เสียงคนในความมืดสนิทนั้นแฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลนและความไม่พอใจ ทว่าบางทีเสียงนั้นอาจจะไม่ทันสังเกตว่าน้ำเสียงนั้นแอบแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและความโกรธเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พี่ชายกับน้องสาวอย่างนั้นหรือ...เหอะ!ทั้งคู่ไม่ได้มีสัมพันธ์ทางสายเืต่อกันแม้แต่สักกระผีกเดียวกลับรู้สึกเสียใจมากมายถึงเพียงนี้ แถมยังเรียกกันอย่างสนิทสนม! ช่างน่าเกลียดชังและคันปาก!
ชายคนนั้นเบะปากโกรธจนต้องกระทืบกับพื้น... เมื่อครู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแอบช่วยอย่างลับๆแม่นมผู้นั้นจะเข้าไปแบกต้วนอวี้หราน ได้อย่างราบรื่นขนาดนั้นหรือ? และถ้าไม่ใช่เพราะเขาช่วยอย่างลับๆ เซียงเย่เอ๋อร์ผู้นั้นจะยอมปฏิเสธอย่างโอนอ่อน และจากไปโดยรวดเร็วอย่างนั้นเชียว...
พูดโดยสรุปแล้วคืนนี้ที่แผนการของนางราบรื่นไปได้ด้วยดี ส่วนหนึ่งก็ถือเป็ความดีความชอบของเขาด้วย!แต่นางไม่เพียงไม่ขอบคุณ ซ้ำยังพูดคุยหยอกเย้ากับชายอื่น เป็พี่ชายกับน้องสาวมากเกินไป ช่างมากเกินไปแล้ว!
นึกถึงคำที่ต้วนชิงิเรียก ‘พี่ชาย’ อย่างคล่องปากชายชุดดำก็ถอนหายใจยาวอีกครั้ง... ใครใช้ให้เขาช่วยนางแต่กลับไม่สามารถปรากฏตัวได้เล่า ความดีความชอบจึงตกไปอยู่ในมือคนอื่นโดยปริยาย
แต่ไม่เป็ไรต้วนชิงิอีกไม่นานข้าจะให้เ้ารู้ว่า คนที่ช่วยเ้ามากที่สุด แท้จริงเป็ข้า!
…...
ท่ามกลางความมืดสลัวยามราตรีนี้ชายคนนั้นส่งเสียง “เหอะ” ออกมาอย่างเ็าจากนั้นรีบะโข้ามสวนดอกไม้ วิ่งออกไปอีกทางหนึ่งด้วยความรวดเร็ว
ทว่าชายชุดดำดูคุ้นเคยกับเส้นทางและสถานที่ของจวนต้วนเป็อย่างดีเมื่อเห็นองครักษ์ก็ซ่อนเร้นหลบหลีกอย่างระมัดระวัง ครั้นมาถึงกำแพงรอบจวนรวบรวมกำลังเพียงเล็กน้อยก็ะโดันตัวเองปีนออกจากกำแพงที่สูงกว่าสอง่ตัวคนออกไปได้อย่างง่ายดาย!
ชายชุดดำกำลังหาที่ลับตาในชุมชนดึงผ้าปิดหน้าผืนดำออกโยนไปด้านข้างสรรพเสียงรอบด้านเงียบลงภายใต้แสงจันทร์ที่เจิดจรัสส่องกระทบใบหน้ารูปงามออกมา
ใบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ภายใต้แสงจันทร์แม้สง่างามทว่ากลับมีสีหน้าละม้ายโกรธเคืองชัดเจน เขากัดฟันกรอดๆ เดินไปพลางพูดไปพลางอย่างโมโห “เหอะๆ คำก็พี่ชาย สองคำก็พี่ชาย ช่างเรียกได้หวานหยาดเยิ้มอะไรเช่นนั้น? ข้าช่วยเ้ามาแล้วถึงสองครั้งสองครา เหตุใดเมื่อพบกับข้ากลับทำตัวเหมือนหนูที่กลัวแมวเสียอย่างไรอย่างนั้น?”
เขาร้อนรนจนนั่งเก้าอี้ไม่ติดในใจยังคงโมโหอยู่... แต่ของชิ้นนั้น นางเอาไปเก็บซ่อนไว้ที่ไหน? ทำไมเขาค้นจนทั่วทั้งเรือนหนิงซูเยี่ยน กลับหาไม่เจอ?
แม้วันนี้ข้าจะยังไม่เจอแต่อีกสองสามวันข้าจะไปใหม่ ในเมื่อเ้าเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด หากยังหาไม่เจอก็จะหาครั้งหน้าไปเรื่อยๆ...ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะไม่เอามันออกมาในสักวัน?
คิดได้เท่านี้เหยียนหลิ่งอวี๋กวักมือไปด้านหลังละม้ายกำลังเรียกใคร ไม่หันหน้ากลับไปเมื่อเห็นชายชุดดำปรากฏตัว ที่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เขาจึงพูดเรียบนิ่ง “หลิวยวนที่อยู่ในจวนต้วน เ้าให้คนไปสืบมา ข้า้ารู้ที่มา ที่ไปและความเคลื่อนไหวทั้งหมดของเขา รวมทั้งเื่กินอยู่ แม้กระทั่งธุระหนักเบา!”
ได้ยินเหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างกัดฟันเช่นนั้นชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหลัง อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “องค์ชายเื่กินอยู่ ธุระหนักเบา ก็ยังต้องสะกดรอยตามหรือขอรับ!” ไม่ค่อยได้เห็นองค์ชายใส่ใจกับใครเช่นนี้มาก่อนจริงๆดูท่าหลิวยวนผู้นี้จะต้องมีปัญหาใหญ่เป็แน่!หรือไม่ก็คงทำให้องค์ชายไม่สบายใจเป็อย่างมาก!
แต่หลิวยวนไม่ใช่ซูถง[1]ของคุณชายใหญ่จวนต้วนหรอกหรือ? ต่อให้เขาจะใจกล้ามากขนาดนั้นก็คงไม่กล้าพอจะสร้างความปวดหัวให้กับองค์ชายได้?
เื่ในใจผู้เป็นายยากที่จะคาดเดา!แม้ว่าต่อหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ชายชุดดำจะกล้าต่อปากต่อคำพูดล้อเล่นกลับไปไม่กี่ประโยค! แน่นอนแล้วว่า ถ้าเขายิ่งกลุ้มใจมากเท่าไรก็แสดงว่าหลิวยวนผู้นี้ไม่อาจปล่อยไว้ได้!
เขาพูดเสียงลอดไรฟันคล้ายรำคาญ “บอกให้หาคนไปสืบก็รีบไป ขืนยังกล้าพูดอีกคำ ระวังข้าจะเอาเ้าไปโยนไว้ที่อี๋หงย่วนให้หาเซียจื่อหยาง!”
ได้ยินที่เขาพูดชายชุดดำที่เดินตามมาด้านหลังจึงลอบแลบลิ้นออกมา พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน “องค์ชาย ได้โปรดปล่อยข้าน้อยไปเถอะ ครั้งหน้าข้าน้อยไม่กล้าอีกแล้วขอรับ!”
พูดจบเขาก็ไม่รอให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับเลือกที่จะลุกขึ้น พริบตาเดียวเขาก็หายวับไป ไร้วี่แววไม่เหลือแม้แต่เงา!
เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งอยู่ใต้แสงไฟยกมือขึ้นมาลูบไปที่คางถูไปมาอย่างเบามือในใจยังคงคิดเื่ต้วนชิงิกลับไปกลับมา... ครั้งก่อนที่ร้านเจิ้งจุนนางยืดอกออกมาปกป้องหลิวยวนโดยไม่คิดชีวิต ความเด็ดขาดและโเี้นั้นแม้คนอย่างเขาเมื่อได้เห็นก็ยังตกอกใ
เขาจึงเริ่มจับสังเกตหลิวยวนนับั้แ่ครั้งนั้นเป็ต้นมาหลายวันผ่านไปจึงพบว่าหลิวยวนผู้นี้ แม้จะตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ทว่าในใจต้วนชิงิกลับมีพื้นที่ให้เขาอยู่ไม่น้อย
คิดไม่ตกจริงๆ...คนที่มาตามหาพ่อถึงเมืองหลวงกลับถูกต้วนชิงิช่วยโดยบังเอิญ แถมตอนนี้ยังอยู่ในต้วนจ้วนในฐานะซูถง[1] และถึงแม้ว่าเขาจะมีฐานะเป็ซิ่วฉาย[2] แต่คนฉลาดแบบนี้มีเกลื่อนถมเถไปในเมืองหลวง!
ต่อให้ต้วนชิงิบอกว่าใช้ความรู้สึกโดยตรงในการช่วยอย่างนั้น... ไม่ฟังดูไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ!
หรือหลิวยวนผู้นี้อาจจะมีค่ามาก เพียงแต่ยังไม่มีใครล่วงรู้และตอนนี้ต้วนชิงิคงกำลังเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่
ใช่แล้วแบบนี้ถึงจะเข้ากับนิสัยของจิ้งจอกตัวน้อย... ที่ใช้ทุกสิ่งอย่างคุ้มค่าไม่ให้สูญเปล่า!
ทว่าเหตุใดยังรู้สึกว่าแปลกพิกลอยู่?
หลิวยวนในฐานะซิ่วฉายเข้าเมืองมาตามหาญาติ!
คงต้องตามเบาะแสที่สืบเสาะกลับไปทีละอย่างเพียงครู่เดียว พลันเห็นแววตาเขาเปล่งประกายออกมา... ใช่แล้วสิ่งสำคัญอยู่ที่คำว่า ‘ญาติ’
นึกขึ้นมาได้ว่าหลิวยวนแม้นิสัยใจคอจะไม่โดดเด่นอะไร แต่จิตใจกลับไม่ใช่เพียงซิ่วฉายธรรมดาเป็แน่และเขามาตามหาญาติ จึงฟันธงได้ว่าต้องไม่ใช่ญาติปกติธรรมดา!
ในกาลข้างหน้าแค่เพียงรู้ว่าหลิวยวนมาตามหาญาติคนไหน เื่ทั้งหมดก็เป็อันคลี่คลายแล้ว
ฮึๆๆเ้าจิ้งจอกน้อย รอให้ข้าจับหางของเ้าให้ได้เสียก่อน ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะไม่ยอมควักของสิ่งนั้นออกมาอย่างเชื่อฟัง
ใช่แล้วเป็อย่างนี้!
ความสงสัยภายในใจขององค์ชายสามในที่สุดก็คลี่คลายได้แล้วเขาจึงเปลี่ยนชุดและเดินกลับเข้าวังด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ
ถ้าได้เตรียมตาข่ายดักไว้แล้ว ที่เหลือก็เพียงรอเ้าจิ้งจอกน้อยมาติดก็เท่านั้น!
…...
ที่จริงแล้วเมื่อต้วนชิงิกลับมาถึงเรือน รับรู้ได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง...อย่างมากเชียวล่ะ!
ทั้งแสงไฟที่จุดไว้ในห้องก่อนออกไปแต่กลับถูกคนมาดับลงแล้ว อีกทั้งเมื่อนางกลับมาแล้ว ทว่าก็ไม่มีใครออกมารับจึงรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลว่า ในห้องของนางเงียบเชียบเป็ที่สุดในใจของนางเริ่มรู้สึกเหมือนมีใครมาคอยจับตามอง!
ในเวลานี้เองต้วนชิงิรู้สึกตระหนกใเสียจนเหงื่อไหลออกมาเต็มฝ่ามือนางพูดกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสียงเบา “เ้าไม่ต้องร้องเอะอะไปพวกเราเข้าไปข้างในด้วยกัน!”
พูดไปพลางยกมือขึ้นดึงปิ่นปักผมปลายแหลมหนึ่งอันออกมาจับไว้ในมืออย่างแน่น จากนั้นพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กล้าๆ กลัวๆ เข้าไปด้านใน!
นางค่อยๆก้าวเดินเข้าไปในห้องโถงด้านนอก ทว่าไม่ได้ยินเสียงผิดปกติแต่อย่างใดรอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัดวังเวง จึงกวักมือให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบไปจุดไฟภาพตรงหน้าทำให้พวกนางใไม่น้อย!
บ่าวรับใช้ที่เฝ้าเรือนตอนกลางคืนกลับนอนไม่ขยับอยู่บนพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาว ดูท่าคล้ายกับว่าไม่มีลมหายใจแล้วอย่างไรอย่างนั้น!
เด็กสาวยกมือให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กำลังจะเดินไปด้านหน้าให้หยุดลง พลันสรรพเสียงรอบด้านเงียบลง หูโล่งสงบ กลับได้ยินเสียงหายใจแ่เบาละม้ายใกล้จะรวยรินนางจึงถอนหายใจแ่เบาออกมา... ดูท่าแล้ว บ่าวพวกนี้แค่ถูกคนวางยาอะไรบางอย่างทำให้นอนแข็งเหมือนคนตาย
ท่าทางคงจะถูกวางยาให้สลบนานพอควรแล้วเมื่อต้วนชิงิตั้งสติได้ เอ่ยปากสั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปเอาน้ำเย็นมา สาดไปที่หน้าของบ่าวรับใช้ที่ชื่อเสี่ยวเหอ จึงตื่นจากภวังค์ขึ้นมา!
เสี่ยวเหอเป็บ่าวรับใช้ที่เข้ามาใหม่เมื่อเห็นต้วนชิงิ จึงรีบร้อนทำความเคารพด้วยความใ “คุณหนู โปรดให้อภัยบ่าวด้วยคุณหนูให้บ่าวเฝ้าเรือนในคืนนี้ แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงลงไปนอนสลบไสลที่นี่ได้เ้าค่ะ!”
นางไม่แสดงอารมณ์แต่อย่างใดถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าเมื่อคืนพักผ่อนไม่เต็มที่?”
อีกฝ่ายได้ยินรีบส่ายหัวละล่ำละลักพูด “ไม่มีเื่อะไรเ้าค่ะ...บ่าวได้ยินในห้องมีเสียงออกมาจึงเข้ามาดู แต่คาดไม่ถึงว่าจะหลับไปเ้าค่ะ?”
เด็กสาวแอบถอนหายใจพลางกล่าว “ไม่มีอะไรแล้วเ้าอยู่เฝ้าที่นี่ให้ดีล่ะ!”
บ่าวรับใช้ที่เพิ่งมาไว้ใจได้หรือไม่ได้ ทว่าไม่รู้นิสัยใจคอ หากนางจะทำโทษอย่างหนักก็ย่อมได้แต่ตอนนี้เมื่อต้วนชิงิไม่ได้เอาผิด บ่าวรับใช้ผู้นี้จึงรีบตอบรับ “ขอบคุณคุณหนูอย่างสูง เสี่ยวเหอรับทราบแล้วเ้าค่ะ”
…...
[1]ซูถง คือ คนที่คอยรับใช้นายและเป็เพื่อนช่วยในการเรียน
[2]ซิ่วฉาย คือ คนที่สอบจอหงวนระดับท้องถิ่นผ่าน
