หลินชิงเวยทำอย่างพิถีพิถัน ไม่หยุดมือ ไม่หยุดพักองครักษ์ผู้ติดตามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูมองดูหลายครั้ง เขาคิดในใจว่าหากมิใช่เพราะหลินเจาอี๋ปฏิบัติต่อเ้านายของเขาอย่างขาดความเคารพ เขาย่อมไม่มีความคิดนอกลู่นอกทางต่อนางมากมายเช่นนี้
อย่างน้อยท่าทางเอาจริงเอาจังของหลินชิงเวยในเวลานี้ทำให้ผู้คนเลื่อมใส
เซียวจิ่นได้ยินว่าเซียวเยี่ยนได้รับาเ็หลังจากเลิกประชุมเช้าแล้วจึงรีบมาที่นี่ขณะที่อาการตัวร้อนของเซียวเยี่ยนเพิ่งจะลดลงเขาจึงหลับสนิท
หลินชิงเวยเดินออกมาจากในห้องด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
เซียวจิ่น “ชิงเวย เสด็จอาเป็อย่างไรบ้าง?”
หลินชิงเวย “ฝ่าาไม่ต้องวิตกเพคะ อีกไม่กี่วันก็จะดีขึ้น”
เซียวจิ่นรู้เช่นกันว่าเื่เซ่อเจิ้งอ๋องได้รับาเ็ไม่อาจแพร่งพรายออกไปจึงถามหลินชิงเวยว่า “เมื่อคืนเกิดเื่อะไรขึ้น เหตุใดเสด็จอาจึงได้รับาเ็?”
หลินชิงเวยมองสีหน้าร้อนใจและวิตกกังวลของเซียวจิ่นในใจคิดว่าไม่ควรปิดบังเด็กน้อยคนนี้เช่นกัน “ระหว่างทางกลับวังหลวงเมื่อคืน พบกับมือสังหารเพคะ”
เซียวจิ่นกุมมือของหลินชิงเวยเอาไว้แล้วพิจารณานางทั่วร่าง “เช่นนั้นเ้าเล่าเ้าได้รับาเ็หรือไม่?”
ความเป็ห่วงในแววตานั้นมีมากกว่าคำพูดที่กล่าวออกมาถูกเด็กน้อยคนนี้เป็ห่วงแต่กลับทำให้นางรู้สึกได้ถึงความจริงใจ
หลินชิงเวยทำปากบุ้ยใบ้ไปในห้อง “หากข้าได้รับาเ็เสด็จอาจะมีเื่อะไรได้อย่างไรกัน? เขาล้วนเป็เพราะ้าปกป้องข้าจึงได้รับาเ็”
เซียวจิ่นพรูลมหายใจโล่งอก
เขากล่าวว่า “เื่พบมือสังหารต้องปกปิดเป็ความลับไว้ก่อนหากมีคนถามให้บอกว่าเสด็จอาล้มป่วย”
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งหากเซ่อเจิ้งอ๋องล้มลงไม่รู้ว่าจะมีคนมากน้อยเท่าใดเกิดความคิดต่างๆ นานา
นี่มิใช่หรือ เซียวจิ่นเพิ่งจะมาเยี่ยม เซี่ยนอ๋องเซียวอี้ก็มาทันที
เมื่อได้เห็นหลินชิงเวยอีกครั้ง เซียวอี้เคียดแค้นเสียจนต้องขบฟันแน่นแต่ในขณะที่จิตใจเขาคิดเช่นนี้บนใบหน้ากลับปรากฏให้เห็นรอยยิ้มลำพองใจ
หลินชิงเวยขวางเซียวอี้อยู่ด้านหน้าตำหนักบรรทมของเซียวเยี่ยน
“เปิ่นหวางได้ยินว่า เซ่อเจิ้งอ๋องล้มป่วย วันนี้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช้าในท้องพระโรงนี่เป็เื่ยากที่จะพบเห็นได้ในรอบพันปีทีเดียว”
“เกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็เื่ธรรมดา เซ่อเจิ้งอ๋องมิใช่เทพเซียนย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน”
เซียวอี้มองหน้าแล้วผงกศีรษะกล่าวว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องไม่ใช่เทพเซียนจริงๆแต่เขากลับคิดว่าตนเองเป็เทพเซียนมาโดยตลอดเ้าหลีกทางให้เปิ่นหวางเข้าไปเยี่ยมดูสถานการณ์ของเซ่อเจิ้งอ๋องว่าเป็อย่างไรบ้าง”
หลินชิงเวยก้าวออกมาขวางทางเดินของเขา “อาการตัวร้อนของเซ่อเจิ้งอ๋องเพิ่งจะลดลงและเพิ่งจะนอนหลับเซี่ยนอ๋องคงไม่้าเข้าไปรบกวนในเวลานี้กระมัง”
เซียวอี้หรี่ตาลง “เสี่ยวเวยร์ เ้าขวัญกล้าขึ้นแล้วจริงๆไม่เพียงกล้าคิดบัญชีเปิ่นหวาง บัดนี้ยังกล้าขัดขวางเปิ่นหวาง?”
หลินชิงเวยกล่าวเนิบๆ “เซี่ยนอ๋องพูดอะไรกัน หม่อมฉันไหนเลยจะมีความกล้าหาญเพียงนั้นนี่มิใช่ล้วนเป็พระบัญชาของฝ่าาหรือเพคะเซ่อเจิ้งอ๋องทรงตรากตรำมาเป็ระยะเวลายาวนานจนเกิดล้มป่วย ฝ่าาทรงมีพระบัญชาให้เขาพักผ่อนรักษาตัวให้ดีหม่อมฉันในฐานะผู้ถวายการรักษาเซ่อเจิ้งอ๋องย่อมต้องรับผิดชอบจนถึงที่สุดเพคะ”นางช้อนตาขึ้นมองเซียวอี้แล้วหัวเราะออกมา“แน่นอนว่าหากเซ่อเจิ้งอ๋องยืนกรานที่จะบุกเข้าไป หม่อมฉันจะกล้าขัดขวางได้อย่างไรเซี่ยนอ๋องไม่กลัวถูกผู้คนเข้าใจผิดว่าฉวยโอกาสลงมือในขณะที่คนตกอยู่ในอันตรายด้วยมีใจคิดเป็อื่นหรือเพคะ?”
“ช่างเป็ปากคอที่เราะรายยิ่งนัก” เซียวอี้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าวกดดันให้หลินชิงเวยชนกับกำแพง เขาพูดเสียงต่ำ “กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเ้ายืนอยู่ฝ่ายพวกเขา?”
“ไม่ หม่อมฉันยืนอยู่ฝ่ายตนเองเพคะ” หลินชิงเวยกล่าว“อย่างไรการพึ่งพาอาศัยผู้อื่นล้วนเป็สิ่งไม่จีรังยั่งยืนหม่อมฉันเพียงแต่พึ่งพาตนเองเพื่อให้มีชีวิตรอดปรารถนาเพียงท่านอ๋องอย่าได้ขัดขวางเส้นทางของผู้อื่น”
เซียวอี้มองนางนิ่งๆ อึดใจหนึ่ง จากนั้นถอนหายใจเบาๆ คำรบหนึ่ง“เปิ่นหวางเสียใจภายหลังแล้วจริงๆ เมื่อแรกไฉนจึงไม่ตัดสินใจแต่งเ้า”
หลินชิงเวยกล่าวด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม“น้องเสวี่ยหรงฉลาดเฉลียวกว่าหม่อมฉันเซี่ยนอ๋องแต่งนางมิใช่เป็เื่เหมาะสมดีอยู่แล้วหรือเพคะ? บุรุษมากความสามารถสตรีงามพร้อม เป็คู่ที่์ส่งมาให้เป็คู่กัน”
“เ้าไม่พูดถึงยังดีหน่อย บัญชีนี้เปิ่นหวางควรจะคิดกับเ้าอย่างไรดี?เ้าถึงกับกล้าวางยาเปิ่นหวาง?”
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าผู้บริสุทธิ์ “หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะวางยาอันใดเพคะ?”
“เมื่อคืน เ้ากล้าพูดว่าเ้าไม่ได้ทำหรือ? “
“เมื่อคืนหม่อมฉันทำอะไรเพคะ?” หลินชิงเวยมีสีหน้างงงัน “อ้อ เมื่อคืนเซี่ยนอ๋องนัดพบหม่อมฉันแต่ถูกน้องเสวี่ยหรงพบเห็นเข้าท่านอ๋องทราบดีว่าหลินเสวี่ยหรงเกลียดชังหม่อมฉันเข้ากระดูกดำมีหรือจะปล่อยให้หม่อมฉันไปพบท่านอ๋องได้?นางแย่งกระดาษที่ท่านอ๋องส่งมาให้หม่อมแล้วไปเสียเองต่อมาหม่อมฉันจึงกลับวังหลวงพร้อมกับเซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ” พูดแล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด“หรือเมื่อคืนยังเกิดเื่อันใดขึ้นอีก? เซี่ยนอ๋องถูกวางยาหรือเพคะ?”
เซียวอี้ยังคงสงสัยในตัวนางอยู่นั่นเอง “ไม่ใช่ฝีมือเ้าจริงๆ?”
หลินชิงเวย “ท่านอ๋อง้าให้หม่อมฉันสาบานหรือไม่เพคะ?หากหม่อมฉันทำอันใดต่อเซี่ยนอ๋อง ไม่กลัวว่าเซี่ยนอ๋องจะมาล้างแค้นหรือเพคะ?วางยาเซี่ยนอ๋องแล้วหม่อมฉันจะได้ประโยชน์อันใด?”
เช่นนั้นหรือเป็หลินเสวี่ยหรงจริงๆ? หากพูดถึงเื่ผลประโยชน์แม้เื่นี้จะทำให้หลินเสวี่ยหรงเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่นางรู้ว่าตนรู้เื่เ่าั้ของนางแล้ว นางกลัวว่าตนจะไม่ยินดีแต่งนางเข้ามาจึงได้แสดงละครฉากนี้?เพื่อให้ตนรับผิดชอบนางอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม?
เมื่อคิดเช่นนี้ก็มิใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
ที่จริงแล้วเซียวอี้เพียงแต่หยั่งเชิงหลินชิงเวยแต่กลับไม่ได้อะไรคืบหน้า
เซียวอี้สังเกตสีหน้าผู้บริสุทธิ์ไร้พิษสงที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหลินชิงเวยสามครั้งสามคราจึงก้าวถอยหลังและกล่าวว่า “ช่างเถิด ครั้งนี้เปิ่นหวางจะเชื่อเ้า”
หลินชิงเวยไม่ใช่คนไร้เหตุผลไม่ว่าเซียวอี้จะมาเยี่ยมเซียวเยี่ยนด้วยจุดประสงค์ใดอย่างไรเขา้าพบหน้าเซียวเยี่ยนให้ได้ หาไม่แล้วเขาย่อมไม่ยอมเลิกราซ้ำยังจะสร้างเื่วุ่นวายเพิ่มขึ้นหลินชิงเวยจึงเปิดประตูห้องให้เซียวอี้มองเห็นเซียวเยี่ยนเอนกายนอนอยู่บนเตียงอย่างชัดเจน
นางไม่มีทางเชื่อว่าเซียวอี้มาเพราะเป็ห่วงเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนเมียงมองสำรวจอยู่ชั่วครู่แล้วเดินออกไป
หลินชิงเวยมองเงาร่างของเขาที่เดินจากไปองครักษ์ผู้ติดตามเดินเข้ามายืนข้างกายโดยไร้สุ้มเสียงและกล่าวกับนางว่า“เซี่ยนอ๋องเป็คนจิตใจไม่ดี มีใจปรารถนาตำแหน่งฮ่องเต้ เซ่อเจิ้งอ๋องพบมือสังหารจะต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่นอน ข้าน้อยดูท่าทางเขาแล้วน่าจะมาดูให้แน่ใจว่าเซ่อเจิ้งอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่กระมัง”
หลินชิงเวยมองเขาด้วยหางตาและกล่าวว่า “เ้ามีหลักฐานอะไร?”
องครักษ์ผู้ติดตามตอบเสียงแข็ง “ไม่มีขอรับ”
“ไม่มีหลักฐานแล้วเ้าจะมาพูดสุ่มสี่สุ่มห้าอะไรกัน?”หลินชิงเวยเขย่งปลายเท้ายกมือขึ้นดีดหน้าผากเขาครั้งหนึ่งท่าทางและการกระทำในชั่วพริบตานั้นดูเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยแต่คำพูดที่กล่าวออกมากลับเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว องครักษ์ถึงกับตกตะลึงได้ยินนางพูดว่า “เ้านายของเ้าไม่เคยบอกกับเ้าหรือไรว่าภัยนั้นออกมาจากปาก?เื่ที่ไม่มีหลักฐานอยู่ในมือเ้าหุบปากจะดีที่สุด”
จากนั้นหลินชิงเวยก็หันกายเดินกลับเข้าไปในห้อง
องครักษ์เข้ามาหลังจากนั้นไม่นานสีหน้านั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทว่าปนเปไปด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายและรังเกียจเขามองหลินชิงเวยและรายงานว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียง ไทเฮาเสด็จแล้ว”
หลินชิงเวยลุกขึ้นสะบัดชายกระโปรงอย่างสงบนางมองเซียวเยี่ยนที่อยู่บนเตียงพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกว่า“คิดไม่ถึงว่าท่านจะเป็ที่คิดถึงของผู้อื่นถึงเพียงนี้ มีคน้าให้ท่านตายมีคน้าให้ท่านมีชีวิตอยู่”
พูดแล้วนางเดินออกไปรับเสด็จพร้อมกับองครักษ์ผู้ติดตามเมื่อเดินออกไปถึงลานเรือนเงยหน้าขึ้นก็พบกับสตรีผู้สูงศักดิ์รูปโฉมงดงามถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลทั้งหลายมุ่งหน้าเข้ามาขันทีข้างกายร้องขานเสียงสูง “ไทเฮาเหนียงเหนียงเสด็จ--”
องครักษ์ผู้ติดตามคุกเข่าลงทันที แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงดูไปแล้วมีความกล้าหาญองอาจอยู่สองส่วน
