เย่ฝานตามไป๋อวิ๋นซีเข้าไปในห้องผู้ป่วย ไป๋โม่โม่เห็นเย่ฝานก็ดีใจมาก “คุณอาคะ ขอบคุณหยกที่คุณอามอบให้มากๆ เลยนะคะ มันช่วยป้องกันหนูจากสิ่งชั่วร้ายได้จริงด้วย”
“หยกนั่นนายเป็คนทำเองเหรอ?” จางเซวียนถามเย่ฝานด้วยความสงสัย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบ “ถูกต้อง”
แววตาของจางเซวียนสะท้อนความประหลาดใจ เขาหลงหู่ก็มีอาจารย์ที่สามารถทำศาสตราวุธได้ แต่อาจารย์เ่าั้ล้วนเป็บุคคลระดับชั้นอาจารย์อา หรือขั้นบูรพาจารย์ จางเซวียนคาดไม่ถึงว่าคนที่ทำหยกของไป๋โม่โม่คือเย่ฝาน
พอจางเซวียนมาถึงก็สังเกตเห็นหยกที่ไป๋โม่โม่คล้องคอ ตอนนั้นเขารู้สึกสงสัย เพราะว่าหยกที่คอของไป๋โม่โม่เนื้อหยกถือว่าเป็ของเกรดต่ำ แต่ความแวววาวและสีเขียวเข้มของมัน ทำให้หยกชิ้นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ขณะนั้นจางเซวียนเหมือนได้เห็นจิตรกรชั้นสูงคนหนึ่งกำลังขยับพู่กันสร้างผลงานศิลปะระดับโลกบนผืนผ้าใบ เขาตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
จางเซวียนมองเย่ฝานด้วยความประหลาดใจ จากนั้นถามว่า “นายทำศาสตราวุธได้ด้วยเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางตอบ “ก็ใช่น่ะสิ เหมือนกับหยกนี่ ก็ทำไม่ยากเลย!”
จางเซวียนเบ้ปากคิดในใจว่าเย่ฝานกล่าวโอ้อวด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ว่าหยกนี้จะทำยากหรือง่าย ถึงอย่างไรฝ่ายตรงข้ามก็มีความสามารถล้ำเลิศกว่าเขาอยู่ดี จางเซวียนอดสลดใจไม่ได้
…
“คุณอาเล็กคะ หนูหิวแล้วช่วยไปซื้อข้าวให้หน่อยได้ไหมคะ?” ไป๋โม่โม่บอกไป๋อวิ๋นซีที่ยืนข้างๆ
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่พอใจ “เธอนี่เื่มากจริงๆ!”
“คุณอาเล็ก ช่วยหนูหน่อยนะคะ?” ไป๋โม่โม่ออดอ้อน
ไป๋อวิ๋นซีถอนหายใจแล้วหมุนตัวเดินจากไป
พอไป๋โม่โม่เห็นไป๋อวิ๋นซีเดินจากไปก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงทันที
ไป๋โม่โม่มองเย่ฝานด้วยแววตาส่องประกายพร้อมพูดว่า “คุณอาเย่ไปไหนมาคะ! ่ก่อนก็ไม่อยู่ ติดต่อก็ไม่ได้ คุณอาเล็กคิดว่าถูกคุณอาเย่ทิ้งไป ก็เลยหงุดหงิด เอาแต่ว่าหนูตลอดเลย”
ไป๋อวิ๋นซีอยู่นอกห้อง ได้ยินคำพูดของไป๋โม่โม่เข้าพอดี จึงเกิดความรู้สึกอยากจะจัดการกับหลานสาวตัวแสบขึ้นมาทันที
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจเข้าลึก ทำเป็ไม่ได้ยินแล้วเดินจากไป
“จริงเหรอ? คุณอาเล็กของหนูคิดถึงฉันเหรอ?” เย่ฝานได้ยินแล้วแย้มยิ้มอย่างดีอกดีใจ
ไป๋โม่โม่พยักหน้าพูดอย่างน้อยใจว่า “ใช่ค่ะ หนูรู้สึกว่าเขาคิดถึงคุณอาเย่ คนที่เพิ่งอกหักมักจะอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หนูต้องมาเจอกับคุณอาเล็กที่อารมณ์แบบนี้เข้าจังๆ คุณอาเย่ไม่รู้หรอกว่าหนูน่าสงสารแค่ไหน”
จางเซวียนฟังทั้งสองคุยกันอยู่ข้างๆ ก็อดเหลือบตามองบนไม่ได้ เขายังคิดว่าที่เย่ฝานพูดว่าเป็แฟนกับไป๋อวิ๋นซีเป็แค่เื่ล้อเล่นเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อรู้ว่าทั้งสองคบกันจริงๆ ก็คิดว่าทำไมผักกาดที่ขาวบริสุทธิ์อย่างไป๋อวิ๋นซี ถึงยอมให้หมูซื่อบื้ออย่างเย่ฝานย่ำยีได้
“ผีตนนั้นกลับมาก่อกวนเธออีกแล้วเหรอ” เย่ฝานถึงแม้จะดีใจ แต่ก็ไม่ลืมเื่สำคัญ
ไป๋โม่โม่พยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่ค่ะ”
เย่ฝานนำธงดูดิญญาขึ้นมาโบก พลังหยินที่ยังหลงเหลือในห้องผู้ป่วยล้วนถูกดูดเข้าไปในธงดูดิญญาจนหมด
พอเย่ฝานนำศาสตราวุธนี้ออกมา แววตาของจางเซวียนก็เผยความอิจฉา สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ตอนเด็กๆ เธอเคยกินสมุนไพรวิเศษเหรอ? มิน่าล่ะผีที่หิวโหยตนนั้นถึงจ้องเล่นงานเธอ เพราะเธอสมบูรณ์เกินไปน่ะสิ” เย่ฝานกล่าว
เื่ที่ไป๋โม่โม่เคยกินสมุนไพรวิเศษ เย่ฝานรู้จากผีตนหนึ่งในธงดูดิญญา ผีตนนั้นบอกเย่ฝานว่าไป๋โม่โม่สมบูรณ์มากจนมันก็อยากจะกัดหล่อนสักครั้ง
ไป๋โม่โม่พยักหน้าแล้วตอบว่า “หนูเคยกินสมุนไพรวิเศษต้นหนึ่งค่ะ”
ว่ากันว่าตอนที่ไป๋โม่โม่อายุสองขวบร่างกายอ่อนแอมาก คุณปู่ของหล่อนนำเห็ดหลินจือรูปร่างประหลาดมาให้ หลังจากกินสมุนไพรนั่นเข้าไปแล้ว หล่อนก็ไม่เคยป่วยอีกเลย!
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง!” ความจริงแล้วตอนที่ไป๋อวิ๋นซีถามเย่ฝานว่าร่างกายของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนอื่นหรือไม่ เย่ฝานเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถึงอย่างไรร่างของไป๋อวิ๋นซีก็มีพลังหยินเข้มข้นอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่คนใกล้ตัวจะได้รับผลกระทบ เย่ฝานชอบไป๋อวิ๋นซี จึงเป็ธรรมดาที่เขาจะโยนความรับผิดชอบนี้ให้กับคนอื่น เพื่อที่ไป๋อวิ๋นซีจะได้สบายใจ และตอนนี้เขารู้แล้วว่าจุดเริ่มต้นของปัญหามันเกิดขึ้นจากตัวของไป๋โม่โม่เอง ทำให้เขาโล่งใจไปไม่น้อย
“คุณอาคะ เมื่อกี้คุณอาทำอะไรคะ?” ไป๋โม่โม่ถาม
“ฉันกำลังรวบรวมิญญาที่อยู่ในห้องนี้ ใช้สิ่งนี้เรียกผีตนนั้นออกมา” เย่ฝานตอบ
ไป๋โม่โม่พูดด้วยความตื่นเต้น “ฟังแล้วเยี่ยมยอดมากเลย! แล้วจะหามันเจอไหมคะ?”
“น่าจะหาเจอนะ” เย่ฝานเอ่ย
ในที่สุดจางเซวียนก็สบโอกาสพูดขึ้นว่า “ขี้โม้!”
เย่ฝานมองจางเซวียนแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ใครขี้โม้? นายหาไม่เจอ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหาไม่เจอสักหน่อย”
จางเซวียนเปล่งเสียง ฮึ แล้วกล่าวว่า “งั้นก็ดี! ฉันจะรอดูว่านายจะตามผีตนนั้นเจอได้ยังไง!”
เย่ฝานมองหน้าจางเซวียน เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “ในเมื่อนายยินดีที่จะเรียนรู้จากฉัน เดี๋ยวพี่จะพาน้องออกไปท่องโลกกว้างเอง! วัยรุ่นหนอ! เก็บตัวเป็กบในกะลาแบบนี้ไม่ดีนะ ออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้าง แล้วจะเจออะไรดีๆ อีกเพียบ”
จางเซวียน “…” เย่ฝาน เ้าหมอนี่หาโอกาสยกยอตัวเองเก่งจริงๆ!
…
“ตอนนี้ฉันจะออกไปจับผี? นายจะไปกับฉันไหม?” เย่ฝานถาม
จางเซวียนเปล่งเสียงขึ้นจมูกเบาๆ แล้วตอบว่า “ได้สิ! ฉันจะตามไปดูว่านายจะเล่นไม้ไหนอีก”
จางเซวียนตามเย่ฝานขึ้นไปบนรถแท็กซี่คันหนึ่ง
“น้องชาย จะไปไหน!” คนขับรถแท็กซี่มองหน้าเย่ฝานและเอ่ยถาม
“ยังไม่รู้ ขับไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ ก่อน”
คนขับรถแท็กซี่มองเย่ฝานด้วยความประหลาดใจ
เย่ฝานพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “วางใจเถอะ ผมจ่ายค่ารถแน่นอน”
คนขับรถได้ยินอย่างนั้นแล้ว จึงออกรถไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
เย่ฝานคอยบอกทิศทางกับคนขับรถ รถแล่นลดเลี้ยวไปตามถนน พวกเขานั่งรถสองชั่วโมงเต็มๆ ในที่สุดก็ถึงปลายทาง
เย่ฝานก้าวลงจากรถแท็กซี่ จางเซวียนก็ตามลงมาก่อนถามว่า “มันอยู่ที่นี่เหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบว่า “จากที่ตามกลิ่นอายภูตผีมา น่าจะเป็ที่นี่”
จางเซวียนหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ตามจากกลิ่นอายภูตผี หรือว่านายไม่ได้กำลังอ้างเื่ผีสางมาหลอกลวงคนอื่นอยู่หรือไง?”
เย่ฝานกวาดตามองจางเซวียนแล้วเอ่ย “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกร่างทรงในสำนักของนายชอบหลอกลวงเื่ภูตผีหรือเปล่า แต่สำหรับฉัน ฉันไม่ชอบ”
จางเซวียนโกรธจนลมออกหู “นายต่างหากล่ะที่เป็ร่างทรง”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ฉันเต้นรำไม่เป็! ดังนั้นเต้นแบบร่างทรงไม่เป็หรอกนะ!”
จางเซวียน “…”
“พวกนายทั้งสองคนเป็ใคร รีบออกไปเลยนะ” เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าทางเข้าออกปากไล่
จางเซวียนขมวดคิ้ว ถามด้วยความสงสัยว่า “เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำไมต้องไล่เราสองคนไปด้วย?”
“นายสวมรองเท้าแตะแบบนั้น คนอื่นเขาคิดว่าสมองนายมีปัญหาไงล่ะ ฉันต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วยเลย” จางเซวียนพูดอย่างไม่ยอม
เย่ฝานกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “จะเป็ไปได้ยังไง เพราะนายหน้าตาอัปลักษณ์เกินไป พลอยทำฉันเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก”
เย่ฝานยกมือเท้าเอวและพูดวางท่าออกไป “เฮ้ย เ้านายของพวกนายเป็ใคร ให้เขาออกมาพบฉันหน่อยซิ ฉันมีเื่อยากปรึกษากับเขา ถ้าเขาไม่ยอมออกมา อาจเกิดเื่ยุ่งยากขึ้นได้”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฟังที่เย่ฝานพูดแล้ว แต่ละคนต่างมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง คิดว่าเขาจะมาหาเื่
หัวหน้าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกด้วยความจนใจว่า “พี่ชาย ถ้าอยากพบเ้านายของเราต้องนัดล่วงหน้าก่อน น่าจะปีหน้านะกว่าจะได้พบเขา”
เย่ฝานนิ่วหน้ามุ่นคิ้วพร้อมส่ายหน้า “ปีหน้า? ถึงตอนนั้นคงไม่ทันการแล้ว...”
จางเซวียนกลอกตามองบน คิดในใจว่าพวกนั้นกำลังประชดอยู่! ประชดอยู่แท้ๆ! แต่เย่ฝาน เ้าหมอนี้กลับคิดว่าเขาพูดจริง
“นายเจรจาไม่ได้ผล!” จางเซวียนกล่าว
เย่ฝานพูดด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่สำเร็จ งั้นนายลองดูซิ!
“นี่ เรียกเ้านายของพวกนายออกมาหน่อยได้ไหม พวกเราเป็คนของเขาหลงหู่”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเ่าั้ได้ยินแล้วหัวเราะเย้ยหยัน “ไอ้น้อง พวกนายมาจากเขานั่นเหรอ? พวกฉันมาจากเขาอันธพาลล่ะ”
“พวกนาย...” จางเซวียนโกรธจนลมออกหู ปกติเวลาที่เขาติดตามผู้าุโในสำนักไปไหน จะมีแต่คนคอยดูแลอย่างดี บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมักจะให้เกียรติเขาเสมอ แต่เ้าคนพวกนี้กลับกล้าหัวเราะเยาะเขา
เย่ฝานมองจางเซวียน กะพริบตาแล้วพูดว่า “ชื่อเสียงของเขาหลงหู่ไม่เห็นจะช่วยได้เลย!”
ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของเขาไม่โด่งดังพอ แต่เป็เพราะคนโง่เขลาเหล่านี้ไม่รู้ว่าอะไรคืออะไรต่างหากล่ะ
…
ทันใดนั้นรถปอร์เช่คันหนึ่งพลันหยุดอยู่หน้าทางเข้าโรงงาน ชายหญิงคู่หนึ่งเดินลงจากรถ ชายคนนั้นพอเห็นเย่ฝานก็รีบเดินไปหา โค้งคำนับต่อเย่ฝานและแสดงสีหน้าเคารพอยู่ไม่น้อย
“อาจารย์เย่ ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ หลายวันนี้ผมคิดตลอดเลยว่าอยากเชิญคุณมาทานข้าวด้วยกัน แต่เสียดายที่ติดต่อคุณไม่ได้เลย” จางซือเลี่ยงกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
“อาจารย์เย่คะ เื่ของซือเลี่ยง ต้องขอบคุณอาจารย์เป็อย่างสูงเลยนะคะ” หนิงซวงพูดอย่างซาบซึ้งใจ
“คุณคือ?”
“ฉันเป็ภรรยาของจางซือเลี่ยงค่ะ” หนิงซวงโกรธแค้นหยวนอีเข้ากระดูกดำ ตอนนั้นที่จางซือเลี่ยงถูกหนอนกู่ครอบงำ หล่อนใช้มือของจางซือเลี่ยงมาทำร้ายลูกของพวกเขาจนเกือบตาย มาในวันนี้ หนอนกู่ออกจากร่างของจางซือเลี่ยงแล้ว หนิงซวงจึงไม่เกรงกลัวอะไรอีก ใน่นี้ถึงเวลาที่หล่อนจะเอาคืนคนบ้านสกุลหยวนอย่างสาสม
เมื่อก่อนหนิงซวงช่วยเหลือจางซือเลี่ยงสร้างฐานะจากมือเปล่า นับว่าเป็หญิงแกร่งคนหนึ่ง คนบ้านสกุลหยวนตอนนี้โดนหนิงซวงเล่นงานจนอยู่ไม่สุขเลยทีเดียว
เย่ฝานถามจางซือเลี่ยงอย่างสงสัยว่า “ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ได้?”
จางซือเลี่ยงเองก็ถามเย่ฝานกลับด้วยความงุนงงว่า “ที่นี่เป็โรงงานของผม อาจารย์มาที่นี่ไม่ได้มาหาผมหรือครับ?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เปล่า ผมตามผีตนหนึ่งมาจนถึงที่นี่”
จางซือเลี่ยงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ทีแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามา แต่มีคนงานที่โรงงานเกิดล้มป่วยติดๆ กัน ไปหาหมอแล้วก็ตรวจไม่พบสาเหตุของโรค เขาจึงต้องเข้ามาดู นี่โรงงานของเขามีผีงั้นเหรอ
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ใช่ ผมมาจับผี”
จางซือเลี่ยงดีใจและกังวลใจในขณะเดียวกัน ที่ดีใจเพราะเย่ฝานมาแล้ว ด้วยฝีมือของเขาปัญหาคนงานล้มป่วยจะต้องคลี่คลายแน่นอน แต่ที่กังวลใจคือ ถ้าเย่ฝานออกโรงเมื่อไร ก็ต้องจ่ายเงินมหาศาลอีกแล้ว ทรัพย์สมบัติของบ้านตระกูลจางส่วนมากล้วนถูกโอนย้ายไปให้ภรรยาและลูกของเข้าเกือบหมด ครั้งก่อนที่จ่ายเงินให้เย่ฝานไปห้าสิบล้านหยวน ก็เกือบต้องสละสมบัติของตระกูลจางไป
หนิงซวงเคยได้ยินจางซือเลี่ยงพูดถึงนิสัยของเย่ฝานว่าไม่เห็นเงินไม่ยอมลงมือ จึงรีบเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนอาจารย์เย่แล้วล่ะค่ะ ขอเพียงคุณยอมช่วยเหลือ เื่เงินไม่ใช่ปัญหาค่ะ”
จางเซวียนมองจางซือเลี่ยงและกลอกตาไปมา เื่เล่าของจางซือเลี่ยงและภรรยา เขาได้ยินข่าวมาบ้าง เป็เื่ราวที่ฟังดูซับซ้อนไม่น้อย
กล่าวกันว่าจางซือเลี่ยงมีสัมพันธ์กับเพื่อนสมัยเรียนของภรรยา จากนั้นก็ทิ้งลูกทิ้งเมีย จากสามีตัวอย่างกลายเป็คนจิตใจโลเล ได้ยินว่าทั้งสองหย่าขาดจากกัน ถึงขั้นเป็ตายก็ไม่ขอเจอกันอีก
แต่ผ่านมาไม่กี่ปี จางซือเลี่ยงก็สลัดเมียน้อยออกจากชีวิต แล้วกลับมาแต่งงานกับภรรยาคนเดิม ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองยังมั่นคงราวกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรสักนิด
ผู้คนลือกันว่าตอนนั้นที่จางซือเลี่ยงออกนอกลู่นอกทาง เป็เพราะโดนของ ตอนนี้ของถูกแก้แล้ว จึงสำนึกผิดและแก้ตัวใหม่
เดิมทีจางเซวียนคิดว่าการเล่นของมนตร์ดำนั้นเป็แค่เื่เล่าเท่านั้น แต่พอได้เห็นปฏิกิริยาของสองสามีภรรยาคู่นี้แล้ว เป็ไปได้ของว่าของเหล่านี้อาจมีอยู่จริงๆ
“อาจารย์เย่ พวกเราเข้าไปกันเถอะ” จางซือเลี่ยงเอ่ย
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ได้”
