เย่ฝานนั่งไขว้ขาบนโซฟาสบายๆ
“คุณไปหาหมอหนอนกู่ แล้วยังไปหาหมอทำหุ่นคุณไสยอีก ในแวดวงไสยศาสตร์ให้ความสำคัญว่างานใดที่เชิญหมอไสยศาสตร์หนึ่งคนแล้ว ห้ามเชิญอีกคนมาจัดการอีก คุณทำอย่างนี้จะเป็การล่วงเกินพวกเขาได้!” เย่ฝานพูดเบื่อๆ พลางแทะเมล็ดทานตะวัน
เหลียงเหยากัดฟันกรอด “ฉันรู้ แต่ฉันไม่มีวิธีอื่นจริงๆ หมอหนอนกู่คนนั้นก็เรียกเงินสูงมาก”
เดิมทีเหลียงเหยาและเหลียงซินเดิมทีทั้งคู่เป็ดาวเด่นประจำผับแห่งหนึ่ง พวกหล่อนล้วนมีความฝัน คนพี่ฝันว่าอยากแต่งงานกับสามีรวยๆ ส่วนคนน้องฝันว่าอยากจะเป็ดารา แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองรอจนอายุสามสิบแล้ว ก็ยังไม่มีใครที่ฝันเป็จริง
มีวันหนึ่ง หมอหนอนกู่มาพบพวกเธอแล้วบอกว่า สามารถทำให้ความฝันของทั้งสองเป็จริงได้
หมอหนอนกู่คนนั้นได้ให้หนอนกู่แรกรุ่นกับพวกหล่อนหนึ่งคู่ ทำให้รูปโฉมของสองพี่น้องกลับไปเหมือนตอนอายุยี่สิบอีกครั้ง
ทั้งคู่อาศัยรูปร่างหน้าตาที่งดงามดั่งสาวแรกรุ่น ผนวกกับวิธีการที่ฝึกฝนจากสถานเริงรมย์ จนในที่สุดพี่สาวได้เป็คุณนายของเศรษฐีใหญ่ น้องสาวได้เข้าวงการบันเทิงอย่างที่ใฝ่ฝัน
สองพี่น้องซาบซึ้งในบุญคุณของหมอหนอนกู่มาก ทว่าเื่ราวกลับไม่ง่ายขนาดนั้น
หมอหนอนกู่บอกกับพวกหล่อนว่า หนอนกู่จะต้องได้รับการเลี้ยงดู หากไม่ได้รับการเลี้ยงดู ประสิทธิผลของหนอนกู่ก็จะอ่อนแอลง รูปร่างหน้าตาของพวกหล่อนก็จะแก่ลงอย่างรวดเร็ว
เพื่อรักษารูปร่างหน้าตาของตนให้งดงามอ่อนวัย สองพี่น้องจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินทองอย่างบ้าคลั่ง เพื่อนำเงินไปซื้อธูปเยวี่ยหลันมาเลี้ยงดูหนอนกู่
พี่สาวทำให้เถ้าแก่ใหญ่หลงใหลจนหัวปักหัวปำ แล้วหลอกเขาว่าอยากจะลงทุนธุรกิจ เถ้าแก่ใหญ่จึงมอบเงินก้อนใหญ่แก่หล่อนอย่างง่ายดาย
ส่วนน้องสาวก็ยอมเป็คู่กับใครต่อใครไปทั่ว หล่อนเองก็ได้เงินมาไม่น้อย
ทั้งสองนำเงินที่หามาได้ให้หมอหนอนกู่ไปหมด แต่ความโลภของหมอหนอนกู่กลับยิ่งมากขึ้น ด้วยความยึดมั่นในรูปโฉมของตน ทำให้พวกหล่อนต้องคอยปรนเปรอความ้าของเขา แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
.....................................................................................
“หุ่นคุณไสยกับหนอนกู่เหมือนพยายามจะควบคุมกันเอง” เย่ฝานกล่าว
เหลียงเหยาถามด้วยความกังวล “แล้วผลมันจะเป็ยังไงคะ?”
“หุ่นคุณไสยจะทำให้ประสิทธิผลของหนอนกู่อ่อนแอลงก่อนเวลาอันควร คุณจะแก่ลงอย่างรวดเร็ว” เย่ฝานกล่าว
ไช่เจิ้นจวิ้นมุมปากกระตุก เขามองเย่ฝานแล้วคิดในใจ คุณชายเย่ไม่อ่อนโยนเลยสักนิด ข้อมูลที่ทำร้ายจิตใจขนาดนี้พูดออกไปตรงๆ ได้ยังไง น่าจะพูดรักษาน้ำใจกันสักหน่อย!
“หนอนกู่แรกรุ่นในร่างของน้องสาวของฉัน ถูกหมอหนอนกู่คนนั้นเอาออกไปแล้ว” เหลียงเหยากล่าวด้วยความรู้สึกเ็ปดั่งขวดแก้วที่แตกสลาย
เย่ฝานตกตะลึงก่อนพูดว่า “หนอนกู่ถูกเอาออกจากร่างแล้ว ถ้าเป็อย่างนี้ หน้าตาของหล่อนก็คงจะแก่ลงอย่างรวดเร็ว...”
ไช่เจิ้นจวิ้นกะพริบตาปริบๆ พลางนึกในใจ หลังจากที่เหลียงซินถูกภรรยาหลวงตบก็เอาแต่หลบหน้าหลบตา เดิมทีไช่เจิ้นจวิ้นยังแปลกใจว่าทำไมเหลียงซินจึงไม่ออกมาแก้ข่าว พอได้ยินคำพูดของเย่ฝานถึงเข้าใจเื่ราวทุกอย่าง หนอนกู่แรกรุ่นในร่างของหล่อนถูกนำออกไปแล้ว คราวนี้หล่อนคงไม่มีหน้าออกมาพบใครได้อีก
เหลียงเหยากำหมัดแน่น หลังจากน้องสาวของหล่อนถูกนำหนอนกู่ออกจากร่าง รูปร่างหน้าตาก็แก่ลงสิบกว่าปี น้องสาวรับไม่ได้กับสภาพของตนในตอนนี้จึงคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง
พอคิดขึ้นมาว่าอีกไม่นาน ตนเองก็จะมีสภาพเหมือนน้องสาว เหลียงเหยาจึงรู้สึกถึงอนาคตอันมืดมนที่กำลังจะมาถึง
“ฉันคิดว่าบางทีหมอหนอนกู่นั้นคงจะเล่นงานฉันเร็วๆ นี้” เหลียงเหยากล่าว
จางซือเลี่ยงเบิกตากว้าง เขาชี้ไปที่เหลียงซินอย่างลนลานพลางพูด “เธอ… ทำไมเธอถึงไม่พูดให้เร็วกว่านี้?”
จากการตายของหยวนอี ทำให้เห็นว่าหมอนอนกู่ไม่ใช่คนที่จะต่อกรได้ง่ายๆ? หากจางซือเลี่ยงรู้แต่แรกว่าหมอหนอนกู่คนนั้นกำลังตามมาเล่นงานเหลียงเหยา จางซือเลี่ยงจะไม่รับปากช่วยหล่อนเด็ดขาด
“น้องสาวของเธอ ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วนะ” พอคิดถึงสภาพการตายของหยวนอี จางซือเลี่ยงจึงอดขนหัวลุกไม่ได้
“หล่อนยังไม่ตาย แต่พูดถึงเื่นี้ หมอหนอนกู่นั้นคิดจะจัดฉากทำให้น้องของฉันตายด้วยอุบัติเหตุ แต่ยังโชคดีที่ได้หยกคุ้มภัยของคุณชายเย่ช่วยไว้” เหลียงเหยากล่าว
เย่ฝานขมวดคิ้วแล้วพูด “หยกนั่นน่ะเหรอ?”
ตอนที่ถังอวี่เซวียนไปที่สตูดิโอ เย่ฝานได้ขายหยกคุ้มภัยจำนวนหนึ่งให้ถังอวี่เซวียน ในตอนนั้นมีคนที่ทำงานในกองถ่ายหลายคนเห็นก็สนใจ แต่ราคาหยกสูงเกินไป ต่อมาภายหลังก็มีแต่เหลียงซินคนเดียวที่ซื้อหยกเอาไว้
ถึงแม้เย่ฝานจะไม่ค่อยชอบเหลียงซินนัก แต่เพราะเป็เื่เงินเขาจึงไม่อยากจะปฏิเสธ
“เดิมทีหมอหนอนกู่นั่นตั้งใจจะฆ่าน้องสาวฉัน แต่หยกคุ้มภัยเกิดแสงสะท้อนออกมา แล้วจู่โจมกลับไปยังหมอหนอนกู่ ขณะนั้นมีนักข่าวอยู่ด้านนอกมากมาย เขาไม่อยากทำให้นักข่าวแตกตื่นจนเป็ปัญหาสาวไปถึงตัวเองได้ จึงรีบหนีไป”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “เป็แบบนี้นี่เอง!”
หยกคุ้มภัยที่เย่ฝานขายให้เหลียงซิน เขาทำขึ้นตอนฝึกปราณทะลวงขั้นสี่แล้ว หยกจึงมีพลังจู่โจมค่อนข้างสูง หมอหนอนกู่นั้นโดนโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวเข้าไปอย่างนั้น ก็คงาเ็หนักเหมือนกัน
สายตาของเหลียงซินสาดประกายเ็า “ฉันได้ยินว่า หยวนอีก็ตายเพราะถูกเอาหนอนกู่ออกจากร่าง”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว”
หนอนกู่เสน่หาค่อนข้างโเี้ ประกอบกับตอนที่หมอหนอนกู่นำหนอนกู่ออกจากร่างของหยวนอี เขาได้สั่งให้หนอนกู่ดูดเืในร่างของหยวนอีจนหล่อนตายไปในที่สุด แต่หนอนกู่แรกรุ่นนั้นไม่เหมือนกัน ต้องเลี้ยงด้วยความอบอุ่นเท่านั้น
ดวงตาของเหลียงเหยามีประกายของความสับสน “คุณชายเย่ คุณคิดว่าหนอนกู่ในร่างของฉันจะยังอยู่ได้อีกนานเท่าไรคะ?”
“ผมรู้มาว่าน้องสาวของคุณใช้ความอบอุ่นของธูปเยวี่ยหลันเลี้ยงดูหนอนกู่ แต่ว่าต่อให้เป็หนอนกู่ที่แท้จริง ก็ยังมีอายุขัยที่แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนอนกู่ไม่สมบูรณ์ในร่างของคุณ ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิดละก็ ถึงไม่เอาออกมา อายุขัยของมันก็อยู่ได้อีกไม่กี่เดือนแล้วล่ะ”
เหลียงเหยากัดฟันกรอด “เหลือเวลาเพียงเท่านี้แล้วสินะ”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่แล้วครับ”
เหลียงเหยายกมือลูบใบหน้าของตน แววตามีแต่ความเฉยชา ในเมื่อรูปร่างหน้าตาไม่อาจเป็ไปดังหวัง สิ่งที่หล่อนฝากความหวังไว้ได้ก็คงเป็เื่เงิน ในเมื่อหวงสือฟงอยากหย่าขาดจากหล่อน ก็หย่าไปเถอะ เพียงแต่หลังจากหย่าแล้วหล่อนจะต้องได้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของสามี หากได้ทรัพย์สินจำนวนนั้นมา ชีวิตที่เหลือจากนี้ก็คงอยู่ได้อย่างสุขสบาย
“คุณชายเย่ ฉันอยากให้คุณช่วยฉันฆ่าหมอหนอนกู่นั่น! ไม่ทราบว่าจะต้องใช้เงินเท่าไรคะ” เหลียงเหยาถาม
เย่ฝาน “…”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ พลางคิดในใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ! มิน่าล่ะถึงสามารถผลักดันตัวเองให้มาอยู่ในจุดนี้ได้
“เื่นี้คงต้องขอสักหนึ่งร้อยล้านครับ”
เหลียงเหยาพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ฉันมีสิ่งของอยู่ชิ้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะสามารถทดแทนเงินบางส่วนได้ไหม”
เย่ฝาน “ของอะไรหรือครับ...”
เหลียงเหยาหยิบรูปถ่ายออกมาหนึ่งใบ “เป็ของสิ่งนี้ค่ะ...”
เย่ฝานดูรูปถ่ายก็ตกตะลึงไปทันที ไม่น่าเชื่อว่ารูปถ่ายที่เหลียงเหยานำมา จะเป็รูปถ่ายของศิลาปราณก้อนหนึ่ง
“หมอหนอนกู่คนนั้นให้พวกเราสองพี่น้องไปสืบหาและรวบรวมของบางอย่าง ที่สามารถนำไปแลกกับธูปเยวี่ยหลันได้ ของที่เขา้าล้วนเป็ของหายาก หินชิ้นนี้ฉันเพิ่งได้มาไม่นาน แต่ยังไม่ทันได้เอาไปมอบให้เขาเลย หินนี่มีลักษณะคล้ายหยก ได้ยินว่าในต่างประเทศมันมีมูลค่าสูงมากทีเดียว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักของ มันก็คงเป็แค่หินธรรมดา” เหลียงเหยากล่าว
ความจริงเหลียงเหยาได้ศิลาปราณก้อนนี้ไว้ในนานแล้ว แต่เป็เพราะหล่อนเริ่มไม่เชื่อถือในหมอหนอนกู่นั่น จึงได้แต่เก็บซ่อนมันมาตลอด
เย่ฝานมองเหลียงเหยาพลางนึกในใจ ผู้หญิงคนนี้มีวิธีการมากกว่าสามีขี้เหนียวของหล่อนเสียอีก
“ได้สิครับ คุณเอาของนั่นมาให้ผม แล้วเื่ของหมอหนอนกู่ ผมจะหาวิธีจัดการเองครับ” เย่ฝานกล่าว
เย่ฝานหยิบหยกหนึ่งชิ้น แล้วตั้งค่ายกลลงไปบนหยกนั้น
“ของสิ่งนี้ถ้าคุณ้า ผมจะขายให้ในราคาสองล้านหยวน”
“คุณชายเย่ สิ่งนี้คือ?”
“บนหยกนี้ ผมได้ตั้งค่ายกลลวงตาเอาไว้ หยกนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของคุณได้ แต่มันสามารถสร้างภาพลวงตาขึ้นมา ทำให้คนอื่นๆ เห็นว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม แต่ว่าหยกนี้มีอายุการใช้งานไม่กี่เดือนเท่านั้น ดังนั้นคุณควรรีบทำใจให้เคยชินกับใบหน้าที่แก่ลงตามอายุจริงของคุณอย่างเร็วที่สุด”
เหลียงเหยาพูดด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณคุณชายเย่มากค่ะ”
เหลียงเหยารับหยกจากเย่ฝานด้วยความตื้นตันใจ เย่ฝานกะพริบตาแล้วคิดในใจว่า “ผู้หญิงนี่หลอกเงินง่ายจริงๆ! หล่อนยอมเสียเงินมากขนาดนี้ เพื่อแลกกับภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริง”
........................................................................................
เย่ฝานออกมาจากบริษัทของจางซือเลี่ยง ก็เป็่เวลาโพล้เพล้แล้ว
“คุณชายเย่ ในโลกใบนี้มีผู้วิเศษเหนืุ์ไม่น้อยเลยนะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นอดพูดออกมาไม่ได้
“ผู้วิเศษอะไรกัน! นั่นมันพวกอวิชชาต่างหาก!” เย่ฝานพูดดูถูก
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้า “ก็จริงนะ เ้าหมอนั่นใช้วิธีที่ชั่วร้ายมากจริงๆ”
“แต่ว่า ผู้หญิงคนนั้นก็รนหาที่เองแท้ๆ ส่วนเถ้าแก่หวงนั่นก็สมควรแล้ว แต่คนที่ซวยคือจางซือเลี่ยง” เย่ฝานพูดพลางเอามือไขว้หลัง
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้า “ก็ถูกอย่างที่คุณพูด คุณชายเย่ หยกที่คุณวางค่ายกลไว้ดูเข้าท่าดี คุณช่วยทำให้ผมสักอันได้ไหม”
“ของหลอกลวงอย่างนั้น นายจะอยากได้ไปทำไม?”
ไช่เจิ้นจวิ้น “...” ก็เอาไปใช้เวลาจีบหญิงไงล่ะ เขาจะได้ดูหล่อเหลาขึ้นมาบ้าง! “คุณชายเย่ ฉันส่งนายกลับคฤหาสน์นะ”
เย่ฝานส่ายหน้า แล้วพูดว่า “นายส่งฉันไปหาไป๋อวิ๋นซี”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานแวบหนึ่ง อดไม่ได้จึงพูดออกมา “คุณชายเย่ นายจะหยุดคิดถึงคุณชายไป๋สักครู่ไม่ได้เลยจริงๆ ใช่ไหม!”
“นั่นเป็ภรรยาของฉัน เขาย่อมต้องพิเศษกว่าใครอยู่แล้ว”
รถของไช่เจิ้นจวิ้นแล่นไปได้ประมาณสิบนาที โทรศัพท์มือถือของเย่ฝานก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาก็ดีใจมาก แต่พอเขากำลังจะกดรับสาย เสียงเรียกเข้าก็ดับไปแล้ว
สีหน้าของเย่ฝานพลันตึงเครียด “หยุดรถ!”
“ลูกพี่เย่ แต่ตอนนี้พวกเราอยู่บนทางหลวงนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความลำบากใจ
“รีบหยุดรถ” เย่ฝานยังคงพูดแบบนั้น
“คุณชายเย่ เกิดอะไรขึ้น?” ไช่เจิ้นจวิ้นถามขณะขับรถเข้าไปในเลนรถฉุกเฉิน
“โทรมาแต่ไม่พูดอะไร อวิ๋นซีต้องเกิดเื่แน่ๆ” เย่ฝานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้ว “คุณชายเย่ โทรศัพท์ไม่ติดก็ไม่ได้หมายความว่าคุณชายไป๋ต้องเกิดเื่นะ บางทีเขาอาจโทรผิดก็ได้?”
“เหลวไหล เขาโทรหาฉันแล้ว แต่กลับไม่รอพูดกับฉันสักประโยค นายลงรถ เปลี่ยนให้ฉันขับ ฉันจะไปหาอวิ๋นซี” เย่ฝานพูดด้วยความรีบร้อน
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” นี่มันรถของเขานะ!
ไช่เจิ้นจวิ้นถูกเย่ฝานไล่ลงจากรถ หลังจากลงรถ ไช่เจิ้นจวิ้นก็เห็นรถของตัวเอง เกือบจะพุ่งชนรถคันที่แล่นอยู่ด้านหน้า
“เกือบจะชนรถคนอื่นแล้วนะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นเห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น จบกันๆ ต้องเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่ๆ
ทันใดนั้นไช่เจิ้นจวิ้นก็เห็นรถของตนลอยไปกลางอากาศ แล้วลอยข้ามเหนือรถคันอื่นๆ ที่จอดอยู่เบื้องหน้าไป รถของเขาเหาะได้งั้นเหรอ
หลังจากที่รถทั้งคันลอยขึ้นและเคลื่อนตัวกลางอากาศได้แล้ว จู่ๆ มันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ไช่เจิ้นจวิ้นอ้าปากค้าง เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงจะเรียกสติกลับมาได้ ไช่เจิ้นจวิ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ลูกพี่เย่ ที่นี่มีกล้องวงจรปิดนะ! เขาต้องถูกกรมทางหลวงเรียกตัวแน่ๆ
พอเย่ฝานขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับ เขาก็ติดยันต์เหาะเหินไว้ในรถหลายใบ
เขาคิดว่าหากขับไปตามถนนจะต้องเจอตำรวจขวางไว้แน่ๆ แล้วเย่ฝานยังได้ติดยันต์อำพรางไว้อีกหลายใบ
หลังจากที่ไช่เจิ้นจวิ้นได้สติ ก็สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาตัดสินใจโทรหาไช่ไซว้
ไช่ไซว้รีบขับรถไปรับไช่เจิ้นจวิ้น “ทำไมนายถึงมาอยู่บนทางหลวงคนเดียวได้ล่ะ มันอันตรายนะ!”
“ผมก็ไม่อยากหรอกครับ! ” ยืนโง่ๆ อยู่บนทางหลวงคนเดียวแบบนี้ “ก็เป็เพราะคุณชายเย่ที่หุนหันอยากไปหาคุณชายไป๋ให้ได้ เขาหาว่าผมเกะกะ ก็เลยทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียว”
ไช่ไซว้ “…”
..............................................................................................
ไป๋อวิ๋นจิ่นวางสายโทรศัพท์ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล
ไป๋อวิ๋นเฟยดูพี่ชายแล้วถามด้วยความสงสัย “พี่ใหญ่ เป็อะไรไปคะ? ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?”
“เย่ฝานโทรมาถามว่าอวิ๋นซีอยู่ที่ไหน เสียงของเขาฟังดูรีบร้อนมาก” ไป๋อวิ๋นจิ่นตอบ
“รีบร้อน? หรือว่าอวิ๋นซีจะขอเลิกกับเขา?” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าว
ไป๋อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าแล้วพูดว่า “พี่กำลังคิดว่า อวิ๋นซีจะเกิดเื่หรือเปล่านะ”
ไป๋อวิ๋นเฟยทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ไม่น่าจะใช่นะคะ จะเกิดเื่อะไรกับเขาได้!”
ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดด้วยความเป็ห่วง “วันนี้อวิ๋นซีเหมือนกับว่าออกไปพบญาติท่านหนึ่งที่สถานบำบัดและพักฟื้นในย่านชนบท ตอนนี้โทรศัพท์ของเขาก็ดันโทรไม่ติดอีก”
