงหน้า
[การ์ดอภัยโทษ] :หลังจากเรียกใช้งานการ์ดใบนี้ ภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมงที่อยู่ในระบบ ผู้ใช้งานที่ฆ่าผู้เล่นในเกมจะไม่ติดค่าบาป
……
“เอ๋? ”
“ชิงเฉี่ยนฉันว่าการ์ดนี่คงจะไม่ใช่ถูกๆ เลยนะเนี่ยแถมยังเป็สิ่งที่ฉันจำเป็ต้องใช้ในเวลานี้ด้วย...”
เยว่ชิงเฉี่ยนส่ายหน้า“ก็ไม่แพงเท่าไรหรอก แค่ 5 เหรียญทองเองมีไม่กี่คนที่อยากจะซื้อมันตอนนี้ผู้เล่นในเกมต่างก็พยายามเก็บเวลให้ถึง 40 เพื่อที่จะเลื่อนคลาสกันทั้งนั้นไม่มีใครอยากจะไล่ฆ่าคนอื่นทั้งวันหรอก มีก็แต่ซีฉู่ป้าหวางนั่นแหละ”
พูดจบเยว่ชิงเฉี่ยนก็มองไอเท็มบนตัวผม “เอ๋? พี่เซียวเหยา...ทำไมพี่ถึงใส่เกราะหนักได้ล่ะ? พะ...พี่เป็ฮีลเลอร์ไม่ใช่เหรอ? ”
ผมตบไปที่ตราผู้เก็บกวาดแดนับนบ่าก่อนพูดขึ้นว่า“ฮ่าๆ ตอนนี้ฉันเปลี่ยนอาชีพเป็นักดาบแล้ว”
“ว้าว มิน่าล่ะ...พี่ถึงฆ่าคนของกลุ่มนายพลติดต่อกันถึง 3 คนได้ด้วยตัวคนเดียว”
“แต่ฉันก็ยังถูกฆ่าตายอยู่ดีแถมเลเวลก็ลดลงด้วย”
“อื้อ...ฉันว่าพี่หยุดเก็บเลเวลที่นี่เถอะ พิกัดของพี่ตอนนี้มีคนรู้เยอะแล้วอีกไม่นานก็คงจะมีคนแห่กันมา เฮ้อ ค่าหัว 1,000 เหรียญทองนี่ล่อตาล่อใจคนพวกนั้นได้มากจริงๆเลยนะ”
“รู้แล้วน่าเธอเองก็กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะรีบหาที่เก็บเลเวลใหม่”
“อื้อ ยังไงก็ระวังตัวเองดีๆนะพี่เซียวเหยา”
“อื้อ”
……
หลังจากที่เยว่ชิงเฉี่ยนกลับไปแล้วผมก็เปิดแผนที่ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนพิกัดใหม่หากยังอยู่ที่นี่ต่อไปคงจะมีผู้เล่นตามมาฆ่าผมไม่หยุดหย่อนแน่ๆและคงไม่มีทางเก็บเลเวลได้อย่างเป็สุข ถึงเ้าหลิวอิงนั่นอยากจะให้ผมตายแต่ผมก็จะไม่ยอมแพ้ปล่อยให้ตัวเองถูกฆ่าตายง่ายๆ หรอกยังไงก็ต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ หึ รอให้ผมมีโอกาสก่อนเถอะ!
ติ๊ง!
เยว่ชิงเฉี่ยนส่งข้อความมาหาผมอีกครั้ง“พี่เซียวเหยา ยังมีอีกเื่นึง”
“อะไรเหรอ? ”
“พี่เคยได้ยินชื่อของกิลด์เฟิงหมางหรือเปล่า?”
“เคยสิเป็กิลด์อันดับสามของเซิร์ฟเวอร์จีน รองจากกิลด์เสินฮั่ว และกิลด์สุสานฮีโร่เลยนะทำไมฉันจะไม่รู้จักล่ะ”
“อื้อ...คือเมื่อเช้ากิลด์เฟิงหมางเดินทางออกจากเมืองจิ่วหลีเพื่อมาที่เมืองปาหวางหัวหน้ากิลด์เจี้ยนเฟิงหานก็มาด้วย แค่กิลด์เฟิงหมางเข้ามา ก็ทำให้อำนาจต่างๆเปลี่ยนไปทันที แม้แต่กิลด์ปรากของเรายังต้องยอมอ่อนข้อให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันได้ยินมาว่าเจี้ยนเฟิงหานเห็นบันทึกการต่อสู้ของพี่กับกลุ่มนายพลพวกนั้นและดูเหมือนว่าเขาเองก็สนใจไล่ล่าพี่ด้วยเหมือนกัน”
“กิลด์ใหญ่ขนาดนั้นยัง้าเงินอีกเหรอ?”
“ที่จริงมันไม่ได้เกี่ยวกับเื่เงินหรอกแต่เจี้ยนเฟิงหานมันบ้า แถมยังถูกเรียกว่าเป็พวกคลั่งเกมอีกด้วยคนคนนี้เอาแต่จ้องจะเล่นงานพวกที่แข็งแกร่งในเกมเมื่อเช้าลุงใหญ่เยี่ยนจ้าวเองก็สู้กับเขาไป 5 ครั้งแต่ชนะแค่ครั้งเดียวเอง เฮ้อ... พี่ต้องระวังตัวให้มากๆ นะเจี้ยนเฟิงหานคนนี้เืเย็น แถมยังยิ่งผยองมากๆ ด้วยฉันกลัวว่าถ้าเขาไปเจอพี่ขึ้นมา เขาอาจฆ่าพี่ได้ทันทีเลย”
“อื้อ เข้าใจแล้วขอบใจมากนะชิงเฉี่ยน ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
“อื้อ”
……
เมื่อเดินทางออกจากบึงหยินหวางแล้วผมก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกทันทีเดินไปได้ครู่หนึ่งผมก็พบกับหุบเขาขนาดใหญ่ซึ่งเป็สถานที่เก็บเลเวลอยู่ใกล้กับเมืองัและมีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งมีชื่อว่าหุบเขาหินเพลิง
พื้นที่ของหุบเขาหินเพลิงมีขนาดใหญ่กว่าบึงหยินหวางถึงสิบเท่าดังนั้นการที่ผมเปลี่ยนสถานที่เก็บเลเวลมาที่นี่ก็ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยและคงจะไม่ถูกเจอตัวง่ายๆ
“ฟิ้ว...”
ผมยืนอยู่้าหุบเขาพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้านด้วยลมหนาวที่กระทบร่างผ่านเกราะหนักหนาวชะมัดเลยแฮะ! เมื่อกวาดตามองรอบๆ ก็เห็นพื้นที่ที่เป็หินสีแดง ซึ่งดูเหมือนกับเป็บริเวณพื้นทีู่เาไฟอันร้อนระอุที่นั่นมีออร์คมอนสเตอร์เลเวล 39 ถือกระบองกำลังเดินไปมาสำหรับพละกำลังของผมในเวลานี้ มอนสเตอร์ที่มีเลเวลห่าง 7 ระดับก็ไม่ถือว่าสูงมากนักเอาเป็ว่าผมจะเก็บเลเวลกับเ้าพวกนี้ก็แล้วกัน
ผมค่อยๆ ไต่ลงมาจากหน้าผาช้าๆพร้อมกับใช้ดาบชิงเฉิงเจาะไปที่หินพวกนั้นเพื่อชะลอความเร็วในเวลาเดียวกันเ้าจุกนมก็บินตามผมลงมาด้านล่างหลังจากผ่านไปได้ไม่นานผมก็มายืนอยู่ที่กลางหุบเขาซึ่งตรงหน้าของผมมีออร์คอยู่สองตัวที่ดูเหมือนกำลังพูดคุยกันอยู่
นี่เป็ออร์คที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่หัวของมันเป็หมู อันที่จริงก็ไม่ถือว่าเหมือนกับมนุษย์เสียทีเดียวเพราะร่างกายของมันก็ยังมีความผิดปกติอยู่ แถมมีขนยาวสีดำเต็มตัวความสูงของพวกมันราวๆ 2 เมตร ที่รอบเอวถูกพันด้วยหนังสัตว์ซึ่งดูเหมือนจะเป็หนังของเสือดาว
……
“ฟึด ฟึด... ข้าได้กลิ่นเื! ”ออร์คที่อยู่ด้านซ้ายสูดหายใจเข้าพร้อมกับหูที่ตั้งชัน “ฮ่าๆๆดูเหมือนว่าจะเอามาทำเป็อาหารได้ด้วยนะ นั่นไง! เ้ามนุษย์ที่แข็งแกร่งดูเหมือนจะเป็นักรบด้วย ดีเลย! ขาของนักรบหวานกรอบที่สุด หึๆไปจัดการเ้ามนุษย์นั่นกันเถอะ! ”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมกับออร์คสองตัวที่พุ่งใส่ผมพร้อมกับกระบองไม้
ดาบชิงเฉิงของผมเกิดแสงสว่างขึ้นพร้อมกับฟาดไปด้านหน้าจนเกิดเสียง“ผัวะะ! ”การโจมตีแบบธรรมดาถูกส่งไปยังร่างออร์คตรงหน้าพร้อมกับกระบวนท่าอัศวินผู้ชนะสิบทิศที่ถูกเรียกใช้งานหลังจากทำการโจมตีติดต่อกันถึงสี่ครั้งแล้วดาบวายุของผมที่ถูกส่งออกไปเป็กระบวนท่าสุดท้ายก็ส่งไปยังร่างของออร์คอย่างแรงจนทำให้มันเปล่งเสียงร้องพร้อมกับล้มลงไปนอนตายอยู่ที่พื้น
ทันทีที่ตัวแรกถูกฆ่าตายดาบชิงเฉิงก็สั่นพร้อมกับการโจมตีแบบคอมโบที่ฟาดไปยังร่างออร์คอีกตัวหนึ่งที่เหลืออยู่ในเวลาเดียวกันเ้าจุกนมก็ใช้การโจมตีแบบคอมโบเพื่อเสริมแรงโจมตีของผม จุ๊ๆหลังจากเรียกใช้สกิลการโจมตีแบบคอมโบ ผมก็สามารถฆ่าออร์คเลเวล 39 ถึงสองตัวภายในระยะเวลา 6 วินาที ไม่ธรรมดาจริงๆนะเนี่ย!
ทันใดนั้นออร์คตัวที่สามก็พุ่งเข้าหาผมอย่างเร็วจนผมต้องรีบชักดาบในมือออกมาเพื่อเรียกใช้กระบวนท่าแต่ก็พบว่าสกิลถูกคูลดาวน์ 30 วินาที ซึ่งต้องรออีก 20วินาทีจึงจะสามารถเรียกใช้งานได้อีกครั้งดังนั้นผมจึงเปลี่ยนแผนโดยเรียกใช้งานสกิลดาบวายุและการโจมตีแบบคอมโบรวมถึงการโจมตีเสริมของเ้าจุกนมแทนก่อนที่ร่างของออร์คจะลงไปนอนตายอยู่ที่พื้นโดยที่เืของผมลดลงไปแค่ 80 พอยต์เท่านั้น
หลังจากจัดการออร์คแล้วผมก็เดินเข้าไปในหุบเขาซึ่งเป็ส่วนที่ลึกมากยิ่งขึ้น
ด้านหน้าเป็พื้นที่ป่าสีน้ำเงินเข้มซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของแผนที่โดยเป็ป่าที่มีความลึกและมีอุณหภูมิหนาวเหน็บเป็อย่างมากหลังจากผ่านเข้าไปในป่าได้ไม่นาน สกิลการเก็บสมุนไพรของผมก็เกิดแสงสว่างขึ้นดูเหมือนว่าด้านหน้าจะมีสมุนไพรเลเวลสูงซะด้วยสิ
ผมรีบเดินเข้าไปในป่าก่อนจะพบหญ้าขนาดเล็กสีน้ำเงินที่กำลังส่ายไปมาตามสายลมและดูเหมือนว่ามันกำลังทักทายการมาเยือนของผม
เมื่อเดินตรงเข้าไปชื่อสมุนไพรก็ปรากฏขึ้นให้เห็นโดยชื่อของมันก็คือ สาหร่ายสีคราม เป็สมุนไพรเลเวล 5 แถมยังเป็วัตถุดิบจำเป็ในการหลอมโอสถเลเวล 5 อีกด้วย
ผมหยิบพลั่วออกมาก่อนจะเริ่มทำการเก็บสมุนไพรตรงหน้าด้วยความดีใจ
ติ๊ง!
ข้อความจากระบบ :ยินดีด้วยท่านได้ทำการเก็บ [สาหร่ายสีคราม] 2 ชิ้นสำเร็จแล้วท่านจะได้รับค่าความชำนาญในการเก็บสมุนไพรเพิ่มขึ้น 2 พอยต์
ติ๊ง!
ข้อความจากระบบ :ยินดีด้วยท่านได้ทำการเก็บ [สาหร่ายสีคราม] 3 ชิ้นสำเร็จแล้วท่านจะได้รับค่าความชำนาญในการเก็บสมุนไพรเพิ่มขึ้น 3 พอยต์
……
หลังจากเก็บสาหร่ายสีครามได้7 ชิ้น ผมก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวออกไปจากที่นี่ทว่าทันใดนั้นด้านหน้าของผมก็มีบางอย่างปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงร้องขณะที่มันบินเข้ามาหา
พลั่ก!
“-224! ”
ให้ตายเถอะนี่มันมอนสเตอร์สายเวทนี่!
หนูน้ำแข็ง เลเวล 40
……
หลังจากถูกโจมตีไปรอบแรกการโจมตีรอบที่สองก็ตามมาติดๆ พร้อมกับค่าเืของผมที่ลดลงไป 200 พอยต์ ทว่าหลังจากที่การโจมตีรอบสองของมันสิ้นสุดลง มันก็หยุดไปผมจึงใช้ดาบชิงเฉิงฟาดไปบนตัวของเ้าหนูน้ำแข็งอย่างแรงพร้อมกับเรียกใช้กระบวนท่าอัศวินผู้ชนะสิบทิศเพื่อทำการโจมตีแบบต่อเนื่องและเป็เพราะมอนสเตอร์สายเวทตัวนี้มีเืเพียงแค่ 1,500 พอยต์การโจมตีของผมจึงทำให้มันล้มลงไปตายในที่สุด
กริ๊ง!
โชคดีชะมัดเลยแฮะฆ่าเ้าหนูน้ำแข็งแค่ตัวเดียวก็มีการ์ดปิดผนึกสีน้ำเงินดรอปลงมาแล้ว
[หนูน้ำแข็ง]
พลังโจมตี:★
พลังป้องกัน:★★☆
HP:★★★
ค่าความว่องไว:★★★☆
MP :★★★★
……
ถือเป็สัตว์เลี้ยงที่มีเืเยอะพอสมควรเลยนะเนี่ยแถมยังมีค่า MP ตั้ง 4 ดาวถ้าใช้เ้านี่ในการโจมตีโดยใช้เวทมนตร์ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เลวเลย อย่างน้อยๆก็สามารถใช้เป็อาวุธในการเก็บเลเวลและประลองได้พวกอาชีพที่ใช้เกราะหนักมักจะแพ้ทางเวทมนตร์ ดังนั้นทันทีที่ผมถูกเ้ามอนสเตอร์ตัวนี้โจมตีจึงทำให้เืของผมลดลงไปถึง 200 พอยต์ในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากที่ได้ไอเท็มชิ้นใหม่มาแล้วผมก็เริ่มเก็บเลเวลต่อทันทีโดยออกตามหาสาหร่ายสีครามไปพร้อมๆ กันด้วยนอกจากนี้ผมก็ยังต้องคอยสังเกตว่ามีหนูน้ำแข็งเลเวล 1 หรือเปล่า เพราะถ้ามีจริงๆ ผมคิดว่าจะปิดผนึกมันเพราะเ้าตัวนี้มีประโยชน์ไม่น้อยเลย
หลังจากตีมอนสเตอร์ไปได้หนึ่งชั่วโมงกว่าก็พบว่าตอนนี้เป็เวลา3 ทุ่มแล้วแต่หลินหว่านเอ๋อร์ก็ยังไม่โทรเรียกผมให้ไปหามื้อดึกกินแถมวันนี้ตงเฉิงเยว่ยังบอกอีกว่า ถึงคราวที่ผมต้องเป็คนเลี้ยงข้าวบ้างแล้วเพราะผมกับหลินหว่านเอ๋อร์ยังคงพนันกันอยู่ และครั้งนี้ผมก็ถูกฆ่าตายถึง 2 ครั้ง ดูเหมือนว่าผมต้องเลี้ยงมื้อดึกเธอติดกันถึง 2 มื้อเลยนะเนี่ย
ระหว่างที่ฆ่าหนูน้ำแข็งอยู่นั้นเสียงฝีเท้าและเสียงของผู้เล่นก็ดังขึ้นมาจากนอกป่า
“พี่ใหญ่ มีศพของหนูน้ำแข็งด้วยดูเหมือนว่าจะมีผู้เล่นเดินทางมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้เองไม่งั้นศพนี่คงไม่เหลือซากแล้วละ”
“อืม งั้นก็เข้าไปดูด้านในกันแต่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็กลุ่มที่มากันอย่างน้อย 10 คนไม่งั้นคงไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์พวกนี้ได้หรอก”
“จริงด้วย”
……
เงาของกลุ่มคนที่มาใหม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยที่ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิมเงียบๆ พร้อมกับดาบชิงเฉิงในมือ
“เฮ้ย!”
นักธนูร่างผอมบางคนหนึ่งพูดขึ้น“นะ... นั่นมันเซียวเหยาจื้อจ้ายนี่! พี่ใหญ่ เอาไงดี...”
เบอร์เซิร์กเกอร์เลเวล 31 ที่มาพร้อมกับขวานในมือได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็โเี้ขึ้นมาทันที“จะรออะไรเล่า ฆ่ามันสิวะ!”
