เมื่อทหารของกองทัพมาถึง ก็เข้าสู่งานการช่วยเหลือโดยทันที ขณะเดียวกันก็จัดเตรียมกำลังคนคุ้มกัน และได้พาแพทย์ทหารจำนวนไม่น้อยมาด้วย
ดวงตาของฮูเหอปารื่อรื้นไปด้วยน้ำตา เขาเห็นกับตาว่าทหารบางคนมองเห็นคนในเผ่าที่ถูกทับอยู่ใต้กระโจม ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างไม่สะดวก จึงตรงเข้าใช้แขนขวางไว้ แล้วใช้มือยกขึ้น ต้องรู้ว่า เพลิงไหม้เพิ่งมอดได้ไม่นาน อุณหภูมิจึงยังคงสูงอยู่ เหล่าทหารที่ไม่กลัวความลำบากไม่กลัวความเหนื่อย และยิ่งไม่กลัวอันตราย ได้ช่วยเลือทุกคนที่สามารถช่วยได้
ถ้าอาศัยแค่กำลังของพวกเขาเอง เกรงว่าคนจำนวนมากอาจไม่ได้รับการรักษาได้ทันเวลาและตายไปอย่างทรมาน
“ขอบคุณ ขอบคุณ!” ฮูเหอปารื่อพูดขอบคุณอย่างสะเปะสะปะกับทหารทุกคนที่เดินผ่านเขา เขาดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่าแสาหัสด้านหลังที่ถูกยิงทำให้เขาไม่มีกำลัง
จ้าวอี้ปรึกษากับเ้าหน้าที่เล็กน้อยถึงการดำเนินการขั้นต่อไป
“หัวหน้า คุณบอกว่าตำแหน่งนี้ เกรงว่าพวกเราจะไม่สามารถไปได้ ที่นั่นได้ข้ามพรมแดนไปแล้ว ถ้าถูกคนฝ่ายตรงข้ามพบ เกรงว่าอาจเกิดปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ผมไม่ช่วย แต่หน้าที่เช่นนี้ผมไม่สามารถแบกรับได้” เ้าหน้าที่ดูแผนที่อย่างอึดอัด
บนเครื่องระบุตำแหน่ง สัญญาณของกระจกทองแดงส่งออกมา ว่าได้ข้ามพรมแดนไปแล้ว
พากองทัพข้ามไปอีกประเทศ การกระทำเช่นนี้ย่อมไม่ได้เป็ธรรมดา นั่นเป็การรุกรานโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าถูกคนพบ เกรงว่าจะเป็เื่ใหญ่โตะเืขวัญของนานาชาติแน่
กำลังคนติดอาวุธอันน้อยนิดแทรกซึมเข้าไป ประเทศยังสามารถแสร้งทำเป็ไม่รับรู้ได้ ยังไงพรมแดนที่ไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะปรากฏช่องโหว่
จ้าวอี้ไม่ได้ทำให้เ้าหน้าที่คนนี้อึดอัดใจ รู้ถึงความกังวลของเขา
ดังนั้น เขาจึงหาฮูเหอปารื่อ
“คุณไม่รู้ข้อมูลเื่ทางเข้าสุสานแม้แต่น้อยเลยใช่ไหม?”
จ้าวอี้ไม่เชื่อ ว่าพวกเขาที่ใช้ชีวิตที่นี่มาตลอด จะไม่รู้แม้แต่นิดเดียว
ตามคาด ฮูเหอปารื่อไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ จึงพูด “ทางติดตะวันตกเฉียงเหนือ น่าจะเป็ทางเข้าสุสาน”
“สามารถส่งผู้นำทางสักคนได้ไหม? วางใจ พวกเราหาตำแหน่งเจอ เขาก็สามารถกลับมาได้ ไม่อาจพบอันตรายแน่” จ้าวอี้พิจารณารอบด้านอย่างสุดความสามารถ
“อีกฝ่ายไม่จับพวกเราหรอก ที่เส้นพรมแดนมีคนเลี้ยงสัตว์อย่างพวกเราอยู่มาก ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เป็บ้านเกิดของเรา ถ้าพวกคุณต้องไปจริง ผมแนะนำให้เปลี่ยนเป็ชุดคนเลี้ยงสัตว์ของเรา เช่นนี้อย่างน้อยก็ไม่อาจกระตุ้นการตอบสนองของกองทัพอีกฝ่าย”
ฮูเหอปารื่อออกความเห็นของตน
จ้าวอี้พิจารณาเล็กน้อย จึงส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย
เหตุผลง่ายมาก ในกองทัพคนที่ไม่มีกำลังการต่อสู้มีอยู่มาก รถปฏิบัติการจึงสามารถป้องกันความปลอดภัยของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“พวกเราชนเผ่ามองโกลเคยชินกับการไม่สร้างอนุสาวรีย์ไม่มีสุสาน สุสานของข่านผู้ยิ่งใหญ่จึงน่าจะเป็พระราชวังใต้ดิน พวกคุณ้าอุปกรณ์ไหม?”
“พวกเราย่อมเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว”
“งั้นดี ตอนนี้ผมจะหาผู้นำทางให้คุณ”
ซันตันเป็ชายวัยกลางคนที่ใบหน้าดูองอาจ ดูแล้วน่าเชื่อถือเป็ที่สุด และเป็น้อยคนของชนเผ่าที่สามารถพูดภาษาจีนได้
จ้าวอี้้าม้าตัวหนึ่งมาเดินเคียงคู่กับเขา และรถปฏิบัติการ จะตามพวกเขาสองคนอยู่ด้านหลัง
“ผ่านตรงนี้ไปก็ถึงพรมแดนประเทศแล้ว เครื่องหมายแบ่งเขตน่าจะอยู่ละแวกนี้” ไม่รู้ว่าซันตันยืนยันที่หมายได้ยังไง ในสายตาของทุกคนต่างเป็เพียงทุ่งหญ้าสีเขียว แต่เขากลับเดินๆหยุดๆ หาเครื่องหมายแบ่งเขตที่ถูกทุ่งหญ้าปิดบังไว้
เครื่องมือสื่อสารส่งเสียงหวงอิงออกมา “หัวหน้า สามกิโลเมตรทางทิศใต้มีแหล่งสัญญาณ”
“พวกเธอรอที่นี่ก่อน”
จ้าวอี้ตบท้องของม้าเบาๆ แล้วให้คนอื่นรออยู่ที่นี่ และเขา ตรงไปสำรวจเส้นทางด้านหน้าคนเดียว มีซันตันตามไปด้วย ใช้คำพูดของพวกเขามาพูด นั่นก็คือในสายตาของพวกเขาทุ่งหญ้าผืนนี้ก็สามารถจำแนกความแตกต่างได้
สีเขียวขจีเข้าสู่สายตา
แต่จ้าวอี้ค้นพบรถบ้านคันหนึ่งที่ถูกตกแต่งอย่างดีอย่างรวดเร็ว ใช้วัชพืชสีเขียวปกคลุม ถ้าไม่ใช่คนที่การสังเกตเฉียบคม ก็อาจมองข้ามไปได้
รถบ้านจอดอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“พวกเรากลับไปค่อยว่ากัน”
จ้าวอี้ยืนยันตำแหน่ง โบกมือให้กับซันตัน สองคนถอยกลับอย่างเงียบเชียบ
“ละแวกนี้มีที่ที่สามารถหลบซ่อนรถปฏิบัติการได้ไหม?”
จ้าวอี้ถามซันตัน ในเมื่ออีกฝ่ายได้จอดรถ ดูแล้วน่าจะหาทางเข้าพบแล้ว
“ยังมีโพรงหญ้าอยู่ มีเพียงคนของเราที่รู้ มากับผม” ซันตันคิดดู แล้วพารถปฏิบัติการย้ายไปไม่กี่ร้อยเมตร
นี่เป็โพรงลึกตามธรรมชาติ ลึกประมาณสองร้อยเมตร ถูกหญ้าปกคลุมไว้สนิท มองผ่านๆ อาจดูราบเรียบ ถ้าไม่ใช่ซันตันบอกกับจ้าวอี้ แม้เป็จ้าวอี้ก็เกรงว่าคงยากที่จะค้นพบ
“คุณกลับไปก่อนเถอะ การกระทำขั้นต่อไปอันตรายมาก” จ้าวอี้แนะนำซันตัน
บนใบหน้าเที่ยงตรงของซันตันปรากฏความโกรธ “คุณดูถูกผมเหรอ? นี่เป็สุสานที่พวกเราปกป้อง เป็หน้าที่ของเรา คนทรยศที่ปรากฏเช่นวันนี้ แม้ชนเผ่าเราจะสูญเสียอย่างร้ายแรง แต่นี่ไม่ได้หมายถึงพวกเราจะนิ่งดูดาย”
จ้าวอี้ได้ยินคำพูดของเขาก็รู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อเขา้าตามไป งั้นก็ตามมาก็ดี
“หวงอิง เธอรออยู่ในรถปฏิบัติการก็พอ พวกเราพกเครื่องมือสื่อสารกับเครื่องระบุตำแหน่งไว้ ถ้าเธอถูกคนค้นพบ ก็ขับรถกลับไปที่ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ อู๋เยว่ เจี่ยจ้าวิ เธอก็อยู่ที่นี่ คนอื่นเตรียมออกเดินทาง”
จ้าวอี้พิจารณาแบ่งกำลังคนออกปฏิบัติการ นี่เป็ข้อสรุปในการจัดเตรียมเ้าหน้าที่ที่เขาได้ทบทวนซ้ำๆ
รถปฏิบัติการเป็กระดองเต่า ถ้าล๊อคจากด้านใน และเมื่อไม่ได้รับการโจมตีจากปืนอย่างรุนแรง ก็จะสามารถยืนหยัดไปได้่เวลาหนึ่ง
“ฉันรู้แล้ว ฉันต้องจับตามองรอบๆ ขณะเดียวกันก็ต้องลองดูว่าสามารถเข้าถึงสัญญาณการติดต่อของพวกเขาได้ไหม” หวงอิงให้ความสำคัญกับชีวิตน้อยๆของตนเช่นกัน แต่ภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือจุดที่สอง ดักฟังการติดต่อของอีกฝ่าย
พวกจ้าวอี้เชื่อ ว่าอีกฝ่ายต้องทิ้งกำลังคนไว้ จึงจำเป็ต้องคงไว้ซึ่งการติดต่อ
กลุ่มคนออกเดินทาง จ้าวอี้และเจี่ยงจาวตี้เดินอยู่ด้านหน้า
พวกเขาไปถึงใกล้ๆรถบ้านของอีกฝ่าย และเริ่มใช้ภาษามือสื่อสารกัน
กำลังการป้องกันของอีกฝ่ายไม่น้อย มีถึงสิบคน ย่อมไม่มีทางที่จะจัดการได้ในครั้งเดียว
ถอยกลับร้อยกว่าเมตร คนไม่กี่คนได้รวมตัวกัน และเริ่มปรึกษากลยุทธ
“ฉันสามารถจัดการสองคนได้ เจี่ยงจาวตี้สองคนเธอก็ไม่มีปัญหา? เฉินตงสามารถรับผิดชอบหนึ่งคน เซี่ยตันสามารถรับผิดชอบหนึ่งคน เช่นนี้แล้วยังเหลืออีกสี่คน”
จ้าวอี้คำนวนอย่างค่อนข้างปวดหัว จะคำนวนยังไง ก็ไม่พอที่จะจัดการการป้องกันทั้งหมดของอีกฝ่ายได้ในครั้งเดียว ดูแล้วสี่คนอาจจะจัดการได้ดี นั่นเป็สถานการณ์ที่พวกเขาไม่ได้เตรียมตัว ถ้าคนเหล่านี้ตอบสนองมา ใช้รถบ้านในการช่วยเหลือ ย่อมสามารถทับพวกจ้าวอี้ตายอยู่ตรงนั้นได้ ขณะเดียวกันก็แจ้งด้านล่าง ให้คนด้านล่างเตรียมพร้อม
ผู้เฒ่าสวี่และสามเณรสิงเฉินใกล้กันไว้ก็พอแล้ว อาวุธมันเป็ของคนธรรมดา
ผู้เฒ่าสวี่เดาะๆบุหรี่ที่ไม่ได้จุด แล้วคิด “ถ้าพวกเราสามารถหลบหลีกหูตาพวกเขา แล้วตรงเข้าไปล่ะ?”
“ผู้เฒ่ามีวิธี?”
จ้าวอี้มองเขาด้วยความแปลกใจ
“ฮาๆ นี่เป็อาชีพเก่าของฉัน ฉันลองดู”
ผู้เฒ่าสวี่หยิบพลั่วลั่วหยาง ออกมา เดินๆหยุดๆที่บริเวณใกล้ๆ คอยขุดพื้นดินมาสังเกตอยู่ตลอด คนอื่นๆเป็เพียงคนนอก ไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเขากำลังทำอะไร
“ตรงนี้ได้ ขุดจากตรงนี้”
ผู้เฒ่าสวี่ยิ้มอย่างมั่นใจ
คนเยอะกำลังก็มาก พวกเขาทุกคนต่างถือพลั่วไว้ แล้วเริ่มขุดอย่างรวดเร็ว
“ผู้เฒ่าตัดสินยังไง? ฉันดูพื้นดินละแวกนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไร?”
จ้าวอี้ถามอย่างไม่เข้าใจด้วยท่าทางสุภาพ เพื่อเรียนรู้
“มีความต่างแน่นอน ดูหญ้าตรงนี้อุดมสมบูรณ์กว่าตรงอื่น ยิ่งกว่านั้นเนื้อดินยังอ่อนนุ่มกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย นี่เป็ความสามารถที่ฉันได้ฝึกฝนมาเป็เวลานานหลายปี นายดูไม่ออกก็ปกติ ตามคำพูดของสายของเรา แปลว่าใต้นี้มีเส้นทาง”
ทุกคนขุดลึกลงไปสองเมตร ยังคงไม่พบอะไรเปลี่ยนแปลง และเริ่มค่อนข้างทนไม่ไหว
“ผู้เฒ่า คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอกนะ?” เฉินตงใช้สายตาสงสัยมองผู้เฒ่าสวี่
“ฉันไม่อาจเข้าใจผิด สุสานของเจงกิสข่านแค่คิดก็รู้ว่าจะเป็สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน ลึกสองเมตรเป็เพียงแค่ผิวของมัน”
ผู้เฒ่าสวี่ใช้ซองบุหรี่เคาะไปที่ศีรษะของเฉินตงเล็กน้อย เฉินตงคิดก็ถูก
ขุดลึกได้สองเมตร ทันใดนั้นพลั่วลั่วหยางก็ขยับไมไ่ด้อีก
“ขยายบริเวณนี้ออกหน่อย...”
หลังจากขยาย ทุกคนก็ค้นพบ นี่เป็หินที่เป็ระเบียบก้อนหนึ่ง ขวางทิศทางการขุดเอาไว้
“ะเิหรือใช้วิธีอื่น? ะเิเกรงว่าจะไม่ได้ เสียงดังเกินไป คนพวกนั้นห่างจากเราไม่ไกล ถ้าได้ยินต้องวุ่นวายแน่”
ความคิดแรกของจ้าวอี้คือะเิออก ทันใดนั้นตนเองก็ปฏิเสธ
“ไม่ต้อง ใช้พลั่วเปิดออกก็พอ หินก้อนนี้ไม่ใช่ก้อนเดียวแน่ ต้องมีรอยแตก” การตัดสินของผู้เฒ่าสวี่ได้รับการยืนยันอีกครั้ง นานมากกว่าจะหารอยขอบของก้อนหินได้ คนหลายคนจึงร่วมแรงกันแงะมันขึ้น และทิ้งทางออกให้คนคนหนึ่งสามารถเข้าไปได้
“พวกเราอำพรางหลุมนี้ไว้ก่อน จากนั้นเตรียมเข้าไป ทุกคน เมื่อถึงสุสาน การปฏิบัติการของพวกเธอทุกคนต้องฟังคำสั่งจากฉัน ไม่งั้น ฉันไม่อาจรับรองความปลอดภัยของพวกเธอได้” ผู้เฒ่าสวี่พูดอีกครั้ง นี่เป็เื่ที่เห็นด้วยแต่แรก ทุกคนไม่มีความเห็นใด
การกระทำของทุกคนรวดเร็ว นำหลุมนี้ปิดบังไว้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่า ถ้าไม่เข้ามาในบริเวณสามเมตร ย่อมมองไม่ออก ว่าที่นี่มีหลุมอยู่
ผู้เฒ่าสวี่ควักธูปสามดอกออกมาจากด้านหลัง จุดไฟ ดูความเร็วในการเผาไหม้ของธูปเทียน แล้วพยักหน้าเบาๆ “พอได้ สุสานนี้เข้าไปได้ สวมนี่ไว้”
เขาหยิบเชือกดำสนิทออกมาจากอ้อมแขน มัดมันไว้ที่ข้อมือของตน ส่งสัญญาณให้ทุกคนทำเช่นกัน
“นี่น่าเกลียดมาก ผู้เฒ่า สิ่งนี้มันอะไร? เล่าให้เราฟังหน่อย?” เฉินตงถามอย่างสงสัย นี่เป็สิ่งที่คนอื่นอยากรู้เช่นกัน
“นี่เป็เชือกแดงปลุกเสกด้วยเืหมาดำเป็เวลาสิบปี สิ่งชั่วร้ายทั่วไป อาศัยสิ่งนี้ต่างไม่อาจเข้าใกล้พวกเธอ” สีหน้าของผู้เฒ่าสวี่เคร่งขรึมมาก สำหรับคนเหล่านี้จะเชื่อหรือไม่ นั่นไม่อาจรู้ได้
เพื่อสงบสติอารมณ์ ทุกคนจึงไม่อาจปฏิเสธเขาด้วยเื่นี้
ซันตันคุกเข่าบนพื้นด้วยศรัทธาแรงกล้า ปากพูดบางอย่างพึมพำอยู่ห้านาทีถึงจะยืนขึ้น “ผมพร้อมแล้ว”
“พวกเธอตรวจสอบสิ่งของของตนอีกครั้ง น้ำดื่ม อาหาร ไฟแช็ค ไฟฉาย ของเหล่านี้ไม่อาจขาดได้” ผู้เฒ่าสวี่เตือนอีกครั้ง เขาเองก็หยิบสมุดพับแบเก่ามาหนึ่งเล่ม ไฟฉาย โยนเข้าไปในหลุม แสงไฟที่เห็นเป็บางครั้งลอดออกมา รอสักพัก จึงพยักหน้า “สวมไว้ให้ดี ิัอย่าััออกมาภายนอก สามารถลงไปได้แล้ว อย่าใช้ขวดออกซิเจนชั่วคราว พยายามประหยัดออกซิเจนไว้”
“ผู้เฒ่าไม่ใช้ออกซิเจน? พวกเราลงไปจะหายใจได้?”
เฉินตงเพิ่งเตรียมจะสวมผ้าคลุมหัว เมื่อฟังผู้เฒ่าสวี่พูดเช่นนี้ จึงรีบร้อนถาม
“ใช่แล้ว สุสานจักรพรรดินั่นไม่ธรรมดา ไม่อาจใช้สายตาปกติมามองพวกเขาได้ ถ้าไฟไม่ดับ ก็แปลว่าอากาศด้านในเพียงพอ ฉันคาดเดา ว่าพระราชวังใต้ดินนี้น่าจะเหมือนกับน้ำใต้ดิน ดังนั้นน่าจะไม่ขาดออกซิเจน”
คำอธิบายของผู้เฒ่าสวี่สมเหตุสมผล ทุกคนจึงไม่สงสัยอีก
[1] อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบพื้นดิน
