“ใครก็ได้บอกข้าทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหยาโม่หว่าน นี่! เ้าลุกขึ้นมาสิ” เมื่อเห็นเปลือกตาของเหยาโม่หว่านปิดสนิท ความคิดตอนแรกของเย่จวินชิงคือจะวางนางลงที่พื้นแล้วไปตามทิงเยว่มาแต่พอเอาเข้าจริงเขากลับตัดสินใจอุ้มเหยาโม่หว่านกลับตำหนักกวานจวี
...
นับั้แ่เหยาซู่หลวนได้รับการแต่งตั้งเป็หวงกุ้ยเฟยจำนวนครั้งที่เย่หงอี้เสด็จมาตำหนักหวาชิงก็น้อยลงมากแทบจะนับครั้งได้ ทำให้ผู้เป็เ้าของตำหนักปวดศีรษะอย่างยิ่งจนถึงบัดนี้ตำแหน่งหวงโฮ่วยังคงว่างอยู่ นอกจากนางแล้ว ชายาผู้สูงศักดิ์ทั้งสี่ตำแหน่งต่างหมายมั่นอยากบัลลังก์หงส์หากเกิดเื่ผิดพลาดแม้แต่น้อย ผู้อื่นอาจสบช่องคว้าตำแหน่งไปได้ทุกเมื่อยามนี้เหยาซู่หลวนกำลังนวดคลึงหน้าผาก สีหน้าอมทุกข์
“พระสนมฟูเหรินใหญ่มาขอเข้าเฝ้าเพคะ” ไฉ่อิ๋งเดินเข้ามากระซิบเสียงเบาข้างกาย
“แล้วไยไม่รีบเชิญเข้ามา”เหยาซู่หลวนถอนหายใจยาว สลัดความกลัดกลุ้มทิ้งไปก่อนชั่วคราว แต่เมื่อโต้วเซียงหลันมาถึงเหยาซู่หลวนกลับมีสีหน้าตกตะลึง
“ท่านแม่ไยถึงเป็เช่นนี้เล่า หรือว่าฝีมือท่านพ่อ?” ทันทีที่เห็นรอยบวมเป็รอยนิ้วมือบนพวงแก้มของมารดาแววตาของเหยาซู่หลวนพลันเย็นะเื เอ่ยถามด้วยอารมณ์เดือดดาล
“ลูกเอ๋ย...แม่... แม่ทุกข์ทรมานเหลือเกิน” ชั่วขณะที่เห็นหน้าเหยาซู่หลวน โต้วเซียงหลันก็วิ่งผลุนผลันเข้าไปหาน้ำตาไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย ร้องห่มร้องไห้เสียงดังประหนึ่งสุกรถูกเชือด
“อวี้จือไหนเล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เอ๊ะ! ขาเ้าเป็อันใด?” พอเห็นมารดาร่ำไห้ปานใจจะขาดเหยาซู่หลวนจึงหันไปมองสาวใช้คนสนิทที่กำลังตามเข้ามา แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายเดินขากะโผลกกะเผลก
“ทูลหวงกุ้ยเฟยขาของอวี้จือถูกเหยาอวี้สายเืชั้นต่ำนั่นใช้ปิ่นไข่มุกแทงจนได้รับาเ็เพคะ แล้วก็...เมื่อเช้านี้ฟูเหรินใหญ่เพิ่งลุกจากเตียงได้ ก็ต้องมารับพระราชโองการ ไม่เพียงแต่ถูกริบบรรดาศักดิ์ฟูเหรินตราตั้งขั้นสองยังมีพระบัญชาให้ฟูเหรินตบปากตนเองสามสิบครั้ง โดยมีอันปิ่งซานเป็ผู้ควบคุมการลงทัณฑ์ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็อะไรนักหนา เห็นอยู่ชัดๆ ว่าฟูเหรินลงมือหนักแล้ว ก็ยังเพียรบอกแต่ว่าไม่ได้ยินบีบบังคับให้ต้องตบเพิ่มอีกยี่สิบครั้ง รวมเป็ห้าสิบครั้ง แล้วฟูเหรินใหญ่จะทนได้อย่างไรเล่า...”อวี้จือยกมือขึ้นปาดน้ำตา พลางเล่าต้นสายปลายเหตุด้วยความกล้ำกลืน
“ราชโองการ?เป็ไปได้อย่างไร” เหยาซู่หลวนแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน หลังจากประคองโต้วเซียงหลันขึ้นมานั่งบนเก้าอี้กุ้ยเฟยก็หันไปออกคำสั่งให้ไฉ่อิ๋งไปหยิบโอสถจากในห้องมาทารอยฟกช้ำบนใบหน้าให้มารดา
“ลูกเอ๋ยเ้าไปทำสิ่งใดให้ฝ่าาไม่พอพระทัยกันแน่ ไฉนถึงทรงมีราชโองการลงมาเยี่ยงนี้ได้เล่า?แม่ถูกสั่งให้ตบหน้าน่ะเื่เล็ก แต่หากเ้ารักษาตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยไม่ได้ ชีวิตในภายหน้าของพวกเราสองแม่ลูกคงต้องลำบากเป็แน่แท้”โต้วเซียงหลันหวนรำลึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังของเหยาเจิ้นถิงยามรับราชโองการหัวใจพลันหนาวเหน็บ หากสิ้นการปกป้องคุ้มครองจากเหยาซู่หลวน สถานเบาตนเองคงต้องถูกปลดจากตำแหน่งภรรยาเอกสถานหนักอาจถึงขั้นถูกปลิดชีพ
“ลูกไหนเลยจะมีโอกาสไปทำให้ฝ่าาทรงขุ่นเคืองพระทัยนับั้แ่ทรงแต่งตั้งหญิงโง่ผู้นั้นเป็สนม ก็เสด็จไปค้างที่ตำหนักกวานจวีแทบจะทุกค่ำคืนวันไหนที่ว่างเว้นก็จะไปตำหนักของพวกเฉินเฟยกับกุ้ยเฟยเ่าั้ ขอบอกท่านแม่ตามตรงฝ่าาไม่เหยียบย่างมาตำหนักหวาชิงของลูกมาครึ่งเดือนแล้ว” เหยาซู่หลวนย่นหัวคิ้วขมวดเป็เกลียวแน่นหากเทียบกับตอนเป็กุ้ยเฟย ชีวิตของนางเพลานี้ไม่ต่างกับการถูกส่งเข้าตำหนักเย็น นางคิดไปไกลถึงขั้นว่าที่ฝ่าาทรงมอบความโปรดปรานและเกียรติยศอันสูงส่งให้ก่อนหน้านี้เพียงเพราะคิดจะหลอกใช้ตนเองเพื่อกำจัดเหยาโม่ซิน หลังจากงานสำเร็จตนเองย่อมหมดประโยชน์
“เป็นังเหยาโม่หว่านอีกแล้วต้องเป็นางแน่ๆ ที่เพ็ดทูลต่อฝ่าา มิเช่นนั้นจะมีราชโองการมาระบายความคับแค้นแทนนางได้อย่างไรแต่สิ่งหนึ่งที่ข้าข้องใจยิ่ง นางเป็เพียงคนเขลาเบาปัญญา ไฉนฝ่าาถึงได้โปรดปรานนางนักเล่ายังมีอีก นับั้แ่เหยาอวี้กลับจากวังคราก่อนก็ยิ่งเหลวไหลขึ้นทุกวัน ั้แ่เช้าจรดค่ำถือเข็มปักผ้าคอยเฝ้าอยู่ข้างกายซูมู่จื่อไม่ห่างใครกล้าไปรังแกนังหญิงชั้นต่ำผู้นั้นเป็ต้องถูกแทงด้วยเข็มจนปางตาย เมื่อคืนมีสาวใช้คนหนึ่งเข้าไปยังถูกเด็กนั่นใช้เข็มไล่แทงจนต้องร้องขอชีวิตเชื่อว่ามันต้องถูกนังเหยาโม่หว่านเสี้ยมสอนมาแน่ ปรกติเห็นนางโง่ๆ เซ่อๆ คิดไม่ถึงว่าจะซ่อนความร้ายกาจไว้ขนาดนี้”โต้วเซียงหลันตบหน้าขาดังฉาด พลางเอ่ยวาจาอย่างเข่นเขี้ยว
“ท่านพ่อไม่นำพาเลยหรือ?”เหยาซู่หลวนแข็งใจรับยาจากไฉ่อิ๋งมาทาที่ใบหน้าให้มารดาอย่างระมัดระวัง
“ซี้ด...เบาหน่อย บิดาเ้าน่ะหรือ ฮึ! แทบจะทูนหัวทูลเกล้าแต่ไอ้เด็กเวรนั่น ไม่เพียงแต่มินำพายังจะขับสาวใช้คนนั้นออกนอกจวนอีกด้วย เมื่อเช้านี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าอันปิ่งซาน้าหาเื่แต่บิดาตัวดีของเ้ากับยืนมองหน้าตาเฉยอยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไรเลยสักประโยคเดียว ลูกแม่ตอนนี้คนที่แม่พอจะฝากความหวังได้ก็เหลือเพียงเ้าคนเดียวแล้ว” โต้วเซียงหลันดึงมือของเหยาซู่หลวนมากุมน้ำตาหลั่งไหลปานหยาดพิรุณพร่างพรมลงมา
