ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนสูดลมหายใจลึก “อย่าได้โทษคนอื่นไปตลอด ต้องตำหนิพวกเ้าเองด้วย”
อะไรนะ? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคิดไม่ถึงว่าท่านยายจะกล่าวเช่นนี้ “แต่ว่า...”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางตาขวางในทันที “หากพวกเ้าสามารถจัดการนางลูกอนุผู้นั้นได้เร็วเสียหน่อย ก็คงไม่มีเื่ตามมาภายหลังมากมายถึงขนาดนี้!”
เมื่อคำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา เหลยซื่อและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็มิอาจโต้แย้งได้ สตรีผู้มีใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ “ท่านแม่สั่งสอนได้ถูกต้องเ้าค่ะ ล้วนเป็ลูกที่ใจอ่อนเกินไป” แต่นางจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเด็กที่รับกลับมาจากชนบทจะสามารถบีบบังคับตนเองจนมาถึงจุดนี้ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เหลยซื่อก็เริ่มปวดหัว ยื่นมือออกไปจับหน้าผากของตน
“ท่านแม่!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเข้าไปใกล้ด้วยความกระวนกระวาย ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนตกตะลึง “ไม่ใช่กล่าวว่าอาการป่วยหายดีแล้วหรือ?”
“ท่านยายเ้าคะ อาการป่วยของท่านแม่แปลกประหลาดยิ่งนัก จำเป็ต้องนอนอยู่ในห้องจึงจะดีขึ้นบ้าง หากได้กลิ่นอากาศด้านนอกหรือมีลมพัดมาก็จะเวียนหัวตาพร่าเ้าค่ะ” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเล่าอาการของเหลยซื่อออกมาตามความจริง ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็รีบประคองมารดาของเ้ากลับห้องไปเสีย ข้าจะสั่งท่านหมอหลายคนไปดูเสียหน่อย ฮึ หมอของจวนชางหรงโหว ข้าไม่ไว้ใจ!”
ข่าวที่เหลยซื่อกลับจวนแม่ทัพ ทุกคนภายในจวนต่างรับทราบโดยทั่วกัน
ฮูหยินแม่ทัพเหลยมองสตรีป่วยกระเสาะกระแสะที่ถูกประคองอยู่ ใบหน้าอดไม่ได้ที่จะปรากฏความเย้ยหยันออกมา
ยังคิดไปว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าใกล้ชิดกับไทเฮาแล้วจะสามารถนั่งอยู่ในตําแหน่งพระชายารัชทายาทได้อย่างมั่นคงเสียอีก หากเป็เช่นนี้จวนแม่ทัพของพวกเขาก็จะรุ่งเรืองไปด้วย คิดไม่ถึงว่าใกล้ชิดไปก็ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย ดูเถิด เพียงไม่ทันไรก็กลับมาอีกแล้วไม่ใช่หรือ? ไม่รู้จริงๆ ว่าท่านแม่คิดอย่างไร ไม่กลัวว่ารับพวกนางกลับมาแล้วจวนแม่ทัพจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะหรือ
ฮูหยินแม่ทัพไม่เก็บซ่อนความรู้สึกเหยียดหยามในสายตาของตนเลยแม้แต่น้อย “ไปเถิด พวกเราเองก็กลับไปพักผ่อนที่เรือน จะได้ไม่ติดโชคร้ายไปด้วย!”
ในตอนที่นางกล่าวคำนี้ไม่ได้ควบคุมความดังของน้ำเสียง จึงถูกเหลยซื่อและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้ยินเข้าพอดี
“ปากของน้าสะใภ้ยังคง...”
เหลยซื่อยื่นมือออกไปจับแขนของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเบาๆ อยู่ใต้ชายคาบ้านของผู้อื่นจำเป็ต้องรู้จักเก็บอารมณ์ ไม่ว่าเวลาใดก็ต้องรับหน้าผู้อื่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตามคำกล่าวที่ว่าไม่ยื่นมือออกไปตบหน้าผู้ที่ยิ้มให้
นอกจากนี้ นางเชื่อว่าบุตรีของตนเองจะต้องสามารถนั่งอยู่บนตำแหน่งพระชายารัชทายาทได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นฮูหยินแม่ทัพเหลยก็จะไม่มีท่าทีเช่นนี้แล้ว ชีวิตคนก็เป็เช่นนี้ มองเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดเ่าั้ก็นับเป็ความสนุกอย่างหนึ่ง รอเวลาที่ตนเองแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถครอบงำอารมณ์ของผู้อื่นได้
“ท่านแม่เ้าคะ สีหน้าของท่านดูไม่ค่อยดีเลย” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของเหลยซื่อซีดเซียว อีกฝ่ายส่ายศีรษะ “ดอกไม้เหล่านี้กลิ่นหอมเกินไป”
ดอกไม้หอม? ไหนเลยจะมีดอกไม้อะไรอยู่ ดอกเก๊กฮวยเ่าั้ยังไม่บานเลย อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นหอมอะไรด้วย
ภายในเรือน ท่านหมอหลายคนผลัดกันมาตรวจวินิจฉัยให้เหลยซื่อ สุดท้ายพวกเขาจึงมีสีหน้าสงสัยขึ้นมา
“เป็อย่างไรบ้าง?”
“อาการป่วยของฮูหยินแปลกประหลาดมากขอรับ หากเป็เช่นที่คุณหนูกล่าวว่าสุขภาพของฮูหยินดีขึ้นมากแล้ว แต่เหตุใดชีพจรจึงยังสับสนอยู่เช่นนี้”
“ใช่แล้ว แต่ไหนแต่ไรมาข้าน้อยก็ไม่เคยพบกับอาการเช่นนี้มาก่อน”
คำพูดของท่านหมอหลายคนทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้วเป็ปม มองไปยังเหลยซื่อที่อยู่บนเตียงอีกครั้ง ถึงแม้ว่าสีหน้าจะไม่ค่อยดี แต่ก็ปกติกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่พึมพำมั่วๆ อีก
“ท่านหมอเ้าคะ พวกท่านลองตรวจดูให้ละเอียดอีกหน่อยแล้วออกใบสั่งยาเถิดเ้าค่ะ”
เื่ราวมาถึงวันนี้แล้วก็ทำได้เพียงเท่านี้ ท่านหมอทั้งหลายทำท่าทางว่าจะลองดูเสียหน่อย แต่เมื่อดูจากสภาพของเหลยซื่อ คิดว่าคงจะไม่มีเื่ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น
ภายในเรือน จู่ๆ ฮูหยินแม่ทัพเหลยก็จามขึ้นมาครั้งหนึ่ง “เหตุใดจึงได้หนาวถึงเพียงนี้?”
นางหันไป สาวใช้จึงรีบปิดหน้าต่าง
“โชคร้ายจริงๆ พอพวกนางมาถึงข้าก็เป็หวัดเลย ท่านหมอเล่า? เรียกมาตรวจข้าเสียหน่อยเถิด”
“...ฮูหยินเ้าคะ ท่านหมอทั้งหมดถูกฮูหยินท่านโหวเรียกไปแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้ตอบเสียงค่อย
อะไรนะ? มีอย่างนี้ที่ไหนกัน ฮูหยินแม่ทัพเหลยเดิมทีก็ไม่พอใจอยู่แล้ว เพราะเื่นี้จึงยิ่งโกรธจนนั่งไม่ติด “ข้าจะไปดูเสียหน่อย นางป่วยเป็อะไรกันแน่จึงได้ทำตัวสูงส่งถึงเพียงนี้”
ภายในเรือน เหลยซื่อที่กำลังนอนอยู่นั้นหลับได้ไม่สนิทเท่าไรนัก
ทั้งๆ ที่นางเหน็ดเหนื่อยมาก แต่เหตุใดเมื่อนอนลงแล้วกลับรู้สึกจิตใจร้อนรุ่ม กระทั่งอากาศก็คล้ายจะเบาบางลง
นางเข้าสู่ความฝันอย่างพร่าเลือน ถึงกับเห็นใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นซู
“นังสารเลว เ้ายังกล้ามาให้ข้าเห็นอีก!”
“ท่านแม่เ้าคะ บ้าก็บ้าไปแล้ว ยังอวดดีให้ได้อะไรขึ้นมาอีก?” ใบหน้าที่สุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดถึงกับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันดูถูก
“ดี นี่เป็ใบหน้าที่แท้จริงของเ้าสินะ? นังเด็กสารเลวน่ารังเกียจ!” เหลยซื่อท่าทาง้าโถมตัวเข้าไป ไม่คิดว่าอวิ๋นซูที่อยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็ภาพมายา
“ท่านแม่ แค่ยืนก็ยังยืนไม่มั่นคง ข้าว่าท่านนอนลงดีๆ เถิด ฮ่าๆ ...”
เงาร่างอันน่ารังเกียจปรากฏขึ้นข้างหลังอีกครั้ง เหลยซื่อกัดฟัน ในใจรู้เพียงว่าจะต้องตบอวิ๋นซูให้ทรุดลงกับพื้นให้ได้ จะต้องจิกผมนางอย่างโเี้ถึงจะสามารถระบายความเกลียดชังในใจของตนได้
“ข้าจะฆ่าเ้า แก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์!”
“เอ๋? ท่านแม่กำลังกล่าวถึงหลิ่วอวิ๋นฮั่นหรือ? ฮ่าๆ ไม่ผิด ข้าไม่ช่วยเขา ท่านจะทำอะไรข้าได้?”
“อะไรนะ? เ้า เ้า...”
เสียงประตูถูกผลักออก ฮูหยินแม่ทัพเหลยมองห้องว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งผู้คน แต่บนเตียงกลับมีเสียงแว่วออกมา
“ฆ่าเ้า! ข้าจะฆ่าเ้า...” เสียงอันแหบแห้งนี้ทำให้นางใ เกิดอะไรขึ้น? ผู้ใดกำลังพูดกัน
นางค่อยๆ เข้าไปใกล้ พบว่าเหลยซื่อนอนอยู่บนเตียง สองมือแกว่งไปในอากาศราวกับ้าคว้าอะไรบางอย่าง ปากก็พึมพำกับตนเองไม่หยุด ท่าทางเช่นนั้นทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว
“อะไรกัน ฝันได้น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียว มิน่าเล่า ชางหรงโหวถึงไล่เ้ากลับมา...” ฮูหยินแม่ทัพเหลยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเย้ยหยัน เดิมทีคิดว่าเหลยซื่อที่กำลังหลับอยู่ในความฝันจะไม่ได้ยิน ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ๆ นางจะลุกขึ้นมา เบิกตาทั้งสองจนกว้าง
“อา! ทำข้าใหมด...พี่สาวเ้าคะ ท่านกำลังทำอะไรหรือ?” ฮูหยินแม่ทัพเหลยกุมหน้าอกของตน ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ใบหน้าของเหลยซื่อแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง ท่าทางเหมือนไม่รู้จักตนเอง ราวกับกลับมาจากความตายอย่างไรอย่างนั้น ดวงตาทั้งสองจ้องใบหน้าของนางเขม็ง
ในตอนนี้ฮูหยินแม่ทัพเหลยรู้สึกหวาดกลัวเข้าแล้วจริงๆ ท่าทางแปลกประหลาดนี้ทำให้นางคิดจะหันกายจากไป
ทันใดนั้นมีเสียงะโดังขึ้น “นังสารเลว ข้าจะฆ่าเ้าเพื่อแก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์”
ลมเย็นสายหนึ่งพัดผ่านมาเสียดแทงลึกถึงกระดูก ฮูหยินแม่ทัพเหลยรู้สึกเพียงว่าเจ็บแปลบที่ด้านหลัง เหลยซื่อโถมตัวเข้ามาทั้งร่างผลักนางลงไปบนพื้น มือทั้งสองดึงผมนางอย่างบ้าคลั่ง
“กรี๊ด! ...หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! เด็กๆ ...”
เสียงกรีดร้องอันแหลมสูงทำให้ผู้คนไม่น้อยตื่นตระหนก ทันใดนั้นมีองครักษ์รีบเข้ามา แต่ถูกสถานการณ์ตรงหน้าทำให้ใ
ฮูหยินชางหรงโหวถึงกับนั่งอยู่บนร่างของฮูหยินแม่ทัพเหลย ดึงทึ้งผมของนางไม่หยุด ส่วนสตรีที่อยู่บนพื้น บนใบหน้าปรากฏรอยเืที่ถูกฮูหยินท่านโหวจิกข่วนจำนวนไม่น้อย
“เร็ว รีบผลักนางออกไป นางบ้าไปแล้ว!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่มาตามเสียงพุ่งเข้ามาในห้อง คิดไม่ถึงว่าจะพบกับภาพเช่นนี้ “ท่านแม่! ท่านเป็อะไรเ้าคะ?”
เหลยซื่อราวกับมองเห็นศัตรูคู่แค้นก็มิปาน ท่าทางดุร้ายไม่สนใจการขัดขวางขององครักษ์ “ฆ่าเ้า! ข้าจะฆ่าเ้า...”
ฮูหยินแม่ทัพเหลยน้ำตาไหล น้ำตาทำให้าแบนใบหน้าของนางแสบร้อน นางกุมใบหน้าครึ่งหนึ่งแล้วขยับถอยไปข้างหลังอย่างหวาดกลัว “บ้าแล้ว นางบ้าไปแล้วจริงๆ ...”
“เกิดเื่อะไรขึ้น?!” เสียงอันเข้มงวดของฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนดังขึ้น เมื่อนางก้าวเข้ามาทุกคนพลันรีบหลบทางให้
เหลยซื่ออยู่เพียงลำพัง ถูกองครักษ์หลายคนขวางเอาไว้ มือทั้งสองแกว่งไม่หยุด ท่าทางหน้าตาบิดเบี้ยวทำให้ผู้อื่นรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
“ไม่ใช่ว่าเ้ากล่าวว่าอาการป่วยของมารดาเ้าดีขึ้นแล้วหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนยากจะบรรยายอารมณ์ของตนเองในยามนี้ เหลยซื่อเป็ลูกที่นางเลี้ยงมากับมือถึงกับมีท่าทางเช่นนี้ั้แ่เมื่อไรกัน
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าส่ายหน้า อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ “อวิ๋นฮว๋าไม่ทราบเ้าค่ะ ท่านแม่ดีขึ้นมากแล้วแท้ๆ ...เหตุใดอยู่ดีๆ ถึงได้...” นางมองใบหน้าหวาดกลัวของฮูหยินแม่ทัพเหลย “น้าสะใภ้เ้าคะ ไม่ใช่ว่าท่านกล่าวอะไรกระตุ้นท่านแม่หรือ?”
“ข้าพูดอะไรที่ไหนกัน! ข้าเพียงแต่เข้ามาดู ไหนเลยจะรู้ว่าอยู่ดีๆ นางก็ลุกขึ้นจากเตียง ไม่พูดไม่จาก็พุ่งเข้ามาตบตีข้า! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ฮูหยินท่านโหวบ้าไปแล้วใช่หรือไม่? ใบหน้าของข้า ใบหน้าของข้า...”
ฮูหยินแม่ทัพเหลยนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นอย่างไม่ยินยอม ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนส่งสายตาไปให้ ทันใดนั้นแม่นมจึงเข้ามาประคองนางขึ้น “ฮูหยินเ้าคะ พวกเราไปให้ท่านหมอตรวจดูเถิดเ้าค่ะ”
เหล่าองครักษ์พบว่าเหลยซื่อที่เสียสติไปแล้วนั้นถึงกับมีพละกำลังมหาศาล พวกเขาหลายคนเกรงว่านางจะได้รับาเ็ แต่ว่าหากไม่ใช้แรงก็จะไม่สามารถเอาชนะนางได้ สุดท้ายหนึ่งในองครักษ์รู้สึกว่าอับจนหนทางจริงๆ จึงฟันมือลงครั้งหนึ่งทำให้เหลยซื่อสลบไป
“ท่านแม่! ท่านแม่!”
“เร็วเข้า รีบตามท่านหมอมา!”
ทั่วทั้งจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแปลกประหลาด ในหมู่บ่าวไพร่ลือกันออกไปอย่างรวดเร็วว่าฮูหยินท่านโหวบ้าไปแล้ว ท่าทางเช่นนั้นราวกับถูกของก็มิปาน
ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสะอึกสะอื้นเสียงเบา
“พูด เล่าสถานการณ์ออกมาให้กระจ่าง!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเล่าเื่ที่เหลยซื่อเกิดอาการคลุ้มคลั่งในครั้งแรก เื่ที่อวิ๋นซูรักษานางอย่างไร ตลอดจนเื่ที่เหลยซื่อถูกจับมัดปิดตานอนอยู่บนเตียงออกมาทั้งหมด
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนคิดไม่ถึงว่าเื่ราวจะร้ายแรงถึงเพียงนี้ ท่านหมอหลายคนล้วนทำอะไรไม่ได้ กล่าวว่าก่อนหน้านี้พวกเขาได้จับชีพจรให้เหลยซื่อ ชีพจรก็เป็เช่นนี้อยู่แล้ว ในวันนี้เกิดคลุ้มคลั่งขึ้น ชีพจรก็ยังคงเป็เช่นนั้น เพียงแต่อธิบายได้อย่างหนึ่งว่ามีคนใช้ยากดอาการป่วยของเหลยซื่อ จึงทำให้นางรักษาสติแจ่มชัดเอาไว้ได้ แต่ไม่สามารถรักษาอาการดั้งเดิมได้
“ท่านยายเ้าคะ ท่านจะต้องช่วยท่านแม่นะเ้าคะ...น้องสามก็จากไปแล้ว อวิ๋นฮว๋าไม่สามารถสูญเสียท่านแม่ไปได้อีก!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคุกเข่าร้องไห้ จิตใจของฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนสับสนยุ่งเหยิง นั่นก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของนางเช่นเดียวกัน เห็นท่าทางบ้าคลั่งของนางเมื่อครู่นี้ที่จดจำใครไม่ได้ ตนเองจะไม่เ็ปใจเลยเชียวหรือ? ในขณะเดียวกัน นางก็ยิ่งโกรธเกลียดจวนชางหรงโหวมากขึ้น ถึงกับทำให้บุตรีของนางทรมานจนกลายเป็เช่นนี้
“วางใจเถิด ยายจะต้องรักษามารดาของเ้าให้หายดีแน่!”
อย่างไรก็ตาม เื่ราวไม่ได้ง่ายดายอย่างที่จินตนาการเช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนตามหาท่านหมอทั่วทุกสารทิศมารักษา ล้วนกล่าวว่าไม่เคยเห็นอาการป่วยเช่นนี้มาก่อน สองวันนี้ ทุกครั้งที่เข้าสู่ยามค่ำคืน ภายในเรือนของเหลยซื่อจะมีเสียงสิ่งของตกแตกและเสียงะโอย่างโกรธเคืองดังออกมา ทำให้คนทั้งจวนแม่ทัพต้องหวาดผวา
ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนเองก็ดูเหมือนว่าจะถูกทรมานจนยากจะทานทน ภายในเวลาไม่กี่วันก็ซีดเซียวลงไม่น้อย
