เย่ฝานอยู่ที่ห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี เขาดูดซับพลังปราณที่อยู่รอบกายอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมีเต่ากักพลังอยู่ด้วย ทำให้ห้องทำงานเต็มไปด้วยพลังปราณเข้มข้น
ทันใดนั้นเย่ฝานก็ลืมตาขึ้นฉับพลัน แล้วพูดด้วยความดีใจ “ฉันฝึกพลังปราณทะลวงขั้นห้าแล้ว”
“ยินดีด้วยนะ!” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
“ในโลกนี้พลังปราณอ่อนขนาดนี้ แต่ฉันกลับสามารถฝึกพลังปราณทะลวงขั้นห้าได้เร็วมาก ฉันนี่มันอัจฉริยะชัดๆ!” เย่ฝานเอามือเท้าเอว และพูดด้วยความภาคภูมิใจ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี เขากระแอมเบาๆ สองทีแล้วทำท่าทางเหมือนคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนพลางถามว่า “อวิ๋นซี นายฝึกพลังปราณไปถึงไหนแล้ว?”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานวางมาดโอ้อวดด้วยสายตาเ็า “ฉันน่าจะฝึกถึงระดับที่นายเรียกว่าขั้นที่สอง”
เย่ฝานกุมมือของอวิ๋นซี ใช้ความรู้สึกตรวจสอบสักครู่ “อืม น่าจะฝึกปราณถึงขั้นสองนะ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว นายเพิ่งจะฝึกถึงขั้นสอง ดูท่าทางความสามารถในการเรียนรู้ของนายอาจจะช้าไปหน่อย แต่นายไม่ต้องห่วง มีฉันอยู่ทั้งคน ฉันจะชี้แนะนายเอง”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่คงไม่ชี้แนะเขาจนธาตุไฟเข้าแทรกหรอกนะ?
“คนในครอบครัวของฉัน พวกเขาสามารถฝึกตนได้ไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ได้ พวกเขาไม่มีรากิญญา พวกเขาฝึกตนไม่ได้ก็ดีแล้ว โลกนี้มีพลังปราณอ่อนขนาดนี้ หากไม่ได้ผู้ที่สติปัญญาเป็เลิศอย่างฉันคอยชี้แนะละก็ ต่อให้ร่างกายของนายที่มีความพิเศษแบบนี้ ถึงแม้จะฝึกตนทั้งชีวิตก็คงทะลวงได้แค่ขั้นหนึ่งหรือสองเท่านั้น ถ้าเป็แบบนี้จริงๆ คงเสียเวลาแย่”
ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความเสียดาย “ไม่มีรากิญญางั้นเหรอ?”
“นี่มันเป็เื่ปกติอยู่แล้ว ในโลกของผู้ฝึกตนในจำนวนคนหนึ่งหมื่นคน จะปรากฏผู้ฝึกตนเพียงคนเดียวเท่านั้น คนที่เหลือล้วนเป็คนธรรมดา”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า “งั้นช่างมันเถอะ!”
“นายอยากขี่กระบี่เหาะเหินไปกับฉันไหม? พลังของฉันเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย ตอนนี้ฉันไม่กลัวว่านายจะหนักเกินไปแล้ว ถึงนายจะอ้วนกว่านี้ฉันก็รับไหว” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซี “ไม่ล่ะ...” ไป๋อวิ๋นซีกำปากกาหมึกซึมไว้แน่น
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานพลางถาม “เ้าซาลาเปาล่ะ?”
“วานให้ไช่เจิ้นจวิ้นดูแล!”
“วานให้ไช่เจิ้นจวิ้นดูแล? นายนี่ผลักภาระเก่งจริงๆ เลยนะ!”
“ก็ฉันไม่มีปัญญาดูแลเขานี่นา! นายก็รู้ว่าตอนนี้ฉันเป็บุคคลมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็ที่จับตามอง ถ้าฉันกระเตงเ้าซาลาเปาไปไหนมาไหนด้วย ไอ้พวกนักข่าวปัญญาอ่อนนั่นก็เขียนว่าเ้าซาลาเปาเป็ลูกนอกสมรสของฉัน หากมีข่าวเหลวไหลอย่างนั้นบ่อยๆ พี่ชายฉันคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“นักข่าวพวกนั้นไม่รู้ว่าคิดยังไง ฉันก็เพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดปี จะมีลูกชายโตขนาดนั้นได้ยังไง นักข่าวสมัยนี้คงเสียสติไปแล้ว” เย่ฝานพูดพลางถอนหายใจ
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจแล้วพูดว่า “ยังไงเ้าซาลาเปาก็ควรไปเรียนได้แล้ว...”
“วันหยุดฉลองวันชาติก็ผ่านพ้นไปแล้ว เ้าหมอนั่นขาดเรียนไปสองวันแล้ว วันนี้ฉันจะส่งเขากลับบ้าน ไช่เจิ้นจวิ้นพาเ้าเด็กนั้นไปกินของอร่อยทุกวันจนเ้าหมอนั่นกลายเป็เ้าหมูอ้วนไปแล้ว”
ไป๋อวิ๋นซี “...”
…….............................................................................
เย่ฝานพาอู่หาวเฉียงไปสนามบิน เย่ฝานลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ อู่หาวเฉียงลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กหนึ่งใบเดินโซซัดโซเซอยู่หลังเย่ฝาน บอดี้การ์ดของไป๋อวิ๋นซีที่เย่ฝานขอมาช่วยหนึ่งคนก็กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อีกสองใบ
เย่ฝานดูอู่หาวเฉียงแล้วถามว่า “ตอนนายมาที่นี่ ไม่ได้เอาอะไรมาสักอย่างนี่? แล้วของพวกนี้มาจากไหนกัน”
อู่หาวเฉียงตอบด้วยความเขินอาย “คนอื่นเขาเห็นว่าผมน่ารักดี ก็เลยมอบให้ผมครับ”
“ของเยอะขนาดนี้ น้ำหนักต้องเกินแน่ๆ ต้องจ่ายค่าขนส่งเพิ่มด้วย”
“คุณอาเล็ก อาเป็บุคคลสำคัญ อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับเื่พวกนี้เลยนะครับ”
“อ้วนจนหน้ากลมขนาดนี้ ไม่รู้กลับไปพ่อของนายจะจำนายได้หรือเปล่า!” เย่ฝานพูดพร้อมส่ายหน้า
อู่หาวเฉียงขมวดคิ้วเป็ปม แล้วพูดว่า “คุณพ่อต้องจำผมได้แน่นอนครับ!”
เย่ฝานลูบหัวอู่หาวเฉียงแล้วกำชับว่า “กลับไปต้องตั้งใจเรียน พัฒนาตัวเองทุกวัน รู้ไหม?”
“ผมรู้แล้วครับคุณอาเล็ก! อาน่ะเรียนไม่เก่งมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว คะแนนของผมยังดีกว่าอาซะอีก” อู่หาวเฉียงพูดอย่างน่าเอ็นดู
เย่ฝาน “…” พูดเล่นหรือเปล่า เขาฉลาดหลักแหลมขนาดนี้ จะเรียนไม่เก่งได้ยังไง?
เย่ฝานหันไปคุยกับบอดี้การ์ดในชุดสีดำ “เดี๋ยวนายช่วยฉันดูแลเขาด้วย อย่าให้เขาขึ้นเครื่องผิดล่ะ”
บอดี้การ์ดในชุดสีดำพยักหน้าพลางตอบกลับ “ได้ครับ”
อู่หาวเฉียงทำแก้มป่อง แล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย”
……..........................................................
หลังจากที่เย่ฝานส่งอู่หาวเฉียงขึ้นเครื่องเรียบร้อย ก็กลับไปที่คฤหาสน์ เขาพบไช่เจิ้นจวิ้นเดินไปมาอย่างร้อนรนอยู่นอกคฤหาสน์
“คุณชายเย่ ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว” ไช่เจิ้นจวิ้นถอนหายใจหลังจากเห็นเย่ฝาน
เย่ฝานเห็นก็ถามว่า “คุณชายไช่มาทำอะไรที่นี่? ทำไมดูร้อนรนจัง หรือว่านายแพ้พนัน แล้วจะมายืมเงินฉัน?”
“ฉันไม่ได้จะมายืมเงินนาย!”
เย่ฝานพยักหน้า “อ่อ งั้นก็ดี แต่ถึงไงฉันก็ไม่ให้นายยืมเงินหรอก”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” เย่ฝานเ้าคนขี้งก
“ถ้าอย่างนั้น นายมาหาฉันมีเื่อะไร!” เย่ฝานถามอย่างไม่ตั้งใจ
“เมื่อกี้มีข่าวออกมา ละครที่นายถ่ายเกิดปัญหาแล้ว”
เย่ฝานพูดอย่างไม่เข้าใจ “เกิดปัญหาอะไร? ละครเื่นั้นปิดกล้องไปแล้วไม่ใช่เหรอ!”
“นางเอกถูกแฉว่าเป็เมียน้อย ถูกเมียหลวงตบน่ะสิ เขาบอกว่าหล่อนเลี้ยงผีเอาไว้ ผู้หญิงอายุตั้งสามสิบปีแล้ว เดี๋ยวก็ดูเหมือนสาวอายุยี่สิบปี เดี๋ยวก็ดูเหมือนคนวัยสามสิบปี เมียหลวงมีรูปมายืนยันด้วยนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
เย่ฝานอ่านข่าวบนอินเทอร์เน็ตสักครู่ แล้วเอ่ยว่า “ผู้หญิงคนนั้นคราวนี้ซวยแน่”
“มีข่าวอื้อฉาวออกไปตอนนี้ เกรงว่าเรตติ้งของละครจะได้รับผลกระทบแน่นอน แฟนของฉันเล่นละครเป็เื่แรกด้วย กลับต้องมาเจอเื่แบบนี้” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความกังวล
เย่ฝานพูดอย่างไม่สนใจ “นายจะกลัวอะไรเล่า! เมียหลวงไม่ได้มาตบแฟนนายสักหน่อย ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกน่า!”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“นายมีรูปถ่ายของเหลียงซินระยะนี้บ้างไหม?” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้า แล้วตอบว่า “มีสิ อยู่นี่ไง!”
เย่ฝานดูรูปครู่หนึ่งก็พูดพร้อมทำสีหน้าแปลกๆ “เป็ไปได้ยังไง!”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานอย่างไม่เข้าใจ “มีอะไรเหรอ?”
เย่ฝานส่ายหน้า “เดิมทีฉันคิดว่าต้องรอเวลาอีกสักระยะ หน้าตาของผู้หญิงคนนี้ถึงจะกลับไปเป็อายุสามสิบกว่าปี แต่ทำไมถึงเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้นะ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน… คุณชายเย่ นายรู้ใช่ไหมว่าเหลียงซินมีพี่สาวอยู่หนึ่งคน?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางพูดว่า “รู้สิ ทำไมเหรอ?”
“่นี้หล่อนกำลังจะหย่า เพราะแตกหักกับสามีแล้ว”
เย่ฝานขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “งั้นเหรอ?” เมื่อคราวก่อนจางซือเลี่ยงเคยมาพบเขาเพราะเื่ผู้หญิงคนนี้ จากที่เขาเล่ามา ผู้หญิงคนนี้ใช้วิธีสกปรกควบคุมสามี เถ้าแก่หวงคนนั้นเป็คนขี้เหนียว จึงไม่ยอมเสียเงินจ้างเขาให้ออกโรงช่วยเหลือ ต่อมาภายหลังเขาก็ไม่ได้สนใจเื่นี้อีกเลย
เย่ฝานพยักหน้าก่อนพูด “เป็อย่างนี้เองเหรอ!” ในเมื่อเกิดเื่ พี่สาวของหล่อนก็ต้องเกิดปัญหาด้วยเช่นกัน เฒ่าแกหวงชอบสาวๆ ที่อายุยังน้อย พอเห็นว่าหน้าตาภรรยาของตนกลายเป็คนอายุสามสิบปี ย่อมต้องรับไม่ได้อยู่แล้ว
.....................................................................
หลังจากเหลียงซินโดนเมียหลวงตบ หล่อนก็เก็บตัวสงบเสงี่ยมมาพักหนึ่ง
เดิมทีเย่ฝานอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก แต่ถูกไป๋อวิ๋นซีห้ามไว้
“วันๆ อยู่แต่ในบ้าน น่าเบื่อจะตาย!” เย่ฝานบ่นด้วยความอัดอั้น
“คุณชายเย่ ที่คุณชายไป๋ห้ามก็เพื่อนายเองนะ ตอนนี้ข้างนอกมีข่าวลือว่าผีน้อยที่เหลียงซินเลี้ยงเกี่ยวข้องกับนายด้วย” ไช่เจิ้นจวิ้นเอ่ย
เย่ฝานเหลือบตามองบน “พูดเหลวไหล ฉันรู้จักกับเหลียงซินเมื่อไม่นานมานี้เอง เื่นั้นจะเกี่ยวกับฉันได้ยังไงล่ะ? อีกอย่างไอ้ของที่หล่อนเลี้ยงก็เป็หนอนกู่ไม่ใช่ผีน้อย”
ไช่เจิ้นจวิ้นยักไหล่ แล้วกล่าวว่า “นี่ก็คือความน่ากลัวของข่าวลือไม่ใช่เหรอ?”
เย่ฝานกลอกตามองบนแล้วพูดตำหนิ “ไร้วัฒนธรรม เอาแต่พูดเื่ไร้สาระ”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
โทรศัพท์มือถือของเย่ฝานดังขึ้น เย่ฝานดูชื่อของคนที่ติดต่อมา แล้วพูดอย่างสงสัย “เฒ่าแกจาง? แปลกจริงๆ ทำไมเขาถึงโทรมาในเวลานี้นะ”
“ฮัลโหล เถ้าแก่จางมีเื่อะไรหรือครับ!”
เย่ฝานวางสาย สีหน้าของเขาแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝาน แล้วถามว่า “คุณชายเย่ มีเื่อะไรครับ”
“มีคนอยากจ้างฉันให้ไปช่วย” เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วคิดในใจว่า คราวก่อนเถ้าแก่หวงรู้สึกว่าตัวเองจะโดนหนอนกู่แฝงในร่าง จึงขอให้จางซือเลี่ยงช่วยทาบทามตนให้ไปช่วย ตอนนี้รูปโฉมของเหลียงซินเกิดปัญหา หล่อนก็พยายามติดต่อเย่ฝานแต่ติดต่อไม่ได้ จึงขอให้จางซือเลี่ยงหาคนมาช่วยหล่อนเช่นเดียวกัน
สามีภรรยาคู่นี้ต่างขอให้จางซือเลี่ยงช่วยเหลือ เพื่อต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม ทั้งคู่มีวิธีจัดการคล้ายกันมากๆ สมแล้วที่เป็สามีภรรยากัน!
.............................................................................
“ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อยนะ” เย่ฝานลุกขึ้น
“นายจะไปไหน!” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
“จะไปหาจางซือเลี่ยง!” เย่ฝานตอบ
ไช่เจิ้นจวิ้นตรึกตรองครู่หนึ่ง “รถเบนท์ลี่ย์คันนั้นของนายดูสะดุดตาเกินไป ด้านนอกมีนักข่าวรออยู่ไม่น้อย ไม่งั้นนายหลบอยู่ด้านล่างของรถฉันก็ได้ เดี๋ยวฉันจะพานายไปเอง?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้”
ไช่เจิ้นจวิ้นขับรถจิ๊บ เย่ฝานหมอบอยู่ตรงที่นั่งด้านหลังรถ ทั้งคู่ออกจากหมู่บ้านไปอย่างหลบๆ ซ่อนๆ
พอรอดพ้นจากวงล้อมของนักข่าว เย่ฝานก็ลอดจากที่นั่งด้านหลังมายังที่นั่งหน้ารถ “ช่างน่ารำคาญจริงๆ! ทำอย่างนี้เหมือนเป็โจรอย่างนั้นแหละ”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
รถของไช่เจิ้นจวิ้นขับไปถึงประตูทางเข้าของบริษัทจางซือเลี่ยงอย่างรวดเร็ว
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทจางซือเลี่ยงต่างรู้จักเย่ฝานดี จึงปล่อยให้พวกเขาเข้าไปอย่างง่ายดาย
เย่ฝานถูกนำไปยังห้องท่านประธาน
พอเย่ฝานเข้าไปในห้องก็ได้พบกับเหลียงเหยา หล่อนดูท่าทางเหมือนหญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปี สายตาของหล่อนตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“คุณชายเย่” พอเหลียงเหยาเห็นเย่ฝานก็รีบทักทายด้วยความเคารพ
เย่ฝานหันไปพยักหน้าให้เหลียงเหยา แล้วถามขึ้นว่า “คุณนายเหลียง ได้ยินว่า คุณอยากพบผมหรือครับ?”
เหลียงเหยาพยักหน้า แล้วตอบว่า “ฉันมาขอให้คุณชายเย่ช่วยชีวิตฉันค่ะ”
“ช่วยชีวิต!” เย่ฝานส่ายหน้า “เกรงว่าผมจะช่วยคุณนายไม่ได้หรอกครับ”
ก่อนที่เย่ฝานจะมาที่นี่ จางซือเลี่ยงได้นำข้อมูลที่หนิงซวงสืบได้มาเล่าให้เย่ฝานฟังทั้งหมด เดิมทีเย่ฝานคิดว่าในร่างของเหลียงเหยามีหนอนกู่สองตัวแฝงอยู่ หนึ่งตัวคือหนอนกู่แรกรุ่น อีกตัวคือกู่เสน่หา แต่หลังจากที่เย่ฝานมาถึงกลับพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ในร่างของเหลียงเหยานอกจากจะมีหนอนกู่หนึ่งตัวแล้ว หล่อนยังไปเสาะหาหมอไสยศาสตร์แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้เขาทำหุ่นคุณไสยให้อีก
ท่าทางของเหลียงเหยาเหมือนจะโดนมนต์ของหุ่นคุณไสยสะท้อนกลับ!
เย่ฝานนับถือเหลียงเหยาจริงๆ ทั้งหนอนกู่และหุ่นคุณไสย ช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย
เหลียงเหยาพูดด้วยความรีบร้อน “ฉันรู้ว่าคุณชายเย่เป็บุคคลที่มีความสามารถ จะต้องช่วยฉันได้แน่ๆ”
“ฤทธิ์ของหนอนกู่แรกรุ่นในร่างของคุณใกล้จะหมดอายุแล้ว ผมสามารถเอามันออกจากร่างคุณได้ แต่หลังจากเอาออกมาแล้ว รูปโฉมของคุณก็จะกลับสู่สภาพเดิมที่ควรจะเป็ นอกจากนี้คุณคงจะหาหมอหุ่นคุณไสยเพื่อมัดใจสามีเอาไว้ เื่นี้ผมก็แก้ไขให้คุณได้ ทว่าหากแก้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสามีก็อาจเลวร้ายลงกว่านี้อีก!”
สีหน้าของเหลียงเหยาเต็มไปด้วยความสับสน “หากสามารถรักษารูปโฉมตอนนี้ของฉันเอาไว้ได้ ต่อให้จ่ายเท่าไร ฉันก็ยอม”
เย่ฝานส่ายหน้า “มันไม่ใช่ปัญหาเื่เงิน แต่มันไม่สามารถจริงๆ...”
แท้จริงแล้วในโลกของผู้ฝึกตนมีโอสถรักษาความงามที่สามารถทำให้ผู้ฝึกตนดูอ่อนวัยตลอดเวลา แต่วัสดุที่นำมาหลอมโอสถชนิดนี้ล้วนเป็ของล้ำค่าในโลกผู้ฝึกตน ยิ่งในโลกใบนี้ย่อมไม่ต้องหวังว่าจะหาได้ง่ายๆ ถึงแม้เย่ฝานจะสามารถหลอมโอสถนี้ได้สำเร็จ เขาก็คงเก็บไว้ใช้เองก่อน
