เวลาสามวันนี้ เวลาส่วนมากเหมือนกับมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่ใช้ชีวิตในยุคโบราณ เมื่อพบเมืองที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เด็กสาวบางส่วนจึงรู้สึกอยากจะร้องไห้
“พระเ้า ฉันคิดไม่ถึงว่าฉันจะไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน ตัวฉันเหม็นหมดแล้ว เธอดมสิๆ” เด็กสาวคนหนึ่งนำแขนยื่นออกไปที่ด้านหน้าของอู๋เยว่ จากนั้นก็มองแขนของตนอย่างรังเกียจ
“ฉันก็เหมือนกัน เหม็นจริงๆ! ฉันอยากจะฟอกสบู่ จากนั้นก็ทำ SPA! ไปด้วยกันไหม?” อู๋เยว่ประกาศเสียงดัง เด็กสาวคนอื่นๆก็ทยอยกันตอบรับ
เด็กสาวทุกคนในที่นี้ ถ้าผมสั้นก็ยังดีหน่อย อย่างน้อยก็รักษาความสะอาดเรียบร้อยไว้ได้ เทพธิดาที่ผมยาวเ่าั้แย่หน่อย สามวันไม่ได้สระผม บวกกับต้องมุดไปมุดมาบนูเา ผมบางคนเริ่มจะจับเป็ก้อนแล้ว ภาพพจน์งดงามของเทพธิดา หายไปโดยสิ้นเชิง
จ้าวอี้มองฉากนี้อย่างมีความสุข โบกไม้โบกมือ ให้ทุคนมองที่เขา “อีกสักครู่จะมีรถโดยสารมา ครั้งนี้การฝึกฝนภาคสนามของพวกเราได้จบแล้ว ไม่ต้องให้พวกนายวิ่งกลับไป ดีใจมากใช่ไหม? เอาล่ะ รถมาแล้ว ฉันขอประกาศว่าการฝึกฝนภาคสนามสามวันประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ แยกย้ายได้!”
คำพูดของเขารวบรัด
“วู้...”
เสียงเชียร์ดังขึ้น
เหล่าสาวๆได้ฟื้นความมีชีวิตชีวา พวกเธอกังวลจริงๆว่าจ้าวอี้จะให้พวกเธอวิ่งกลับไป
“ขอสาปแช่งให้จ้าวอี้กหาแฟนไม่ได้ตลอดชีวิต ไม่มีผู้หญิงมาคุยด้วยทั้งชีวิต” เมื่อนึกถึงประสบการณ์สามวันนี้ เด็กสาวใจดำบางคนก็พึมพำกับตนเองอยู่ตรงนั้น
ในที่สุดสามวันนี้ก็ผ่านไป ฝันร้ายได้จบลงแล้ว
เหตุผลที่ไม่วิ่งกลับไป นั่นเพราะว่าพรุ่งนี้ยังต้องเข้างานตามปกติ เซี่ยตันไม่อยากเห็นว่าพรุ่งนี้เด็กสาวเ่าั้จะขอลาหยุดด้วยเหตุผลที่ว่าปวดแขนปวดขา
“จ้าวอี้ก คืนนี้ไม่มีธุระใช่ไหม ไปนั่งเล่นที่ฉันสิ?”
เจี่ยงจาวตี้ออกปากชวนจ้าวอี้ ไม่ว่าจะพูดยังไง ไม่ดีที่จะปฏิเสธผู้หญิง จ้าวอี้เพิ่งคิดจะตอบตกลง เจี่ยงจาวตี้ก็พูดต่อ “พอดี ่นี้ฉันศึกษาอาหารจานใหม่อยู่ นายชิมให้ฉันสักหน่อย ฉันคิดว่าคราวนี้ต้องอร่อยแน่”
มุมปากของจ้าวอี้หยักยกขึ้นทันที อดีตที่สุดจะทน ทักษะการทำอาหารของเจี่ยงจาวตี้ต้องใช้คำว่าน่าเวทนาเกินกว่าจะทนดูได้มาบรรยาย เขาทานอาหารดิบในป่าก็ไม่มีผลอะไรต่อลำไส้ แต่หลังจากทานเมนูของเจี่ยงจาวตี้ อย่างน้อยต้องวิ่งไปห้องน้ำถึงห้าหกรอบ
“อะแฮ่ม จาวตี้อา ไม่งั้นพวกเราไปกินอะไรข้างนอกไหม? ฉันได้ยินว่าเนื้อย่างของร้านหนึ่งไม่เลว”
จ้าวอี้ลองพูดไปประโยคหนึ่ง
“ยังกินเนื้อย่างเหรอ สองวันนี้กินปลาย่างกระต่ายอย่างจนเลี่ยนแล้ว ฉันจะพูดกับนายนะ คราวนี้ฉันรับรองว่ามีความก้าวหน้า จริงๆ ฉันเคยกินแล้ว...”
จ้าวอี้จึงพูดอย่างเด็ดขาด “ฉันนึกออกว่ายังมีธุระนิดหน่อยที่สำนักงาน ฉันต้องรีบกลับไปจัดการหน่อย จาวตี้ คราวหน้า คราวหน้าฉันจะไป!”
พูดไป จ้าวอี้ก็ไม่รอให้เจี่ยงจาวตี้อ้าปากอีก แล้ววิ่งขึ้นรถโดยสารราวกับบิน
ที่เจี่ยงจาวตี้กลัวที่สุดไม่ใช่พร์การทำอาหารของเธอ แต่ที่เธอทำเห็นได้ชัดว่าไม่อร่อย แต่ตนเองทานเข้าไป ท้องก็ไม่ได้ตอบสนองอะไร เพราะเหตุนี้ สมาชิกในกลุ่มจึงประสบภัยพิบัติมาไม่น้อย
มองจ้าวอี้ที่วิ่งไป เจี่ยงจาวตี้จึงอดไม่ได้ที่จะพึมพำ “ไม่อร่อยขนาดนั้นรึไง? ไม่น่านะ? เฮ้อ คิดจะเป็แม่ศรีเรือนมันยากจริงๆ!”
พูดจบ เจี่ยงจาวตี้ยังมองดูสองมือของตน
ฝ่ามือมีความด้าน แตกต่างจากเด็กสาวอ่อนโยนในวัยเดียวกันอย่างสิ้นเชิง
วันที่สองเมื่อเข้างาน จ้าวอี้ก็ถูกเซี่ยตันเรียกให้ไปที่บ้านของผู้เฒ่าหยาง
ไม่มีทางเลือก เมื่อโทรศัพท์ของเซี่ยตันเปิด ก็มีสิบกว่าสายที่ไม่ได้รับ หมายเลขของ้าต่างเป็เบื้องบนโทรเข้ามา หลังจากกลับไป เบื้องบนก็ออกคำสั่ง ให้เซี่ยตันนำกระจกทองแดงให้กับแอนดริว
ดังนั้นเช้าตรู่ เซี่ยตันจึงไปที่นั่นกับจ้าวอี้
ผู้ที่เปิดประตูให้พวกเขายังคงเป็เด็กวัยรุ่นครั้งที่แล้ว เมื่อผู้เฒ่าหยางเห็นเซี่ยตันสองคนก็ขมวดคิ้ว “วันนี้ก็จะเอาแล้ว?”
“ช่วยไม่ได้ เบื้องบนรีบร้อนเกินไป ไม่ทราบว่าผู้เฒ่าคุณสามารถทำได้ไหม?”
เซี่ยตันถามอย่างค่อนข้างหวาดหวั่น
“มากับฉันเถอะ พูดได้เพียงทำได้พอสมควร แม้คนทั่วไปจะใช้อุปกรณ์ตรวจสอบก็ไม่มีปัญหา” ผู้เฒ่าหยางพูดอย่างมั่นใจ พาพวกเขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน อุณหภูมิของที่นี่สูงมาก อย่างน้อยก็ประมาณสี่สิบองศา
ในใจกลางของห้องทำงาน เป็ที่กลวง ด้านในมีของเหลวสีเหลืองม้วนตัวขึ้น แผ่กลิ่นเหม็นอันเข้มข้นออกมา
สามเณรสิงเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ด้านข้างโพรงกลวง บนหน้ากลับไม่มีหยาดเหงื่อ รักษาท่าทางสงบไว้ได้ และกำลังก้มหน้าสวดมนต์
“เณรน้อยเก่งกาจจริงๆ ถ้าสภาพแวดล้อมเช่นนี้คนทั่วไปต้องทนไม่ได้นานแล้ว ฉันติดต่อกับมันเป็เวลานานแล้ว จึงคุ้นชิน ไม่กี่วันนี้ เณรน้อยไม่ได้โอดครวญแม้แต่น้อย ควรค่ากับการที่ได้เป็ภิกษุจริงๆ” ผู้เฒ่าหยางชูนิ้วโป้งขึ้น ไม่กี่วันนี้เขาได้เห็นท่าทางของสามเณรสิงเฉินในสายตาของตน
“อามิตตาพุทธ โยมยกย่องไปแล้ว ไม่กี่วันนี้รบกวนโยมแล้ว” สามเณรสิงเฉินประนมมืออย่างถ่อมตน
ผู้เฒ่าหยางหัวเราะร่า แล้วหยิบทัพพีด้ามยาวด้านข้าง คนลงไปในบ่อ เมื่อล้วง สิ่งที่ล้วงออกมาก็คือกระจกทองแดงบานนั้น
กลิ่นเหม็นนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น เซี่ยตันจึงค่อนข้างทนไม่ไหว แล้วถอยหลังสองก้าว ปิดจมูกแล้วพูด “ผู้เฒ่าหยาง ทำไมถึงเหม็นขนาดนี้ล่ะ?”
“ในนี้ได้เพิ่มมูลสัตว์ลงไป คุณว่าจะไม่เหม็นได้ไหมล่ะ? ลองดู ระวังกระเด็น”
ผู้เฒ่าหยางะโ แล้วนำกระจกทองแดงนี้วางไว้บนโต๊ะทำงานอย่างระวัง
จากนั้น น้ำสะอาดปริมาณมากก็เริ่มล้างกระจกทองแดง
ไม่กี่คนทยอยถอยหลัง หลีกเลี่ยงการถูกกระเด็นใส่ตัว
เซี่ยตันถามด้วยความสงสัย “ผู้เฒ่า ทำไมถึงใช้สิ่งนี้?” พูดไป เธอก็ชี้อย่างรังเกียจไปที่บ่อนั้น
“นี่เป็ประสบการณ์ที่บรรพบุรุษสืบทอดมาก นำวัตถุโบราณวางลงไปในบ่อเกรอะ จะสามารถทำให้วัตถุโบราณรวมตัวกับออกซิเจนอย่างรวดเร็ว เช่นนี้ภายนอกก็จะยิ่งดูเหมือนขึ้น”
ผู้เฒ่าหยางไม่เปลี่ยนสีหน้าพร้อมใช้มือพลิกกระจกทองแดงอยู่ตลอด ให้มันได้ล้างอย่างสะอาด
เซี่ยตันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตามคาด เมื่อมองจากไกลๆ ก็ไม่ต่างกับของจริงแม้แต่น้อย
จ้าวอี้นึกถึงอีกจุดได้ในทันที จึงถาม “ผู้เฒ่า ถ้าอีกฝ่ายใช้คาร์บอน-14 ตรวจสอบจะทำยังไง? นี่ยังไงก็เป็ของเลียนแบบ ไม่ใช่วัตถุโบราณ”
เทคโนโลยียุคปัจจุบันก้าวหน้ามาก ถ้าดำเนินการตรวจสอบเช่นนี้ เกรงว่าจะปิดต่อไปได้ยาก
“แน่นอนว่าฉันได้พิจารณาถึงจุดนี้มาก่อน วัสดุที่ฉันใช้คือชิ้นส่วนเครื่องสัมฤทธิ์สมัยฮั่น นำพวกมันมาหลอม จากนั้นก็เจียระไนขึ้นใหม่ ไม่งั้น คุณคิดว่าการทำให้เก่าในบ่อเกรอะไม่กี่วัน จะสามารถปิดบังสายตาของผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นได้จริงๆเหรอ? ต้องรู้ว่า บางครั้งสายตาของผู้เชี่ยวชาญ อาจจะเยี่ยมยอดกว่าอุปกรณ์ด้วยซ้ำ!”
ผู้เฒ่าไตร่ตรองอย่างรอบด้าน ไม่มีความคิดจะหลอกลวง เรียกได้ว่า นี่เป็วัตถุโบราณชิ้นหนึ่งจริงๆ เพียงแต่เป็วัตถุโบราณที่สร้างขึ้นใน่นี้เท่านั้น ไม่ว่าจะพูดจากมุมไหน ก็เป็ของจริง วัสดุเป็ของจริง วิธีการสร้างก็เป็วิธีโบราณ ไม่ว่าใครจะตรวจสอบยังไง ก็เป็ของจริง
นี่ถึงจะเป็ความสามารถชั้นเยี่ยม
ผู้เฒ่าหยางจัดการอยู่ชั่วโมงกว่า ถึงจะจัดการกระจกทองแดงบานนี้เสร็จ “พวกคุณตรวจดูสักหน่อยเถอะ”
โทรศัพท์ของเซี่ยตันดังขึ้นในทันที เธอมอง แล้วก็เป็สายนั้น
รับสายพูดไม่กี่ประโยค เซี่ยตันก็วางลง
นำของจริงวางรวมกับของปลอม ก็แยกไม่ออกอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะแยกพวกมัน จึงทำได้เพียงวางพวกมันไว้ในคนละกล่อง ไม่อย่างนั้น เซี่ยตันคิดว่าตนเองต้องจำผิดแน่
“ขอบคุณผู้เฒ่าหยางจริงๆ ภายหลังคุณอย่าทำเื่เช่นนี้อีกเลย ราคาเท่าไหร่?”
ไม่สามารถให้ผู้คนทำงานฟรี ทั้งยังได้ลงแรงความสามารถ และยังให้สามเณรสิงเฉินพักอยู่ที่นี่หลายวัน และต้องเลี้ยงอาหารอีก
น่าจะรู้สึกคุ้นชิน ผู้เฒ่าหยางจึงพูดอย่างไม่เห็นด้วย “วัตถุโบราณก้เป็เช่นนี้ สายตาของตนเองไม่ดี ซื้อของปลอม ก็ได้แต่โทษตนเอง เว้นแต่ งานของฉันทุกครั้ง ต่างทิ้งไว้ที่มุมมืด ไม่อาจไม่ทิ้งข้อบกพร่องไว้ นี่เป็กฎที่บรรพบุรุษได้ส่งต่อ คุณดู”
เขาหยิบขวดยานัตถุ์มาอย่างตามใจ หยิบไฟฉายออกมาหนึ่งด้าม ในรางน้ำ มีอักษรหยางตัวเล็กๆอยู่ ถ้าไม่ใช่เขาชี้ให้เห็น จ้าวอี้และเซี่ยตันคิดว่า พวกเขาต้องไม่อาจค้นพบแน่ จุดนี้ลึกลับเกินไป
“แล้วชิ้นนั้นล่ะ?”
เซี่ยตันถามอย่างเคร่งเครียด
“ชิ้นนี้ไม่มี มันละเมิดกฎของอาจารย์ฉัน” ผู้เฒ่าหยางเลียปาก
ท้ายที่สุดเมื่อครู่เพิ่งให้ผู้อื่นช่วยเหลือ เซี่ยตันจึงรู้สึกไม่อาจพูดอะไรมาก “งั้นพวกเรากลับไปก่อน คุณยังไม่บอกว่าราคาเท่าไหร่เลย”
“นี่ไม่แพง สองแสนก็พอแล้ว”
ผู้เฒ่าหยางพึมพำเล็กน้อย แล้วจึงเสนอราคานี้
เขาคิดว่าไม่แพง แต่เซี่ยตันไม่คิดเช่นนั้น
“แพงขนาดนี้เลย? ผู้เฒ่า พวกเราเป็คนไม่มีเงิน คุณไม่อาจขูดรีดพวกเขา? ของจริงยังราคาล้านหนึ่งเลย” เงินทุนในสำนักงานไม่ได้ขาดแคลน แต่เซี่ยตันเป็คนมีความรับผิดชอบ ย่อมไม่อาจสิ้นเปลืองได้
เห็นสายตาสงสัยของเซี่ยตัน ผู้เฒ่าหยางท่าทางดูโกรธเกรี้ยวในทันที “ราคานี้ยังแพงอยู่? วัสดุที่ฉันใช้ ก็คุ้มกับราคานี้แล้ว พูดอีก วิธีของฉันเป็วิธีโบราณ นั่นก็เป็อันดับหนึ่ง ไม่แน่สิ่งที่ทำออกมาอาจเป็ของจักรพรรดิก็ได้ งานของฉันไม่นับว่าเป็อะไรเลย”
ผู้เฒ่าหยางพูดด้วยความโมโห เซี่ยตันจึงยิ้มอย่างอึดอัด
ที่เรียกว่าต่างอาชีพกันความรู้ก็แตกต่างกัน คำพูดนี้ถูกต้องอย่างชัดเจน
“ตกลง งั้นคุณให้บัญชีฉันมา ครั้งหน้าฉันจะส่งเงินให้คุณ”
ผู้เฒ่าหยางบอกเลขบัญชีอย่างคล่องแคล่ว เขาไม่กังวลแม้แต่น้อยว่าเซี่ยตันจะไม่ให้เงินเขา เขาเป็คนจริง จากการที่ได้พูดคุยกับสามเณรสิงเฉินในไม่กี่วันนี้ อีกฝ่ายก็เป็กลุ่มคนมีความสามารถ ดังนั้นจึงให้ราคาที่ต่ำ ก็เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา เส้นสายมากก็ยิ่งมีเส้นทางมาก
ทำไมไม่้าเงิน? ผู้เฒ่าหยางย่อมพิจารณาจุดนี้มาแล้ว ไม่พูดถึงเงินทุน นั่นต้องดูว่าคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าคนที่มาอายุมากขึ้นอีกยี่สิบปี ไม่แน่ผู้เฒ่าหยางอาจจะโกงเขา
สามคนไม่ได้กลับสำนักงาน แต่ตรงไปที่โรงแรมที่แอนดริวพักอยู่
ในโรงแรม แอนดริวกำลังกินรังแตน!
“สามวันแล้ว! น่าตาย! ไม่ได้บอกว่าอัตราการทำงานของประเทศนี้สูงเหรอ? ทำไมสามวันยังไม่ให้ข่าวคราวฉัน” แอนดริวทุบโต๊ะน้ำชาอย่างแรง โต๊ะน้ำชาที่มูลค่าไม่ต่ำถูกกำปั้นของเขาทุบจนแตก
“นายท่าน โกรธไปก็เจ็บตัว กรุณารออย่างอดทน”
จอห์นเท่าชักจูงแอนดริว
“รอ? ฉันรอไม่ไหวแล้ว! ความจริงใจของพวกเขาไม่มีแม้แต่น้อย ไม่ได้สนใจเทคโนโลยีในมือของเรา! จอห์นเฒ่า แจ้งเบ็ตตี้ ให้เธอออกโรง บอกว่าฉันก็มีความสนใจลงทุนในประเทศของพวกเขา”
ในสายตาของแอนดริวประกายเ็า เตรียมจะกดดันอีกครั้ง
ทำเช่นนี้เสร็จ ใจของเขายังคงหงุดหงิด เห็นเครื่องชาที่เซี่ยตันส่งมาให้พอดี จึงใช้แขนกวาดมันออก เครื่องชาอันประณีตชุดนี้จึงตกลงบนพื้น กลายเป็เศษซาก
ทำเช่นนี้เสร็จ เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
“เดี๋ยวก่อน”
จอห์นเฒ่ากำลังเตรียมจะเรียกคนมาเก็บกวาดเครื่องชา ตรงเข้าไปที่ชาร์ลีเงียบๆจากนั้นจึงพูด
เขาย่อลงไป มองเศษซากอย่างละเอียด หยิบชิ้นหนึ่งที่ไม่เหมือนออกมา ใช้นิ้วมือแตะคราบน้ำเล็กน้อย แล้วเขียนไม่กี่คำลงบนโต๊ะน้ำชา: พวกเราถูกดักฟัง
ม่านตาของแอนดริวหดเล็ก แล้วจริงจังขึ้น “จอห์นเฒ่า ยังไม่ต้องเก็บกวาดที่นี่ พวกเราไปเดินเล่นข้างนอกก่อน”
พูดว่าไปเดินเล่นเป็คำโกหก แต่ถกเถียงเื่แผนรับมือเป็เื่จริง
