ณ บ้านตระกูลเย่
“คุณพ่อ เครื่องบินของบ้านตระกูลอู่บินออกไปแล้วครับ”
“อู่เถิงิเ้าคนสารเลว” เย่ติ่งหงพูดด้วยความโมโหพร้อมกับเอาไม้เท้ากระแทกพื้น เขาเดินไปมาอยู่ในบ้านด้วยความกระวนกระวาย
เย่เส้าฮุยขมวดคิ้วเข้าหากัน รู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมาก
เย่ฝานเชิญใครต่อใครมากมายไปร่วมงานหมั้น แต่กลับไม่เชิญคนบ้านตระกูลเย่ แค่นี้ก็ทำให้พวกเขาเสียหน้าพอแล้ว ทว่าอู่เถิงิเ้าหมอนั่นยังเช่าเหมาลำเครื่องบิน พาแขกทุกคนที่เย่ฝานเชิญนั่งเครื่องบินไปเมืองหลวงด้วยกัน คนพวกนั้นเมื่อรวมตัวกัน คงจะพูดคุยถึงคนตระกูลเย่อย่างสนุกปาก แบบนี้เท่ากับทำให้พวกเขายิ่งขายหน้าเข้าไปใหญ่
“ผมได้ยินว่าผู้าุโโจวและเถ้าแก่ทังก็นั่งเครื่องบินลำนั้นไปด้วย” เย่เส้าฮุยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
ศูนย์กลางธุรกิจของโจวจิ่นจือและทังหย่งจินล้วนไม่อยู่ในเมืองชาง ธุรกิจของทั้งสองคนขยายใหญ่โต บ้านตระกูลเย่เอง้าคบค้าสมาคมกับพวกเขา แต่ทั้งสองคนกลับใกล้ชิดกับตระกูลอู่มากกว่า
ใน่นี้ธุรกิจเติบโตตระกูลอู่เติบโต อีกไม่นานสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองชางก็จะกลายเป็สามตระกูลใหญ่หนึ่งตระกูลเล็ก
โจวจิ่นจือและทังหย่งจินถือว่าให้หน้าเย่ฝานมาก พวกเขาเดินทางมาร่วมงานด้วยตนเอง โดยที่ไม่เกี่ยงหนทางยาวไกล ซึ่งแน่นอนว่าการมาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็การให้เกียรติบ้านตระกูลไป๋เช่นเดียวกัน
…….............................................................................
เย่ฝานนั่งอยู่ในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี เอาแต่มองนาฬิกาไม่หยุด
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน แล้วถามด้วยความไม่พอใจ “นายมีเื่ด่วนเหรอ? ถึงได้มองนาฬิกาตลอด?”
เย่ฝานส่ายหน้าพลางตอบ “ก็ไม่ใช่เื่ด่วนอะไรหรอก ฉันเชิญคนจากเมืองชางมาร่วมงานหมั้นของเรา แต่ปรากฏว่าพวกเขารวมตัวกันเช่าเหมาลำเครื่องบินแล้วเดินทางมาที่นี่ เดี๋ยวฉันต้องไปรับพวกเขาที่สนามบิน”
“ไปรับพวกเขาที่สนามบิน? นายคนเดียวเนี่ยนะ?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก พวกเขามากันหลายคน คุณชายไช่จึงบอกว่าเขาจะหาคนมาช่วยฉันไปรับพวกเขาที่สนามบินด้วย เขาน่าจะใกล้ถึงแล้ว”
“ไช่เจิ้นจวิ้น เ้าหมอนั่นนับว่าเป็คนที่กว้างขวางในแวดวงทายาทเศรษฐีรุ่นที่สอง” ไป๋อวิ๋นซีมองไปนอกหน้าต่างก็เห็นรถหรูสิบเอ็ดคัน นำขบวนมาด้วยรถโรลส์รอยซ์สองคัน ตามติดด้วยรถลัมโบร์กินีหกคัน และปิดท้ายขบวนด้วยรถมาเซราติอีกสามคัน
“ฉันไปรับพวกเขาก่อนนะ!” เย่ฝานเอ่ย
ไป๋อวิ๋นซีครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ฉันไปกับนายด้วยละกัน”
ดวงตาของเย่ฝานส่องประกายแวววาว เขาพูดว่า “ดีเลย! ดีเลย! คนเมืองชางหลายคนถามฉันว่าเื่บัตรเชิญงานหมั้นเป็เื่ล้อเล่นหรือเปล่า ยังมีคนถามฉันอีกว่าสมองมีปัญหาหรือเปล่า ถ้านายไปกับฉัน ก็จะเป็เครื่องยืนยันที่ดีที่สุด”
ไป๋อวิ๋นซี “...”
……..................................................................
ไป๋อวิ๋นซีเดินตามเย่ฝานไปด้านนอก ไช่เจิ้นจวิ้นยืนรออยู่ข้างรถยนต์
เดิมทีไช่เจิ้นจวิ้นยืนพิงรถเหมือนกับคนไม่มีกระดูก แต่พอเห็นไปอวิ๋นซีเดินมา ก็รีบลุกยืนตรง เหมือนกับทหารที่จะรับการตรวจสอบจากผู้บังคับบัญชา
เมื่อไป๋อวิ๋นซีเห็นไช่เจิ้นจวิ้น ถึงได้พบว่าตอนที่ตนอยู่ในบ้านนั้นลืมนับรถไปหนึ่งคัน รถรับแขกที่ขับนำขบวนมาไม่ใช่รถโรลส์รอยซ์สองคันและไม่ใช่ลัมโบร์กินี แต่เป็รถจี๊ปของไช่เจิ้นจวิ้นต่างหาก
“คุณชายไป๋ คุณก็มาด้วยหรือครับ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เย่ฝานชี้ไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดว่า “อวิ๋นซีจะไปกับฉัน”
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ดีเลยครับ ดีเลย คุณชายกับคุณชายเย่นั่งรถของผมไปละกันครับ รถผมคันนี้เป็รถวิเศษ มันเหาะได้ แถมยังหายตัวได้”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานขมวดคิ้วเข้าหากัน “ใครว่ารถคันนี้ของนายเหาะและหายตัวได้กันเล่า คราวก่อนเป็เพราะฉันติดยันต์เหาะเหิน และยันต์อำพรางไว้ในรถของนาย รถนั่นถึงเหาะและหายตัวได้ ตอนนี้พลังของยันต์หมดไปแล้ว รถคันนี้ก็คือรถจี๊ปธรรมดาๆ คันหนึ่ง”
เหล่าทายาทเศรษฐีที่ไช่เจิ้นจวิ้นเรียกมาเป็คนขับรถ พอได้ยินคำพูดของเย่ฝาน พวกเขาต่างพากันยืนล้อมเย่ฝานเพื่อถามซื้อยันต์เหาะเหิน และยันต์อำพรางจากเขาจนเสียงดังวุ่นวายไปหมด
“เอาล่ะ! เราไปสนามบินกันก่อนดีกว่า!” พอไป๋อวิ๋นซีเปิดปากพูด ทายาทเศรษฐีพวกนั้นก็สงบลงทันที
เมื่อขบวนรถหรูของเย่ฝานขับไปถึงสนามบิน ก็กลายเป็จุดสนใจของผู้คนไม่น้อย
รถหรูยี่ห้อดังขับเข้ามาเป็สาย ผู้คนจึงอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเอาไว้
……...........................................................................................
“มากันแล้ว”
พวกของอู่ซือหานเดินออกมาจากสนามบินตามลำดับ
เย่ฝานเข้าไปต้อนรับด้วยความปีติยินดี
“คุณอาโจว มาแล้วหรือครับ” ไป๋อวิ๋นซีทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
โจวจิ่นจือตบบ่าของไป๋อวิ๋นซีเบาๆ “นึกไม่ถึงว่าหลานจะได้ครองคู่กับเย่ฝานจริงๆ ลำบากหลานแล้วนะ”
เย่ฝานเบียดเข้ามาในวงสนทนา แล้วพูดด้วยความไม่พอใจ “ตาแก่โจว คนที่ลำบากคือผมต่างหากล่ะ! ผมเหนื่อยแทบตายกว่าจะหาค่าสินสอดมาได้”
โจวจิ่นจือกระแอมหนึ่งครั้ง “คนอย่างนายเหนื่อยจนตายก็สมควรแล้ว จะหมั้นทั้งทีกลับไม่เชิญฉัน”
เย่ฝานเบิกตากว้าง แล้วพูดด้วยความใ “ผมไม่ได้เชิญคุณเหรอ? ไอ้หยา! ผมเหมือนกับลืมเชิญคุณจริงๆ ใครใช้ให้คุณไม่อุดหนุนธุรกิจผมล่ะ ผมจะจำแต่คนที่ให้เงินผมเท่านั้น”
โจวจิ่นจือ “…”
โจวจิ่นจือมองไป๋อวิ๋นซีแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยความเคร่งขรึม “อวิ๋นซี หลานจะฉวยโอกาสตอนนี้เปลี่ยนตัวเ้าบ่าวก็ยังทันนะ!”
เย่ฝานเอามือเท้าเอว ถลึงตาใส่โจวจิ่นจือด้วยความไม่พอใจ “ตาเฒ่าโจว คุณพูดเหลวไหลอะไร! ระวังนะผมจะติดยันต์ดวงซวยไว้ที่ตัวคุณ ทำให้คุณเหยียบขี้หมาทุกวันเลย”
โจวจิ่นจือ “…”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วพูดว่า “หุบปาก!”
เย่ฝาน “…”
“ไม่ได้เจอกันนาน คุณชายเย่ยังมีอารมณ์ขันเหมือนเดิมเลยนะ!” ทังหย่งจินเอ่ยปาก
ดวงตาทั้งคู่ของเย่ฝานส่องประกายแวววาว เขากุมมือของทังหย่งจินแล้วเขย่าเบาๆ เขาพูดด้วยความกระตือรือร้นว่า “เถ้าแก่ทัง คุณก็มาเหมือนกันหรือครับ!”
“คุณชายเย่ คุณเชิญผมมา ผมจะไม่มาได้ยังไง?” ทังหย่งจินพูดด้วยความดีอกดีใจ
“น้องชาย พวกเราไปกันเถอะ” อู่ซือหานกล่าว
“ใช่ๆๆ ทุกคนขึ้นรถกันเถอะ รถสิบกว่าคันที่จอดอยู่ตรงนี้ เชิญทุกคนนั่งได้ตามสบายเลยนะครับ”
อู่ซือหานเห็นรถหรูที่จอดต่อกันเป็แถว ทำให้ในใจของเขารู้สึกได้รับเกียรติเป็อย่างมาก
เจียงไห่หลินและพวกเดินตามมาเป็กลุ่มสุดท้าย ใบหน้าของคนทั้งสี่ดูประหม่าไม่น้อย พวกของเจียงไห่หลินมีอิทธิพลมากเมื่ออยู่ที่เมืองชาง แต่พอมาเมืองหลวง จึงไม่รู้ว่าจะอวดเบ่งอย่างไร
“ทุกคนขึ้นรถกันเถอะครับ” ไป๋อวิ๋นซีนั่งรถคันเดียวกับโจวจิ่นจือ ทิ้งเย่ฝานให้อยู่คนเดียว เขาจึงต้องขึ้นไปนั่งบนรถคันเดียวกับเจียงไห่หลิน
“ลูกพี่เย่ ในที่สุดคุณก็ทำสำเร็จ” เจียงไห่หลินอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“ใช่แล้ว! ลูกพี่เย่ ตอนแรกที่คุณบอกว่าจะตามจีบคุณชายไป๋ ผมยังคิดว่าคุณแค่พูดเล่น นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปแค่พริบตา คุณกับคุณชายไป๋กำลังจะหมั้นกันแล้ว” เดิมทีเฉียนอวี้คิดว่าเื่ที่เย่ฝานตามจีบไป๋อวิ๋นซีเป็เื่เพ้อฝันลมๆ แล้งๆ เขายังเคย “พูดขู่” ให้เย่ฝานรู้สึกกลัว แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่หวั่นเลยสักนิด
“ลูกพี่เย่ ตกลงคุณจีบเขาสำเร็จได้ยังไงกันเนี่ย” เจียงไห่หลินถาม
“เื่นี้เหรอ ฉันเป็อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ใครก็ตามที่อยู่กับฉันนานๆ ก็จะต้องชอบฉันเป็ธรรมดาอยู่แล้ว พออวิ๋นซีอยู่กับฉันนานๆ เข้า ก็เลยชอบฉันขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย” เย่ฝานกล่าว
เจียงไห่หลิน “…” ดังนั้นคำพูดของเย่ฝาน เมื่อตีความหมายแล้วหมายถึงอยู่ใกล้ชิดกันจนเขายอมใจอ่อนในที่สุดงั้นหรือ!
……........................................................................
เย่ฝานส่งคนทั้งหมดไปยังโรงแรมที่พัก จากนั้นก็กลับมาที่คฤหาสน์ของตัวเอง อู่ซือหานก็กลับมากับเขาด้วย
“น้องชาย นายแน่จริงๆ!” จีบคุณชายสามตระกูลไป๋สำเร็จจนได้” อู่ซือหานอดกล่าวชมไม่ได้
เย่ฝานหัวเราะ แล้วพูดด้วยความภูมิใจ “ขอเพียงแน่วแน่และพยายาม อะไรก็ไม่เป็ปัญหาครับ”
อู่ซือหานพูดในใจว่า ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ใช่ว่าจะอาศัยแค่ความแน่วแน่และความพยายามแล้วจะสำเร็จได้ หากเปลี่ยนเป็คนอื่นตามจีบ เผลอๆ อาจโดนต่อยจนยับไปแล้ว ยังดีที่น้องชายของเขาหน้าหนาพอ
“คฤหาสน์ของนายไม่เลวเลยนะ!” อู่ซือหานกล่าว
“พี่ก็คิดเหมือนกันใช่ไหมครับ ราคาแค่สามล้านหยวนเองนะ?”
“สามล้านหยวน ทำไมราคาแค่สามล้านหยวน?” อู่ซือหานถาม
“บ้านหลังนี้เดิมทีเป็บ้านผีสิง! ผีพวกนั้นไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป ดังนั้นราคาจึงถูกลง” เย่ฝานตอบ
อู่ซือหานได้ยินเช่นนั้นพลันรู้สึกหนาวทันที เย่ฝานมองอู่ซือหาน แล้วกะพริบตาพลางเอ่ย “พี่ชาย พี่กลัวเหรอ?”
อู่ซือหานขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ใช่ว่านายไม่มีเงินนี่ ทำไมต้องซื้อบ้านผีสิงด้วย!”
“ก็มันราคาถูกไม่ใช่เหรอ? พี่ชาย พี่ขี้ขลาดเกินไปแล้ว คราวก่อนเสี่ยวเฉียงมาพักที่นี่ตั้งหลายวัน เขาไม่เห็นจะกลัวเลย!”
อู่ซือหาน “…” ั้แ่ลูกชายของเขากลับบ้านไป ก็เอาแต่พูดเื่คุณอาเล็กเก่งแค่ไหน ส่วนเื่บ้านผีสิงไม่เห็นจะพูดถึงเลย!
…….....................................................................................
เจียงไห่หลินและพวกพักอยู่ที่โรงแรม พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
“คุณชายเย่ประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ วันนี้คนที่มารับพวกเราล้วนเป็ทายาทรุ่นที่สองของบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลในเมืองหลวง” เจียงไห่หลินอดไม่ได้จนต้องพูดออกมา
เมื่อนึกถึงภาพที่เย่ฝานไปรับพวกเขาที่สนามบิน เจียงไห่หลินยังรู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน รถสปอร์ตหลายคันในนั้นล้วนเป็ของที่มีจำนวนจำกัด ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะซื้อได้
พวกคนที่ขับรถมารับล้วนแต่งกายด้วยชุดแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ละคนมีบุคลิกภาพดีมาก
“ก็ใช่น่ะสิ! เย่ฝานยอดเยี่ยมจริงๆ” จูจ้งชิวพูดด้วยความตื่นเต้น
“หมายเลขบนป้ายทะเบียนของรถหรูทุกคันฉันบันทึกไว้หมดแล้ว คนพวกนั้น ถ้าไม่ใช่ทายาทพวกข้าราชการ ก็เป็ทายาทมหาเศรษฐี ช่างเป็หน้าเป็ตาให้คุณชายเย่จริงๆ” ยุคสมัยของอินเทอร์เน็ต ข้อมูลหลายอย่างเพียงสืบค้นก็รู้แล้ว
“บ้านตระกูลอู่โชคดีจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของบ้านตระกูลเย่ที่ตอนนี้ย่ำแย่เต็มที” ซ่งป๋อฮุยอดพูดออกมาไม่ได้
เมื่อมีเย่ฝานอยู่ บ้านตระกูลอู่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เจริญ ทั้งที่เขาเป็คนของบ้านตระกูลเย่
“การหมั้นของเย่ฝานในครั้งนี้ ไม่ได้เชิญคนบ้านตระกูลเย่แม้แต่คนเดียว” งานสำคัญขนาดนี้ เย่ฝานไม่เชิญคนบ้านตระกูลเย่ แสดงให้เห็นว่าความแค้นที่เย่ฝานมีต่อคนพวกนั้น มันหยั่งรากลึกในใจของเขา ยากที่จะให้อภัย
“เื่นี้ต้องโทษคนบ้านตระกูลเย่ที่ไร้คุณธรรม เมื่อก่อนตอนที่อู่อิงแต่งเข้าบ้านตระกูลเย่ มีทรัพย์สินเดิมติดตัวมาด้วยไม่น้อย ทั้งคฤหาสน์หรูและรถยนต์ยี่ห้อดัง ของเ่าั้มีมูลค่ามหาศาล! แต่หลังจากอู่อิงตายจากไป ทรัพย์สินทั้งหมดก็ถูกโอนเป็ชื่อของเย่หงเหวิน เย่ฝานไม่ได้อะไรแม้แต่แดงเดียว สุดท้ายก็ถูกขับไล่ออกจากบ้านตระกูลเย่ไปตัวเปล่า”
“ฉันได้ยินมาว่าอสังหาริมทรัพย์ชิ้นสุดท้ายที่อู่อิงทั้งไว้ให้ลูกชาย ถูกหวังเสี่ยวหลันขายให้คนอื่นไปแล้ว เงินที่ขายได้หล่อนมอบให้เย่จื้อเจ๋อไปลงทุนทั้งหมด แต่สุดท้ายกลับขาดทุนย่อยยับ!”
“…”
เย่หลิงเดินเข้าไปในวิทยาลัย เพื่อนนักศึกษาหลายคนรีบวิ่งไปหาหล่อน
“เย่หลิง เื่ที่เย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีจะจัดงานหมั้น เธอรู้เื่บ้างไหม!”
เย่หลิงหัวเราะ “ฉันได้ยินมาแล้ว” หลังจากที่เย่หลิงมาถึงเมืองหลวง หล่อนมักจะไม่เล่าเื่ที่บ้านให้ใครฟังนัก ยิ่งเป็เื่เย่ฝานหล่อนยิ่งไม่ปริปากพูดเลย ดังนั้นเพื่อนนักศึกษาของหล่อนไม่มีใครรู้เลยว่า ความจริงแล้วเย่หลิงและเย่ฝานเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน
เย่ฝานเชิญคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องไปร่วมงานหมั้นมากมาย แต่คนบ้านตระกูลเย่กลับไม่ได้รับบัตรเชิญแม้แต่ใบเดียว นี่เป็ความจงใจของเย่ฝานที่จะทำให้คนบ้านตระกูลเย่รู้สึกอับอาย
“คิดไม่ถึงเลยว่าที่เย่ฝานให้สัมภาษณ์ครั้งที่แล้วจะเป็เื่จริง คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋เป็พี่ชายภรรยาของปรมาจารย์เย่จริงๆ” หญิงสาวคนหนึ่งพูดพลางถอนหายใจ
“ก็ใช่น่ะสิ คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ดีกับเขามากเลยล่ะ”
“ทำไมต้องเรียกเขาว่าปรมาจารย์ด้วย!” เย่หลิงถาม
“แม้แต่เื่นี้เธอก็ไม่รู้เหรอ! เป็เพราะว่าเขามีวิชาอาคมและอิทธิฤทธิ์สูงน่ะสิ”
เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งของเย่หลิงหยิบมือถือออกมา แล้วพูดว่า “พวกเธอดูนี่สิ เมื่อวานนี้มีรถหรูหลายคันไปรับแขกของเย่ฝานที่สนามบิน แต่รถหรูเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่รถคันนี้ที่นำขบวน ว่ากันว่ารถจี๊ปคันนี้ไม่ธรรมดา มันเป็รถวิเศษที่โด่งดังมากในอินเทอร์เน็ต! เล่ากันว่ารถคันนี้เหาะได้”
“มีรถเหาะได้ที่ไหนกัน! หลังจากนั้นทางรัฐบาลออกมาแก้ข่าวแล้วไม่ใช่เหรอ? เขาบอกว่าที่เห็นมันคือเอฟเฟค”
“จะเป็เอฟเฟคได้ยังไงกัน ตอนเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์ด้วยตาของเขาเอง พวกเขามองเห็นว่ารถคันนั้น จู่ๆ ก็หายไปในอากาศ”
เย่หลิง “…”
