ยามสองคนนี้ผลัดกันพูด ยิ่งพูดยิ่งไม่น่าเชื่อถือ จ้าวอี้ฟัง ก็รู้ว่าในคำพูดของทั้งสองคน มีส่วนที่เป็จริง แต่ก็เกรงว่าคงมีหลายส่วนที่เกินจริง
อย่างเช่น คืนวานไม่ได้หนาวมาก พวกเขากลับรู้สึกหนาวไปทั้งตัว นี่น่าจะเป็ผลกระทบทางจิตวิทยามากกว่า
สองคนคนหนึ่งชื่อเสี่ยววัง คนหนึ่งชื่อเสี่ยวผัง อายุไม่เกินสามสิบ
จ้าวอี้นำอาหารกลับมาบางอย่างโดยเฉพาะ เหล้าขาวหนึ่งขวด และคิดถึงคำพูดของพวกเขา
ทั้งสองดื่มเหล้าเล็กน้อย ก็เริ่มระบายสิ่งแย่ๆ อย่างเช่นจะทานอาหารที่นี่ก็ต้องทำเอง วิ่งไปหลายไมล์แม้แต่ที่ขายบุหรี่ยังไม่มี กลางคืนก็ต้องวิตกกังวล นอนก็นอนไม่หลับและอื่นๆ
แต่เมื่อถามอย่างละเอียด สองคนนี้ได้ทำมาหลายปีแล้ว ถามว่าทำไมพวกเขาไม่เปลี่ยนงาน ก็เปลี่ยนประเด็นอย่างตะกุกตะกัก
จ้าวอี้ชัดเจนดี นั่นเพราะงานของฌาปนสถานมั่นคง สวัสดิการก็ไม่เลว พวกเขาก็ไม่มีความสามารถอะไร งานนี้ก็ยากได้ยาก
พวกเขาเริ่มซุบซิบคนอื่นในฌาปานสถานอีก อย่างเช่นพิธีกรคนไหนไม่เอาถ่าน ที่นี่ใครสวยที่สุด ผู้อำนวยการมีชู้ เหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นที่จ้าวอี้สนใจ
ไม่สนใจคือไม่สนใจ แต่จ้าวอี้ยังคงฟังอย่างตั้งใจ คอยพูดแทรกอยู่ตลอด เขาหวังว่าจะสามารถหาข้อมูลที่มีประโยชน์ได้จากในนี้
ทั้งสองคอไม่ค่อยแข็งอย่างเห็นได้ชัด เหล้าขาวหนึ่งแก้วลงท้อง หน้าก็กลายเป็สีแดง การสาธยายก็ดูไม่ค่อยเฉลียวฉลาดแล้ว
“เฮ้ พี่ชาย ฉันจะบอกกับนาย ในฌาปนสถานพวกเราคนที่สวยที่สุดคือช่างแต่งหน้าคนนั้น เดือนหนึ่งเธอได้รับรายได้อย่างน้อย...น่าเสียดายผู้หญิงสวยขนาดนี้ แม้ให้ฉันแต่งงานด้วยก็ไม่แต่งหรอก” เสี่ยววังโอบไหล่จ้าวอี้อย่างสนิทสนม ขณะเดียวกันยังตบๆ ไปด้วย
“ทำไม?”
จ้าวอี้เบี่ยงไหล่ของตนออกโดยไม่แสดงอารมณ์
“นายคิดดูนะ วันๆ เธอแต่งหน้าให้คนตาย ถ้าสองมือนั่นจับที่ตัวเรา ความรู้สึกนั่น คิดดูฉันก็ขนหัวลุกแล้ว” เสี่ยววังพูดบ่น และยังตัวสั่น
จ้าวอี้ดูเวลา ตามกฎ ได้ถึงเวลาเข้างานแล้ว
เขาเป็คนเคารพกฎ จึงรีบยืนขึ้นแล้วพูด “สายมากแล้ว วันนี้คือวันเข้างานแรกของฉัน ฉันกลับไปก่อน”
“ก็ได้ ที่นั่นนายอันตรายกว่า ที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก ใส่ที่อุดหู จากนั้นก็ปิดหัว หลับตื่นหนึ่งฟ้าก็สางแล้ว” สองคนนี้ไม่ได้ชวนจ้าวอี้ให้อยู่ต่อ
ฌาปนสถานสงบมาก ไฟทางสีเหลืองเป็ครั้งคราว ในที่เงียบสงบเช่นนี้ ยิ่งทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจ
ผ่านทางเดิน ด้านในสุดคือห้องดับจิต จ้าวอี้หยิบกุญแจ แล้วผลักประตูเดินเข้าไป
ตามกฎ ต้องตรวจสอบด้านในเล็กน้อยว่ามีแมวป่าหมาป่าพวกนั้นเข้าไปไหม ที่จริงตอนจ้าวอี้เข้างานได้ตรวจสอบรอบหนึ่งแล้ว ตรวจสอบอีกรอบ ก็เพื่อยืนยัน
บนเตียงว่างเปล่าตรงกลางปูไว้เพียงผ้าสีแดงจรดพื้น ห้องเย็นรอบด้านปิดอย่างมิดชิด ไม่มีปัญหาอะไร
จ้าวอี้มองรอบหนึ่ง แล้วล็อคประตูอีกครั้ง กลับไปในห้องด้านข้าง
เขาไม่มีความคิดจะหลับ ยืดอกเชิดหน้านั่งอยู่ตรงนั้น รอเื่ประหลาดที่อาจเกิดขึ้น
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ด้านนอกเงียบมาก มีเพียงเสียงลมเป็ครั้งคราว พัดต้นหลิวด้านนอกให้ส่งเสียงกรอบแกรบ
จ้าวอี้ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับรูปปั้น
สามทุ่มผ่านไป ไม่มีเื่ใดเกิดขึ้น สี่ทุ่มผ่านไป ห้าทุ่มผ่านไป เที่ยงคืนใกล้เข้ามาแล้ว...
เพิ่งผ่านเที่ยงคืน ทันใดนั้น ด้านนอกก็ส่งเสียงฝีเท้า
แกรก แกรก...ราวกับเป็เสียงรองเท้าส้นสูงของผู้หญิง เดินเข้ามาจากทางเดินนั้น ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น ก็หยุด
จ้าวอี้สูดหายใจเข้าลึก ตัดสินแค่จากเสียง เหมือนกับเป็คนสวมรองเท้าส้นสูง เดินถึงประตูของเขา จากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด
จ้าวอี้พยายามทำฝีเท้าให้เบา จากนั้นเดินไปที่ประตู
เปิดประตูทันที!
นอกประตูว่างเปล่าเช่นเดิม ไม่มีอะไรเลย
ใต้ไฟทางสีเหลืองกลางทางเดิน มองทุกอย่างในปราดเดียว
จ้าวอี้ยืนยันอีกครั้ง ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ถึงปิดประตูอย่างไม่สนิทใจ
เพิ่งปิดประตู นั่งลงอีกครั้ง เสียงเท้าด้านนอกก็ดังขึ้นอีก!
แกรก…แกรก...
เหมือนกับเ้าของเสียงเดินไปไกลแล้ว
คราวนี้จ้าวอี้ตามอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งเหยาะไปเปิดประตู!
ประตูเปิด!
แต่ว่า ยังคงไม่มีอะไรอยู่!
แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น?
ช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงปิดประตูห้องอีกครั้ง
จ้าวอี้ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เขากล้ายืนยัน ถ้าด้านนอกมีคนจริง ด้วยความเร็วของเขา ต้องมองเห็นแน่ หรือว่ามีภูติผีปีศาจที่ไม่สามารถอธิบายได้จริง?
เป็ไปไม่ได้!
จ้าวอี้คิดว่าตนเองต้องเห็นกับตา ไม่อย่างนั้น ย่อมไม่เชื่อ
เสียงเท้าดังขึ้นอีก ราวกับค่อยๆ เคลื่อนที่ออกไป จ้าวอี้ปล่อยให้เสียงค่อยๆ ไกลออกไป
เขากำลังพิจารณา พฤติกรรมเมื่อครู่ได้พิสูจน์ เพียงแค่ออกไป เสียงฝีเท้าก็หายไป ถ้าตามโบราณได้ว่าไว้ คนกลัวผี ผียิ่งกลัวคน เหมือนกับจะสามารถอธิบายได้
ในที่สุดเสียงเท้าก็หายไป
ด้านนอกมีแต่ความเงียบ
ขณะนี้ ด้านนอกก็มีเสียงเด็กหญิงชัดใสลอดมา “แม่...แม่ แม่อยู่ไหน? หนูหาแม่ไม่เจอ...ฮือ...”
เสียงพลิ้วไหว ค่อนข้างฟังไม่ชัด และยังรวมกับเสียงร้องไห้
จ้าวอี้หยิบไฟฉายแล้วออกจากห้อง เขาไม่รู้ว่าด้านนอกมีเด็กผู้หญิงจริงหรือไม่
เปิดประตูห้อง แสงสว่างของไฟฉาย มองปราดรอบด้าน นี่ มีเด็กผู้หญิงที่ไหน ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลย
วนหนึ่งรอบ ไฟประตูยามยังคงสว่าง เพียงแต่จ้าวอี้ที่สามารถยืนยันได้ แม้ตนเองจะไปเคาะประตู เคาะให้ตายยามสองคนนั้นก็ไม่เปิดประตูแน่
กลับเข้าห้องอีกครั้ง จ้าวอี้ไม่ได้คิดจะนอนหลับ ด้านนอกสงบจนค่อนข้างน่ากลัว
จนถึงตีสองตีสาม ทันใดนั้นด้านนอกก็เหมือนกับมีคนกำลังกระซิบกระซาบ พูดบางอย่างที่ฟังไม่ชัด
จ้าวอี้แนบหูบนประตู แล้วเงี่ยหูฟังอย่างละเอียด
เสียงกระซิบราวกับยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดจึงกลายเป็การทะเลาะ
เสียงผู้ชายคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว “ฉันจะฆ่าแก!”
จากนั้น ก็มีเสียงราวกับของมีคมแทงเข้าในร่างกาย ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องขอชีวิต!
จ้าวอี้ไม่กล้านิ่งเฉย เขาไม่แน่ใจ ว่าเสียงนี้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น จึงเปิดประตูออก และวิ่งออกไป!
น่าเสียดาย เสียงทั้งหมดก็หยุดทันที
เงียบเชียบ ไม่มีอะไรเลย มีเพียงเสียงลมพัดกิ่งต้นหลิว เขายืนแยกเขี้ยวยิงฟันอยู่ตรงนั้น ราวกับมีภูติผีปีศาจอยู่จริง
จ้าวอี้ค่อนข้างสับสนจริงๆ
เขามั่นใจว่าตนเองไม่ได้หูฝาด แต่ได้ยินจริงๆ
แต่ว่า ทุกครั้ง ที่เขาออกไป เสียงนี้ก็จะหายไป
พกพาความไม่เข้าใจนี้ จ้าวอี้นั่งเฉยๆ จนฟ้าค่อยๆ สว่าง จึงหลับตาเล็กน้อย ขณะนี้ ประสาทของเขาก็ไม่สามารถปล่อยวางได้เช่นกัน แค่มีลมพัดหญ้าไหว เขาก็จะตื่นขึ้น
แต่ว่า ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนอื่นของฌาปนสถานทยอยกันเข้างาน
ช่างแต่งหน้าคนนั้นเห็นจ้าวอี้ที่กำลังทำความสะอาด จึงพยักหน้าให้ จากนั้นก็ผลักประตูห้องดับจิตออก เธอยังมีงานต้องทำ
ผู้อำนวยการก็มาแล้ว
“เสี่ยวจ้าวอา เมื่อคืนเป็ยังไง? ปรับตัวได้ไหม?”
บนใบหน้าตุ้ยนุ้ยของผู้อำนวยการแฝงรอยยิ้มอย่างใส่ใจ เมื่อคืนจ้าวอี้ไม่ได้พักผ่อนดี ดูจากสีหน้า เบ้าตาก็ค่อนข้างคล้ำ
แต่ว่า จ้าวอี้ยังคงพยักหน้า “พอได้ ไม่เกิดเื่อะไรผิดปกติ ผอ. ตอนกลางวันผมมีเวลาว่างใช่ไหม”
“แน่นอนสิ นายเป็ผู้เฝ้าเวรดึก กลับมาก่อนเข้างานตอนกลางคืนก็พอ เสี่ยวจ้าว ไม่มีปัญหาจริงใช่ไหม?”
ผู้อำนวยการถามอย่างไม่วางใจ
“ไม่มีปัญหา งั้นผมยังมีธุระ ต้องออกไปข้างนอก ไม่รบกวนการทำงานของผอ. แล้ว” จ้าวอี้พูดอย่างสุภาพ จากนั้นจึงออกจากฌาปนสถาน
ในเมื่อเขาหาคำตอบไม่เจอ ถ้างั้น จ้าวอี้ก็วางแผนจะค้นหาผู้ช่วย
กลับถึงสำนักงาน คนอื่นก็ไม่ได้นิ่งเฉย คดีเหล่านี้สำนักงานไม่อาจแทรกแซงได้โดยตรง แต่ก็สามารถให้แิในการไขคดี มีเพียงคดีที่ยุ่งยากจริงๆ จริงๆ พวกจ้าวอี้ถึงแก้ไขด้วยตนเอง
เฉินตงได้มาเข้างานแล้ว เขากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเซี่ยตัน พูดบางอย่างกับเซี่ยตัน เด็กนี่ฉอเลาะกับอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ
เขาเห็นจ้าวอี้มาถึง จึงรีบยืนขึ้น “หัวหน้า เป็ยังไง? ที่ฉันพูดเป็เื่จริงใช่ไหม?”
“เป็เช่นนี้จริง เป็ที่ที่แปลกประหลาดมาก เมื่อวานฉันได้ยินเสียงฝีเท้า ยังมีเสียงคนทะเลาะกัน สำหรับเสียงเคาะประตู กลับไม่ได้ยิน ฉันเปิดประตูหลายครั้ง น่าเสียดาย ที่ด้านนอกไม่มีอะไรเลย” จ้าวอี้พูดอย่างใจเย็น
“หัวหน้า นายไม่กลัวเหรอ ยังกล้าเปิดประตู! เยี่ยมยอดจริงๆ!” เฉินตงยกนิ้วโป้ง พูดอย่างจริงใจ
เขาต่อให้ตายก็ไม่กล้าเปิดประตู
เริ่มแรกยังกล้ามองดูอย่างกล้าหาญ แต่ยิ่งคิดใจยิ่งหวาดกลัว ดังนั้น ท้ายที่สุดจึงไม่มองอีก ในเมื่อเป็เช่นนี้ เสียงเคาะประตูตอนหลังเขาจึงกลัวจนจะแย่
“ไม่มีเื่ใหญ่อะไร เพียงแต่ฉันอยากรู้ ว่าเสียงต่างๆ ด้านนอกจริงแล้วเกิดอะไรขึ้น” จ้าวอี้ขมวดคิ้วพิจารณา
“หัวหน้า นายสามารถพูดอย่างละเอียดถึงทั้งหมดที่ได้ยินได้ไหม?”
เซี่ยตันไตร่ตรองครู่หนึ่ง จึงถามขึ้น
“ได้ เสียงรองเท้าส้นสูง เดินไปเดินมา จากนั้นเสียงเด็กผู้หญิงเรียกแม่ ยังมีเสียงทะเลาะของคู่ชายหญิง จากนั้นได้ยินเสียงผู้ชายฆ่าผู้หญิง น่าเสียดายที่เสียงเหล่านี้เป็ของปลอม ฉันออกไปหารอบหนึ่ง ก็หาอะไรไม่เจอ”
จ้าวอี้พูดอย่างละเอียดรอบหนึ่ง เซี่ยตันจึงเปิดแฟ้มคดีฉบับหนึ่ง แล้วพูด “นี่เป็คดีทั้งหมดของในฌาปนสถาน่นี้ ฉันได้อ่านแล้ว ที่จริงมีศพที่สถานะสอดคล้องกับสถานการณ์ที่นายเล่า ผู้หญิงคนนี้ฆ่าตัวตายเพราะความรัก ะโลงมาจากตึกสูง ตอนะโ มีเด็กหญิงเดินแยกกับแม่บนถนน ผลคือเกิดอุบัติเหตุรถชน ยังมีศพผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะเธอนอกใจ จึงถูกสามีของเธอฆ่าตาย จากนั้นสามีของเธอก็ฆ่าตัวตาย...นี่เป็ข้อมูลทั้งหมด”
จ้าวอี้หยิบแฟ้มคดีมาอ่านอย่างละเอียด เขาค่อนข้างสับสน
ถ้าบอกว่าเสียงด้านนอกเ่าั้เป็จริง เป็สิ่งที่เรียกว่าผีเร่ร่อนจิตใจไม่เป็สุขจริง จึงมาพเนจรอยู่ในฌาปนสถาน?
ถ้าบอกว่ามีคนตั้งใจจัดฉากเสียงนี้ ถ้างั้นคนคนนี้ก็ได้ใช้ความคิดไปไม่น้อย ยังจัดฉากได้อย่างประณีต ถ้าคนคนนี้ยังอยู่ ถ้างั้นก็ต้องเป็บางคนของฌาปนสถานแน่ เพราะนอกจากคนภายในของฌาปนสถาน คนนอกก็ยากที่จะได้รับข้อมูลเหล่านี้
จ้าวอี้ไตร่ตรองเล็กน้อย จึงปิดข้อมูล และพูดกับเซี่ยตัน “ฉัน้าผู้ช่วย”
“หัวหน้า ฉันปวดท้อง ฉัน...”
เฉินตงแค่ได้ยิน ก็อยากจะล้ม แต่ในสายตาของเซี่ยตันนั้นอึดอัด แต่ก็ไม่กล้าหนี
“หัวหน้าวางแผนให้ใครไปกับนาย?”
เซี่ยตันถาม
จ้าวอี้ไม่ได้คิดจะเลือกใคร เดิมที่เฉินตงเป็ตัวเลือกที่ไม่เลว แต่ดูท่าเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าถูกทำให้หวาดกลัวจนทำลายความกล้า แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นมักไม่หวาน จ้าวอี้ย่อมไม่เลือกเขาแน่นอน
