จ้าวซื่อเห็นท่าทีของหลินชิงเวยที่แปลกไปก็ราวกับนางได้เห็นยมทูตอย่างไรอย่างนั้นใบหน้านางปรากฏความหวาดผวาขึ้นเป็ริ้วๆ ที่ติดอยู่ในใจของนางนางร้องเสียงอู้อี้สองคำคิดจะซ่อนตัวจากหลินชิงเวย
จะต้องเป็ฝีมือของหลินชิงเวยแน่แล้วตนเองพูดไม่ได้ก็เป็ฝีมือนางเช่นกัน
จ้าวซื่อหันไปมองหลินเสวี่ยหรง หลินเสวี่ยหรงไหนเลยจะปล่อยให้โอกาสดีงามเช่นนี้หลุดลอยไปได้นางโอบกอดจ้าวซื่อร่ำไห้ปิ่มว่าใจจะขาดอีกทั้งยังผลักร่างของหลินชิงเวยออกไปพร้อมกับพูดกับทุกคนว่า“ข้าไม่้าให้เ้ามาเสแสร้งแกล้งทำที่นี่ เป็เ้าเป็เ้าที่ผลักท่านแม่ของข้าจนตกลงไปในน้ำ เ้าคิดจะทำร้ายนางจนตายคิดจะให้นางจมน้ำตาย หากไม่ใช่เพราะทุกคนมาทันเวลาท่านแม่ของข้าต้องถูกเ้าทำร้ายจนตายแล้ว! ฮือๆๆ...”หลินเสวี่ยหรงร่ำไห้อย่างน่าเวทนา “เ้าเป็ฆาตกรสังหารผู้อื่นพวกเรามีความแค้นอันใดกับเ้ากันแน่!”
หลินชิงเวยสะบัดปลายผมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและกล่าวว่า “ถูกต้องระหว่างข้าและพวกเ้ามีความแค้นอันใดกันแน่ข้าช่วยชีวิตจ้าวฮูหยินแต่กลับถูกเ้าย้อนกลับมาแว้งกัด?”
หลินชิงเวยไม่กังวลแม้แต่น้อย ในเมื่อทุกคนต่างเห็นกับตาว่านางเป็คนช่วยชีวิตจ้าวฮูหยินต่อให้มหาเสนาบดีหลินมีใจเอนเอียงกว่านี้เขาย่อมมิอาจกล่าวโทษหลินชิงเวยโดยไม่แยกแยะถูกผิด
หลังจากเกิดเื่กับเซ่อเจิ้งอ๋องตาเฒ่าเ้าเล่ห์เช่นมหาเสนาบดีหลินมีหรือจะไม่ให้คนไปสืบสาวราวเื่ของหลินชิงเวยในวังหลวงดียิ่งนักที่เขาให้คนไปสืบ คิดไม่ถึงอย่างยิ่งว่าหลินชิงเวยจะมีความสามารถจริงๆไม่เพียงแต่ออกมาจากตำหนักเย็นสำเร็จ ซ้ำยังรับใช้ข้างกายฮ่องเต้มักจะอยู่ร่วมกับฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋องเสมอ มิน่าเล่าเช้าวันนี้นางจึงร่วมนั่งรถม้าคันเดียวกับเซ่อเจิ้งอ๋อง
มหาเสนาบดีหลินเห็นบุคลิกท่าทีหนักแน่นมั่นคงและใจกว้างที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของหลินชิงเวยอย่างชัดเจนสาวใช้ข้างๆ นำเสื้อคลุมมาคลุมบนร่างของนางนางเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาของหลินเสวี่ยหรงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้นนางไม่เหมือนเมื่อก่อนจริงๆ เขาไม่รู้ว่านางเรียนรู้วิชาแพทย์ั้แ่เมื่อใดซ้ำยังถึงกับมีความแตกฉานในความรู้ทางการแพทย์เก่งกาจกว่าหมอหลวงของสำนักหมอหลวง
หลินเสวี่ยหรงคิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้กับหลินชิงเวย นางไม่รู้เดียงสายังคงกล่าวหาอย่างเอาเป็เอาตาย“ทั้งๆ ที่เป็เ้าที่ผลักท่านแม่ของข้าลงไป ท่านพ่อ”นางหันกลับมาคุกเข่าน้ำตานองหน้าอย่างน่าสงสารต่อหน้ามหาเสนาบดีหลินกระทำการเรียกร้องอย่างไม่ไว้หน้ามหาเสนาบดีหลิน นางเรียกมหาเสนาบดีว่า “ท่านพ่อ”อย่างคุ้นชินต่อหน้าผู้คนทั้งหมด “ท่านพ่อท่านจะต้องคืนความเป็ธรรมให้เสวี่ยหรงและท่านแม่นะเ้าคะ!”
ใบหน้าของมหาเสบาดีหลินเดือดดาลทันที ยามเช้าเขาเพิ่งจะตั้งคำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋องยามนี้จะให้ขุนนางในราชสำนักมองเขาอย่างไร ใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยโทสะ หลินเสวี่ยหรงยังวิงวอนให้เขาคืนความเป็ธรรมให้แก่นางไม่หยุดหย่อนเขาเงื้อมือขึ้นตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าของหลินเสวี่ยหรงหนักๆ ฉาดหนึ่ง
“พ่าง” เสียงดังขึ้น บริเวณโดยรอบมีเพียงความเงียบงันส่งผลให้หลินเสวี่ยหรงถูกตีจนงงงวย นางกุมใบหน้าซีกนั้นของตนเองสีหน้านั้นไม่อยากเชื่อว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
นางเชื่อฟังรู้ความมาโดยตลอด เมื่อก่อนเพื่อประจบสอพลอมหาเสนาบดีหลินมหาเสนาบดีหลินชื่นชอบนางมากกว่าหลินชิงเวยแต่ไรมาหลินชิงเวยไม่ออดอ้อนฉอเลาะแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ นางจึงจะเหมือนบุตรสาวของมหาเสนาบดีหลิน
แต่ด้วยเหตุใด มหาเสนาบดีหลินจึงตบตีนาง?เพื่อหลินชิงเวยถึงกับตบหน้านาง?
หลินเสวี่ยหรงไม่อยากจะเชื่อ นางถูกจ้าวซื่อโอบเข้ามาปกป้องในอ้อมอกด้วยสีหน้าย่ำแย่เช่นเดียวกัน
มหาเสนาบดีหลินพูดด้วยโทสะ “ข้าไม่ใช่บิดาของเ้า บิดาของเ้าคือพี่ชายของข้าครั้งนั้นด้วยสงสารพวกเ้าบุตรกำพร้าและหญิงม่ายข้าจึงรับพวกเ้าเอาไว้ชิงเวยจึงจะเป็บุตรสาวสายตรงสกุลหลินของข้า มารดาของเ้าตกลงไปในน้ำ ยังดีที่ชิงเวยไม่คำนึงถึงชีวิตตนเองะโลงไปในน้ำช่วยชีวิตมารดาเ้าเ้าดียิ่งนักกลับใส่ร้ายป้ายสีนาง! ข้าสงสารพวกเ้าสองคนแม่ลูกด้วยพี่ชายของข้าจากโลกนี้ไปแล้วทว่าข้าไม่อาจยอมรับการกระทำไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเช่นนี้ของพวกเ้าเช่นกัน!เด็กๆ ส่งจ้าวฮูหยินและคุณหนูกลับไปพักผ่อนที่ห้อง!”
ถัดมาหลินชิงเวยถูกสาวใช้ประคองให้ลุกขึ้นเช่นกันมหาเสนาบดีหลินแสดงความเป็ห่วงอย่างที่ผู้ซึ่งเป็บิดาควรจะมี “ชิงเวย เ้าไม่เป็ไรกระมัง?”
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งดียิ่ง ทว่าสีหน้าของนางยังคงเออออตามน้ำไป“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ บิดาไม่ต้องกังวล”
มหาเสนาบดีฉินเรียกให้สาวใช้รีบพาหลินชิงเวยกลับไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ห้องเช่นกัน
บรรดาฮูหยินที่ยังยืนอยู่ข้างจ้าวฮูหยินในยามเช้าวันนี้ยามนี้ล้วนไม่ส่งเสียงใดๆ
สาวใช้เดินนำหลินชิงเวยไปยังเรือนเล็กหลังหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเรือนแยกต่างหากหลังอื่นในจวนมหาเสนาบดีแล้วชัดเจนยิ่งนักว่าเรือนเล็กหลังนี้อย่างห่างไกลออกมาอีกทั้งยังดูเรียบง่ายมากกว่าเรือนหลังอื่นๆ
ทันทีที่ก้าวย่างเข้าไปต้นไม้ใบหญ้าภายในลานเรือนรกรื้อราวกับเจตนาที่จะสร้างความลำบากใจให้กับอาจารย์ผู้ตกแต่งสวนกระทั่งอาจารย์ผู้ตกแต่งส่วนก็มิอาจจะตกแต่งสวนนี้ให้มีความแปลกใหม่ในรั้วไม้ไผ่เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และหญ้าวัชพืชขึ้นปะปนกัน ยากที่จะแยกออกว่าส่วนใดคือดอกไม้หรือต้นหญ้ากิ่งก้านบนต้นไม้แตกยอดเขียวชะอุ่มทว่ากลับแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปอย่างไม่เป็ระเบียบบางกิ่งยื่นออกไปขวางทางเดินด้านข้าง บนพื้นปูด้วยแผ่นหินสีเขียวระหว่างแผ่นหินมีตะใคร่น้ำสีเขียวขึ้นอยู่เต็มพื้นที่
หลินชิงเวยคาดเดาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามสถานที่แห่งนี้ต้องเป็เรือนที่อยู่อาศัยของเ้าของร่างก่อนออกเรือนแน่แล้ว
ตาเฒ่าหลินผู้นั้นช่างเป็คนจิตใจลำเอียงอย่างแท้จริง แม้กระทั่งบุตรสาวที่ตนให้กำเนิดก็ยังสู้บุตรสาวที่ผู้อื่นให้กำเนิดไม่ได้ในสมองของเขามีถุงน้ำหรือไร?
หลินชิงเวยก้าวเดินช้าๆ สาวใช้ก้าวขึ้นหน้าเพื่อเปิดประตูห้องนางก้าวเท้าเดินตามเข้าไปข้างในทันทีภายในห้องดูเหมือนจะไม่มีคนมาเก็บกวาดทำความสะอาดนานแล้วบนโต๊ะแต่งหน้ามีฝุ่นละอองจับตัวเป็ชั้นบางๆยังดีที่ภายใต้ตู้เสื้อผ้ายังสะอาดสะอ้าน หลินชิงเวยเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบกระโปรงสีรากบัวออกมาชุดหนึ่ง
นางยืนอยู่หน้ากระจกสำริด เงาของสตรีในกระจกสำริดนั้นดูพร่ามัวมีความรู้สึกว่างเปล่าเหมือนอยู่ท่ามกลางหมอก นางมองรูปร่างบนกระจกที่คล้ายมีคล้ายไม่มีพร้อมกับยกปลายนิ้วของตนแกะกระดุมบนอาภรณ์ออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ
กระโปรงเปียกชุ่มแนบเนื้อตัวชุดนั้นถูกปลดออกจากร่างผิวพรรณของหลินชิงเวยเปลือยเปล่าในอากาศผิวนั้นขาวนวลผ่องราวกับผิวของสาลี่ที่เพียงบีบก็คั้นน้ำออกมาได้
ผลัดเปลี่ยนสวมกระโปรงสีรากบัวแล้วยิ่งขับให้ผิวพรรณของนางดูละเอียดอ่อนนางยังไม่ทันได้ผูกผ้ารัดเอวให้เรียบร้อย กลับได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาเบาๆสองครั้งเข้ามาในโสตประสาทหลินชิงเวยรีบหยิบเสื้อผ้ามาคลุมเพื่อปิดบังเนื้อตัวของตนพร้อมกับหันไปมอง
เซียวอี้คนต่ำช้าไปมาไร้ซุ่มเสียงนางถึงกับไม่รู้ว่าเ้าคนเลวทรามผู้นี้เข้ามาั้แ่เมื่อใดนางเห็นประตูของหน้าต่างเปิดออกครึ่งหนึ่ง คิดแล้วเขาน่าจะลอบเข้ามาทางหน้าต่างรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาในยามนี้ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกอึดอับคับข้องใจยิ่งนัก
หลินชิงเวยเลิกคิ้วพูดขึ้นเนิบๆ ว่า“ดีชั่วอย่างไรก็เป็ท่านอ๋องคนหนึ่ง ไฉนจึงติดตามผู้อื่นราวกับเป็แมลงวันเล่า?”
เซียวอี้กล่าว “แมลงวัน? แมลงวันล้วนไปติดตามดอมดมสิ่งของไม่สดใหม่แสดงให้เห็นว่าเ้าและข้าชอบในกลิ่นเหม็นชนิดเดียวกัน”พูดแล้วก็ใช้สายตามองประเมินหลินชิงเวยขึ้นๆ ลงๆแล้วเบ้ปากส่ายหน้าอย่างเกียจคร้าน “กระโปรงชุดนี้ไม่งดงาม”
หลินชิงเวยหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางราวกับสีสันของวสันตฤดู “ข้ารู้ข้าไม่สวมจึงจะงดงามที่สุด”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวอี้กดลึกขึ้นยิ่งขึ้นเขาเดินเข้ามาหานางทีละก้าว บีบให้นางยืนติดกับกับโต๊ะแต่งหน้าเขายื่นมือมาลูบไล้เส้นผมที่ยังเปียกชื้นข้างแก้มของหลินชิงเวย“เช่นนั้นจะถอดหรือไม่ ให้ข้าได้ชื่นชมให้ละเอียดถี่ถ้วน”
นอกหน้าต่างคือทัศนียภาพของวสันตฤดูที่มาเยือนสายลมแห่งวสันตฤดูพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง นำพากลิ่นหอมอ่อนๆ ม่านพฤกษาหลายกิ่งที่พลิ้วไหวแ่เบา
ร่างของหลินชิงเวยเอนไปด้านหลังลำคอระหงจึงโดดเด่นอยู่เบื้องหน้างดงามอย่างที่สุดด้วยนางกำลังเงยหน้าส่งผลให้กระดูกไหปลาร้าทั้งคู่นั้นประณีตและเว้าลึกอย่างชัดเจนนางจับจ้องเซียวอี้ด้วยสายตายั่วยวนขณะที่เซียวอี้เคลื่อนกายแนบชิดเข้ามานางยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าแต่ปลายนิ้วของนางกลับจิ้มเข้าไปในดวงตาทั้งคู่ของเซียวอี้อย่างฉับพลัน
