ซูเหลียนหรูชะงักลงชั่วครู่ก่อนรอยยิ้มที่มุมปากจะเด่นชัดยิ่งขึ้น“นี่เป็เื่ที่เกี่ยวข้องไปถึงความสุขทั้งชีวิตของท่านชายหลิวกับน้องซืออินข้าจะมีปัญหาอะไรได้อย่างไร? ข้าก็คงได้แค่แสดงความยินดี และรอดื่มสุราในงานมงคลของพวกเ้าก็เท่านั้นน้องซืออินสนิทกับข้ามาโดยตลอด พอเห็นว่านางไม่สบาย ข้าก็อดเป็ห่วงไม่ได้จึงเดินทางมาเยี่ยมถึงที่นี่ น้องซืออิน รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
เจี่ยนซืออินไม่ตอบ
หลิวอวิ๋นชูเข้ามายืนบังเตียงนอนเอาไว้ “ซืออินไม่ได้เป็อะไรมากนางเพิ่งดื่มยา ้าพักผ่อน ในเมื่อเยี่ยมเสร็จแล้ว องค์หญิงเจ็ด เชิญกลับเถอะ”
ซูเหลียนหรูไม่มีทีท่าว่าจะจากไป กลับแสดงสีหน้าสนอกสนใจออกมาแทน“อาการป่วยของน้องซืออินช่างประหลาดนัก บทจะป่วยก็ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันเื่ของโรคภัย อย่าได้ชะล่าใจไปเชียว เมื่อข้ากลับวังหลวงแล้วจะให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายทั้งภายในและภายนอกให้อย่างละเอียดอีกที แบบนี้ดีหรือไม่?”
“ไม่... ไม่ต้อง...”
ซูเหลียนหรูหันไปพูดระคนหัวเราะกับหลิวอวิ๋นชูแทน “จู่ๆข้าก็รู้สึกหิวขึ้นมา รบกวนท่านชายช่วยไปหาอะไรมาให้ข้ากินสักหน่อยได้หรือไม่?ระหว่างนี้ ข้าจะได้คุยเล่นกับน้องซืออินไปด้วย”
หลิวอวิ๋นชูขมวดคิ้วมุ่น “ถ้าหิวก็กลับไปกินในวังหลวงเถอะในจวนไม่มีของดีอะไร เกรงว่าจะไม่ถูกปากองค์หญิง”
ซูเหลียนหรูพูด “นี่เป็จวนของน้องซืออิน จะมีของกินดีๆหรือไม่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านชายหลิวจะตัดสินได้ด้วยตนเองคนที่รู้ดีที่สุดคือน้องซืออินต่างหาก ซืออิน เ้าว่าจริงไหม? พวกเรากำลังจะพูดเื่ของสตรีกัน คงไม่เหมาะหากท่านชายหลิวจะอยู่ฟังด้วยข้าพูดถูกหรือไม่?”
หลิวอวิ๋นชูไม่พอใจเป็อย่างมาก “เ้าไม่เห็นหรือไงว่าซืออินไม่สบาย้าพักผ่อน?”
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เจี่ยนซืออินก็พูดขึ้น “พี่อวิ๋นชู ในเมื่อองค์หญิง...องค์หญิงบอกว่าหิวแล้ว ท่านก็ไปเอาของกินมาให้องค์หญิงสักหน่อยเถิด...”หลิวอวิ๋นชูเตรียมจะพูดอะไร แต่ก็ถูกเจี่ยนซืออินพูดขัดขึ้นมาอีก นางเบิกตากว้างก่อนจะขยับไปนอนตะแคงที่ด้านในสุดของเตียง “ไม่ต้องเป็ห่วง ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วจะคุยกับองค์หญิงสักเดี๋ยวก็คงไม่เป็ไร” เจี่ยนซืออินกะพริบตาเบาๆหลายครั้งพลางพูดขึ้น
หลิวอวิ๋นชูเห็นดังนั้นก็ชะงักนิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็ตอบตกลง“เช่นนั้นก็นอนพักเถิด ข้าจะรีบไปรีบกลับ” พูดจบ หลิวอวิ๋นชูก็เดินออกจากห้องเมื่อเดินออกไปนอกประตู เขาก็บอกกับคนรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก“องค์หญิงหิวแล้ว ไปเตรียมอาหาร แล้วส่งมาที่นี่”
เมื่อเห็นคนรับใช้เดินออกไปไกล หลิวอวิ๋นชูจึงหันกลับไปมองห้องของเจี่ยนซืออินอีกครั้งคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ภายในห้อง ซูเหลียนหรูมองหลิวอวิ๋นชูเดินออกจากห้องจากนั้นก็สั่งให้กงเยี่ยนชิวไปดูที่นอกหน้าต่างอีกครั้งเมื่อมั่นใจว่าเขาไปแล้วจริงๆ ซูเหลียนหรูจึงยกม่านที่ข้างเตียงขึ้น แล้วนั่งลงข้างเตียงอย่างใจเย็นนางมองแผ่นหลังผอมบางที่กำลังสั่นเทาไม่หยุดของเจี่ยนซืออินก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้า เตรียมจะแตะไหล่ของเจี่ยนซืออิน อีกด้านเมื่อััได้ว่ามีมือยื่นเข้ามา ร่างของเจี่ยนซืออินก็สั่นรุนแรงมากยิ่งขึ้นในตอนที่ปลายนิ้วอยู่ห่างจากร่างของนางเพียงไม่ถึงคืบ จู่ๆซูเหลียนหรูก็ชะงักฝ่ามือลงเท่านั้นนางประกายความรังเกียจออกมาทางสายตาพลางพูดอย่างใจเย็น“ข้าเกือบจะลืมไปเสียสนิทว่าร่างกายนี้เพิ่งถูกผู้ชายหลายคนเชยชมมาหากข้าแตะตัวเ้าในตอนนี้ ความซวยและสิ่งสกปรกต้องติดมือข้ามาด้วยแน่”
พูดจบซูเหลียนหรูก็ดึงมือกลับอย่างทะนุถนอม
เป็เวลานานกว่าเจี่ยนซืออินจะถามขึ้น “ทำไมต้องทำกับข้าเช่นนี้ด้วย...”
“ทำไมต้องทำกับเ้าเช่นนี้งั้นหรือ?” ซูเหลียนหรูพูดด้วยรอยยิ้ม“เื่นี้ คงต้องถามตัวเ้าเองแล้ว ว่าทำไมต้องทรยศข้าด้วย นี่คือจุดจบของคนทรยศและเป็สิ่งที่เ้าสมควรได้รับอยู่แล้ว”
จู่ๆ เจี่ยนซืออินก็ลุกขึ้นนั่ง นางหันไปมองซูเหลียนหรูกับกงเยี่ยนชิวดวงตาอัดแน่นไปด้วยความเกลียดแค้น “เ้า และเ้า พวกเ้าต้องได้รับผลกรรมแน่”
“ข้าเป็ถึงองค์หญิงแห่งแคว้นจิ้น ที่ผ่านมามีแค่ข้าที่มอบผลกรรมและโทษทัณฑ์แก่ผู้อื่น ยังไม่เคยมีใครทำอะไรข้าได้เจี่ยนซืออิน นี่เป็แค่การสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ครั้งต่อไปข้าไม่จบง่ายๆ แบบนี้แน่”
“แค่สั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ...” เจี่ยนซืออินหัวเราะด้วยเสียงเย็นเฉียบ“เช่นนั้น องค์หญิงคิดว่า อะไรถึงจะถือเป็เื่ใหญ่ล่ะ?”
ซูเหลียนหรูแสยะยิ้มมุมปาก “ครั้งต่อไปเ้าไม่กลัวว่าข้าจะลงมือกับพี่อวิ๋นชูของเ้าบ้างหรือ?” ใบหน้าของเจี่ยนซืออินซีดลงยิ่งกว่าเดิมดวงตาที่เบิกกว้างเหลือเพียงความสิ้นหวัง “หากเ้าไม่ยอมเชื่อฟังอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน”
“ถ้ากล้าแตะต้องเขา ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
“จิ๊ๆๆๆ เป็แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ความสัมพันธ์ของพวกเ้าดีถึงเพียงนี้ต่างฝ่ายต่างก็มีใจห่วงใยซึ่งกันและกัน” ซูเหลียนหรูพูดอย่างนึกสนุก“เ้าควรต้องขอบคุณข้านะ ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ชาตินี้ทั้งชาติหลิวอวิ๋นชูก็คงไม่ยอมแต่งงานกับเ้าอยู่ดี แต่มาตอนนี้ เขาสัญญาด้วยตัวเองเลยไม่ใช่หรือว่าจะแต่งงานกับเ้าแม้คำสัญญานั้นจะเกิดขึ้นเพราะความเวทนาสงสารก็ตาม”
“ทำไมเ้าถึงโเี้อำมหิตได้ถึงขนาดนี้!”เจี่ยนซืออินกัดฟันกรอด “เ้าไม่กลัวว่าข้าจะเปิดโปงความชั่วของเ้าหรือ? ที่ข้าต้องเป็แบบนี้ก็เป็ฝีมือของเ้าทั้งนั้น!”
“ทำไมข้าต้องกลัวด้วย ต่อให้เ้าประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าเื่นี้เป็ฝีมือของข้าแล้วมันส่งผลดีกับเ้าอย่างไรงั้นหรือ? แบบนั้นก็เท่ากับเ้าประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าเ้าเป็ผู้หญิงที่สกปรกโสมมเป็ผู้หญิงไร้ยางอายคนหนึ่งเท่านั้น” ซูเหลียนหรูประกายรอยยิ้มที่ทั้งมั่นใจและชั่วร้ายออกมา“ยิ่งไปกว่านั้น เ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าข้าเป็คนทำ? เ้าจำหน้าคนพวกนั้นได้หรือไง?แล้วคนพวกนั้นมีความเกี่ยวข้องกับข้าหรือ?”
เจี่ยนซืออินทรุดนั่งอยู่บนเตียงอย่างหมดแรงพลางหอบหายใจไม่หยุด
ซูเหลียนหรูพูดขึ้นอีกครั้ง “ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของเ้ากับหลิวอวิ๋นชูมีปัญหาไม่เว้นแต่ละวันเ้าก็บอกใครไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? สิ่งที่สำคัญที่สุดของสตรีก็คือความบริสุทธิ์หลิวอวิ๋นชูโง่เง่าไร้ปัญญา เลยยอมตกลงว่าจะแต่งงานกับเ้าแบบนี้ แต่ถ้าทุกคนต่างก็รู้ว่าเ้าเป็แค่หญิงไร้พรหมจรรย์ที่แสนโสมมคนหนึ่งแบบนั้น เ้าคิดว่าเขาจะได้แต่งงานกับเ้าอย่างราบรื่นหรือ?”
ท้ายที่สุด เจี่ยนซืออินก็ทำได้เพียงนั่งร้องไห้อย่างสิ้นหวัง“เ้าต้องเกลียดข้ามากขนาดไหน ถึงทำกับข้าแบบนี้ได้ลงคอ...”
นั่นสินะ นางรู้ดีว่านางบอกเื่นี้กับใครไม่ได้และเปิดโปงองค์หญิงเจ็ดไม่ได้เช่นกัน เพราะหากเปิดโปงองค์หญิงเจ็ดก็เท่ากับเปิดโปงตัวเองด้วยแล้วเช่นนี้ นางยังมีทางเลือกอะไรอีก?
นางไม่มีทางเลือกแล้ว
“ข้าก็ไม่ได้เกลียดอะไรเ้ามากมายหรอกนะ ข้าแค่รู้สึกว่าเ้าที่เป็แบบนี้เหมาะกับหลิวอวิ๋นชูมากกว่าเท่านั้น” ซูเหลียนหรูหัวเราะอย่างไร้ความเกรงกลัว“ที่ผ่านมา เขาไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่ผลที่ได้รับคืออะไรผลของการที่เขาบังอาจมาเป็อริกับข้า ก็คือการที่เขาจำต้องแต่งงานกับผู้หญิงร่างสกปรกอย่างเ้าโดยไม่มีทางเลือกแบบนี้ไงล่ะ! เ้าชอบเขามากไม่ใช่หรือไงเช่นนั้นในอนาคตก็ขอให้อยู่กันอย่างมีความสุขก็แล้วกัน”
ในตอนที่ซูเหลียนหรูเตรียมจะลุกจากไปเจี่ยนซืออินไปเอาความกล้ามาจากที่ใดก็ไม่ทราบ จู่ๆนางก็ลุกขึ้นมาดึงแขนของซูเหลียนหรูแน่นซูเหลียนหรูหันกลับไปมองพลางถามด้วยเสียงโกรธเกรี้ยว “ทำบ้าอะไรของเ้า?”
เจี่ยนซืออินปรายตาขึ้นไปมองอีกฝ่าย พลางเค้นพูดทีละพยางค์ “สักวันเ้าต้องได้รับผลกรรมแน่! ข้าจะอธิษฐานต่อฟ้าทุกวันขอให้เ้า ไม่! ตาย! ดี!” พูดจบก็เบนสายตาไปที่กงเยี่ยนชิวซึ่งยังคงเอาแต่ปิดปากเงียบแล้วพูดด้วยเสียงแค้นเข้ากระดูกดำ “เ้าก็ด้วย เมื่อตาย ขอให้ตกนรกขุมที่สิบแปด!”
เจี่ยนซืออินทำให้ซูเหลียนหรูรู้สึกโมโหขึ้นมา ซูเหลียนหรูผลักนางออกไปอย่างไม่เกรงใจ“จนถึงป่านนี้แล้วยังทำปากเก่งอีก!” พูดจบก็ยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงตรงไปที่ใบหน้าของเจี่ยนซืออิน
