เจี่ยนซืออินยังนอนไม่ได้สตินางมีใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ กำลังนอนลมหายใจรวยรินอยู่บนเตียงใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งสมบูรณ์ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยสักนิด
ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีเฝ้าดูแลอยู่ข้างเตียงทั้งวันทั้งคืนพลางแอบปาดน้ำตาไม่หยุดนางร้องไห้จนดวงตาทั้งบวมทั้งแดง ไม่อาจออกไปพบใครได้แล้ว
มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับเจี่ยนซืออินจวนอัครมหาเสนาบดีปิดเื่นี้เอาไว้อย่างดี บอกเพียงว่านางล้มป่วยลงอย่างกะทันหันเท่านั้น
หลิวอวิ๋นชูไม่ได้ถูกบิดาบังคับให้มาดูแลเจี่ยนซืออินอย่างที่คนภายนอกพูดกันเพราะในความเป็จริง ต่อให้บิดากับมารดาของเขาไม่พูดอะไร เขาก็จะอาสาไปดูแลเจี่ยนซืออินอยู่แล้วเขาไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน จึงมีสภาพเหนื่อยโทรม แถมชุดที่สวมใส่ก็ดูยับยู่ยี่ไร้ระเบียบ แม้แต่คางที่เคยขาวเนียนก็ยังมีเคราระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด
ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีเห็นดังนั้นก็อดปวดใจไม่ได้ นางบอกกับหลิวอวิ๋นชู“อวิ๋นชู เ้าไปพักก่อนเถอะ ข้าจะดูแลซืออินเอง เ้าไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วหากยังเป็เช่นนี้ต่อไป ยังไม่ทันที่นางจะฟื้น เ้าก็คงทรุดลงไปก่อนแล้วหากนางฟื้นเมื่อใด ข้าจะให้คนไปบอกเ้าเป็คนแรก”
แม้จะพูดเช่นนั้น และหลิวอวิ๋นชูเองก็ออกไปจากห้องแล้วเช่นกันแต่เขากลับไม่ได้กลับไปนอนพักแต่อย่างใดหลิวอวิ๋นชูไปนั่งอยู่ริมบึงแห่งหนึ่งในจวนอัครมหาเสนาบดีแล้วมองระลอกคลื่นบนผิวน้ำและฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่เบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย
ต่อมาไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร จู่ๆห้องของเจี่ยนซืออินก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้น คนรับใช้ภายในห้องรีบวิ่งมาหาหลิวอวิ๋นชูอย่างรีบร้อน
เจี่ยนซืออินฟื้นแล้ว ทว่านางกลับมีสภาพเหี่ยวเฉาเป็เหมือนดอกไม้ที่ร่วงโรยก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะมาถึง ดูไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี
หลิวอวิ๋นชูรีบวิ่งกลับไป พบว่าเจี่ยนซืออินสวมเพียงชุดคลุมชั้นในสีขาวตัวเดียวเท่านั้นไม่รู้ว่านางไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงลุกขึ้นยืน โยนผ้าสีขาวขึ้นไปแขวนบนคานไม้ แล้วยื่นคอของตนเข้าไปในผ้าสีขาวด้วยหวังว่าจะฆ่าตัวตาย
ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีใจนหน้าซีดเผือด เดิมทีนางเตรียมจะออกไปเคี่ยวยา และส่งมาให้เจี่ยนซืออินด้วยตนเองคิดไม่ถึงว่าเมื่อกลับมาจะพบกับภาพเช่นนี้ ถ้วยยาตกลงบนพื้นเรือนและแตกกระจายลงในพริบตา ยาในถ้วยสาดกระเซ็นเต็มพื้น เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นชูนางก็เหมือนได้เห็นแสงแห่งความหวังอีกครั้ง จึงรีบเข้ามาดึงแขนของหลิวอวิ๋นชูแล้วร้องห่มร้องไห้อย่างไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป “อวิ๋นชู... อวิ๋นชูช่วยไปกล่อมซืออินที ข้ามีนางเป็ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแค่คนเดียว ไม่ว่านางจะเป็อย่างไรข้าที่เป็แม่ก็ยังเห็นว่านางเป็สมบัติล้ำค่าเสมอถ้านางเป็อะไรไปละก็ ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว...”
คนทั้งห้องวุ่นวายไปหมด คนรับใช้และฮูหยินใหญ่ไม่กล้าเข้าไปห้ามเพราะหากพวกเขาก้าวเข้าไปใกล้แม้เพียงก้าวเดียว เจี่ยนซืออินก็จะออกเสียงขู่ทันที“พวกเ้า หากใครกล้าเข้ามา ข้าจะถีบเก้าอี้ให้ล้ม จะตายเสียเดี๋ยวนี้เลยคอยดู!”
ทว่าแม้พวกเขาจะไม่เข้าไปใกล้แม้แต่ก้าวเดียว เจี่ยนซืออินก็ยังแข็งใจถีบเก้าอี้จนล้มลงอยู่ดี ร่างผอมบางห้อยอยู่บนเชือกสีขาว ดวงตาหลับพริ้มเห็นได้ชัดว่าเ้าตัวอยากตายจริงๆ
หลิวอวิ๋นชูเห็นดังนั้นก็ไม่มีเวลามาคิดหน้าคิดหลังอีกเขาวิ่งเข้าไปกอดขาของเจี่ยนซืออินเอาไว้ แล้วยกร่างของนางขึ้นทันทีเจี่ยนซืออินเบิกตากว้าง เมื่อก้มลงไปมอง นางที่อยู่ในอาการสติฟั่นเฟือนก็ถีบขาไปมาอย่างบ้าคลั่งคล้ายกลัวการพบหน้าหลิวอวิ๋นชูเช่นนั้น “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! ปล่อยข้า!ปล่อยให้ข้าตายเถอะ!”
แต่หลิวอวิ๋นชูหรือจะยอมปล่อย เขาบอก “เจี่ยนซืออินเ้ากำลังทำอะไรของเ้า! ลำบากเพียงใดกว่าจะช่วยชีวิตของเ้าเอาไว้ได้ข้าไม่ยอมปล่อยให้เ้าตายง่ายๆ หรอกนะ!”
“ข้าไม่สน ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ไม่อยากมีชีวิตอยู่แม้แต่วินาทีเดียว!ทำไมข้าต้องอยู่ในโลกใบนี้ต่อไปด้วย ทำไมถึงต้องมีชีวิตต่อไปด้วย?”นางกรีดร้องสุดเสียง ฮูหยินใหญ่ก็ร้องไห้หนักจนแทบจะเป็ลมเช่นกัน
หลิวอวิ๋นชูมองคนรับใช้ที่กรูกันเข้าไปประคองฮูหยินเอาไว้พลางะโเสียงดัง “ร่างกายเป็สิ่งที่ได้รับมาจากบิดาและมารดา ดังนั้นเ้าตัดสินเองไม่ได้ว่าจะเป็หรือจะตาย! เ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะฆ่าตัวตายและทำลายร่างกายนี้เจี่ยนซืออิน เ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!”
เจี่ยนซืออินกรีดร้องทั้งน้ำตา “แต่ข้ายังมีหน้าอะไรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปข้าจะมีหน้าอะไรไปสู้หน้าท่านพ่อกับท่านแม่ข้ายังมีหน้าอะไรไปพบหน้าพี่อวิ๋นชูของข้าอีก! ข้าในตอนนี้ก็เป็แค่บุปผาที่ถูกเหยียบย่ำจนร่วงโรยไม่เหลือค่าอะไรแล้ว” นางร้องห่มร้องไห้ “ข้าจะมีหน้าอะไรไปสู้หน้าสามีในอนาคตของข้าอีก! คนแบบข้า หากไม่ตายเสียตอนนี้จะให้ข้าอยู่เป็โสด เดียวดายไปจนแก่เฒ่าเลยหรือไง?”
เจี่ยนซืออินถีบหลิวอวิ๋นชูออกห่างซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่หลิวอวิ๋นชูก็ไม่ยอมจากไปแม้แต่ก้าวเดียว เจี่ยนซืออินใจแข็ง เขาก็ใจแข็งไม่ยอมถอยไปไหนเช่นกัน ทั้งสองไม่มีใครยอมลดละความตั้งใจลงก่อน
จู่ๆ หลิวอวิ๋นชูก็ะโด้วยเสียงหนักแน่น “อย่างมาก...อย่างมากก็แค่มาแต่งกับข้า” น้ำเสียงของเขาในตอนนี้ทั้งหนักแน่นและมั่นคงซึ่งแตกต่างไปจากเสียงพูดในยามปกติอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอีกต่อไปแต่เป็ผู้ชายอย่างแท้จริงแล้วต่างหาก
เจี่ยนซืออินเบิกตากว้าง “ท่านพูดว่าอะไรนะ...”
หลิวอวิ๋นชูบอกเสียงดัง “ข้าจะแต่งงานกับเ้า! ขอแค่เ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าจะแต่งงานกับเ้า! ข้าจะเป็สามีในอนาคตของเ้าเองและจะไม่ปล่อยให้เ้าเดียวดายไปจนแก่เฒ่าแน่ ต่อไป ข้าจะเป็ที่พึ่งพิงให้เ้าเอง! ถ้าเ้ายอมเชื่อข้า ข้าจะไม่ทรยศต่อความเชื่อใจของเ้าเด็ดขาด!”
ห้องนอนเงียบสงัดลงอย่างกะทันหันฉวยโอกาสตอนที่เจี่ยนซืออินยังชะงักอึ้งอยู่ หลิวอวิ๋นชูรีบอุ้มนางลงมาทันทีคนรับใช้เห็นดังนั้นก็วิ่งเข้ามาแกะเชือกออกจากคานแล้วรีบนำมันออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เจี่ยนซืออินนอนอิงอยู่ในอ้อมแขนของหลิวอวิ๋นชูนางค่อยๆ ยกมือขึ้นมาโอบรอบคอของคนตรงหน้าช้าๆ แล้วเริ่มร้องไห้ออกมามันเป็เสียงร้องไห้ที่อัดอั้นไปด้วยความเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัส
หลิวอวิ๋นชูเองก็รู้สึกเ็ปหัวใจมากเช่นกัน ขอบตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงขณะยกมือขึ้นไปลูบหัวของเจี่ยนซืออินเบาๆภาพของสตรีอีกคนก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่อาจหักห้าม เขาพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ“รอให้จบการศึกษาจากวิทยาลัยหลวง ข้าจะแต่งงานกับเ้าทันที”
ภาพที่เขาได้เห็นในคืนนั้น ภาพตอนที่เจี่ยนซืออินถูกทำร้าย ภาพแบบนั้น เขาขอเห็นแค่ครั้งเดียวก็พอแล้วชีวิตนี้ เขาไม่อยากเห็นเจี่ยนซืออินเ็ปและห่อเหี่ยวราวกับดอกไม้ที่ขาดน้ำแบบนั้นอีกแล้ว
“พี่อวิ๋นชู... พี่อวิ๋นชูของข้า...”เจี่ยนซืออินขยับริมฝีปากสีขาวซีดขึ้นเบาๆ พลางยกมือขึ้นไปโอบคอของหลิวอวิ๋นชู
“วางใจเถอะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง” หลิวอวิ๋นชูให้สัญญากับเจี่ยนซืออิน“พวกคนที่รังแกและทำร้ายเ้า ชาตินี้ พี่อวิ๋นชูไม่มีทางปล่อยพวกมันไปอย่างแน่นอน!”
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ คนรับใช้ก็เข้ามารายงาน “คุณหนู ท่านชายองค์หญิงเจ็ดกับคุณหนูกงมาขอพบ บอกว่ามาเยี่ยมดูอาการของคุณหนูเ้าค่ะ”
เจี่ยนซืออินไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นางเพียงตัวสั่นอย่างรุนแรงและเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาเท่านั้น หลิวอวิ๋นชูอุ้มนางกลับไปนอนที่เตียงขณะนี้ นางได้ยินเสียงสนทนาของสตรีดังแว่วขึ้นที่หน้าห้องแล้วเจี่ยนซืออินดึงมือของหลิวอวิ๋นชูเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวพลางส่ายหน้าแรงๆ“อย่านะ... อย่าไป อย่าไปจากข้า...”
หลิวอวิ๋นชูกล่าว “วางใจเถอะ ข้าอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”
ไม่นาน ซูเหลียนหรูกับกงเยี่ยนชิวก็เดินเข้ามาในห้อง อีกด้านหลิวอวิ๋นชูกำลังปล่อยม่านข้างเตียงลงมาคลุมให้เจี่ยนซืออินซูเหลียนหรูได้เห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้นไปปิดปาก แล้วหัวเราะขึ้นเบาๆ “ข้าก็ยังสงสัยไม่เข้าใจว่าน้องซืออินไม่สบายแค่คนเดียว ทำไมท่านชายหลิวก็ไม่ไปวิทยาลัยหลวงด้วยที่แท้ท่านชายก็ดูแลน้องซืออินอยู่ที่นี่นั่นเอง น้องซืออินช่างโชคดีเสียจริงท่านชายหลิวเป็ห่วงเป็ใยเ้าถึงเพียงนี้ เกรงว่าเมื่อน้องซืออินหายดีก็คงจะมีข่าวดีของพวกเ้าทั้งสองคนในเร็ววัน”
เจี่ยนซืออินนอนตัวสั่นเทาพลางกลั้นเสียงร้องไห้ที่แสนสั่นเครือเอาไว้อย่างสุดชีวิต
ผิดกับหลิวอวิ๋นชูที่มีท่าทีนิ่งเรียบเป็อย่างมากเขายืดตัวตรงแล้วหันกลับไปมองซูเหลียนหรูสลับกับกงเยี่ยนชิว “เ้าพูดถูกเมื่อนางหายดี ข้าจะมาสู่ขอนางที่จวนด้วยตนเอง พวกเ้ามีปัญหาอะไรหรือ?”
