แม้ในการกระทำภายใต้ความยากสูงเช่นนี้ ความเร็วในการขุดของทั้งสองยังคงไม่ช้า หลังจากประมาณหนึ่งชั่วโมง จุดที่คนหนึ่งคนสามารถยืนได้ก็ปรากฏขึ้น
สถานที่ยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งสะดวกเป็ธรรมดา อีกสิบนาที จุดที่อีกคนสามารถยืนได้ก็ปรากฏขึ้น
ขณะนี้ทั้งสองเหน็ดเหนื่อยเป็ที่สุด บริโภคพลังงานไปจำนวนมาก
ชาร์ลีพูดขึ้น “พวกเราลงไปพักสักหน่อยเถอะ พักสองสามชั่วโมงค่อยทำต่อ เชื่อได้ ว่าครั้งหน้าพวกเราขึ้นมาอีก ต้องสามารถขุดจุดที่ทุกคนสามารถยืนได้”
จ้าวอี้อยากจะพูดเช่นเขา เขารู้สึกว่าตนเองใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว แผ่นหลังได้เหน็บชา แม้ชาร์ลีจะไม่ออกปาก เขาก็วางแผนจะพูด
ขึ้นเขาง่ายลงเขายาก แต่ที่นี่กลับไม่ใช่แบบนั้น
ทั้งสองคนต่างเป็คนที่กล้าหาญ จึงใช้วิธีที่คนทั่วไปไม่กล้าใช้
มือหนึ่งหยิบพลั่ว จากนั้นแปะไว้กับกำแพงแม่เหล็ก มือใช้แรง ผลักออก แล้วแปะลงไปอย่างแรง เช่นนี้ ก็ลงไปได้อย่างรวดเร็ว
จ้าวอี้เพิ่งตกถึงพื้น ก็ถูกเจี่ยงจาวตี้ประคองไว้ทันที และพวกเขาไม่ได้เปิดไฟฉาย
“พวกนายเป็ไงบ้าง? ข้างบนเป็ยังไง? สถานการณ์ข้างบนเป็ยังไง?”
เจี่ยงจาวตี้กังวลสถานการณ์ของจ้าวอี้ก่อน มองเห็นจ้าวอี้พยักหน้า จึงถามสถานการณ์้าว่าเป็ยังไง
"้าไม่ใช่แม่เหล็กจริงๆ ฉันกับชาร์ลีได้ขุดช่องว่างที่สองคนสามารถยืนได้ไว้แล้ว พวกเราวางแผนจะพักผ่อนสักสองสามชั่วโมง จากนั้นค่อยทำต่อ พวกเธอเป็ยังไง?"
จ้าวอี้ดื่มน้ำอึกใหญ่อย่างมีความสุข ทานบิสกิตไปสองชิ้น ไม่สนว่าบนพื้นจะเป็อะไรก็นั่งลงแล้วพิงกำแพง
“พวกเราจะมีปัญหาอะไร? ฉันกับสามเณรอยู่ด้วยกัน พวกเขาอยู่ห่างจากเราไม่ใกล้ไม่ไกล เพียงแต่มืดเกินไป จึงมองไม่เห็น”
“อาหัวไม่มา?”
“ไม่ เขาอยู่กันพวกนั้น”
คำตอบของเจี่ยงจาวตี้ทำให้จ้าวอี้เข้าใจ อาหัวดูแล้วแข็งแรงบึกบึน แต่ไม่มีสมอง เพียงแต่ใครก็ต่างไม่เต็มใจจะติดคุก ถึงตามเจี่ยงจาวตี้เขาก็ยังคงต้องเป็แบบเดิม
“จ้าวอี้!”
ทันใดนั้น ชาร์ลีก็วิ่งมาอย่างโกรธเกรี้ยว ยกปืนเล็งที่จ้าวอี้ การตอบสนองของจ้าวอี้ก็ไม่ช้าเช่นกัน จึงยกปืนขึ้นเล็งไปที่เขา!
เจี่ยงจาวตี้ย่อมทำเช่นเดียวกัน
“นายทำอะไร?”
จ้าวอี้มองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันทำอะไร! ถามฉันว่าทำอะไรเหรอ! ฉันถามเธอ! จอห์นเฒ่าล่ะ พ่อบ้านของมาร์ควิซ ถูกเธอกำจัดไปไหนแล้ว?”
ปากกระบอกปืนของชาร์ลีย้ายมาที่ตัวของเจี่ยงจาวตี้ จ้าวอี้รีบใช้ตัวขวางเธอไว้
“นายหมายความว่าอะไร?”
แต่เจี่ยงจาวตี้ไม่ได้แสดงความอ่อนแอแม้แต่น้อย
“เหอะ! เพื่อนเก่า เื่นี้นายจำเป็ต้องอธิบายกับฉัน นี่ยังไม่ออกไป คนของนายก็เริ่มเล่นตุกติกแล้ว ทำแบบนี้ไม่ค่อยถูกต้องรึเปล่า?”
ชาร์ลีหัวเราะเ็า เริ่มถามจ้าวอี้
“นายพูดให้เข้าใจหน่อย แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ฉันจะเตือนนาย คนของฉันไม่ใช่จะหยิบปืนเล็งไปตามใจชอบ” จ้าวอี้ไม่เกรงใจเช่นกัน
“ได้ งั้นนายถามเพื่อนของนาย ว่าเอาจอห์นเฒ่าไปซ่อนไว้ที่ไหน ตั้งนานแล้วยังไม่เห็นเขากลับมา ถ้าไม่ใช่คนของนายเล่นตุกติก หรือจะบอกว่า เขาสามารถบินออกไปเองรึไง?”
คนเป็สัตว์สังคม เว้นแต่ตอนนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้คนโง่ก็รู้ว่าต้องมารวมตัว แต่ตอนนี้จอห์นเฒ่ากลับไม่อยู่
ไม่โทษที่ชาร์ลีสงสัยเจี่ยงจาวตี้ ที่นี่ดูเหมือนมีแค่สองกลุ่ม
ไม่ใช่ ยังมีคนที่สาม จ้าวอี้คิดได้ในจุดนี้
เขามองเจี่ยงจาวตี้ก่อน เจี่ยงจาวตี้ส่ายหน้ากับเขา จ้าวอี้เชื่อเธอในทันที
นี่เป็ความเชื่อใจ ความเชื่อใจเพื่อนร่วมรบอย่างไม่มีข้อแม้ อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองยังไกลกว่านั้น
“ไม่ใช่คนของฉันทำ นายลืมเหรอ ว่าคนที่ตกลงมาด้วยกัน ยังมีอีกคน คนชุดดำนั่นคือใคร? นายยังไม่ได้บอกฉัน”
จ้าวอี้พูดอย่างใจเย็น
ชาร์ลีลังเล “ไม่ใช่นายจริงๆ?”
“ไม่ใช่แน่นอน ทำไมคนของฉันต้องลงมือกับเขาด้วย? ระหว่างเราไม่มีความขัดแย้งต่อกัน” จ้าวอี้พูดในใจอีกประโยค ‘ถ้ามือของเขาไม่เปื้อนเืผู้อื่น’
ชาร์ลีเชื่อแล้ว “ขอโทษ เป็ความเข้าใจผิดของฉัน ดูแล้ว คนที่สามนี่ไม่เป็มิตรกับพวกเรา ฉันไม่รู้ตัวตนของเขาจริงๆ เพียงแต่คนคนนี้คุ้นเคยกับคนนั้นที่เพิ่งตาย!”
ที่จริงเขาก็รู้สึกว่ามีความเป็ไปได้สูงที่คนของจ้าวอี้จะฆ่าคน เพียงแค่ตอนแรกไ่ได้นึกถึงบุคคลที่สามเท่านั้น
“ทุกคนระวังตัวเองแล้วกัน”
จ้าวอี้พูดประโยคหนึ่ง มองชาร์ลีค่อยๆถอยกลับไป จากนั้นจึงวางไฟฉายของเขา จ้าวอี้ก็ปิดไฟฉายของตนเอง
ที่้า ได้ใช้พลังงานไฟฉายสองกระบอกหมด ยังเหลืออีกแปดอัน และส่วนมากก็ไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ไว้เต็ม ทั้งหมดจำเป็ต้องประหยัดพลังงาน
จ้าวอี้นั่งลงอีกครั้ง แล้วถอนใจยาว
เขาเหนื่อยมาก หลังก็เจ็บมาก แต่กลับไม่พูดกับเจี่ยงจาวตี้ เพื่อเลี่ยงไม่ให้เธอกังวล ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อไม่ให้ชาร์ลีรู้
“จ้าวอี้ นายว่าบุคคลที่สามคือใคร? ทำไมเขาต้องฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล?”
ท่ามกลางความมืด เจี่ยงจาวตี้ค่อนข้างเบื่อ เมื่อนั่งกับจ้าวอี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูด
“คนคนนี้ต้องรู้จักพวกเรา ไม่แน่อาจเป็คนคุ้นเคยของเรา สำหรับทำไมถึงฆ่าคน เธอเคยได้ยินประวัติศาสตร์ของโจโฉไหม? ตอนเขาขาดเสบียงอยู่ที่เหยี่ยนโจว กุนซือเทียหยกได้เสนอให้เขานำอาหารจากชาวบ้าน นี่หมายความว่าให้ฆ่าคน เอามาทำเนื้อตากแห้งเป็อาหารของกองทัพ”
เวลาปกติ จ้าวอี้ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ และท่อนนี้เขาจำได้อย่างชัดเจน
“นี่เกี่ยวกับคนชุดดำฆ่าคนยังไง...ฉันเข้าใจแล้ว นายจะบอกว่าเขากินคน?”
เจี่ยงจาวตี้มองจ้าวอี้อย่างประหลาดใจ แม้ในความมืด ดวงตาของเธอก็เบิกโพลง ราวกับค่อนข้างนึกไม่ถึง
เธอคิดออกแล้ว คนชุดดำนั่นเหมือนกับมีกระเป๋าเป้เป็อุปกรณ์หนึ่งเดียว น่าจะเพราะเตรียมการไม่พร้อม นี่ก็แปลกมาก เพราะรู้ดีว่าต้องเข้ามาในที่อันตรายขนาดนี้ แต่ยังกล้าประมาทอีก
“นอกจากจุดนี้ ไม่งั้นฉันก็คิดเหตุผลที่เขาฆ่าคนไม่ออก ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือออกไป คนคนนี้ไม่กล้าพบหน้าพวกเรา เธอกับสามเณรต้องระวัง แม้พวกเขาเข้าใกล้พวกเธอก็ต้องอย่าวางใจ รอฉันกับชาร์ลีขุดฐาน้าเสร็จ ฉันจะโยนเชือกให้พวกเธอขึ้นไป คนคนนั้นก็จะคุกคามเราไม่ได้”
จ้าวอี้พยักหน้า เขาคิดเช่นนี้ ขณะเดียวกันก้พูดวิธีการจัดการของตน ดูแล้วเป็แง่ลบ แต่ก็ไม่มีทางเลือก
เพราะถ้า้าหลบซ่อนที่นี่ ไม่ต้องลำบาก แม้จ้าวอี้ก็ยากที่จะหาตัวเขาได้
“ฉันเข้าใจแล้ว ครั้งหน้าให้ฉันไปเถอะ หลังของนายดีแล้วเหรอ?”
เจี่ยงจาวตี้กังวลาแของจ้าวอี้ ตอนที่โอบเธอแล้วตกลงมาเมื่อครู่ สีหน้าของเธอก็ซีดขาว
“ไม่เป็ไร ยังทนได้ ชาร์ลีต้องไม่เห็นด้วยแน่ ความสมดุลนี้ไม่อาจถูกทำลายได้ชั่วคราว” ตอนนี้จ้าวอี้คิด ก็คือส่งพวกเขาสองคนออกไปก่อน พูดตามตรง ตอนนี้จ้าวอี้ค่อนข้างเสียใจ
เพียงแต่ไม่อาจพูด
จ้าวอี้หลับตาพักผ่อน เจี่ยงจาวตี้และสามเณรรับผิดชอบดูแลเขตแดนแทน อีกฝ่ายส่งเสียงเป็ครั้งคราว ไม่นานก็กลับสู่ความเงียบ
ยื่นมือก็มองไม่เห็นนิ้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ กลับทำให้คนพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
จ้าวอี้นอนไปประมาณสามสี่ชั่วโมง จึงคืนสติ หลังก็ไม่รู้สึกเจ็บขนาดนั้นแล้ว ยืนขึ้นยืดเส้นสายเล็กน้อย เลี่ยงไม่ให้ถูกกระดูกไม่ได้ จึงส่งเสียงประหลาดออกมาต่อเนื่อง
เหวี่ยงไปมาเล็กน้อย เสียงของชาร์ลีก็ลอดผ่านมา “ดูเหมือนนายจะพักพอสมควรแล้ว พวกเราไปต่อเถอะ หวังว่าจะออกจากที่บ้านี่ได้เร็วกว่าหนึ่งวัน!”
“ได้”
จ้าวอี้ตอบรับอย่างมีความสุข
ทั้งสองรวมกันเหมือนมีความเข้าใจกันลับๆ แต่แท้จริงแล้ว ยังคงไม่เชื่อใจกัน
ทำเช่นนี้อยู่สองสามชั่วโมง
ท้ายที่สุดจึงมีที่ให้วางเท้า จ้าวอี้และชาร์ลีจึงโยนดินลงไป เช่นนี้ทำให้ยิ่งสะดวกและง่ายขึ้น
“พอสมควรแล้ว พวกเราโยนเชือกเถอะ คนของนายขึ้นมาก่อน”
ชาร์ลีมองงานชิ้นเอกของทั้งสองอย่างพอใจ ช่องว่างที่ขุดเพียงพอให้คนเหล่านี้ยืนได้ ถ้าพวกเขาขึ้นมา จะสามารถขุดได้เร็วขึ้น
จ้าวอี้ไม่มีความเห็น โยนเชือกลงไป จากนั้นจึงส่งสัญญาณ
จ้าวอี้จับเชือกกับชาร์ลี แล้วเริ่มดึงคน
สายตาของชาร์ลีประกายริบหรี่ เขาคิดจะหยิบปืนออกมาแล้วฆ่าจ้าวอี้ตอนนี้ เช่นนี้ภายหลังจะสามารถกำจัดความยุ่งยากมากมายได้ แต่เพียงแค่คิดสุดท้ายจึงล้มเลิก
เื่เดียวที่เขาสามารถยืนยัน คือสามารถทำร้ายเขาอย่างหนัก ตายหรือไม่ ก็ดูความประสงค์ของพระเ้า แต่เพื่อนของเขา เมื่อผู้หญิงคนนั้นะเิความบ้าออกมาก็จัดการได้ยากเช่นกัน นี่เป็เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาล้มเลิก
ไม่นาน แต่ละคนก็ถูกดึงขึ้นมา เมื่อนับจำนวนคน ชาร์ลีก็ชะงัก ขาดไปหนึ่งคน!
ไม่พบราชองครักษ์ของมาร์ควิซ
“ไทสัน นายเห็นเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”
ชาร์ลีเดือดเป็ฟืนเป็ไฟ สองตาปิดบังความดุร้ายไม่อยู่! และเดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร
“เมื่อครู่ เขาควรเป็คนสุดท้ายที่ขึ้นมา แต่ ทำไมไม่ขึ้นมา?” ไทสันกุมขมับอย่างไม่รู้จะทำยังไง
“พวกเราลงไป!”
จ้าวอี้พูดขึ้น นำเชือกส่งให้เจี่ยงจาวตี้ จากนั้นจึงโรยตัวไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว
ชาร์ลีส่งเชือกให้คนที่ตนเองไว้ใจเช่นกัน และลงไปอย่างไม่ช้า
ทั้งสองคนแยกกันหยิบไฟฉาย ขณะนี้ไม่ใช่เวลาจะมาใจแคบ
บนพื้นมีร่องรอยการต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ราชองครักษ์คนนั้นแข็งแกร่งมากเช่นกัน แต่แม้แต่เสียงกลับไม่ส่งออกมา ไม่งั้น แม้แต่้าก็สามารถได้ยิน เห็นได้ชัดว่าฝีมือของมือสังหารต้องไม่เลว
“นายดูตรงนี้ มีรอยเื...”
บนกระดูกสีขาว รอยเืสีแดงค่อนข้างชัดเจน ชาร์ลีมองปราดก็เห็น
ทั้งสองคนค้นหาตามรอยเื เดินไปประมาณสิบกว่าก้าว รอยเืก็หายไป
กระดูกอันยุ่งเหยิง ยากที่จะมีเบาะแสอะไร ทั้งสองเงี่ยหูฟังสักครู่ ก็ไม่ได้ยินเสียงความวุ่นวายใด
ชาร์ลีเตะกะโหลกหนึ่งอันอย่างเกลียดชัง สายตาเป็ประกายเยือกเย็น “หาเจอแล้ว พวกเรากลับไปเถอะ ฉันอยากจะดู ว่าถ้าพวกเราขึ้นไป พวกเขายังกล้าลงมือไหม!”
ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาสองคน แม้คนทั้งหมดจะลงมาด้วยกัน ก็ยากที่จะหาเจอ
ทั้งสองคนปีนขึ้นไป ส่ายหน้าให้กับทุกคน พวกเขาก็รู้ว่ามีผลลัพธ์เช่นไร
“ทุกคนพยายามออกไปเร็วหน่อยเถอะ!”
ทุกคนแยกกันทำหน้าที่ของตน ไม่นานก็เข้าสู่การขุดอย่างเคร่งเครียด ไม่มีใครไม่อยากออกไปโดยเร็ว บางคนขุดอยู่ด้านหน้า บางคนขนดินอยู่ด้านหลัง เมื่อง่วงหรือเหนื่อย ก็เปลี่ยนเวรกัน เช่นนี้ต่อไป ประสิทธิภาพก็เป็ไปอย่างดี
แต่ ท้ายที่สุดพวกจ้าวอี้ก็ยังมองในแง่ดีเกินไป
ความเข้าใจโครงสร้างและการกระจายตัวของดินของพวกเขาไม่เพียงพอ ขุดไปก็มักเจอก้อนหิน เช่นนี้จึงทำได้เพียงเปลี่ยนทิศทางแล้วขุดต่อ
ในโพรงดินที่เล็กแคบ ง่ายต่อการหลงทาง โดยรวมแล้วพวกเขาได้ขุดขึ้น้า
หนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป สามวันผ่านไป
